ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 587 พลังปราณที่ไม่สามารถดูดซึมซับได้
บทที่ 587 พลังปราณที่ไม่สามารถดูดซึมซับได้
คุณชายฟางเอ๋อกลับเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา และยังพูดขึ้นมาสั้น ๆ “เรื่องนี้ มีคนของพวกเจ้ามอบพลังปราณให้ข้า”
“มอบพลังปราณ?” หั่วลั่งตกตะลึงจนหน้าถอดสี
ผู้นำตระกูลหั่วโมโหจนก่นด่าออกมา “คุณชายฟางเอ๋อ ท่านกำลังจะทำลายกฎของลัทธิกระบี่สวรรค์อย่างนั้นหรือ?”
“ข้าจะเป็นผู้คุมกฎเอง!” คุณชายฟางเอ๋อพูดไปพลางยิ้มไป เขามีท่าทางอวดดีเป็นอย่างมาก
ผู้นำตระกูลหั่วรู้สึกโมโหมากขึ้น จึงมองไปยังคนตระกูลหั่วที่อยู่รอบ ๆ “มา เข้ามากับข้า!”
คุณชายฟางเอ๋อเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “ผู้ใดอยากลิ้มลองรสชาติของการสูญเสียพลังปราณ ก็จงเข้ามา!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนในบริเวณนั้นก็ไม่กล้าก้าวออกไปข้างหน้า และทำเพียงแค่มองหน้ากัน
คุณชายฟางเอ๋อรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก จึงมองไปยังหั่วลั่งและผู้นำตระกูลหั่วพลางยิ้มและพูดวว่า “ท่านทั้งสอง เพียงแค่มอบเขาให้ข้า บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตคนตระกูลหั่วก็เป็นได้ มิเช่นนั้น อีกไม่นานข้าคงต้องทำให้พวกท่านตายทั้งเป็นแน่”
หั่วลั่งได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มโมโหขึ้นมา “อย่างไรก็ไม่มอบให้ท่าน!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” คุณชายฟางเอ๋อเตรียมจะก้าวออกไปด้านหน้า แต่ลู่เฉินกลับเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง
เมื่อทุกคนเห็นชายหนุ่มก้าวออกมา คนตระกูลหั่วแต่ละคนจึงพลันตกตะลึง เจี่ยอันก็รู้สึกตกใจเช่นกัน “แย่แล้ว เช่นนี้จบเห่แน่”
เมื่อฟาเทียนเห็นสีหน้ามั่นใจของลู่เฉินแล้ว เขาจึงรู้สึกวางใจ
ผู้นำตระกูลหั่วขมวดคิ้ว “เหตุใดเขาจึงไม่กลัวตาย?”
หั่วลั่งกลับตะโกนไปยังลู่เฉิน “ท่านพี่ อย่าหุนหันเกินไปเด็ดขาด”
“ไม่เป็นไร เขาไม่สามารถทำอันใดข้าได้” ชายหนุ่มตอบกลับเพียงสั้น ๆ ประโยคนั้นทำให้คุณชายฟางเอ๋อเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
ลู่เฉินเดินออกไปหาคุณชายฟางเอ๋อ และหยุดลงบริเวณที่ห่างจากอีกฝ่ายออกมาเพียงสิบก้าว “มาเถิด ให้ข้าดูเสียหน่อยว่าเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด”
เมื่อคุณชายฟางเอ๋อเห็นว่าอีกฝ่ายยังกล้าพูดยั่วยุ เขาก็เผยรอยยิ้มประหลาด “เจ้าหนุ่ม เชื่อหรือไม่ว่า หากข้าเดินออกไปเพียงก้าวเดียว เจ้าก็จะถูกข้าดูพลังปราณจนแห้งเหือด”
“ก้าวเดียว?”
“ใช่ ภายในระยะสิบก้าว ข้าสามารถดูดซับพลังปราณของผู้อื่นได้” คุณชายฟางเอ๋อพูดด้วยความพอใจ
คำพูดดังกล่าวทำให้คนของตระกูลหั่วแต่ละคนสูดหายใจเข้าเต็มปอด หั่วลั่งเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา “พี่ชาย รีบหนีซะ!”
ลู่เฉินไม่คิดจะหนี แต่คุณชายฟางเอ๋อคิดว่าชายหนุ่มจะต้องหนี ดังนั้นจึงรีบก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว
ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้คุณชายฟางเอ๋อรู้สึกสงสัย “นี่ เกิดเรื่องใดขึ้น?”
ชายหนุ่มแสดงเคล็ดวิชาพิทักษ์ร่างชนิดหนึ่ง เคล็ดวิชาชนิดนี้ สามารถทำให้พลังปราณของตนไม่ถูกสิ่งอื่นดูดกลืนออกไปได้ ดังนั้นลู่เฉินจึงยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่กลัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย อีกทั้งยังยิ้มและพูดขึ้นว่า “เคยได้ยินคาถาพลังสวรรค์หรือไม่?”
คุณชายฟางเอ๋อไม่เข้าใจว่าคาถาพลังสวรรค์คือสิ่งใด ลู่เฉินจึงยิ้มและพูดว่า “คาถาพลังสวรรค์ สามารถทำให้พลังปราณของตนไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งใด”
ชายหนุ่มอธิบายเช่นนี้ ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกว่าน่าอัศจรรย์นัก
ทว่าคุณชายฟางเอ๋อไม่คิดเช่นนั้น อีกทั้งยังคงตะโกนขึ้นมา “จะต้องเป็นสมบัติวิญญาณแน่ บนร่างกายของเจ้าต้องมีสมบัติวิญญาณ!”
“อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินก้าวเข้าไปทีละก้าว
คุณชายฟางเอ๋อพูดด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม ถึงแม้ข้าจะดูดพลังปราณของเจ้าไม่ได้ แต่ข้าสามารถดูดพลังปราณของผู้อื่นได้”
เมื่อพูดจบ คุณชายฟางเอ๋อจึงคิดจะเปลี่ยนเป้าหมาย แต่ชายหนุ่มกลับนำกระบี่เล่มหนึ่งออกมาเสียก่อน
กระบี่นี้คือกระบี่ของหั่วลั่ง
เมื่อเห็นกระบี่นั้น ผู้นำตระกูลหั่วจึงหันไปเอ่ยถามหั่วลั่งทันที “กระบี่เพลิงของเจ้า เหตุใดจึงอยู่บนมือเขา?”
หั่วลั่งมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าจะอธิบายเช่นไร
ส่วนคนตระกูลหั่ว แต่ละคนหนีออกไปด้านข้าง ไม่อยากถูกคุณชายฟางเอ๋อไล่ล่า
ชายหนุ่มจึงมองไปยังคุณชายฟางเอ๋อพลางพูดว่า “อย่ารีบดูดพลังของพวกเขา!”
“คิดจะอาศัยกระบี่นี่เอาชนะข้า?” คุณชายฟางเอ๋อดูถูก
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด จากนั้นจึงทำสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา เขาปล่อยเงากระบี่ออกมา และเงากระบี่เหล่านี้ได้กลายเป็นดอกไม้ไฟเพลิง และตกลงบนร่างของคุณชายฟางเอ๋อ
“กระบี่ดอกไม้เพลิง!” คนตระกูลหั่วต่างพากันตกตะลึง
เพราะกระบี่ดอกไม้เพลิงนั้น ต้องเป็นคนตระกูลหั่วเท่านั้นที่สามารถเรียนได้ และหากกระบี่ดอกไม้เพลิงนี้ยิ่งมีขั้นที่สูงขึ้นไปก็จะยิ่งเรียนได้ยากขึ้น
แต่ลู่เฉินเพียงแค่เคลื่อนไหว เขาก็สามารถปล่อยกระบี่ดอกไม้เพลิงออกมาได้กว่าพันเล่ม
หั่วลั่งพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด “ท่านพ่อ กระบี่เพลิงของตระกูลหั่ว ขั้นสูงสุดนั้นมีกี่เล่มกัน?”
“ถึงแม้ตระกูลหั่วจะมียอดฝีมือ แต่เมื่อก่อนจนถึงบัดนี้ มากสุดก็เพียงแค่ห้าร้อยกว่าเล่ม” ผู้นำตระกูลหั่วรู้สึกสับสน
ส่วนคุณชายฟางเอ๋อก็ตกตะลึงขึ้นมาเช่นกัน เพราะกระบี่ดอกไม้เพลิงนี้กำลังดูดซับพลังภายในของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันทำให้เขาโมโหจนก่นด่าอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เห็นเพียงคุณชายฟางเอ๋อปล่อยหมัดขึ้นไปกลางอากาศ
ครั้งนี้คุณชายฟางเอ๋อคิดว่าแม้ไม่มีค่ายกล ตนก็สามารถฆ่าลู่เฉินได้แน่
แต่สิ่งที่ทำให้คุณชายฟางเอ๋อคาดไม่ถึงก็คือ เมื่อเขารวบรวมหมัดและปล่อยออกไป ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินก็สามารถต้านการโจตีของเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้คุณชายฟางเอ๋อ รวมทั้งคนตระกูลหั่วแต่ละคนต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
โดยเฉพาะผู้นำตระกูลหั่วที่พูดด้วยความสับสนว่า “เขาไม่ได้เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ใช่หรือไม่?”
“ท่านพ่อ อย่าดูเพียงแค่เขาเป็นขั้นหลอมแก่นแท้ แต่ความสามารถของเขานั้นสามารถเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้ และยังเคยทำลายค่ายกลกระบี่สังหาร ดังนั้นนับว่าเก่งกาจกว่าท่านนัก” หั่วลั่งพูดด้วยความพึงพอใจ
ผู้นำตระกูลหั่วได้สติกลับมาจึงพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ตอนนี้ข้าสนใจวิชากระบี่ของเขานัก มีที่มาอย่างไร”
คำพูดดังกล่าว แม้แต่หั่วลั่งก็อยากรู้เช่นกัน ดังนั้นคิ้วทั้งสองจึงขมวดขึ้นมา “เรื่องนี้ อาจจะต้องรอคุยกับเขาดี ๆ”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดอยู่นั้น คุณชายฟางเอ๋อก็โมโหขึ้นมา จึงเริ่มมีตะไคร่น้ำบางส่วนปรากฏขึ้นบนร่างกายและขึ้นเต็มไปทั่วใบหน้า
เมื่อเห็นเช่น ผู้นำตระกูลหั่วจึงพูดด้วยความตกใจ “ผลมารเหมันต์!”
เมื่อทุกคนได้ยินชื่อผลมารเหมันต์ แต่ละคนจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไป
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าผลมมารเหมันต์นั้นคือสิ่งใด เพราะเขายังไม่เข้าใจเกี่ยวกับผลไม้ชนิดนี้นัก หั่วลั่งจึงจะโกนขึ้นว่า “ท่านพี่ เขากินผลมารเหมันต์ลงไป!”
“ผลมารเหมันต์?” ลู่เฉินแปลกใจขึ้นมาทันที
“ผลมารเหมันต์มีพลังพิเศษอยู่มากมายนัก หนึ่งในนั้นก็คือสามารถดูดพลังปราณของผู้อื่นมาเติมเต็มพลังของตนได้ในระยะห่างเพียงสิบก้าว” หั่วลั่งอธิบาย
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าภายในวังเหมันต์สงัดจะมีสิ่งของเช่นนี้อยู่ ดังนั้นเขาจึงมองไปยังคุณชายฟางเอ๋อที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำอย่างพิจารณา
คุณชายฟางเอ๋อมองมือทั้งสองข้างของตน แต่ในตอนนั้นเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจว่าผลไม้นี้คือสิ่งใด แต่เงยหน้าขึ้นพลางมองไปยังอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม เจ้าต้องตาย!”
พริบตาต่อมา คุณชายฟางเอ๋อก็พุ่งตัวไปตรงหน้าลู่เฉินทันที จากนั้นใช้มือข้างหนึ่งจับร่างของเขาไว้
‘กำแพงพันชั้น’ ถูกทำลายลง แต่เมื่อลู่เฉินกำลังจะถูกฆ่า เขาก็กลายเป็นมนุษย์กระดาษไปทันที
ในตอนแรกคนตระกูลหั่วต่างก็ตกตะลึงเมื่อมองไม่เห็นลู่เฉิน แต่หลังจากนั้นกลับเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณอื่น จึงยิ่งทำให้แต่ละคนเกิดความรู้สึกแปลกใจ
หั่วลั่งพูดด้วยความสับสน “ช่างเก่งกาจเสียจริง”
ผู้นำตระกูลหั่วกะพริบตา “นี่ยังเป็นขั้นหลอมแก่นแท้หรือ?”
แต่คุณชายฟางเอ๋อไม่สนใจ ยังกางมือทั้งสองข้างออก จากนั้นทั้งร่างจึงกลายเป็น ‘ต้นไม้’ ต้นหนึ่ง ทั้งร่างของเขามีเถาวัลย์ยาวออกมา และพันรัดร่างกายลู่เฉินไว้ทันที
แต่คุณชายฟางเอ๋อไม่ได้บดขยี้อีกฝ่ายในทันที เพราะกลัวว่าเขาจะกลายเป็นมนุษย์กระดาษอีกครั้ง ดังนั้นจึงกักขังลู่เฉินไว้พลางตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนีไปได้!”
เมื่อเห็นคุณชายฟางเอ๋อมีท่าทางเช่นนี้ ชายหนุ่มก็แสยะยิ้มออกมา “ดูเหมือนผลมารเหมันต์นี้จะคล้ายเมล็ดพืช และเมล็ดพืชนี้ได้หยั่งรากภายในร่างกายเจ้าแล้ว!”
“เพียงแค่สามารถฆ่าเจ้าได้ ไม่ว่าจะเป็นอันใดก็ไม่สน!” คุณชายฟางเอ๋อแค่นเสียง จากนั้นเถาวัลย์ที่พันรัดลู่เฉินไว้จึงเริ่มกลายเป็นสีดำ และแผ่กระจายกลุ่มไอสีดำออกมาพันรัดชายหนุ่มเอาไว้
หั่วลั่งร้อนใจขึ้นมา “ท่านพ่อ ไอสีดำเหล่านั้นคือสิ่งใดกัน?”
ผู้นำตระกูลหั่วมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ว่ากันว่า ผู้ที่กินผลมารเหมันต์ลงไปนั้น แม้จะได้รับพลังที่พิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน และผลข้างเคียงนี้ก็คือการผลิตพิษบางอย่างออกมาจากต้นไม้ และสารพิษนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวเอง ยังส่งผลต่อผู้อื่นได้ด้วย มันจะทำให้ผู้อื่นกลายเป็นต้นไม้ได้เช่นกัน!”
“ว่าอย่างไรนะ! กลายเป็นต้นไม้?”