ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 530 เจ้ามีคุณสมบัติในการเจรจาต่อรองหรือ?
บทที่ 530 เจ้ามีคุณสมบัติในการเจรจาต่อรองหรือ?
ลู่เฉินกลับมองไปยังผู้นำจวนด้วยรอยยิ้ม “ซากศพเถาวัลย์ก็ดี เคล็ดวิชาซากศพก็ดี แต่สำหรับข้าแล้ว ไม่ได้มีผลกระทบอันใดมากนัก”
ผู้นำจวนผู้นี้ไม่เชื่อ เขายังคงจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง “คอยดูเถิด คอยดูว่าซากศพยักษ์ภายในภูเขานี้จะสังหารเจ้าอย่างไร!”
เมื่อพูดจบ ผู้นำจวนก็หนีออกไป ไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาอีกต่อไป
ลู่เฉินแปลกใจ “ชายผู้นี้เห็นชัด ๆ ว่ามีพลัง เหตุใดจึงไม่คิดลงมือ? ซ้ำยังหนีไปเร็วด้วย?”
ขณะพึมพำออกมานั้นก็มีน้ำเสียงทุ้มดังออกมาจากส่วนลึกของอุโมงค์ที่ลู่เฉินอยู่ เสียงนี้ราวกับเสียงนอนกรนของคนร่างยักษ์
“ตื่นแล้วหรือ?”
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ แขนข้างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าลู่เฉิน ก่อนจะจับเขาไว้เหมือนกับก่อนหน้านี้ และลากลู่เฉินไปใต้พื้นดินอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ สิ่งนี้เพียงแค่ดึงชายหนุ่มเข้ามาภายในภูเขา แต่ครั้งนี้มันลากเขาลงไปยัง ‘พื้นที่ว่าง’ ภายใน
เห็นเพียงภายในพื้นที่ว่างนี้รอบด้านมืดสลัว แต่มีไอซากศพหนาแน่น
“ตาย!” เสียงนี้ดังขึ้นมาต่อหน้า จากนั้นลู่เฉินก็สัมผัสได้ถึงพื้นและภูเขาที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่
ชายหนุ่มมองมันอย่างพิจารณา พบว่าซากศพนั่นลุกยืนขึ้นแล้ว
ภายใน ‘พื้นที่ว่าง’ นี้ เมื่อซากศพนั้นยืนขึ้นมาก็มีความสูงหลายสิบชั้น ดวงตาของอีกฝ่ายที่มองมานั้นมีแสงสว่างสีเขียวจาง ๆ แผ่ออกมาในความมืดสลัวนี้ ดูแล้วแปลกประหลาดยิ่งนัก
“คนโลกใดกัน ตัวใหญ่ถึงเพียงนี้?” ลู่เฉินมองหัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
ซากศพนั้นใช้มือข้างหนึ่งจับเขาไว้อีกครั้งราวกับจับมด และมือนั้นยังสามารถยืดหดได้ด้วย
ลู่เฉินถูกอีกฝ่ายคว้าตัวขึ้นมาทันที จากนั้นก็ถูกมนุษย์ร่างยักษ์นี้จับไปยังตำแหน่งที่อยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงห้าก้าวเท่านั้น
จากนั้นซากศพนั่นก็ใช้ตาสีเขียวมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา ปากยังพูดออกมาเพียงหนึ่งคำ
“ตาย!”
ไม่นานนัก จมูกก็พ่นลมหายใจสีเทาออกมามากมาย
ลมหายใจสีเทามีไอซากศพที่มีความหนานแน่นเป็นอย่างมาก
แต่ลู่เฉินไม่ได้ถูกกัดกร่อนแต่อย่างใด เขาใช้เพียงฝ่ามือข้างเดียวดูดกระแสอากาศเหล่านี้เข้าไป
ดวงตาสีเขียวคู่นั้นกะพริบปริบ ๆ ราวกับกำลังตกตะลึงที่ได้พบของเล่นชิ้นใหม่อย่างไรอย่างนั้น ขณะจ้องมองมาด้วยความสงสัย ในตอนนั้นเองก็มีเสียงกลองศึกดังขึ้นมารอบ ๆ
ท่ามกลางเสียงกลองศึกนั่น มีน้ำเสียงที่อ่อนแอของผู้นำจวนดังแทรกขึ้นมา “สังหารเขาซะ!”
“สังหารเขา…” ซากศพยักษ์นี้พูดตามราวกับว่าจิตวิญญาณได้รับผลกระทบ
ลู่เฉินเห็นเช่นนั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง “ที่แท้ก็อาศัยเสียงในการกระตุ้นมัน”
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีความคิดว่าจะใช้กู่ฉินเพลิงโบราณ จึงทะยานออกห่างไป แล้วเขาก็ใช้เสียงบรรเลงกู่ฉินก่อกวนเสียงกลองศึก ทำให้ซากศพยักษ์นี้ตกอยู่ในอาการงุนงงราวกับเป็น ‘หุ่นเชิด’
ผู้นำจวนที่อยู่ในมุมมืดร้อนใจขึ้นมา “สารเลว หยุดมือ!”
“หยุด? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินกระโดดออกมาหลุดพ้นจากฝ่ามือซากศพนี้ จากนั้นก็วิ่งตามแขนของซากศพ ตรงไปยังหัวไหล่ของซากศพด้วยความรวดเร็ว
เห็นเพียงหัวไหล่ของซากศพเหมือนกับไหล่ที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก ตอนนั้นเอง ชายหนุ่มใช้เสียงบรรเลงของกู่ฉินทำให้ซากศพอยู่ในอาการสงบลง เพื่อให้มันหลับตาทั้งสองข้าง ตกอยู่ในอาการ ‘หลับลึก’ ไป
ผู้นำจวนพูดด้วยความโมโห “เจ้า เจ้าทำสิ่งใดกับมัน!”
“เจ้าคงไม่คิดว่ามีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถควบคุมซากศพผ่านเสียงดนตรีได้?” ลู่เฉินหัวเราะ
“เจ้า!” ผู้นำจวนคล้ายบื้อใบ้กล่าวสิ่งใดไม่ออก
จากนั้นลู่เฉินก็ควบคุมเสียงบรรเลงกู่ฉินอีกครั้ง ซากศพนี้จึงนั่งย่อตัวลง และนอนลงไปช้า ๆ จนในที่สุดก็นอนหลับใหลอยู่ภายใน ‘พื้นที่’ นี้
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังบีบเลือดสองสามหยดออกมาจากปลายนิ้วของตน และค่อย ๆ วาดอักขระยันต์บางอย่างบนร่างของซากศพนี้สองถึงสามจุด
“เจ้าทำสิ่งใดกับมัน?” ผู้นำจวนเริ่มร้อนใจขึ้นมา
“ยันต์ผนึกศพ!”
“ยันต์ผนึกศพ?”
“ใช่ หากมีอักขระยันต์นี้ ก็จะมีเพียงข้าที่สามารถควบคุมมันผ่านเสียงดนตรีได้ และเสียงดนตรีของผู้อื่นจะไม่มีผลใดกับมัน” ลู่เฉินกล่าวพลางถอนมือกลับมา
ผู้นำจวนไม่เชื่อ เขาใช้กลองศึกส่งเสียงต่อไป ทว่าซากศพยักษ์ยังคงหลับใหลอยู่ตรงนั้น
สิ่งนี้ทำให้ผู้นำจวนกระวนกระวายขึ้นมา ทั้งยังก่นด่าอย่างโมโห “เจ้าหนุ่ม เจ้าสังหารคนของจวนเหมันต์อุดร ข้าไม่สนใจได้ แต่เจ้าต้องคืนซากศพยักษ์นี้ให้ข้า!”
“ดูเหมือนว่า ซากศพยักษ์นี้จะมีค่ามากกว่าคนของจวนเหมันต์อุดรของเจ้า!”
“ไร้สาระ นี่เป็นสิ่งที่ข้ายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อนำมันมาจากพระราชวังสินธุเหมันต์!” ผู้นำจวนพูดด้วยความร้อนใจ
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มเย็นชา “เช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะคืนให้เจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“เพียงแค่เจ้าคืนให้ข้า ความขุ่นเคืองใจระหว่างพวกเราจะถูกลบทิ้งไปทั้งหมด เป็นอย่างไร?” ผู้นำจวนกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
ชายหนุ่มกลับส่ายศีรษะพลางคลี่ยิ้ม “ในตอนนั้นที่หอวังอัสนี ตอนที่เจ้ายั่วยุข้านั้น ข้าบอกเจ้าแล้ว ถ้าหากยังก่อความวุ่นวายกับข้า ข้าจะทำลายจวนเหมันต์อุดรของพวกเจ้าโดยไม่ไว้หน้าทั้งสิ้น!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก!”
“ตอนนี้เจ้ามีคุณสมบัติในการต่อรองอย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
ผู้นำจวนจึงพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ได้ ถึงแม้เจ้าจะควบคุมซากศพยักษ์นี้ แต่ภูเขาลูกนี้ถูกข้าควบคุมไว้แล้ว ดังนั้นถึงแม้เจ้าจะคิดออกไป ก็ต้องได้รับความยินยอมจากข้าเสียก่อน!”
ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง “ภูเขาลูกนี้เป็นศาสตราวุธซากศพชิ้นหนึ่ง ดังนั้นเมื่อเทียบกับศาสตราวุธศักสิทธิ์เก้าดาวแล้วนับว่าแข็งแกร่งกว่านัก และเจ้าสามารถควบคุมมันได้นั่นเป็นเพราะว่ามันมีกุญแจอยู่ดอกหนึ่ง และเมื่อเจ้าควบคุมกุญแจนั่น เพียงแค่เจ้าพยายามที่จะเข้าและออกจากภูเขาลูกนี้ แต่หากคิดควบคุมภูเขาลูกนี้จริง ๆ นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้!”
เมื่อผู้นำจวนได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงขึ้นมา “เหตุใดเจ้าจึงรู้?”
“เรื่องที่ข้ารู้ยังมีอีกมากนัก!”
“ถึงแม้เจ้าจะรู้ แล้วอย่างไรเล่า?” ผู้นำจวนมองท่าทางอวดดีของลู่เฉินก็รู้สึกโมโหขึ้นมาและตะคอกออกมาเสียงดัง
“ข้าสามารถบอกเจ้าได้ว่าข้าควบคุมภูเขาลูกนี้ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ!”
“โอ้อวด ภูเขาลูกนี้เทียบไม่ได้กับศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เก้าดาว ถ้าหากคิดจะหลอมมันอย่างรวดเร็วนั้น ถึงแม้เจ้าจะเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งหมื่นปี” ผู้นำจวนรู้สึกว่าชายผู้นี้กำลังพูดจากอวดดีมากเกินไป
“อย่าร้อนใจไป รอให้ข้าหาศาสตราวุธภูตผีของภูเขาลูกนี้พบเสียก่อน ข้าก็จะสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระแล้ว”
“ศาสตราวุธภูตผีของสมบัติวิญญาณนี้แข็งแกร่งมากนัก เจ้าคิดว่าเจ้ามีวิธีเข้าใกล้มันได้อย่างนั้นหรือ?” ผู้นำจวนหัวเราะ
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่กลับสำรวจไปรอบ ๆ ‘พื้นที่’ นี้ และพบว่ามีอุโมงค์อยู่จำนวนไม่น้อย จากนั้นเขาก็เริ่มเดินไปมาผ่านอุโมงค์เหล่านี้
ผู้นำจวนที่อยู่ในมุมมืดจ้องมองการเคลื่อนไหวของเขา ขณะเดียวกันยังพูดกระตุ้นขึ้นว่า “เจ้าไม่มีทางหาพบ!”
“ข้ามีเบาะแสอยู่แล้ว” ลู่เฉินยิ้มด้วยความมั่นใจ
ผู้นำจวนคิดว่าอีกฝ่ายเพียงแค่พูดตลกเท่านั้น ทว่าเพียงไม่นาน ลู่เฉินก็มาถึงด้านนอกกำแพง จากนั้นจ้องมองไปบนกำแพงพลางยิ้มและพูดขึ้นว่า “ด้านหลังกำแพงนี้เป็นที่ที่ศาสตราวุธภูตผีอยู่”
“เจ้า! เจ้าคาดเดาไปเองแน่ ๆ!” ผู้นำจวนร้อนใจขึ้นมา
ลู่เฉินไม่ได้สนใจ แต่กลับใช้เคล็ดวิชาลี้ธรณีทะลุผ่านกำแพงนี้ไปยังด้านหลัง
เห็นเพียงด้านหลังกำแพงนี้เป็นห้องลับห้องหนึ่ง และภายในห้องลับนี้รอบด้านก็มีแสงสีเขียวสว่างขึ้นมา ซ้ำยังมีความหนาวเย็นเล็กน้อย
ผู้นำจวนยังไม่ลืมที่จะส่งเสียงข่มขู่ “เจ้าหนุ่ม หากเจ้าไม่อยากตาย จงรีบไสหัวออกมาจากที่นี่! มิเช่นนั้นเมื่อถึงเวลานั้น ศาสตราวุธภูตผีนี้จะทำให้เจ้าตาย!”
“เจ้าคิดว่าเจ้าขู่ข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
ผู้นำจวนตะคอกอย่างไม่ลดละ “หากศาสตราวุธภูตผีนั้นยอมแพ้ง่าย ๆ ละก็ ข้าคงเอาชนะไปนานแล้ว จะรอดมาถึงมือเจ้าหรือ?”
“เจ้าคือเจ้า ข้าก็คือข้า อย่าเอาข้าไปเทียบกับเจ้า!” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางเหยียดหยาม