ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 603 กลัวหรือไม่ ลองแล้วก็จะได้รู้!
บทที่ 603 กลัวหรือไม่ ลองแล้วก็จะได้รู้!
ลู่เฉินจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายนั้นคิดจะทำสิ่งใด แต่เขากลับแสร้งยิ้มออกมา “ได้ ข้าจะเข้าไป”
เพียงเห็นลู่เฉินทะลุผ่านค่ายกลเข้าไปแล้วเดินมาตรงหน้าปรมาจารย์หยวน อีกฝ่ายจึงยื่นมือขวาออกมา จากนั้นบนฝ่ามือจึงกลายเป็นกลุ่มหมอกสีขาว ขณะเดียวกันด้านบนจึงเกิดภาพบางอย่างขึ้น
“เจ้าดู สิ่งเหล่านี้คือความทรงจำของข้า” ปรมาจารย์หยวนค่อย ๆ นำมือไปวางตรงหน้าชายหนุ่ม
ขณะที่ลู่เฉินกำลังมองบนฝ่ามือเขานั้น ปรมาจารย์หยวนก็เผยรอยยิ้มประหลาด “ดูด!”
ลมกระโชกแรงพัดออกมาจากแขนเสื้อของอีกฝ่าย จากนั้นชายหนุ่มจึงถูกดูดเข้าไปภายในพื้นที่มืดสนิทในแขนเสื้อนั้นทันที
ภายในพื้นที่นี้มีก้อนหินพลังเพลิงพิโรธอยู่เป็นจำนวนมาก และเสียงของปรมาจารย์หยวนก็ดังขึ้น “เจ้าหนุ่ม หลงกลเสียแล้ว!”
“หลงกล?”
“ที่นี่คือพื้นที่ภายในสมบัติวิญญาณของข้า ส่วนข้าก็เป็นเจ้าของสมบัติวิญญาณนี้ ดังนั้นเมื่อข้าอยู่ที่นี่ อยากจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ เรื่องจะฆ่าเจ้านั้น นับว่าง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก” ปรมาจารย์หยวนพูดด้วยท่าทางอวดดี
แต่ลู่เฉินกลับยิ้มเย็นชา “เจ้าคงไม่คิดว่า ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าคิดจะทำสิ่งใดหรอกนะ?”
“รู้แล้วแต่เจ้ายังกล้าเข้ามาอย่างนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเก่งกาจเพียงใดกัน?” ปรมาจารย์หยวนย้อนถาม
ชายหนุ่มฉีกยิ้ม “ข้าเพียงแค่อยากดูว่าเจ้ายังมีความสามารถใดอีกก็เท่านั้น”
“อวดดีนัก!” ปรมาจารย์หยวนหัวเราะลั่น
ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้ม จากนั้นจึงหายตัวไปทันที ปรมาจารย์หยวนตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “คนล่ะ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” เสียงของลู่เฉินดังสะท้อนอยู่ภายในพื้นที่สมบัติวิญญาณของปรมาจารย์หยวน
ปรมาจารย์หยวนพูดขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ “นี่เป็นสมบัติวิญญาณของข้า เหตุใดข้าจึงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเจ้า?”
“เพราะตอนนี้สมบัติวิญญาณนี้กลายเป็นของข้าแล้ว!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็ออกมาอยู่ตรงหน้าปรมาจารย์หยวนทันที จากนั้นเขาพลันโบกมือข้างหนึ่ง ชุดคลุมสีแดงแขนขนาดใหญ่ชุดนี้ก็หายไปจากบนร่างของปรมาจารย์หยวนทันที
ปรมาจารย์หยวนมีสีหน้าไม่ดีนัก “นี่เป็นของข้า!”
ลู่เฉินถือชุดคลุมไว้พลางยิ้มและพูดออกมาว่า “นับตั้งแต่บัดนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!”
อีกฝ่ายพูดด้วยความโมโห “มันถูกข้าใช้เวลาหลอมมานานนับหลายปี เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะควบคุมมันได้!”
“เรื่องนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลนัก” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ชุดคลุมนี้จึงหายไป
เมื่อปรมาจารย์หยวนมองไม่เห็นร่องรอยของมัน จึงมองอีกฝ่ายด้วยแววตาโกรธแค้น “เจ้า!”
ลู่เฉินยกยิ้ม “ถ้าหากตอนนี้ข้าโยนก้อนหินบางส่วนออกไป เจ้าคิดว่าก้อนหินเหล่านี้จะทำให้เจ้าเป็นอย่างไร?”
เมื่อปรมาจารย์หยวนไม่มีชุดคลุมสมบัติวิญญาณ ย่อมต้องถูกทำร้ายได้ ดังนั้นจึงพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ ข้า ข้าไม่กลัวก้อนหินเหล่านั้น!”
“โอ้? เจ้าแน่ใจหรือ?” ชายหนุ่มฉีกยิ้ม
“แน่ แน่นอน!” ปรมาจารย์หยวนแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา จากนั้นจึงโยนก้อนหินออกไป แต่ปรมาจารย์หยวนที่ไร้ซึ่งชุดคลุมนั้นมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบรวบรวมม่านพลังปราณขึ้นมา แต่ก้อนหินแต่ละก้อนกลับระเบิดอยู่รอบ ๆ ม่านพลังนี้
ตูม! ตูม! ตูม!
ปรมาจารย์หยวนหวาดกลัวจนพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “พอแล้ว!”
ลู่เฉินจึงหยุดมือ ถึงแม้ปรมาจารย์หยวนจะไม่เป็นอะไร แต่เมื่อครู่ที่ม่านพลังได้ระเบิดจนแตกละเอียดนั้น ทำให้เข้ารู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย ดังนั้นใบหน้าเขาจึงซีดเผือด จนทำให้อีกฝ่ายฉีกยิ้มเย้ยหยัน “ยอมแล้วหรือ?”
“สิ่งที่ควรพูด ข้าพูดออกไปหมดแล้ว เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีก?”
“ข้าเพียงต้องการแน่ใจว่าเจ้าไม่ได้หลอกข้า!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณพุ่งตัวเข้าไปภายในร่างของปรมาจารย์หยวนทันที
แต่ภายในพื้นที่จิตของปรมาจารย์หยวนผู้นี้ กลับมีกระบี่ลอยอยู่เล่มหนึ่ง
กระบี่เล่มนี้เปล่งแสงสีดำจาง ๆ ออกมา และนี่คือกระบี่วิญญาณของเขา
เมื่อลู่เฉินเข้าไป กระบี่วิญญาณนี้จึงส่งเสียงดังขึ้นมา ราวกับว่าต้องการสังหารเขา แต่ปรมาจารย์หยวนรีบหยุดกระบี่เล่มนี้ไว้ทันที จากนั้นจ้องมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยถาม “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“ข้าต้องการเพิ่มพลังบางอย่างบนวิญญาณของเจ้า!” ลู่เฉินฉีกยิ้ม จากนั้นจึงใช้คำสาปภูต
ทันใดนั้น กระบี่วิญญาณพลันพุ่งเข้าไปค่อย ๆ ตัดโซ่ตรวนเหล่านั้นออกทีละเส้น ทำให้ปรมาจารย์หยวนเป็นอิสระ เขาจึงพูดด้วยความดีใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้าเห็นแล้วหรือไม่ กระบี่วิญญาณของข้าไม่ปล่อยให้เจ้าทำร้ายข้าได้ง่าย ๆ!”
ลู่เฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่!” ปรมาจารย์หยวนตอบด้วยความมั่นใจ
ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่ได้พูดใด ๆ กลับใช้เวลาอีกเพียงเล็กน้อยในการสร้างปราการวิญญาณขึ้นมา เพื่อให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถหนีไปได้
“เข้ามาเถิด”
“เข้าไปทำสิ่งใด?” ปรมาจารย์หยวนรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีอุบายบางอย่าง
ชายหนุ่มไม่ได้อธิบาย เพียงแค่รออยู่ตรงนั้น จนกระทั่งปราการวิญญาณบีบรัดอีกฝ่ายเข้ามา ทำให้เมื่อกระบี่วิญญาณสูญเสียพลังไป ลู่เฉินจึงเพิ่มตราประทับวิญญาณให้
ปรมาจารย์หยวนที่ได้รับตราประทับวิญญาณตกตะลึง “พลังประหลาดอันใดของเจ้า?”
ลู่เฉินอธิบายออกมาเพียงสั้น ๆ
ปรมาจารย์หยวนถึงกับเบิกตากว้าง “จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรือ?”
“ใช่!” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก “สิ่งที่ควรพูด ข้าพูดไปหมดแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดอีก?”
“หลงซวงผู้นั้น เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่รู้จักเขา?”
“ไม่รู้จัก!”
“เช่นนั้น เจ้าได้รับภารกิจจากหุบเขาลึกให้สังหารข้าหรือไม่?”
“เป็นครั้งแรกที่ข้าพบเจ้า จะมีภารกิจใดได้อย่างไร!” ปรมาจารย์หยวนส่ายศีรษะ
ลู่เฉินพึมพำอยู่ภายในใจ ก่อนจะพูดออกมา “หรือว่า หลงซวงถูกส่งออกมาเป็นพิเศษ?”
ปรมาจารย์หยวนเห็นท่าทางสับสนของอีกฝ่าย เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าหากเจ้าอยากรู้จริง ๆ ว่าหลงซวงคือผู้ใด ข้าสามารถช่วยเจ้าตรวจสอบได้ แต่เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลานาน”
“โอ้? นานมากหรือ?”
“หุบเขาลึกของพวกเรา ศิษย์ทุกคนที่เข้ามาต้องลงนามทั้งสิ้น และผู้ที่รับผิดชอบการลงนามนั้นเป็นคนของโถงรายนาม แต่ข้าไม่คุ้นเคยกับคนที่นั่น ดังนั้นอาจจะต้องใช้เวลาสื่อสารกับพวกเขา จากนั้นจึงค่อยดูว่ามีวิธีใดหรือไม่ที่จะทำให้พวกเขาช่วยตรวจสอบที่มาของคนผู้นี้” ปรมาจารย์หยวนพูดสิ่งที่ตนคิดออกมา
คำพูดของปรมาจารย์หยวนเตือนสติลู่เฉิน แต่ชายหนุ่มกลับเผยรอยยิ้มประหลาดใจ
“เจ้ายิ้มอันใดกัน?” ปรมาจารย์หยวนมีลางสังหรณ์ไม่ดีนัก
“ถ้าหากว่า ข้าต้องการเข้าร่วมหุบเขาลึกของพวกเจ้า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะสามารถเข้าไปถึงตัวคนของโถงรายนามได้โดยตรง?”
ปรมาจารย์หยวนเบิกตากว้าง “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”
“มีปัญหาหรือ?”
“หุบเขาลึกนั้นมีความเข้มงวดมากในการสรรหาคน และไม่ว่าผู้ใด หากมีการคิดร้ายกับเขา เมื่อถูกตรวจสอบก็มีแต่จะตายสถานเดียว!” ปรมาจารย์หยวนข่มขู่
“โอ้? เหตุใดจึงตัดสินว่าคนคนหนึ่งอาจจะคิดร้ายได้?”
“ได้สิ เขาจะตรวจสอบความทรงจำของเจ้า เพื่อให้แน่ชัดว่าเจ้าจะไม่ก่อปัญหาใด”
ชายหนุ่มจึงมองไปยังปรมาจารย์หยวน “ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันเถิด”
ปรมาจารย์หยวนไม่อยากทำเช่นนั้น เพราะตนรู้ดีถึงความเข้มงวดของหุบเขาลึกนี้ แต่ลู่เฉินไม่สนใจคำแนะนำของเขา และยังให้เขานำทาง เขาจึงทำได้เพียงตอบรับ จากนั้นลู่เฉินจึงนำเขาออกจากค่ายกลไปยังภูเขาด้านนอก
แต่ก่อนจะออกไปนั้น ลู่เฉินเอ่ยถามปรมาจารย์หยวนขึ้นมาว่า “เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นเจ้าของภูเขาลูกนี้?”
“ภูเขาวิญญาณแตกสลายน่ะหรือ?”
“ใช่!”
“เรื่องนี้…” ปรมาจารย์หยวนกลับมีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย
“ว่ามาเถิด!”