ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 649 ฝ่ามือแปดวิญญาณที่สามารถผนึกวิญญาณคนได้!
บทที่ 649 ฝ่ามือแปดวิญญาณที่สามารถผนึกวิญญาณคนได้!
ลู่เฉินเพียงโบกมือ ค้อนนี้จึงตกลงบนฝ่ามือของเขาทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ขณะที่ลู่เฉินพบกับค้อนนั้น ไฟเพลิงเก้าลูกก็ได้ลอยออกมาจากภายในร่างกาย และไฟเพลิงทั้งเก้านี้ก็ได้กลืนกินค้อนนี้ลงไปทันที
จากนั้นค้อนนี้ก็กลายเป็นเพียงกองขยะท่ามกลางสายตาผู้คน
จินอีฉุยมองด้วยความสับสน จูเก๋อหลิงเฟิงเองก็รู้สึกตกใจเช่นกัน “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
ในขณะที่กานจิ่วเม่ยรู้สึกดีใจ “ดีจริง ๆ”
เฮยหลวนหันไปยิ้มให้จูเก๋อหลิงเฟิงพลางพูดว่า “ข้าบอกแล้ว เขาสามารถควบคุมสมบัติวิญญาณของผู้อื่นได้ แต่เจ้าไม่เชื่อข้าเอง”
จูเก๋อหลิงเฟิงโมโหจนหันไปตะโกนใส่จินอีฉุย “อย่าใช้สมบัติวิญญาณ ใช้เคล็ดวิชา!”
จินอีฉุยที่กำลังโกรธแค้นอยู่จึงปล่อยมัดออกไปอย่างไม่ตั้งใจ
ในฐานะที่เป็นผู้แข็งแกร่งแห่งหุบเขาลึก หมัดนี้จึงแฝงไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง และทันทีที่ชายหนุ่มถูกโจมตี เขาก็กลายเป็นกระดาษและแตกเป็นเสี่ยง ๆ ทว่าพริบตาต่อมา ลู่เฉินก็ยืนอยู่บนก้อนหินพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “ตามหาข้าหรือ?”
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
บางคนพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เมื่อครู่เขาหนีไปได้หรือ?”
“เป็นไปได้อย่างไร?”
กานจิ่วเม่ยยิ้มพลางมองไปยังกู่ซานฉง “ศิษย์พี่ คิดว่าแม้จินอีฉุยจะมีพลังอยู่ แต่กลับโจมตีเจ้าหนุ่มนั่นไม่ได้”
“อย่าดูถูกจินอีฉุยผู้นี้ เขาไม่ธรรมดา” กู่ซานฉงมักรู้สึกว่าจินฉีฉุยยังมีพลังที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมาอยู่มาก
กานจิ่วเม่ยเผยสีหน้าแปลกใจ “ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก?”
“รอดูเถิด” กู่ซานฉง กล่าว
จูเก๋อหลิงเฟิงกลับพูดกับจินอีฉุยด้วยความโมโห “เจ้าทำสิ่งใดกัน? แม้แต่ขั้นหลอมแก่นแท้ก็ยังทำลายไม่ได้?”
จินอีฉุยก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดลู่เฉินจึงหนีไปได้ เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าจะกักขังเขาไว้!”
เมื่อพูดจบ บนร่างของจินอีฉุยก็เปล่งแสงสีทองสว่างขึ้นมา พริบตาต่อมา รอบกายลู่เฉินก็กลายเป็นเขตแดนสีทอง และยังทับซ้อนกันหลายชั้น
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น บางคนก็พูดขึ้นว่า “สิ่งนี้น่าจะเป็นเขตแดนฝ่ามือแสงทอง”
“ใช่”
“เขตแดนฝ่ามือแสงทอง แข็งแกร่งมากหรือ?” มีคนสงสัย
“ว่ากันว่า เขตแดนเช่นนี้ เพียงแค่ผู้ที่ใช้มันโจมตีอยู่ด้านนอก และอีกฝ่ายอยู่ภายในเขตแดน ก็จะได้รับความเจ็บปวดเท่ากัน”
“น่ากลัวเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ใช่ มิเช่นนั้น เขตแดนฝ่ามือแสงทองนี้ จะถูกขนานนามว่าเป็นฝ่ามือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหุบเขาลึกได้อย่างไร?”
…
กานจิ่วเม่ยที่อยู่อีกด้านหนึ่งเริ่มร้อนใจ “จินอีฉุยผู้นี้สามารถใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือเช่นนี้ได้จริง ๆ หรือ!”
“เช่นนี้ ศิษย์น้อยผู้นั้นคงจะลำบากเสียแล้ว” กู่ซานฉงพูดด้วยความกังวลใจ
กานจิ่วเม่ยยังคงเชื่อในตัวลู่เฉิน “เขาจะต้องมีวิธีอย่างแน่นอน”
ขณะนั้นเอง ด้านนอกค่ายกล จินอีฉุยจ้องมองไปยังลู่เฉินที่อยู่ภายในเขตแดนพลางเอ่ยเย้ยหยัน “อวดดี อวดดีต่อไปเถอะ!”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ เขตแดนนี้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็ยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม “หากเจ้าต้องใช้เขตแดนเช่นนี้ต่อไป น่าจะจำเป็นต้องใช้พลังปราณจำนวนไม่น้อยเลย?”
“เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ เขตแดนเช่นนี้ ข้าสามารถใช้มันติดต่อกันอย่างน้อยได้ถึงครึ่งชั่วยาม!” จินอีฉุยบอกลู่เฉินด้วยความมั่นใจ
ชายหนุ่มขานรับก่อนจะยิ้มออกมา
“อย่างไรกัน? กลัวแล้วหรือ?” จินอีฉุยพูดด้วยความพึงพอใจ
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้มือไปสัมผัสเขตแดน จินอีฉุยหัวเราะลั่น “อย่าสิ้นเปลืองพลังเลย มันไม่มีประโยชน์!”
ลู่เฉินไม่สนใจ แต่ยังมองจูเก๋อหลิงเฟิงที่มองเฮยหลวนด้วยรอยยิ้ม “เห็นแล้วหรือไม่? อย่างไรเสียขั้นหลอมแก่นแท้ก็คือขั้นหลอมแก่นแท้ ไม่มีนัยยะอะไรทั้งสิ้น!”
“หากข้าบอกว่า เขาจะไม่หยุดง่าย ๆ เช่นนี้เล่า?” เฮยหลวนฉีกยิ้มพลางมองจูเก๋อหลิงเฟิง
แต่จูเก๋อหลิงเฟิงกลับยกยิ้มเย็นชา “ศิษย์น้องของข้าจะทำให้เขาได้สัมผัสว่า การโดนเคล็ดวิชาฝ่ามือทุบจนตายในเขตแดนนี้นั้นเป็นเช่นไร!”
“เช่นนั้นทางที่ดีจงรีบซะ มิเช่นนั้นถ้าหากศิษย์น้องของเจ้ายังไม่ลงมือ เขตแดนนี้อาจจะไม่มีอยู่แล้ว” เฮยหลวนยิ้ม
จูเก๋อหลิงเฟิงไม่เชื่อ ยังคงพูดด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิด ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
และในขณะนั้นเอง เขตแดนนั้นก็ค่อย ๆ อ่อนแอลง
จูเก๋อหลิงเฟิงตกตะลึง เขาหันไปตะโกนถามจินอีฉุยทันที “อย่าเสียเวลาพูดกับเขา โจมตีเขาซะ”
จินอีฉุยเองก็พบถึงความผิดปกติบางอย่างเช่นกัน จึงปล่อยเคล็ดวิชาฝ่ามือขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นว่าภายในเขตแดนนี้มีเงาหมัดลอยออกมามากมาย และเป้าหมายก็คือลู่เฉิน
ชายหนุ่มใช้ ‘กำแพงพันชั้น’ มาต้านทานเงาหมัดเหล่านี้ไว้
แต่เพราะอีกฝ่ายมีพลังที่แข็งแกร่ง ‘กำแพงพันชั้น’ จึงแตกเป็นเสี่ยง ๆ ทันที ลู่เฉินจึงต้องใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ
เมื่อเป็นเช่นนี้ เงาหมัดเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำอะไรกายเนื้อลู่เฉินได้
เมื่อทุกคนเห็นภาพนี้ก็รู้สึกสับสน
“นี่คือเคล็ดวิชาวิญญาณอะไรกัน?” มีบางคนถึงกับอ้าปากค้าง
จูเก๋อหลิงเฟิงมีสีหน้าไม่ดีนัก “สารเลว! เหตุใดจึงมีเคล็ดวิชาวิญญาณเช่นนี้ได้!”
เฮยหลวนยกยิ้ม “อีกไม่นาน ศิษย์น้องของเจ้าก็จะถูกเขาทำร้าย!”
“ฝันไปเถิด!” จูเก๋อหลิงเฟิงไม่เชื่อ จึงให้จินอีฉุยรีบใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณทันที
หลังจากที่ทุกคนได้ยินว่าจะใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ แต่ละคนก็มีสีหน้าตื่นเต้น ราวกับอยากเห็นว่าจินอีฉุยผู้นี้ จะใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณอย่างไร
ขณะนั้นเอง จินอีฉุยที่ยืนอยู่ตรงนั้นพลันขยับมือทั้งสองข้างทันที จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นรอบกายเขาเกิดเงาหมัดแสงทองขึ้นมากมาย แต่เงาหมัดแสงทองเหล่านี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ และพุ่งไปยังเขตแดนในที่สุด
เพียงไม่นาน เงาหมัดสีดำก็หลอมรวมพุ่งไปยังร่างของลู่เฉิน
โดยเฉพาะเมื่อพุ่งออกไปนั้น ทุกคนยังได้เห็นเงาหมัดขนาดใหญ่หลอมรวมอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย และโจมตีออกไปซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง
จินอีฉุยตะโกนเสียงดัง “ฝ่ามือแปดวิญญาณแรก!”
เมื่อฝ่ามือแรกพุ่งออกไป ทุกคนคิดว่าวิญญาณของลู่เฉินจะต้องได้รับบาดเจ็บแน่นอน แต่เขากลับไม่เป็นอะไร ทั้้งยังอยู่ตรงนั้นพร้อมยกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “นี่คือฝ่ามือแปดวิญญาณหรือ?”
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นอะไร
จินอีฉุยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตะโกนขึ้นมา “นี่เป็นเพียงฝ่ามือแรก! และเมื่อฝ่ามือที่สองเริ่มขึ้น พลังจะยิ่งรุนแรงขึ้น!”
เมื่อพูดจบ จินอีฉุยก็เริ่มฝ่ามือที่สอง
ทุกคนได้แต่คิดว่าฝ่ามือที่สองต้องทำให้วิญญาณของลู่เฉินบาดเจ็บสาหัสแน่
อย่างไรก็ตาม เมื่อฝ่ามือที่สองพุ่งออกไป ชายหนุ่มก็ยังคงไม่เป็นอะไร และเมื่อลู่เฉินสัมผัสเขตแดนสีทอง เขตแดนนั้นก็ยิ่งอ่อนแอลง
สิ่งนี้จึงยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกกังวล
“นี่ก็ยังไม่เป็นอะไร?”
“อย่าร้อนใจไป นี่เพิ่งจะฝ่ามือที่สอง”
“เช่นนั้น ฝ่ามือแปดวิญญาณนี้ ต้องโจมตีให้ครบแปดฝ่ามือหรือ?” มีคนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“อืม หลังจากฝ่ามือแปดวิญญาณโจมตีออกไปครบแล้ว ก็จะสามารถทำให้วิญญาณของคนคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และวิญญาณยังจะถูกปิดผนึกจนไม่สามารถใช้พลังได้แม้แต่น้อย”
เมื่อคนบางส่วนที่ไม่รู้ได้ยินเช่นนั้น ต่างก็สูดหายใจเข้าเต็มปอด
จูเก๋อหลิงเฟิงมองไปยังเฮยหลวนด้วยความพึงพอใจ “ดูนั่น ฝ่ามือที่สามออกไปแล้ว”
“ฝ่ามือแปดวิญญาณของศิษย์น้องเจ้านั้น นับว่าอ่อนแอกว่าเจ้ามาก” เฮยหลวนไม่ลืมที่จะพูดโจมตี
“ถึงแม้ฝ่ามือแปดวิญญาณของศิษย์น้องข้าจะไม่แข็งแกร่งไปมากกว่าข้า แต่หากจะทำลายวิญญาณขั้นหลอมแก่นแท้สักคน นับว่าเพียงพอแล้ว!” จูเก๋อหลิงเฟิงพูดด้วยความมั่นใจ
เฮยหลวนจึงโต้กลับไปว่า “ข้าจะบอกเจ้าให้ ถึงแม้ศิษย์น้องของเจ้าจะปล่อยออกไปครบทั้งแปดฝ่ามือก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้”
“เจ้าเลิกพูดโม้ได้แล้ว” จูเก๋อหลิงเฟิงไม่เชื่อ
เฮยหลวนเผยรอยยิ้มประหลาด “อีกไม่นาน เจ้าก็จะได้รู้”
จูเก๋อหลิงเฟิงมองไปยังจินอีฉุยแล้วกล่าวว่า “เพิ่มความเร็วซะ!”
จินอีฉุยเริ่มโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง และปล่อยฝ่ามือสุดท้ายออกไป ชายหนุ่มที่อยู่ภายในเขตแดน แม้จะถูกโจมตีครบแปดหมัดแล้ว แต่ก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับกายใด ๆ
ยามนี้ทุกคนคิดว่าลู่เฉินได้ถูกผนึกไปเสียแล้ว
จินอีฉุยรู้สึกดีใจมาก จูเก๋อหลิงเฟิงเองก็ยกยิ้มออกมา “เห็นหรือไม่? ปิดผนึกแล้ว!”