ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 588 มือถือกระบี่วิญญาณคู่ ความเร็วราวกับภูตผี!
บทที่ 588 มือถือกระบี่วิญญาณคู่ ความเร็วราวกับภูตผี!
ผู้นำตระกูลหั่วยังคงอธิบายต่อไป “เมื่อกลายเป็นต้นไม้ เช่นนั้นก็จะได้เป็นเพียงต้นไม้ไปตลอดกาล”
“ท่านพ่อ เช่นนั้นเขา…?” เมื่อหั่วลั่งเห็นว่าลู่เฉินกำลังจะได้รับผลกระทบจากไอพิษสีดำเหล่านั้นก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา
ผู้นำตระกูลหั่วมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เช่นนั้น เมื่อคุณชายฟางเอ๋อได้กลืนกินผลมารเหมันต์ไป หากพวกเราเข้าไปตอนนี้ ก็มีแต่จะถูกเขาดูกซับพลังปราณไปจนแห้ง!”
“ถ้าอย่างนั้น เราควรจะโจมตีคุณชายฟางเอ๋ออย่างไรกัน?” หั่วลั่งถาม
“ตอนนี้เขาตกอยู่ในสภาพของต้นไม้ การโจมตีส่วนมากมักจะไม่มีผลใด ๆ กับเขา!” ผู้นำตระกูลหั่วส่ายศีรษะ
หั่วลั่งไม่เชื่อ จึงเริ่มโจมตีคุณชายฟางเอ๋อที่ทั้งร่างเต็มไปด้วย ‘ตะไคร่น้ำ’ และได้กลายเป็นต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปอย่างบ้าคลั่ง
แต่ไม่ว่าจะโจมตีเช่นไร เมื่อไปกระทบกับอีกฝ่ายกลับไม่เกิดผลใด ๆ
นั่นจึงทำให้ตระกูลหั่วและฟาเทียนรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจ
ส่วนวานรตัวใหญ่นั้น คิดจะเข้าไป แต่ลู่เฉินกลับพูดกับมันเพียงสั้น ๆ “อย่าเข้ามา ข้าจัดการได้!”
“จัดการ? เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดตลกหรือไร?” คุณชายฟางเอ๋อเองก็เผยรอยยิ้มประหลาดออกมา
แต่ชายหนุ่มกลับจ้องมองไปยังคุณชายฟางเอ๋อพลางเอ่ยว่า “เจ้ายังไม่เห็นหรือ?”
“เห็นสิ่งใดกัน?” คุณชายฟางเอ๋อไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงสิ่งใด
ลู่เฉินมองไปยังมวลอากาศสีดำรอบ ๆ ตน “เจ้าลองดูมวลอากาศเหล่านี้สิ มันไม่สามารถทำอันใดข้าได้เลย”
คำพูดดังกล่าวราวกับเตือนสติทุกคน
เพราะเมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
นี่จึงทำให้ทุกคนต่างแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น คุณชายฟางเอ๋อไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้!”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา เพราะว่าวิญญาณทั้งเก้าส่วนของเขา มีส่วนหนึ่งเป็นวิญญาณที่ไม่ว่าพืชพิษใดหรือพลังใดที่ทำให้เขากลายเป็นพืช เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาต้องถูกเม็ดยา ‘วิญญาณ’ นั้น ดูดซับไปจนหมดสิ้น
แต่คุณชายฟางเอ๋อไม่รู้ ยังคิดว่าลู่เฉินเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่สามารถดูดซับพลังเหล่านี้ได้ ดังนั้นเขาจึงเพิ่มพลังอยู่ตลอด
ชายหนุ่มหัวเราะ “อย่าเสียเวลานักเลย!”
เมื่อพูดจบ ลู่เฉินจึงเริ่มกลับมาเป็นฝ่ายดูดซับพลังบนร่างของคุณชายฟางเอ๋อ ทำให้อีกฝ่ายที่เป็นต้นไม้นั้นเริ่มแห้งเฉาลง
ผู้คนที่มองดูอยู่นั้นต่างก็ชี้ไม้ชี้มือมา
“ดูนั่น คุณชายฟางเอ๋อกลายเป็นต้นไม้แห้งเฉาไปแล้ว?”
“เกิดเรื่องใดขึ้น?” ทุกคนพลันตกตะลึงขึ้นมา
โดยเฉพาะ ‘ตะไคร่น้ำ’ บนร่างของคุณชายฟางเอ๋อ ที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น ทุกคนในบริเวณนั้นก็ยิ่งตกตะลึง
ส่วนคุณชายฟางเอ๋อ เมื่อเห็นว่าพลังภายในของตนกำลังจะหมดไป จึงเริ่มกระวนกระวายขึ้นมา “ข้า พลังของข้า!”
“พลังเหล่านี้ เดิมทีก็ไม่ใช่ของเจ้า!” ชายหนุ่มยิ้มชั่วร้าย
คุณชายฟางเอ๋อรู้สึกโมโห “เจ้าสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า!”
อย่างไรก็ตาม พลังของคุณชายฟางเอ๋ออ่อนแอลงเป็นอย่างมาก และไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้
ในขณะที่ลู่เฉินจับเถาวัลย์เหล่านั้นและค่อย ๆ ปล่อยให้ ‘ตะไคร่น้ำ’ เหล่านั้นหลุดร่วงหล่นออกไปจากร่างกายของเขา
คุณชายฟางเอ๋อรู้ว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปตนอาจจะต้องตาย ดังนั้นจึงคิดหนีออกไปจากที่นี่ทันที
แต่ชายหนุ่มจะปล่อยให้เขาหนีไปได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเขาจับเถาวัลย์เหล่านั้นไว้ ซึ่งป็นส่วนหนึ่งบนร่างกาย ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถหนีไปได้ ทำได้เพียงก่นด่าออกมา
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง คุณชายฟางเอ๋อทนต่อไปไม่ไหว จนกระทั่ง ‘ตะไคร่น้ำ’ บนร่างร่วงหล่นไปทั้งหมด คุณชายฟายเอ๋อจึงฟื้นฟูร่างกายเดิม แต่บนร่างนั้นเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ราวกับถูกคนฟันใส่มามากมายนับไม่ถ้วน
ภาพนี้ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็มองหน้ากัน อยากรู้เป็นอย่างมากกว่าคุณชายฟางเอ๋อคิดจะทำเช่นไร แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอีกฝ่าย พวกเขาจึงทำได้เพียงเฝ้ามองต่อไปเท่านั้น
ลู่เฉินนั่งลงพลางจ้องมองไปยังคุณชายฟางเอ๋อ เพื่อพิจารณาร่างกายของอีกฝ่าย เพราะว่าเมื่อครู่ขณะที่ลู่เฉินกำลังจะดูดซึมซับพลังของอีกฝ่ายนั้น ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ายังมีพลังอย่างอื่นแอบแฝงอยู่
“เหตุใดเจ้าจึงไม่กลัวพิษต้นไม้?” คุณชายฟางเอ๋อเอ่ยถามด้วยความโกรธแค้น
ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะอธิบายว่า “เพราะของชนิดนี้ไม่มีผลใด ๆ ต่อข้า!”
คุณชายฟางเอ๋อไม่เชื่อ ยังคงจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าจบไม่สวยแน่!”
“ว่ามาเถิด ชายในร่างกายเจ้านั้นคือผู้ใดกัน?” เพียงประโยคเดียวของลู่เฉิน ก็ทำให้คุณชายฟางเอ๋อตกตะลึง
ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างรู้สึกสงสัย เพราะพวกเขาไมรู้ว่าภายในร่างกายของคุณชายฟางเอ๋อนั้นมีสิ่งใดอยู่ ดังนั้นแต่ละคนจึงมีสีหน้าแปลกใจ
ชายหนุ่มมองไปยังคุณชายฟางเอ๋อ “เจ้าอย่าคิดจะปิดบัง!”
เมื่อคุณชายฟางเอ๋อคิดจะพูดออกมา ทั้งร่างกลับรู้สึกเจ็บปวดจนต้องกรีดร้อง
ลู่เฉินจึงรีบกลายเป็นเงาวิญญาณอัสนีพุ่งเข้าสู่ร่างกายของคุณชายฟางเอ๋อในทันที
ภายในพื้นที่จิตของคุณชายฟางเอ๋อ วิญญาณของเขากำลังโดนโซ่ตรวนสีดำพันรัดอยู่ และด้านข้างโซ่ตรวนนั้นมีเงาสีดำเงาหนึ่งยืนอยู่
เห็นเพียงเงาสีดำอยู่ภายในพื้นที่นี้มีหมวกไม้ไผ่ปิดบังตนเองอยู่ ไม่ให้สามารถมองเห็นได้ว่าคือผู้ใด
ขณะเดียวกัน มือทั้งสองของคนผู้นี้ยังมีกระบี่วิญญาณอยู่สองเล่ม
สิ่งที่เรียกว่ากระบี่วิญญาณนั้น ก็คือกระบี่ที่หลอมมาจากเคล็ดวิชาภูตที่มีความพิเศษชนิดหนึ่ง กระบี่ชนิดนี้ ใช้เพื่อโจมตีวัตถุที่คล้ายวิญญาณโดยเฉพาะ
เพียงแต่หากคิดจะฝึกกระบี่วิญญาณนี้ จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนทั่วไปนั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นลู่เฉินจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคือผู้ใด?”
“ข้า? คือผู้ที่ได้รับคำสั่งมาว่าให้สร้างความวุ่นวายให้เจ้า” อีกฝ่ายหัวเราะขึ้นมา
“เพ่งเล็งข้า?” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ได้ยินว่าเจ้าแข็งแกร่งมากนัก ผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ส่งข้ามาจัดการเจ้า ดังนั้นข้าจึงให้ชายผู้นี้กินผลมารเหมันต์เข้าไป เพียงแต่เขาน่าผิดหวังเกินไป เพียงไม่นานก็ถูกเจ้าจัดการเสียแล้ว”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น ก็เอ่ยถามด้วยท่าทางจริงจัง “ผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเจ้าคือผู้ใด?”
“เจ้าลองทายดู” อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มประหลาด
ลู่เฉินพึมพำออกมา “ราชันย์หลังค่อม? ราชันย์กระดูกภูต? หรือว่าราชันย์ไร้กระดูก? หรือจะเป็นสำนักเหมันต์สงัด…หรือ…”
เห็นท่าทางการพูดจาที่มั่นใจของอีกฝ่าย ชายผู้นั้นจึงพูดขึ้นมา “ข้ามีนามว่าหลงซวง ทุกคนมักจะเรียกข้าว่า หลงซวงกุ่ย”
ลู่เฉินไม่รู้จักชายผู้นี้ หลงซวงผู้นั้นจึงฉีกยิ้มก่อนจะตอบกลับ “เอาล่ะ ไม่ต้องคิดแล้ว อย่างไรก็ให้ข้าได้ชมพลังของเจ้าเสียหน่อย!”
ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตามองคุณชายฟางเอ๋อ
ขณะนั้นเองคุณชายฟางเอ๋อพลันรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
หลงซวงคลี่ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องดูแล้ว เขามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน”
ลู่เฉินมองไปยังหลงซวง จากนั้นจึงใช้คำสาปภูต
โซ่ตรวนเหล่านั้นค่อย ๆ พุ่งออกไป
จากนั้นหลงซวงที่มีความรวดเร็วเป็นอย่างมากก็หลบได้ในทันที ทำให้การโจมตีของลู่เฉินไร้ผล และไม่สามารถกักขังอีกฝ่ายไว้ได้ หลงซวงผู้นั้นจึงพูดด้วยความพึงพอใจ “เป็นอย่างไร ความเร็วของข้า ใช้ได้หรือไม่!”
ชายหนุ่มอดชมเชยออกมาไม่ได้ “ความเร็วของเจ้า นับว่าเก่งกาจมากนัก”
“เช่นนั้น เจ้ายังมีวิธีอื่นหรือไม่?” หลงซวงเยาะเย้ยลู่เฉิน
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้ม “ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ส่งเจ้ามา คงจะไม่คิดทำให้ข้ากดดันใช่หรือไม่?”
“กดดันเจ้านั้นย่อมแน่นอน แต่การจับเจ้านั้นเป็นหน้าที่ของข้า” หลงซวงยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
“จับข้า? เจ้าคนเดียวอย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินยิ้มเหยียด
หลงซวงเห็นลู่เฉินดูถูกตนจึงเอ่ยว่า “อย่าคิดว่าเจ้าทำเช่นนี้แล้วจะทำให้เข้าโมโหได้!”
“เช่นนั้น เจ้าลองเข้ามา ลองดูเสียหน่อยว่าเจ้ามีความสามารถเพียงใด!” ลู่เฉินพลิกกลับมาเป็นฝ่ายยั่วยุอีกฝ่ายแทน
การกระทำนี้ทำให้หลงซวงมองลู่เฉินด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่า ข้าจะต้องให้เจ้าได้รู้ถึงความน่ากลัวของข้าจริง ๆ เสียที!”
พูดจบ หลงซวงจึงกางฝ่ามือทั้งสองออก จากนั้นพลังของกระบี่วิญญาณคู่จึงเริ่มสำแดงออกมา และทั่วทั้งพื้นที่จิตนี้จึงเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเล็กน้อย