ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 645 คำพูดไพเราะเสนาะหู ยืมมือผู้อื่นมาสังหาร
บทที่ 645 คำพูดไพเราะเสนาะหู ยืมมือผู้อื่นมาสังหาร
สิ้นเสียงของชิงอีถง เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงกลืนกินวิญญาณของคนผู้นั้นลงไป จากนั้นจึงวิ่งไปยังภายในร่างกายของผู้อื่นต่อทันที คนอื่น ๆ ต่างก็หวาดกลัวจนวิ่งกระจายตัวออกไป
เฉียนหลัวก็วิ่งออกไปทันทีเช่นกัน
เสียงของชิงอีถงดังขึ้น “ท่านพี่ อย่าวิ่งหนี!”
เฉียนหลัวร้อนใจ จึงทำได้เพียงวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง เถาวัลย์วิญญาณภูตทำได้เพียงครอบครองร่างของผู้อื่น และควบคุมกายเนื้อนั้นไล่ตามเฉียนหลัว
เฉียนหลัวใช้ความเข้าใจผืนป่าของตนแล้วเริ่มวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ยังไม่ลืมที่จะติดต่อกับลู่เฉินถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ทั้งหมด
ลู่เฉินครุ่นคิดแล้วก็ให้เฉียนหลัวไปหาอาจารย์ของตน
เฉียนหลัวทำตามอย่างว่าง่าย เขาวิ่งไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กในป่าทึบ
ผู้อาวุโสเก้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าทั้งร่างอยู่ภายในกระท่อมไม้นี้
“อาจารย์ แย่ แย่แล้ว!” เฉียนหลัวพูดกับผู้อาวุโสเก้าด้วยความร้อนใจ
ผู้อาวุโสเก้ามีสีหน้าสงสัย “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เถาวัลย์วิญญาณภูต มัน มันกำลังฆ่าศิษย์ของเรา” เฉียนหลัวพูดด้วยความหวาดกลัว
“เถาวัลย์วิญญาณภูต?” ผู้อาวุโสเก้ายันกายลุกขึ้น ก่อนจะเดินออกไปด้านนอกกระท่อมทันที ชายชราได้เห็นผู้ที่ถูกเถาวัลย์วิญญาณภูตควบคุมวิ่งเข้ามาพอดี และมองเพียงแวบเดียว ผู้อาวุโสเก้าก็ได้เห็นเถาวัลย์วิญญาณภูตที่อยู่ภายในร่างของอีกฝ่าย
และชิงอีถงที่อยู่บนศีรษะของคนผู้นั้นได้เอ่ยเตือนเถาวัลย์วิญญาณภูตว่า “ระวัง เขาคือผู้อาวุโสเก้า! จิ่วคู”
เถาวัลย์วิญญาณภูตสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งของจิ่วคู ดังนั้นมันจึงพูดกับชิงอีถงว่า “เช่นนั้น พวกเราถอยเสียก่อน!”
เมื่อชิงอีถงขานรับ เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงออกจากร่างของคนผู้นั้น จากนั้นกลายเป็นเงาซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ กลางป่านี้
จิ่วคูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิดจะหนีงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นเชือกสีเขียวปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของจิ่วคู มันลอยออกไปพันรัดต้นไม้ไว้ และยังเกิดแสงสีเขียวสว่างขึ้นบนต้นไม้นั้น จากนั้นเถาวัลย์วิญญาณที่อยู่ภายในนั้นก็กรีดร้องดังลั่น
ชิงอีถงก็รู้สึกเจ็บปวดมากเช่นกัน
เฉียนหลัวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เถาวัลย์วิญญาณภูตรู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจิ่วคูผู้นี้ ดังนั้นจึงตะโกนขึ้นมาว่า “รอก่อนเถิด!”
“รออะไรกัน?” จิ่วคูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พวกเราสามารถร่วมมือกันได้!” เถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยด้วยความเจ็บปวด
“ร่วมมือ?” จิ่วคูไม่รู้ว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตนี้ต้องการร่วมมือกับตนอย่างไร
“ท่านคือรากวิญญาณธาตุไม้ และเคล็ดวิชาวิญญาณที่ฝึกก็เป็นธาตุไม้เช่นกัน ส่วนข้า ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นวิญญาณธาตุไม้ หากฝากฝังไว้กับท่าน สามารถทำให้เคล็ดวิชาวิญญาณของท่านแข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันทำให้การฝึกฝนของท่านรวดเร็วขึ้นได้” เถาวัลย์วิญญาณภูตค่อย ๆ หลอกล่อ
จิ่วคูกลับยกยิ้ม “ว่ากันว่าเถาวัลย์วิญญาณพูดมีฝีปากที่ไพเราะเสนาะหู เมื่อได้พบกันวันนี้ นับว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ”
เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเห็นว่าจิ่วคูไม่หลงกลจึงพูดขึ้นอีกว่า “หรือท่านไม่อยากแข็งแกร่งขึ้น?”
“ไม่อยาก!” เมื่อจิ่วคูพูดจบ จึงนำน้ำเต้าไม้ออกมา จากนั้นแสงสีเขียวจึงสว่างวาบขึ้น เพื่อดูดเถาวัลย์วิญญาณภูตเข้าไปภายในนั้น เถาวัลย์วิญญาณภูตพูดด้วยความร้อนใจว่า “ท่านจะต้องขอร้องข้า!”
จิ่วคูไม่สนใจ เขาจัดการกับอารมณ์ก่อนจะมองไปยังเฉียนหลัวที่หวาดกลัวอยู่อีกด้านหนึ่ง “เอาล่ะ ไม่เป็นอะไรแล้ว!”
“อืม” เฉียนหลัวขานรับ
จิ่วคูคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังเฉียนหลัว “เจ้าไปช่วยข้าตามหาอสูรปีศาจสายฟ้านั่นต่อ ดูว่ามันเข้าไปยังสวนผลไม้ต้องห้ามได้อย่างไร”
“ขอรับ อาจารย์” เฉียนหลัวพูดจบก็ออกไปจากที่นี่
จิ่วคูกลับเข้าไปภายในกระท่อม เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงส่งเสียงดังออกมาจากภายในน้ำเต้าไม้ “เมื่อครู่นี้ที่ท่านพูด มีอสูรปีศาจสายฟ้า เข้าไปยังสวนผลไม้ต้องห้ามอย่างนั้นหรือ?”
“มีปัญหาใดหรือ?” จิ่วคูย้อนถาม
เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงหัวเราะ “พื้นที่ต้องห้ามนั่น ข้ารู้ว่าไม่มีอสูรปีศาจกล้าเข้าไป”
“ข้าเคยเห็นมาบ้าง” จิ่วคูตอบกลับ
“โอ้? เช่นนั้น เหตุใดท่านถึงได้ตัดสินว่าเป็นอสูรปีศาจสายฟ้าที่เข้าไป?” เถาวัลย์วิญญาณภูตย้อนถาม
“เหตุใดข้าต้องบอกเจ้า?”
“ไม่แน่ ข้าอาจจะมอบแนวคิดบางอย่างให้ท่านจับอสูรปีศาจนั่นได้” เถาวัลย์วิญญาณภูตหลอกล่อ
จิ่วคูคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดถึงสิ่งที่ตนเห็น จากนั้นจึงพูดว่า “เป็นอย่างไร? ข้าไม่ได้คิดผิดใช่หรือไม่?”
เถาวัลย์วิญญาณภูตหัวเราะเย้ยหยัน
“หัวเราะอะไรกัน?”
“ถ้าหากข้าบอกว่า ท่านกำลังคิดผิดเล่า?” เถาวัลย์วิญญาณภูตถามด้วยความพึงพอใจ
“คิดผิด?”
“ขอบอกท่านตามความจริง เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าได้พบสิ่งประหลาดคล้ายสายฟ้าบางอย่าง สิ่งประหลาดนั่นหลบซ่อนอยู่ภายในไข่มุก และยังสามารถกลืนกินพลังปราณพฤกษาได้ ดังนั้นที่ข้าคาดเดาก็คือ สิ่งประหลาดนั่นก็คือสิ่งที่ท่านตามหา” เถาวัลย์วิญญาณภูตอธิบาย
จิ่วคูเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าโกหกข้าหรือ?”
“ไม่เชื่อ?”
“เจ้าชอบพูดปด ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?”
“เช่นนั้น ท่านสามารถเรียกเฉียนหลัวศิษย์ของท่านมาถามได้ ในวันนั้นเขาก็อยู่ เขาจะบอกท่านเองว่าสิ่งประหลาดนั่นมีหน้าตาอย่างไร” เถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
จิ่วคูสงสัย แต่เพื่อความชัดเจน จึงใช้ยันต์สื่อสารเรียกเฉียนหลัวกลับมา
เฉียนหลัวไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์ของตนจึงเรียกกลับไป แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกลับไปยังกระท่อมไม้หลังเล็ก “อาจารย์”
จิ่วคูเดินออกมาจ้องมองเฉียนหลัว “หลังจากนี้ ข้าจะถามเจ้าบางเรื่อง เจ้าต้องตอบข้าตามความจริง!”
“อาจารย์ เชิญท่านว่ามา!” เฉียนหลัวรู้สึกสงสัยว่าอาจารย์ของตนต้องการถามเรื่องใดกัน
จิ่วคูจึงค่อย ๆ เล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เฉียนหลัวมีท่าทีลังเล “เรื่องนี้…”
“ว่ามาเถิด เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?” จิ่วคูเห็นท่าทางของเฉียนหลัวเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกได้ว่าเฉียนหลัวราวกับกำลังปิดบังอะไรตนอยู่
เฉียนหลัวรู้ว่าถ้าหากตอนนี้พูดออกไปว่ามี จะต้องถูกเค้นถามถึงเงาสายฟ้าเป็นแน่ รวมถึงเรื่องของลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงส่ายศีรษะ “ไม่มี”
จิ่วคูจึงถอนหายใจ จากนั้นนำน้ำเต้าไม้ออกมา “ได้ยินหรือไม่? ไม่มี!”
“เขาโกหก!”
“เขาไม่โกหกหรอก!”
“เช่นนั้น ข้าจะท่านดูภาพบางอย่าง” เถาวัลย์วิญญาณภูตที่อยู่ภายในน้ำเต้าไม้พูดขึ้น
จากนั้น ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ภาพนั้นดูราวกับภาพเพ้อฝันที่ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าจิ่วคู
จิ่วคูได้เห็นคนผู้หนึ่งนำลูกกลมออกมา และภายในนั้นมีเงาสายฟ้าอยู่
เงาสายฟ้านี้โจมตีไปยังเฉียนหลัวและคนอื่น ๆ
ภาพนี้ทำให้จิ่วคูมีสีหน้าไม่ดีนัก “เฉียนหลัว เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“นี่เป็นของปลอม” เฉียนหลัวตอบกลับ
“ของปลอม?” จิ่วคูสงสัย
แต่เถาวัลย์วิญญาณภูตพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “จะปลอมหรือไม่นั้น ท่านสามารถไปนำตัวเจ้าหนุ่มผู้นี้มาได้ จากนั้นตรวจสอบเขาอย่างดี ดูว่าบนตัวเขามีของเหล่านี้อยู่หรือไม่”
จิ่วคูรู้สึกว่ามีเหตุผล ดังนั้นจึงหันไปพูดกับเฉียนหลัว “ไปนำตัวเขามา”
“ข้าไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด!” เฉียนหลัวแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก
เถาวัลย์วิญญาณภูตเผยรอยยิ้มประหลาด “เขาเข้าร่วมการรวมตัวแห่งยอดเขา ดังนั้นในตอนนี้ เขาจะต้องอยู่ภายในสวนของหุบเขาลึก”
เฉียนหลัวมีสีหน้าเปลี่ยนไป จิ่วคูจึงพูดกับเขาว่า “ไปเถิด”
“หากเขามาไม่ได้?” เฉียนหลัวถามด้วยความกังวล
จิ่วคูคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เช่นนั้น ข้าจะไปกับเจ้า!”
เมื่อพูดจบ จิ่วคูจึงเดินนำเฉียนหลัวไป คิดจะไปยืนยันด้วยตนเอง เถาวัลย์วิญญาณภูตที่อยู่ภายในน้ำเต้าไม้จึงรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา และหันไปพูดกับชิงอีถงว่า “เป็นอย่างไร? วิธียืมมือผู้อื่นมาสังหารของข้านั้น ไม่เลวเลยใช่หรือไม่?”
“เก่งกาจนัก!” ชิงอีถงได้หลอมรวมเป็นร่างเดียวกับเถาวัลย์วิญญาณภูตแล้ว ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตกำลังพูดอยู่เพียงลำพัง
เถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยออกมาด้วยความพอใจ “อีกไม่นาน รอดูว่าเจ้าหนุ่มผู้นั้นจะตายอย่างไร!”