ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 529 ภูเขาลูกนี้ยังมีพลังพิเศษบางอย่างอยู่!
บทที่ 529 ภูเขาลูกนี้ยังมีพลังพิเศษบางอย่างอยู่!
หยวนเส่าชิงฉีกยิ้ม สายตาจ้องมองไปยังผู้นำจวนพลางพูดขึ้นมา “ผู้นำจวนหลิว ท่านรู้หรือไม่ พวกเราพันธมิตรกำจัดมารมายังจวนเหมันต์อุดรของท่านครั้งนี้เพื่อทำสิ่งใด?”
“เพราะอสูรปีศาจ”
“ใช่ อสูรปีศาจนั้นพวกเราตามไล่ล่ามาตลอด แต่เมื่อเข้าใกล้พวกเจ้า ร่องรอยนั้นก็หายไป ดังนั้น…” หยวนเส่าชิงมองผู้นำจวนด้วยรอยยิ้ม หวังว่าเขาจะมอบร่องรอยของอสูรปีศาจนั่นให้
ผู้นำจวนฉีกยิ้มออกมา “ผู้นำหยวน ก่อนหน้านี้ข้าเคยพูดไปแล้ว เพียงแค่ท่านสามารถเอาชนะเจ้าหนุ่มผู้นั้นได้ ข้าจะมอบให้ท่าน แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะสูญเสียพลังไปอย่างมาก และมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจึงจะสามารถจับเขาได้”
“ผู้นำจวนหลิว เรื่องนี้จะเป็นเพราะพวกเราทั้งหมดก็ไม่ใช่ แต่จะพูดเช่นไรดี พวกเราก็ออกแรงแล้ว แต่ครั้งนี้ที่พันธมิตรกำจัดมารส่งข้ามานั้นให้เวลาข้าเพียงสามเดือนต้องการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ถ้าหากไม่สำเร็จละก็ เช่นนั้นก็จะส่งผู้ที่มีความสามารถมากกว่านี้มา เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาคงไม่ได้เจรจาได้ง่ายเช่นข้า” คำพูดของหยวนเส่าชิงนั้นแฝงไปด้วยคำข่มขู่
ผู้นำจวนก่นด่าอยู่ในใจ แต่เพียงไม่นานเขาก็มีท่าทางนิ่งสงบพลางพูดขึ้นมาว่า “อสูรปีศาจนั่นข้ารู้ว่าอยู่ที่ใด แต่ข้าจะไปกับพวกเจ้า”
“โอ้? เพราะเหตุใดกัน?”
“สถานที่ที่อสูรปีศาจอยู่นั้นมีสิ่งที่ข้าต้องการอยู่” ผู้นำจวนพูดขึ้นมาด้วยท่าทางเรียบง่าย
“เช่นนั้น ออกเดินทางเมื่อใด?”
“พวกเจ้าอยู่ที่จวนเหมันต์อุดรสักสองสามวันเสียก่อน ข้าจะเตรียมการอย่างดี” ผู้นำจวนหันไปพูดกับหยวนเส่าชิงและคนอื่น ๆ
หยวนเส่าชิงได้ฟังก็รู้สึกดีใจ “ได้”
ผู้นำจวนจึงสั่งให้คนไปจัดที่พักให้พวกเขาทันที จากนั้นก็ก่นด่าขึ้นมาในใจ ‘ตายซะเถิด!’
แต่เมื่อคิดไปถึงลู่เฉินและคนอื่น ๆ ที่ถูกจับไปนั้น ผู้นำจวนก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก จึงเดินไปยังภูเขาลูกนั้น คิดจะไปดูพวกลู่เฉินเสียหน่อยว่าเปลี่ยนไปเป็นเช่นไรบ้างแล้ว
…
ภายในภูเขานั้น ลู่เฉินและฉีฉีน้อยเข้ามาก่อน จากนั้นอวิ๋นซวนซวนและฟาเทียนก็ตามเข้ามา
หลังจากที่อวิ๋นซวนซวนและฟาเทียนเข้ามา ก็ถูกไอซากศพที่มีความหนาแน่นภายในนี้ทำให้สำลักทันที ดังนั้นทั้งสองจึงรีบเปิดใช้ม่านพลังปราณขึ้นมาปกป้องตนเองไว้
แต่ไอซากศพก็ค่อย ๆ ทะลุผ่านเข้าไปภายในม่านป้องกันนี้
ดังนั้นอวิ๋นซวนซวนจึงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่ดีนัก “หากเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา พวกเราจะถูกไอซากศพเหล่านี้กลืนกินจนกลายเป็นซากศพในที่สุด!”
ฟาเทียนรู้สึกร้อนใจไม่น้อย “ถ้าผู้อาวุโสอยู่ที่นี่ก็คงจะดี”
อวิ๋นซวนซวนมีสีหน้าไม่ดีนัก “ตอนนี้ลำพังตัวเขาเองก็น่าจะลำบาก”
“ผู้ใดกำลังลำบากกันหรือ?” ในตอนนั้นเอง ลู่เฉินเดินออกมาด้วยท่าทางไม่สนใจสิ่งรอบข้าง อีกทั้งบนร่างกายยังไม่เปิดม่านป้องกันใด ๆ ด้วย
“เจ้า…ไม่เป็นอันใดหรือ?” อวิ๋นซวนซวนตกตะลึง
ฟาเทียนพูดด้วยความดีใจ “ผู้อาวุโส!”
ชายหนุ่มกลับพูดขึ้นว่า “ข้าใช้เคล็ดวิชาซากศพได้ เจ้าคิดว่าข้าจะเป็นอันใดอย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นซวนซวนถูกทำให้ตกตะลึงแล้ว “หมายความว่าเจ้าก็เป็นซากศพ?”
“ไม่ใช่ แต่เจ้าสามารถเข้าใจการซ่อมแซมศพได้” เขาตอบกลับ
“ซ่อมแซมศพ?” อวิ๋นซวนซวนรู้สึกว่าเหลือเชื่อเกินไป
ฟาเทียนเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน “ผู้อาวุโส ฉีฉีน้อยล่ะ?”
“ไอซากศพที่นี่ไม่เหมาะกับนาง ข้าจึงเก็บนางไว้ภายในพื้นที่สมบัติวิญญาณของข้าแล้ว” ลู่เฉินอธิบาย
เมื่อฟาเทียนเข้าใจก็พูดชื่นชมขึ้นมา “ผู้อาวุโสช่างเก่งเสียจริง”
“พวกเจ้าเล่า? จะเข้าไปยังพื้นที่ภายในสมบัติวิญญาณของข้า หรือจะอยู่รับมือที่นี่?”
ฟาเทียนรีบตอบกลับทันที “ผู้อาวุโส ข้าไม่อยากกลายเป็นซากศพ”
ลู่เฉินฉีกยิ้มกว้าง เตรียมที่จะนำฟาเทียนเข้าไป แต่อวิ๋นซวนซวนพูดขึ้นมาด้วยความไม่อาย “เช่นนั้น ข้าเข้าไปด้วย”
เขาพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าเข้าไปเถิด”
เมื่อพูดจบ เขาก็นำ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกมา แต่อวิ๋นซวนซวนราวกับคิดอะไรบางอย่างออก จึงพูดขึ้นมาว่า “เจ้าต้องระวังซากศพยักษ์ที่นี่ เขามาจากพระราชวังสินธุเหมันต์”
“ซากศพยักษ์? พระราชวังสินธุเหมันต์?” ชายหนุ่มรู้สึกสงสัย
อวิ๋นซวนซวนเห็นว่าลู่เฉินไม่รู้ จึงอธิบายให้เขาฟัง “ตอนเหนือของแดนทักษิณานั้น มีพระราชวังแห่งหนึ่งชื่อว่า พระราชวังสินธุเหมันต์ ว่ากันว่าภายในนั้นมีสมบัติล้ำค่าหายากอยู่มากมาย แต่ทุกครั้งที่เข้าไปจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา จนกระทั่งผู้นำจวนของเราและยังมีเจ้าหอแห่งหอวังอัสนี รวมทั้งผู้แข็งแกร่งบางส่วนได้เข้าไปด้วยกัน แต่ในที่สุดก็หนีออกมาได้และเหลือเพียงไม่กี่คน เจ้าหอของเรานั้น ได้ขโมยภูเขาลูกหนึ่งออกมาจากภายในนั้น และภายในภูเขามีซากศพยักษ์อยู่”
“หมายความว่าภูเขานี้และซากศพนั่นมาจากพระราชวังสินธุเหมันต์นั่นหรือ?”
“ใช่!” อวิ๋นซวนซวนขานรับ
เขาเข้าใจแล้วก็เอ่ยว่า “ได้ พวกเจ้าเข้าไปเถิด”
อวิ๋นซวนซวนรู้ถึงความแข็งแกร่งของลู่เฉิน แต่นางยังคงเอ่ยเตือนขึ้นมาเป็นพิเศษ “อย่างไรก็ต้องระวังให้ดี!”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ แต่ไม่ได้พูดใด ๆ ต่อ อวิ๋นซวนซวนและฟาเทียนจึงทำได้เพียงเข้าไปยัง ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ พลางพึมพำว่า “ไม่แปลกที่ภูเขาลูกนี้มีความแตกต่างกับภูเขามหาทวีปจิ่วโหยวเล็กน้อย”
เห็นเพียงชายหนุ่มเพิ่มพลังปราณเข้าไปภายในภูเขา ภูเขาลูกนั้นดูดซึมซับพลังปราณเข้าไปทันที จากนั้นก็คายไอซากศพออกมา ดูคล้ายกับไข่มุกอัสนีวิญญาณที่เปลี่ยนพลังปราณให้กลายเป็นสายฟ้าได้
สิ่งนี้จึงทำให้ลู่เฉินยิ่งสงสัยเกี่ยวกับภูเขาลูกนี้ เหตุใดจึงปรากฏยังพระราชวังสินธุเหมันต์ และพระราชวังนี้ ผู้ใดเป็นผู้สร้างขึ้นมา ซ้ำยังมีซากศพยักษ์นี้ เหตุใดจึงอยู่ที่นี่ได้?
“เจ้าไม่ตายอย่างนั้นหรือ?” จู่ ๆ ก็มีเสียงขัดจังหวะลู่เฉินดังขึ้นมา
จากนั้นเงาคนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น เงานี้คือผู้นำจวนนั่นเอง ทว่าบนร่างของเขานั้นมีแสงสีดำแผ่ซ่านออกมาปกคลุมตนเองไว้ เพื่อไม่ให้ไอซากศพเหล่านั้นรุกรานเข้าไปภายในร่างกายของเขา
ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ธาตุมืดนับว่าดี สามารถต้านทานไอซากศพได้อย่างง่ายดาย”
“เจ้าไม่ใช่ธาตุมืด แต่ก็สามารถต้านทานได้ไม่ใช่หรือ?” ผู้นำจวนมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
“ข้าสามารถต้านทานได้ เป็นเพราะร่างกายของข้าสามารถซึมซับไอซากศพได้”
“โอ้อวด!” ผู้นำจวนไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อก็ดี เชื่อก็จบไป เพราะอย่างไรเจ้าก็จับข้าไม่ได้” ลู่เฉินมองไปยังผู้นำจวนด้วยรอยยิ้ม
ผู้นำจวนยิ้มเย็นชา “มาถึงที่นี่ แม้เจ้าคิดจะหนีก็เป็นไปไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นภูเขาลูกนี้ยังมีซากศพยักษ์ที่น่ากลัวอยู่”
เมื่อลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็มองไปยังผู้นำจวนด้วยรอยยิ้ม และพบว่าขั้นพลังของอีกฝ่ายนั้นถึงแม้จะผ่านขั้นแปลงเซียนไปแล้ว แต่ตั้งใจหยุดขั้นพลังไว้เพียงขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์พร้อม และภายในร่างกายนั้น ยังมีพลังแปลก ๆ บางอย่างอยู่
ลู่เฉินยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องพูดถึงซากศพยักษ์นี่แล้ว พูดถึงเจ้าเถิด เหตุใดจึงหยุดขั้นพลังไว้?”
ผู้นำจวนคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะสามารถดูออกได้ แต่เพียงไม่นานเขาก็สามารถยิ้มออกมาด้วยท่าทางนิ่งสงบ “เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”
ลู่เฉินมองผู้นำจวนด้วยรอยยิ้ม “ยิ่งเจ้าไม่พูด ข้าก็ยิ่งแปลกใจ”
“มีความสงสัยมากเช่นนี้ สู้เอาเวลาไปคิดว่าจะต่อต้านซากศพยักษ์นี้เช่นไรเสียจะดีกว่า” เมื่อพูดจบ ฝ่ามือทั้งสองของผู้นำจวนจึงเริ่มสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และบริเวณรอบ ๆ ภูเขานี้จึงเกิดเถาวัลย์แห้งเฉาออกมามากมายแล้วพันรัดลู่เฉินไว้ทันที
ลู่เฉินมองแล้วจึงเผยรอยยิ้มออกมา “ซากศพเถาวัลย์”
“ใช่ ซากศพเถาวัลย์ ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งจนไม่มีสิ่งใดเทียบได้ เมื่อพันรัดคนไว้ก็จะครอบครองร่างคนผู้นั้น ทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นซากศพได้” ผู้นำจวนพูดพลางเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“เจ้าคงไม่คิดว่าซากศพเถาวัลย์เหล่านี้ จะสามารถทำให้ข้ากลายเป็นซากศพได้ง่าย ๆ” ลู่เฉินเยาะเย้ย
“ไร้สาระ!” ผู้นำจวนคิดเช่นนั้นจริง ๆ
ทว่าใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับยิ้มเย็นชาเสียอย่างนั้น “ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!”
เมื่อพูดจบ พลังบนร่างของลู่เฉินก็สว่างวาบขึ้นมา ซากศพเถาวัลย์เหล่านั้นค่อย ๆ แตกออกทันที จนหลุดออกและตกลงสู่พื้นดิน ราวกับว่า ‘ตาย’ ไปแล้วในที่สุด
“เกิดสิ่งใดขึ้น?” เป็นครั้งแรกที่ผู้นำจวนเห็นซากศพเถาวัลย์กลายเป็นเช่นนี้ จึงตกตะลึงขึ้นมาทันที