ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 602 ครั้งนี้ถูกกับดักผลงานชิ้นเอกของตนเสียแล้ว!
บทที่ 602 ครั้งนี้ถูกกับดักผลงานชิ้นเอกของตนเสียแล้ว!
“เจ้าอยู่ที่นี่ ทำลายก้อนหินที่หวงแหนของข้า เจ้ายังคิดจะให้ข้าคุยกับเจ้าดี ๆ อย่างนั้นหรือ?” ผู้ที่ถูกเรียกว่าปรมาจารย์หยวนพูดด้วยความโมโห
ลู่เฉินมองไปยังก้อนหินที่แห้งเหือดรอบ ๆ พลางยิ้มออกมา “เจ้าสามารถควบคุมก้อนหินเหล่านี้ได้?”
“เหตุใดจึงต้องบอกเจ้า?” ปรมาจารย์หยวนดูถูก
“เจ้าไม่ต้องบอกข้าก็ได้ แต่ข้าจะทำให้เจ้าพูดเอง!”
ปรมาจารย์หยวนรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าขันเกินไป เขาจ้องมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้ผู้หนึ่ง กล้าอวดดีเพียงนี้เชียวหรือ?”
ลู่เฉินไม่ได้โต้ตอบ แต่มองไปยังก้อนหินที่เพิ่งลอยออกมาจากรอยแตกร้าว จากนั้นจึงปล่อยพลังปราณออกไป ทว่าพลังปราณนี้ได้โจมตีไปยังปรมาจารย์หยวน
ทว่าก้อนหินก้อนนั้นก็ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงลอยไปยังปรมาจารย์หยวนทันที
ปรมาจารย์หยวนจึงรีบยื่นแขนเสื้อด้านขวาออกมาแล้วสะบัด ก้อนหินเหล่านั้นจึงถูกดูดเข้าไปภายในแขนเสื้อ เขาพูดด้วยความพึงพอใจว่า “ข้าคุ้นเคยกับก้อนหินเหล่านี้!”
“ข้าคิดแล้วเชียวแล้วว่าเหตุใดแขนเสื้อของเจ้าจึงกว้างใหญ่เพียงนี้! แท้จริงแล้วก็ใช้เพื่อดูดก้อนหินเหล่านี้นี่เอง!” ชายหนุ่มยิ้ม
“แน่นอน นี่คือสมบัติวิญญาณของข้า!” ปรมาจารย์หยวนพูดด้วยความภูมิใจ
ลู่เฉินฉีกยิ้มก่อนจะตอบกลับ “เช่นนั้นให้ข้ายืมใช้เสียหน่อย?”
“เจ้าหนุ่ม เจ้ากำลังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง” ปรมาจารย์หยวนรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงอวดดีเพียงนี้
“สถานการณ์ของข้า?” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาด
ปรมาจารย์หยวนจึงพูดขึ้นมา “ดูเหมือนว่า ต้องให้เจ้ารู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าเสียหน่อย!”
พูดจบ ปรมาจารย์หยวนจึงโบกมือขวาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ค่ายกลรอบ ๆ จึงเริ่มเคลื่อนไหว
เพียงไม่นาน ลู่เฉินจึงถูกแยกออกไปยังภายในค่ายกลโปร่งแสง ภายในค่ายกลนี้ ชายหนุ่มไม่สามารถสัมผัสถึงก้อนหินเหล่านั้นได้ ปรมาจารย์หยวนจึงตะโกนขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้รู้สึกความน่ากลัวของข้าหรือไม่?”
“ค่ายกลนี้เจ้าเป็นผู้ควบคุมหรือ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เหตุใดจึงต้องบอกเจ้า?”
ชายหนุ่มฉีกยิ้ม จากนั้นจึงเริ่มเดินไปรอบ ๆ
ปรมาจารย์หยวนจึงพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “เจ้าทำสิ่งใด?”
ชายหนุ่มไม่สนใจ ทำให้ปรมาจารย์หยวนไม่พอใจ เขาจึงรวบรวมไฟเพลิงขึ้นมากลุ่มหนึ่งโจมตีไปยังลู่เฉิน
แต่ชายหนุ่มมี ‘กำแพงพันชั้น’ อยู่ ดังนั้นไฟเพลิงลูกนั้นจึงโจมตีลงบน ‘กำแพงพันชั้น’ และทำลายไปเพียงบางส่วนเท่านั้น
สิ่งนี้จึงทำให้ปรมาจารย์หยวนรู้สึกสงสัยขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ใช้เคล็ดวิชาป้องกันใดกัน?”
เพื่อคลายความสงสัย ปรมาจารย์หยวนจึงโจมตีออกไปอีกหลายครั้ง แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ ดังนั้นปรมาจารย์หยวนจึงหันแขนเสื้อไปทางลู่เฉิน จากนั้นจึงปล่อยก้อนหินพลังเพลิงพิโรธออกไปหลายก้อน
ภายใต้การควบคุมของปรมาจารย์หยวน ก้อนหินเหล่านี้จึง ‘ระเบิด’ ในบริเวณที่ลู่เฉินอยู่ทันที
ตูม!
ไฟเพลิงปะทุขึ้นรอบ ๆ ปรมาจารย์หยวนจึงมั่นใจว่าลู่เฉินไม่ตายก็อาจบาดเจ็บ แต่เมื่อไฟเพลิงปะทุขึ้น ชายหนุ่มกลับหายไปทันที
“คนล่ะ?” ปรมาจารย์หยวนรู้สึกสงสัย
ชายหนุ่มฉีกยิ้ม “ข้าอยู่ทางนี้”
ปรมาจารย์หยวนหมุนตัวไปตามเสียง จึงได้เห็นอีกฝ่ายที่วิ่งออกไปอยู่ห่างจากเขตแดนพอดี
ปรมาจารย์หยวนพลันตกตะลึง “เหตุใดเจ้าจึงวิ่งออกไปด้านนอกได้?”
“เพราะว่าข้าก็เข้าใจค่ายกลเช่นกัน!” ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองไปยังปรมาจารย์หยวน
ปรมาจารย์หยวนไม่เชื่อ จึงคิดจะควบคุมค่ายกลนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาพบว่าการควบคุมค่ายกลครั้งนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“ข้าเปลี่ยนแปลงค่ายกลเล็กน้อย” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
ปรมาจารย์หยวนเบิกตากว้าง “อันใดนะ? เปลี่ยนเล็กน้อย?”
“ใช่ มีปัญหาหรือ?” ชายหนุ่มยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนมองลู่เฉินราวกับเป็นตัวประหลาด “ค่ายกลนี้เป็นค่ายกลศักดิ์สิทธิ์หกดาว อย่าว่าแต่จะเปลี่ยน เพียงจะออกไปนั้นยังยาก!”
“ผู้อื่นก็คือผู้อื่น ข้าก็คือข้า” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนไม่เชื่อ จึงใช้ก้อนหินเหล่านั้นโจมตีค่ายกล แต่ค่ายกลยังคงไม่เป็นอะไร
ลู่เฉินที่อยู่ตรงนั้นจึงยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าควรจะรู้ถึงพลังของค่ายกลนี้ ดังนั้นหากเจ้าคิดจะออกมา จงร่วมมือกับข้า มิเช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนค่ายกลให้อันตรายขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อถึงเวลานั้น กายเนื้อของเจ้าอาจจะไม่ดีเช่นนี้แล้ว”
“ร่วมมือกับเจ้า?”
“ใช่ ตอบคำถามข้า” ชายหนุ่มมองเขาด้วยรอยยิ้ม
“ฝันไปเถิด!” ปรมาจารย์หยวนไม่ยอมเจรจาใด ๆ ลู่เฉินจึงทำได้เพียงเปลี่ยนแปลงค่ายกลอีกครั้ง
ปรมาจารย์หยวนคิดหาวิธีต่าง ๆ เพื่อเปิดค่ายกลนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใดก็ไม่สามารถทำลายได้ และลู่เฉินได้วางหมากไว้ภายในค่ายกลนี้ไม่น้อย ทำให้ค่ายกลมีความน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นไม่ว่าปรมาจารย์หยวนจะทำเช่นไร ก็ไม่สามารถทำอะไรค่ายกลนี้ได้ ทำให้ปรมาจารย์หยวนโมโหจนด่ากราดออกมา “เจ้าหนุ่ม เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถให้คนของหุบเขาลึกนี้มาสังหารเจ้าได้!”
“หุบเขาลึก มีผู้ที่เก่งกาจกว่าเจ้าหรือ?”
“ไร้สาระ หุบเขาลึกมีแต่ผู้แข็งแกร่ง และยังมีปรมาจารย์ค่ายกลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางที่ดีเจ้าควรเลือกที่จะปล่อยข้าไปซะ จากนั้นจึงสำนึกผิดต่อข้า เช่นนี้ข้าจึงจะยอมปล่อยเจ้าไปได้ มิเช่นนั้นเจ้าอย่าคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้” ปรมาจารย์หยวนมีทักษะที่ข่มขู่ให้ผู้อื่นหวาดกลัวได้ดีไม่น้อย
ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนเห็นว่าลู่เฉินยังกล้ายิ้ม จึงเบิกตากว้างพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าเรียกคนอื่นมาหรือ?”
“เจ้าลองเรียกเสียหน่อย”
ปรมาจารย์หยวนบันดาลโทสะขึ้นมา จากนั้นจึงนำกระดาษยันต์ออกมาและพูดกับอีกฝ่ายว่า “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่ข้าเคลื่อนไหว ก็สามารถเรียกคนจากหุบเขาลึกนี้ออกมาได้”
“เจ้าลองเคลื่อนไหวดู” ชายหนุ่มทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อปรมาจารย์หยวนรู้สึกว่าตนกำลังโดนดูถูก จึงรู้สึกโมโหจนรีบเคลื่อนไหวทันที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือกระดาษยันต์นั้นเพียงแค่เผาไหม้อยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับไม่เกิดสิ่งใดขึ้น
“ประหลาดนัก เหตุใดจึงไม่มีการเคลื่อนไหว?” ปรมาจารย์หยวนรู้ว่ากระดาษยันต์นี้แตกต่างจากปกติไปเล็กน้อย จึงมีสีหน้าประหลาดใจ
ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองไปยังปรมาจารย์หยวนที่อยู่ภายในค่ายกล “บอกเจ้าตามความจริง ข้าได้เพิ่มพลังบางอย่างไปยังค่ายกลนี้ ทำให้ไม่ว่าอักขระยันต์ใดก็ไม่สามารถเกิดผลภายในนั้นได้”
“เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่มีความสามารถเช่นนั้น” ปรมจารย์หยวนร้อนใจขึ้นมา
ชายหนุ่มยิ้ม “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ปรมาจารย์หยวนไม่เชื่อจึงลองอีกครั้ง แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม เพราะยังคงไม่เกิดผลใด เขาจึงเริ่มเบิกตากว้างจ้องมองไปยังลู่เฉิน
“เป็นอย่างไร? ตัดสินใจแล้วหรือไม่?”
“เจ้าอยากคุยเรื่องใดกับข้า?” ปรมาจารย์หยวนรู้ว่าไม่สามารถหนีออกไปได้ จึงทำได้เพียงดูว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด
“หุบเขาลึกมีสิ่งใดอาศัยอยู่ และเจ้ารู้จักหลงซวงหรือไม่?” ลู่เฉินถาม
ปรมาจารย์หยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “หลงซวง หุบเขาลึก?”
“ใช่!”
“บอกเจ้าตามความจริง ข้าไม่รู้จัก และหุบเขาลึกนี้มีความลึกลับมาก คิดว่าทั้งชีวิตนี้ของผู้คนจำนวนมากอาจไม่มีโอกาสได้พบหน้ากัน” ปรมาจารย์หยวนอธิบาย
ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย “โอ้? ไม่พบหน้ากันตลอดชีวิต?”
“หุบเขาลึกมีความลึกลับ ถึงแม้พวกเราจะเป็นปรมาจารย์ทั้งสิบแปด ข้าก็รู้จักเพียงแค่ไม่กี่ท่าน ส่วนคนอื่นนั้นข้าไม่เคยพบมากก่อน ยิ่งคนจากภูเขาอื่นนั้นไม่ต้องพูดถึง”
“ภูเขาลูกอื่น?”
“ใช่ หุบเขาลึกมีภูเขาอยู่หลายลูก และภูเขาทุกลูกจะมีเจ้าตำหนักอยู่”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจึงอยากตามหาคนผู้หนึ่ง เขามีนามว่าหลงซวง ตามหาได้ยากหรือ?”
“ใช่ งมเข็มในมหาสมุทร!” ปรมาจารย์หยวนตอบ
ลู่เฉินไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายมากนัก “เจ้าคงไม่โกหกข้าหรอกนะ?”
“ไม่เชื่อรึ? เช่นนั้นเจ้าเข้ามา ข้าจะให้เจ้าดูความทรงจำของข้า!” ปรมาจารย์หยวนพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ให้ข้าดูความทรงจำ?”
“ใช่ มาเถิด!” ปรมาจารย์หยวนล่อให้ลู่เฉินเข้ามาภายในค่ายกล แล้วจึงค่อยจัดการอีกฝ่าย