ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 644 เจ้าหนุ่มผู้นี้ ไม่โง่เลยสักนิด!
บทที่ 644 เจ้าหนุ่มผู้นี้ ไม่โง่เลยสักนิด!
ขณะที่ทุกคนกำลังแปลกใจอยู่นั้น เฉียนหลัวก็เดินออกมาจากป่าทึบ
เมื่อเห็นเฉียนหลัวในขณะนั้น ผู้พิทักษ์หุบเขาลึกเแต่ละคนก็มองหน้ากันด้วยความแปลกใจ “เขาก็คือศิษย์ของผู้อาวุโสเก้ามิใช่หรือ นั่นเฉียนหลัวใช่หรือไม่?”
“ใช่ คือเขา!”
“เขาไม่เป็นไร?”
ไม่เพียงแต่คนเหล่านี้เท่านั้น ชิงอีถงเองก็เบิกตากว้างเชากัน “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ฉีเจี้ยนเริ่มไม่พอใจ เขามองไปยังชิงอีถง “เจ้าอยากถูกทำลายขั้นพลังอย่างนั้นหรือ?”
ชิงอีถงร้อนใจ “หัวหน้าฉี เขาต้องเป็นตัวปลอมแน่!”
เฉียนหลัวยิ้มพลางพูดขึ้น “ข้าหรือคือตัวปลอม?”
“ใช่ เจ้าต้องเป็นตัวปลอมแน่!” เรื่องนี้ชิงอีถงย่อมรู้ดี
เฉียนหลัวยิ้มพลางมองชิงอีถง “ข้าคิดว่า เจ้าต่างหากที่เป็นตัวปลอม!”
ชิงอีถงรู้สึกร้อนตัวขึ้นมา เฉียนหลัวจึงหันไปพูดกับฉีเจี้ยนว่า “หัวหน้าฉี ข้าคิดว่า ท่านควรจะหันไปถามเขาดี ๆ เสียก่อน ว่าเขาคือเขาคนเดิมหรือไม่!”
ทุกคนต่างแปลกใจในสิ่งที่เฉียนหลัวพูด
ฉีเจี้ยนจึงยิ่งขมวดคิ้วมุ่น “เขาคนเดิม?”
“กายเนื้อของคนผู้นี้ได้ถูกผู้อื่นครอบครองไปเสียแล้ว” เฉียนหลัวชี้ไปยังชิงอีถง
ชิงอีถงตกตะลึงและยังส่งสัญญาณเสียงออกไป “ท่านพี่ ข้าเอง เหตุใดท่านจึงพูดแทนผู้อื่นกัน?”
เฉียนหลัวแกล้งโง่ ทำราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ชิงอีถงเริ่มร้อนใจมากขึ้น ส่วนฉีเจี้ยนมองไปยังชิงอีถงครู่หนึ่ง ก่อนจะนำกระจกบานเล็กสีดำออกมา
ขณะที่ชิงอีถงกำลังแปลกใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำสิ่งใดนั้น กระจกของฉีเจี้ยนก็ส่องมายังชิงอีถงแล้ว
จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นเงาของเถาวัลย์วิญญาณภูต และยังมีเงาวิญญาณของชิงอีถงอยู่ภายในร่างของคนผู้นั้น
ฉีเจี้ยนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “รนหาที่ตาย!”
เมื่อชิงอีถงเห็นว่าตนเองถูกเปิดเผยก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป หวาดกลัวจนหนีออกมาจากกายเนื้อนั้น
ฉีเจี้ยนตะโกนลั่น “ตั้งทัพ!”
กลุ่มผู้พิทักษ์รีบนำคันธนูดำของตนออกมาทันที ลูกธนูที่ถูกยิงมาจากคันธนูนี้ได้กลายเป็นตาข่าย จากนั้นจึงคลุมขังเถาวัลย์วิญญาณภูตนั่นไว้
เถาวัลย์วิญญาณภูตและชิงอีถงรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง
แต่เถาวัลย์วิญญาณภูตนั้นไม่ธรรมดา เขาตะโกนไปยังชิงอีถง “นำวิญญาณของเจ้ามาให้ข้า ข้าจึงจะสามารถหนีออกไปได้!”
“แต่ว่า…” ชิงอีถงรู้ว่าหากให้มันไปแล้ว ตนจะสูญเสียความเป็นตัวเองไป ดังนั้นเขาจึงลังเล
“ยังจะลังเลอะไรอยู่อีก?!” เถาวัลย์วิญญาณภูตตะโกนลั่น
ชิงอีถงทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับ “ได้!”
เพียงไม่นาน วิญญาณของชิงอีถงก็ได้หลอมรวมไปยังเถาวัลย์วิญญาณภูตในที่สุด และดูเหมือนว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตจะได้รับบางอย่างไป มันจึงมีความแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นทั้งเถาวัลย์ก็ได้กลายเป็นชิงอีถง จ้องมองไปยังลู่เฉินพลางยกยิ้มประหลาด “เจ้าหนุ่ม เจ้ารอข้าก่อนเถิด!”
หลังจากนั้น เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมา เหล่าผู้พิทักษ์แต่ละคนรู้สึกราวกับวิญญาณของอะไรบางอย่างกำลังสั่นไหว จากนั้นพลันปรากฏแสงบางอย่างขึ้นต่อหน้า และเงาที่เหลืออยู่ก็ได้หายไปต่อหน้าทุกคน
ฉีเจี้ยนตะโกนเสียงดังลั่น “ตามไป!”
พวกเขารีบไปตามทันที
เฉียนหลัวลังเลอยู่เล็กน้อย “คือว่า น้องชายของข้าเขา?”
“เขาไม่ได้เป็นเขาคนเดิมอีกแล้ว” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ก็เตรียมตัวออกไปจากที่นี่
แต่จู่ ๆ เฉียนหลัวกลับพูดขึ้นว่า “นายท่าน เมื่อครู่อาจารย์ของข้าได้มอบภารกิจมาให้”
“โอ้? ภารกิจใดกัน?”
“เขาบอกว่า พื้นที่ต้องห้ามนั่นมีอสูรปีศาจปรากฏตัวขึ้น จึงให้ข้าตามหาร่องรอยของอสูรปีศาจนั่น” เฉียนหลัวรายงานต่อลู่เฉิน
“อสูรปีศาจ?”
“เขาบอกว่า อสูรปีศาจนี้มีวิชาสายฟ้า และยังสามารถกลืนกินพลังผลไม้ได้” เฉียนหลัวอธิบาย
ลู่เฉินราวกับเข้าใจในทันทีจึงยกยิ้ม “เช่นนั้น เจ้าคิดว่าเป็นอสูรปีศาจใดกัน?”
“หรือจะเป็นท่าน?” เฉียนหลัวคิดไปถึงภาพที่ตนถูกเงาสายฟ้าโจมตี
ชายหนุ่มยิ้มรับ “รู้แล้วก็ดี”
เฉียนหลัวรีบพูดขึ้น “นายท่าน วางใจเถิด ข้าจะไม่พูดออกไปแน่นอน”
เมื่อลู่เฉินพยักหน้ารับ เขาก็หมุนตัวออกไปจากที่นี่
เฉียนหลัวกลับไปยังผืนป่า ส่วนอีกด้านหนึ่ง เถาวัลย์วิญญาณภูตได้หนีไปยังสถานที่ที่ไร้ผู้คนก่อนจะก่นด่าออกมาเพียงลำพัง “สมควรตายไปซะ!”
“ตอนนี้ควรทำเช่นไร?” ภายในเถาวัลย์วิญญาณภูต ยังมีเสียงของชิงอีถงเอ่ยถามขึ้น
“เริ่มลงมือจากท่านพี่ผู้นั้นของเจ้า” เถาวัลย์วิญญาณภูตคิดถึงอะไรบางอย่างก่อนจะพูดขึ้น
ชิงอีถงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าหมายความว่า?”
“เขาต้องถูกเจ้าหนุ่มผู้นั้นควบคุมไว้แน่ ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องหาท่านพี่ของเจ้าให้พบ แล้วดูว่าเขากับเจ้าหนุ่มนั่นตกลงเรื่องใดกันเป็นการส่วนตัว” เถาวัลย์วิญญาณภูตวิเคราะห์ความเป็นไปได้
“แต่ตอนนี้พวกเรากำลังถูกกลุ่มผู้พิทักษ์ตามล่า จะไปหาท่านพี่ของข้าได้อย่างไร?”
“วางใจเถิด ข้ายังมีทักษะอีกมาก!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ ก็กระโจนเข้าไปยังใบไม้สีดำที่อยู่บนต้นไม้รอบ ๆ และจู่ ๆ ใบไม้นั้นก็ลอยขึ้น
ชิงอีถงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา “นี่เจ้า”
“ไม่ว่าพฤกษาใด ข้าก็สามารถครอบครองร่างมันได้ ดังนั้นเจ้าคนโง่เหล่านั้น ไม่มีทางพบข้าได้” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ ก็ควบคุมใบไม้ต่อและจากไป
…
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จึงเดินกลับไปยังสวนอย่างช้า ๆ
เมื่อกานจิ่วเม่ยเห็นลู่เฉินกลับมาก็ถอนหายใจด้วยความคลายกังวล “ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที”
กู่ซานฉงก็รู้สึกคลายกังวลเช่นกัน ไป๋หลี่ซานเองก็หันมาพูดกับพวกเขาว่า “ข้าพูดกับพวกเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว อย่างไรเขาก็ต้องกลับมา”
กานจิ่วเม่ยพูดขึ้นมาด้วยความเก้อเขิน “เป็นเพราะเฮยหลวนมาที่นี่สองสามครั้งแล้ว”
“โอ้? นางมาที่นี่?” ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“อืม นางมาสองถึงสามครั้ง แต่หลังจากเมื่อวานก็ไม่ได้มาอีกเลย และยังพูดบางอย่างกับพวกเรา” กานจิ่วเม่ยพูดด้วยความแปลกใจ
“พูดสิ่งใดกัน?”
“นางบอกว่า พรุ่งนี้จะทำให้เจ้าได้เห็นดี” กานจิ่วเม่ยพูดอย่างเกรงใจ
“พรุ่งนี้ใครจะจัดการใครนั้น ยังไม่แน่หรอก!” ชายหนุ่มยกยิ้มชั่วร้าย
ไป๋หลี่ซานจึงนำม้วนแผ่นไม้ออกมา “กฎการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ได้ออกมาแล้ว เจ้าสามารถดูได้”
เมื่อลู่เฉินรับมาแล้วก็ฉีกยิ้ม “ได้ ข้าจะดูเสียก่อน”
หลังจากที่ลู่เฉินเข้ามาภายในห้องใต้หลังคาแล้ว เขาก็ได้แทรกจิตเข้าไปภายในม้วนแผ่นไม้ ก่อนจะได้เห็นกลุ่มคนหลายร้อยกลุ่ม
การแข่งขันรอบแรกเป็นการแข่งขันแบบแพ้แล้วคัดออก โดยคัดจากหนึ่งร้อยกลุ่ม ให้เหลือเพียงยี่สิบกลุ่มเท่านั้น จากนั้นอีกยี่สิบกลุ่มที่เหลือจะต่อสู้ตัดสินกันอีกครั้ง
ดังนั้นตามกฎนี้แล้ว นับว่าไม่ยาก แต่ในการแข่งขันแพ้แล้วคัดออกนั้น อาจจะดูเหมือนการตะลุมบอนวุ่นวาย หรืออาจจะเป็นหนึ่งกลุ่ม ที่ถูกโจมตีโดยหลายกลุ่มพร้อมกันได้
ดังนั้น เมื่อลู่เฉินครุ่นคิดแล้ว จึงนำศิลาวิญญาณบางส่วนออกมา และเริ่มสลักอักขระยันต์ที่น่าสนใจลงบนศิลาวิญญาณ
…
อย่างไรก็ตาม สวนผลไม้ในขณะนั้นวิญญาณเถาวัลย์ภูตได้ใช้ทักษะพิเศษบางอย่างของตน วนไปวนมาอยู่ท่ามกลางใบไม้ในป่านี้ ส่วนเฉียนหลัวและผู้ดูแลคนอื่น ๆ ที่นี่ ต่างก็ไม่รู้ว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตนั้นกำลังเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อย ๆ
จนกระทั่งใบไม้ตกลงสู่ร่างของคนผู้หนึ่ง ขณะที่คนผู้นั้นกำลังคิดจะเปิดใบไม้นี้ จู่ ๆ เขาก็กรีดร้องเสียงดังจนคนอื่นตกใจ และแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
จากนั้น ทุกคนจึงได้เห็นภาพที่น่าหวาดกลัว นั่นก็คือเงาของเถาวัลย์วิญญาณภูตได้ปรากฏออกมา และยังครอบครองคนผู้นั้น คนอื่น ๆ มีสีหน้าเปลี่ยนไป เฉียนหลัวพูดขึ้นว่า “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
ขณะนั้นเอง เถาวัลย์วิญญาณภูตที่อยู่บนร่างของคนผู้นั้นจึงหลอมรวมเงาหนึ่งขึ้นมาบนศีรษะ และเงานี้คือชิงอีถง
“ท่านพี่ ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกท่านและเจ้าหนุ่มผู้นั้น?” ชิงอีถงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฉียนหลัวรู้ว่าไม่สามารถหักหลังลู่เฉินได้ ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยความตื่นตระหนก “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดถึงสิ่งใด?”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ชิงอีถงทำท่าทางครุ่นคิด