ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 629 สตรียอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหุบเขาลึก เฮยหลวน!
บทที่ 629 สตรียอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหุบเขาลึก เฮยหลวน!
กานจิ่วเม่ยมีท่าทีสับสน “เจ้าหมูหัวจูเก๋อ หรือเจ้าทำเรื่องไม่ดีไว้หรือ?”
หัวหมูจูเก๋อ?
ทุกคนสูดหายใจเข้าลึก ก่อนที่จูเก๋อหลิงเฟิงตะโกนตอบ “ข้าบอกว่าไม่อนุญาตให้เขาไป!”
“เพราะเหตุใดกัน?” กานจิ่วเม่ยย้อนถาม
“ที่นี่คือตำหนักหุบเขาลึก ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะสามารถเข้ามาได้!”
คนที่อยู่รอบบริเวณนั้นก็รู้สึกว่ามีเหตุผล เพราะลู่เฉินเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ เขามาที่นี่ได้อย่างไรกัน คนจำนวนมากจึงมองเขาด้วยความแปลกใจ
สำหรับคำถามนี้ กานจิ่วเม่ยพลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ต้องขออภัย เขาและพวกเราต้องการเข้าร่วมการรวมตัวแห่งยอดเขา!”
“ว่าอย่างไรนะ?” ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็พากันสงสัย
“เขา? ขั้นหลอมแก่นแท้?” จูเก๋อหลิงเฟิงอดเผยรอยยิ้มประหลาดออกมาไม่ได้
“ไม่เชื่อ? เจ้าลองถามประมุขยอดเขาของเราดู” กานจิ่วเม่ยจึงอ้างถึงไป๋หลี่ซาน
จูเก๋อหลิงเฟิงมองไปยังไป๋หลี่ซานเล็กน้อย อีกฝ่ายยกยิ้มก่อนจะตอบกลับ “ครั้งนี้ เขาเป็นตัวแทนของภูเขาเดียวดายของเราจริง ๆ!”
จูเก๋อหลิงเฟิงเผยรอยยิ้มเย็นชา “ภูเขาเดียวดายของเจ้า นับวันยิ่งไม่ไหวเอาเสียเลย! ถึงได้กล้าให้ขั้นหลอมแก่นแท้มาออกรบได้!”
“อย่าอวดดี! ครั้งนี้พวกเราต้องเอาชนะพวกเจ้าได้แน่!” กานจิ่วเม่ยพูดออกมาอย่างไม่ชอบใจ
จูเก๋อหลิงเฟิงเผยรอยยิ้มประหลาด “ได้ ข้าจะรอดู หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น อย่าคุกเขาร้องขอชีวิตก็แล้วกัน!”
“เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ที่ต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตจะต้องเป็นหัวหมูอย่างเจ้าแน่นอน” กานจิ่วเม่ยดูถูก
“ได้! ข้าจะรอดู!” จูเก๋อหลิงเฟิงแค่นเสียง จากนั้นจึงนำคนของตนออกไป ชิงอีถงและคนอื่น ๆ ก็เดินตามออกไปเช่นกัน
ส่วนไป๋หลี่ซานมองลู่เฉินด้วยความแปลกใจ “เจ้ากับคนของโถงรายนามนั่นมีความขุ่นเคืองใจกันหรือ?”
“เคยสั่งสอนไปเล็กน้อย” ลู่เฉินตอบกลับอย่างไม่แยแส
กานจิ่วเม่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าหัวหมูจูเก๋อผู้นี้ถือว่าตนเป็นศิษย์ยอดฝีมือของผู้อาวุโสแปด ทำตัวราวกับสูงเสียดฟ้า”
“คนผู้นี้มีความแค้นกับพวกเจ้าหรือ?” เมื่อเห็นท่าทางของนาง ลู่เฉินจึงย้อนถาม
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ กานจิ่วเม่ยก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน “ปีที่แล้ว พวกเราภูเขาเดียวดายได้ออกไปหาประสบการณ์โดยการจับอสูรปีศาจตัวหนึ่ง อสูรปีศาจนี้เป็นภารกิจที่หุบเขาลึกมอบให้ โดยให้คนของแต่ละภูเขาไปจับมัน พวกเราเป็นผู้ชนะ แต่เจ้าหัวหมูจูเก๋อไม่พอใจ จึงมายังภูเขาเดียวดายและบอกว่าต้องการเจรจากับพวกเรา!”
“พวกเจ้าจึงพ่ายแพ้?” ลู่เฉินถาม
“ใช่ ตอนนั้นศิษย์พี่เก็บตัวอยู่ มิเช่นนั้น…”
ขณะนั้นเอง กู่ซานฉงก็พูดขึ้น “ถึงแม้ว่าข้าจะลงมือ ข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา!”
“ศิษย์พี่ ท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว” กานจิ่วเม่ยรู้สึกว่ากู่ซานฉงกำลังถ่อมตัวเกินไป
อย่างไรก็ตาม ไป๋หลี่ซานก็พูดขึ้นว่า “จูเก๋อหลิงเฟิงผู้นี้นับว่าไม่ธรรมดา เขามีรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งยังเป็นขั้นหกดาว และเขายังเป็นศิษย์เอกของผู้อาวุโสแปดที่ได้มีโอกาสเรียนหมัดแปดวิญญาณของผู้อาวุโสอีกด้วย!”
“ว่าอย่างไรนะ? หมัดแปดวิญญาณ?” กานจิ่วเม่ยเบิกตากว้าง
กู่ซานฉงพูดด้วยท่าทางจริงจัง “หมัดแปดวิญญาณ ว่ากันว่าแต่ละหมัดจะยิ่งน่ากลัวมากขึ้น และผู้ที่ถูกโจมตีด้วยแปดหมัดนี้ จะทำให้วิญญาณทั่วทั้งร่างไม่สามารถขยับได้”
หลงซวงที่อยู่อีกด้านหนึ่งกล่าวว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้นับว่าเก่งกาจนัก และยังมีชื่อเสียงอย่างมากในหุบเขาลึก แม้แต่หมัดแปดวิญญาณนั่นก็ยังฝึกฝนไปถึงขั้นที่ห้าแล้ว ห่างจากผู้อาวุโสแปดที่อยู่ขั้นที่แปดเพียงแค่สามขั้นเท่านั้น”
“ว่าอย่างไรนะ?” ไป๋หลี่ซานตกตะลึง
ไป๋หลี่ซานรู้ว่าจูเก๋อหลิงเฟิงนั้นมีความเก่งกาจ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มเพียงพูดขึ้นว่า “เพียงแค่เขาไม่มายุ่งกับข้า เขาก็จะไม่เป็นอันใด แต่ถ้าหากมายุ่งกับข้า ไม่ต้องพูดถึงราชันย์แปดหมัดอันใดนั่นที่เขาเรียนมา เพราะมันไม่มีประโยชน์!”
ราชันย์แปดหมัด?
นามนี้กานจิ่วเม่ยรู้สึกชอบใจนัก นางยิ้มพลางพูดว่า “คำพูดของเจ้า ข้าชอบฟังยิ่งนัก”
กู่ซานฉงไม่ได้รู้สึกยินดีเช่นนั้น หลงซวงก็ครุ่นคิดขึ้นมาเช่นกัน ส่วนไป๋หลี่ซานนั้น ถึงแม้จะรู้ว่าวิญญาณของลู่เฉินนั้นแข็งแกร่งเพียงใด แต่เขายังคงรู้สึกกังวลใจ “ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี!”
ลู่เฉินไม่ได้สนใจ และให้ไป๋หลี่ซานนำทางไปรายงานตัวต่อไป
…
ด้านข้างของหน้าผาหุบเขาลึกนี้ ชิงอีถงที่ยืนอยู่ด้านข้างของจูเก๋อหลิงเฟิงได้พูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่จูเก๋อ เมื่อถึงเวลานั้น จะต้องฆ่าเจ้าหนุ่มผู้นั้นให้ได้”
“วางใจเถิด เพียงแค่เขาเข้าร่วมการประลอง คนที่ข้าจะสังหารคนแรกก็คือเขา” จูเก๋อหลิงเฟิงพูดด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นย่อมดีมาก”
“ของสิ่งนั้นของเจ้า เตรียมพร้อมไว้ให้ข้าด้วย” จูเก๋อหลิงเฟิงเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“วางใจเถิด ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” ชิงอีถงพูดด้วยความมั่นใจ
จูเก๋อหลิงเฟิงตอบกลับด้วยความพึงพอใจ “ได้ ข้าจะไปจัดการบางอย่างก่อน”
พูดจบ จูเก๋อหลิงเฟิงก็เดินออกไป
ขณะที่ชิงอีถงกำลังคิดจะออกไปนั้น จู่ ๆ ลมกระโชกก็ได้พัดมาจากด้านล่างหน้าผา ชิงอีถงรู้สึกหนาวเย็นเป็นอย่างมาก เขาตัวสั่นเทาก่อนที่กลุ่มหมอกสีขาวจะปรากฏขึ้นตรงหน้า และกลายเป็นสตรีนางหนึ่ง
สตรีผู้นี้สวมหน้ากากที่ทำมาจากขนนก บนนิ้วยังสวมถุงมือที่ทำมาจากกระดูก ดูแล้วช่างแปลกประหลาดนัก
ไม่เพียงเท่านั้น บนชุดกระโปรงที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่นั้นยังมีอักขระยันต์แปลกประหลาดบางอย่างประทับอยู่
เมื่อชิงอีถงเห็นอักขระยันต์เหล่านี้ก็ตกตะลึง “อาจารย์หญิงเฮยหลวน?”
“รู้จักข้าหรือ?” สตรีที่มีนามว่าเฮยหลวนถามขึ้นอย่างสงสัย
ชิงอีถงพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด “ทุกคนต่างก็รู้ว่าตำหนักหุบเขาลึกมีสตรียอดฝีมืออยู่หนึ่งท่าน มีนามว่าเฮยหลวน”
“ในเมื่อเจ้ารู้ เช่นนั้นข้าก็จะไม่เสียเวลาพูดกับเจ้าแล้ว”
“อาจารย์หญิงเฮยหลวน ท่านมีเรื่องใดหรือ?”
“ว่ามาเถิด เจ้าคุยสิ่งใดกับจูเก๋อหลิงเฟิง?”
“ข้า…” ชิงอีถงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างเสียมิได้
“ตอบตามความจริง มิเช่นนั้น ข้ากับเจ้าได้เห็นดีกันแน่!” เฮยหลวนจ้องมองไปยังชิงอีถงด้วยรอยยิ้มประหลาด
ชิงอีถงพูดขึ้นมาด้วยความตื่นกลัว “อาจารย์หญิงเฮยหลวน คือว่าข้าต้องการให้จูเก๋อหลิงเฟิงช่วยข้าสั่งสอนคนผู้หนึ่ง เมื่อเรื่องสำเร็จ จะมอบผลสินธุเหมันต์ให้เขาหนึ่งผล”
“เจ้ามีผลสินธุเหมันต์?” แววตาของเฮยหลวนสว่างวาบขึ้นมาทันที
“ข้า ข้าเคยบังเอิญได้รับมาหนึ่งผล” ชิงอีถงยังคงหวาดกลัวอีกฝ่ายอยู่
เฮยหลวนแสยะยิ้ม “อย่ากลัวไป ข้าเพียงแค่ถามเท่านั้น”
“อาจารย์หญิงเฮยหลวน หากไม่มีเรื่องใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน!” ชิงอีถงพูดจบก็รีบวิ่งหนีออกไปทันที
แต่ขนนกสีดำมากมายกลับพันธนาการชิงอีถงเอาไว้ไม่ให้เขาสามารถหนีไปได้
ชิงอีถงเริ่มรู้สึกร้อนใจ “อาจารย์หญิงเฮยหลวน สิ่งที่ควรพูด ข้าก็พูดออกไปทั้งหมดแล้ว!”
“ข้าก็สามารถช่วยเจ้าสั่งสอนคนได้” เฮยหลวนเผยรอยยิ้มประหลาด
ชิงอีถงชะงักไปครู่หนึ่ง “อาจารย์หญิงเฮยหลวน ท่านหมายถึง?”
“ข้าต้องการผลไม้นั่น!”
“เรื่องนี้…”
“ไม่ได้หรือ?” เฮยหลวนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ชิงอีถงคิดว่าหากมีคนช่วยอีกสักคนก็ไม่เป็นปัญหาใด ดังนั้นเขาจึงตอบรับ “ได้ เพียงแค่พวกท่านคนใดคนหนึ่งสามารถจัดการเจ้าหนุ่มนั่นได้ก่อน ข้าก็จะมอบให้ผู้นั้น”
“ว่ามา เจ้าหนุ่มผู้นั้นมีที่มาอย่างไร แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน!”
ชิงอีถงจึงเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เฮยหลวนแสยะยิ้ม “ข้าจะไปดูเสียหน่อย แค่ขั้นหลอมแก่นแท้ผู้หนึ่ง เหตุใดจึงถูกภูเขาเดียวดายเลือกได้!”
พูดจบ เฮยหลวนก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที
ชิงอีถงพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว “เฮยหลวนผู้นี้ ช่างเหมาะสมที่จะเป็นสตรียอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหุบเขาลึกเสียจริง!”
หลังจากนั้น เขาก็รู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบออกไปจากที่นี่
…
ในขณะนั้น ที่จุดรายงานตัวนอกตำหนักหุบเขาลึก ไป๋หลี่ซานได้รับม้วนแผ่นไม้ที่บันทึกขั้นตอนการประลองไว้ทั้งหมด รวมถึงสถานที่พักของทุกคนในวันถัดไป
เมื่อกานจิ่วเม่ยเห็นแล้วก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ประมุขยอดเขา หมู่บ้านหุบเขาลึกนี้อยู่ที่ใด?”
“หมู่บ้านหุบเขาลึกนี้อยู่กลางภูเขาของตำหนักหุบเขาลึก โดยปกติแล้วจะไม่มีผู้คน มีเพียงการประลองทุกพันปี จึงจะถูกจัดเตรียมเป็นสถานที่พักของแต่ละภูเขา” ไป๋หลี่ซานอธิบาย
กานจิ่วเม่ยได้ฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ “เช่นนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะได้พบยอดฝีมือมากมายที่นั่น?”
“ใช่ เหล่าผู้ที่เข้าร่วมการประลองล้วนพักอยู่ภายในนั้นเป็นการชั่วคราว”
เมื่อกานจิ่วเม่ยได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้น “ในที่สุดก็จะได้รู้จักเหล่ายอดฝีมือแล้ว”
แต่ไป๋หลี่ซานกลับเอ่ยเตือนว่า “ก่อนการประลองนั้น ผู้ใดก็ห้ามต่อสู้กัน มิเช่นนั้นจะถูกผู้พิทักษ์ของหุบเขาลึกจับไป และจะถูกลงโทษอย่างหนัก!”
“ผู้พิทักษ์หุบเขาลึก? ก็คือผู้ที่สวมชุดเกราะสีดำเหล่านั้นหรือ?” กานจิ่วเม่ยเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ