ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 658 ให้เจ้าได้สัมผัสความสุขสองเท่า!
บทที่ 658 ให้เจ้าได้สัมผัสความสุขสองเท่า!
ขณะนั้นเอง ทุกคนไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับจูเก๋อหลิงเฟิง แต่ต่อมาทุกคนต่างก็ตกตะลึง
เพราะจูเก๋อหลิงเฟิงมองไปยังผู้อาวุโสสิบ “ข้ายอมแพ้!”
“ยอมแพ้? จูเก๋อหลิงเฟิงยอมแพ้แล้ว!” มีบางคนตะโกนดังลั่น
คนอื่น ๆ ต่างก็ตะโกนเช่นกัน ทำให้จูเก๋อหลิงเฟิงรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก แต่เขารู้ว่า อีกไม่นานจะถึงเวลาตายของลู่เฉินแล้ว ดังนั้นจึงต้องจำยอมต่อความอัปยศในการยอมแพ้
ผู้อาวุโสสิบทำตามกฎ ประกาศออกไปว่าลู่เฉินได้รับชัยชนะ
แต่เมื่อชายหนุ่มและอีกสองคนเตรียมที่จะเดินลงบันไดมานั้น จู่ ๆ ภาพพรางตาของผู้อาวุโสแปดได้เข้าไปประชิดด้านหลังลู่เฉิน จากนั้นก็หลอมรวมเขตแดนฝ่ามือแสงทองขึ้นมา เพื่อวางแผนจะพาตัวเขาไป
ผู้คนในบริเวณนั้นตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า “ผู้อาวุโสแปดคิดจะทำสิ่งใดกัน?”
กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงเริ่มไม่พอใจ ในขณะที่ไป๋หลี่ซานรวมถึงเฮยหลวนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน
ผู้อาวุโสสิบตะคอกเสียงดัง “ผู้อาวุโสแปด! ท่านทำสิ่งใดกัน?”
ไม่เพียงแต่ผู้อาวุโสแปดเท่านั้น ผู้อาวุโสเจ็ดที่อยู่ในมุมมืดรวมถึงผู้อาวุโสสี่ที่ถือไม้เท้ากระดูกก็ปรากฏตัวออกมา พลันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เฒ่าแปด ท่านต้องทำตามกฎ!”
“ข้าไม่มีเวลาจะอยู่กับพวกท่าน!” ผู้อาวุโสแปดพูดจบจึงกระโจนออกไป
ผู้อาวุโสที่เหลือคิดจะกระโจนตัวตามออกไป แต่ใครจะคิดว่าจิ่วคูได้ปล่อยกลุ่มแสงสีเขียวออกมาจากฝ่ามือ และแสงสีเขียวนี้กลายเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ในทันที มันมีเถาวัลย์มากมายบนต้นไม้นี้ ค่อย ๆ ยาวเลื้อยออกมารอบ ๆ เพียงไม่นาน ก็ก่อตัวกลายเป็นเขตแดนสีเขียวอยู่บริเวณที่ผู้อาวุโสทั้งสามยืนอยู่
ผู้อาวุโสสิบตะโกนถามอย่างไม่เข้าใจ “จิ่วคู! ท่านกำลังจะทำสิ่งใด?”
ผู้อาวุโสสี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จิ่วคู เพื่อช่วยผู้อาวุโสแปด แม้แต่สิ่งนี้เจ้าก็ยอมที่จะนำออกมาใช้หรือ?”
ผู้อาวุโสเจ็ดที่อยู่ในมุมมืดก็ถูกกักขังไว้เช่นกัน จึงพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “เฒ่าเก้า เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
จิ่วคูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าเพียงแค่ต้องการรู้เกี่ยวกับสิ่งของบนร่างของเจ้าหนุ่มนั่น อย่างอื่นข้าไม่สน”
คนเหล่านี้ต่างก็ไม่รู้ว่าจิ่วคูต้องการสิ่งใด แต่ผู้อาวุโสเจ็ดกลับพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ผู้อาวุโสแปดจะฆ่าเขาแล้ว!”
“นั่นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!” จิ่วคูไม่สนใจ
ผู้อาวุโสเจ็ดพูดด้วยความโมโหที่เพิ่มมากขึ้น “ไม่กลัวว่าจะมีปัญหากับพวกข้าหรือ?”
“เพื่อขั้นหลอมแก่นแท้เพียงหนึ่งคนหรือ?” จิ่วคูย้อนถาม
“ทักษะค่ายกลของเขายอดเยี่ยมนัก ไม่แน่ว่าพวกเจ้าอาจจะต้องพึ่งพาเขา!” ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าว
จิ่วคูพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป “พึ่งพาเขา?”
“หรือเจ้าลืมจุดประสงค์ของชุมนุมยอดเขาในครั้งนี้เสียแล้ว?” ผู้อาวุโสเจ็ดตำหนิ
จิ่วคูยิ่งฟังจึงยิ่งรู้สึกตื่นตระหนก ผู้อาวุโสสี่ก็ตะคอกอีกฝ่ายอย่างเหลืออด “ทางที่ดีรีบปล่อยพวกข้าซะ มิเช่นนั้น พวกเราอาจจะต้องลงมือทำลายต้นไม้ต้นนี้จริง ๆ!”
จิ่วคูจึงทำได้เพียงนำต้นไม้เหล่านี้กลับเข้าไปดังเดิม
แต่ผู้อาวุโสแปดออกไปเสียก่อนแล้ว และทั้งสามก็ไม่รู้ว่าต้องไปตามหาที่ใด ดังนั้นผู้อาวุโสสิบจึงพูดกับทุกคนว่า “ทุกคนกลับไปที่ตำหนักเสียก่อน จะกลับมาทำการประลองอีกครั้งเมื่อใดนั้น ข้าจะแจ้งให้ทราบอีกที”
พูดจบ ผู้อาวุโสสิบและผู้อาวุโสสี่รวมถึงคนอื่น ๆ จึงแยกย้ายกันไปตามหาผู้อาวุโสแปด
จิ่วคูมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา กานจิ่วเม่ยกังวลใจเช่นกัน และยังมองไปที่ไป๋หลี่ซาน “ประมุขยอดเขา เจ้าหนุ่มนั่นจะมีปัญหาใดหรือไม่?”
“ผู้อาวุโสแปดเกลียดเขาเข้ากระดูก ข้ากลัวว่า…” ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความหดหู่ใจ
ครั้นได้ยินเช่นนั้น กานจิ่วเม่ยก็ยิ่งร้อนใจ กู่ซานฉงมองไปรอบ ๆ อย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
จนกระทั่งไป๋หลี่ซานได้รับข่าวคราวจากลู่เฉิน เขาจึงมองไปยังคนทั้งสอง “พวกเรากลับไปที่ตำหนักกันก่อนเถิด”
“ไม่รอแล้วหรือ?” กานจิ่วเม่ยแปลกใจ
“เขาให้พวกเรากลับไปที่นั่นก่อน” ไป๋หลี่ซานพูดจบจึงเดินออกไป ส่วนกานจิ่วเม่ยก็ได้แต่สงสัย “เขา?”
ดูเหมือนว่ากู่ซานฉงจะเข้าใจ จึงพูดขึ้นว่า “ไปเถิด”
ทั้งสามคนเดินออกไปพร้อมกัน
เฮยหลวนที่อยู่อีกด้านหนึ่งขมวดคิ้วพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้ คงจะไม่ถูกผู้อาวุโสแปดตีจนตายจริง ๆ หรอกนะ?”
ไม่เพียงแต่เฮยหลวนเท่านั้น หลายคนต่างก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาของเจ้าหนุ่มนั่นแล้ว
ทว่าใครจะคิดว่าผู้อาวุโสแปดพาตัวลู่เฉินไปยังภายในภูเขาที่อ้างว้างแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ฉีกยิ้มพลางมองชายหนุ่ม “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าหนีไม่พ้นเสียแล้ว!”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าที่นี่เต็มไปด้วยค่ายกล เขาจึงถามด้วยความแปลกใจ “นี่คือที่ใด?”
“ภายในหุบเขาลึก และมีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้จักภูเขาแห่งนี้” ผู้อาวุโสแปดกล่าวด้วยความภูมิใจ
“มีเพียงเจ้าที่รู้?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ
ผู้อาวุโสแปดพูดด้วยความพอใจว่า “แน่นอน!”
“ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะมีเรื่องราวบางอย่าง” ลู่เฉินดูไม่มีทีท่าร้อนใจแม้แต่น้อย
สิ่งนี้จึงทำให้ผู้อาวุโสแปดยิ่งรู้สึกโมโห เขาจ้องมองอีกฝ่ายพลางพูดว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าข้าพาเจ้ามาเที่ยวเล่นหรือ?”
“เช่นนั้น เจ้าพาข้ามาทำสิ่งใด?”
“ข้าบอกแล้ว อย่าตกอยู่ในมือข้า” ผู้อาวุโสแปดยิ่งพูดก็ยิ่งได้ใจ
ลู่เฉินยกยิ้ม “ผู้อาวุโสแปด เจ้าคิดว่าพาข้ามาที่นี่แล้ว ข้าจะกลัวเจ้าหรือ?”
“ที่นี่ นอกจากข้าแล้ว ผู้ใดก็ไม่สามารถเข้ามาได้ ดังนั้นหากตอนนี้เจ้าขอร้องข้า บางทีข้าอาจจะพอเมตตาไว้ชีวิตเจ้า มิเช่นนั้น ข้าก็จะฆ่าเจ้า และพันรัดวิญญาณของเจ้าไว้ เมื่อถึงเวลานั้น คิดจะจัดการเจ้าเช่นไรก็สามารถทำได้” ผู้อาวุโสแปดพูดด้วยความอวดดี
ชายหนุ่มยกยิ้มเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่า เจ้าจะสามารถพันรัดข้าได้หรือ?”
“ไร้สาระ!” ผู้อาวุโสแปดตวาด
แต่ลู่เฉินกลับนำไข่มุกวิญญาณอัสนีออกมาโดยไม่คาดคิด และปล่อยเงาสายฟ้าออกไป
เมื่อเห็นเงาสายฟ้า ผู้อาวุโสแปดก็แค่นเสียงขึ้น “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่านำมันออกมาแล้ว ข้าจะกลัวหรือ?”
“เจ้าไม่ลองลิ้มรสความแข็งแกร่งของมันหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้อาวุโสแปด
ผู้อาวุโสแปดไม่สนใจเงาสายฟ้าแม้แต่น้อย “ปล่อยมันออกมา ข้าจะทำให้มันได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของข้า!”
ลู่เฉินแสยะยิ้มและหันไปพูดกับเงาสายฟ้า “ทำให้เขาได้สัมผัสถึงพายุสายฟ้าคะนองเสียหน่อย!”
“ได้!” เงาสายฟ้าขานรับ
หลังจากนั้น เงาสายฟ้าจึงหลอมรวมสายฟ้าและปล่อยสายฟ้าที่รุนแรงออกมาทันที
แสงสายฟ้านี้ระเบิดลงตรงหน้าผู้อาวุโสแปด
ม่านแสงทองที่ผู้อาวุโสแปดปล่อยออกมานั้นถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ผู้อาวุโสแปดที่อยู่ด้านในได้รับบาดเจ็บทันที แต่การป้องกันของอีกฝ่ายนั้นนับว่ายังแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าแรงของพายุฟ้าคะนองจะทำให้การป้องกันแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ก็ทำให้เขาบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้อาวุโสแปดก็เริ่มบ้าคลั่งมากกว่าเดิม เขาจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้น “เจ้าหนุ่ม เจ้ากล้าทำร้ายข้า?”
“เจ้าบอกว่าไม่กลัวไม่ใช่หรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองผู้อาวุโสแปดที่กำลังจะคลั่ง
ผู้อาวุโสแปดไม่คิดว่าเงาสายฟ้าจะโจมตีรุนแรงเช่นนี้ เขาเบิกตากว้างพลางพูดกับลู่เฉินว่า “ข้าจะบอกเจ้าให้ หลังจากนี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าทำร้ายข้าได้เด็ดขาด”
พูดจบ ผู้อาวุโสแปดก็กางมือทั้งสองออก จากนั้นพลันหลอมรวมเขตแดนแสงทองขึ้นมาปกป้องตนเอง
ชายหนุ่มเห็นเขตแดนนี้แล้วจึงยิ้มพลางพูดว่า “เขตแดนของเจ้าใช้กักขังคนมิใช่หรือ? เหตุใดจึงใช้กักขังตนเองกัน?”
“เขตแดนนี้สามารถทำได้สองอย่าง ใช้กักขังคนได้ และใช้ป้องกันได้เช่นกัน! และตอนนี้ ข้ากำลังใช้มันป้องกัน!” ผู้อาวุโสแปดพูดอย่างพึงพอใจ
“โอ้? เช่นนั้น จะให้เจ้าได้สัมผัสถึงความสุขสองเท่า” พูดจบ ชายหนุ่มก็ให้เงาสายฟ้าลงมืออีกครั้ง
เงาสายฟ้าใช้ไข่มุกอัสนีวิญญาณเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังปราณสายฟ้า จากนั้นใช้พลังปราณสายฟ้าสร้างพายุฟ้าคะนองที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
แต่ผู้อาวุโสแปดไม่รู้ ยังคิดว่าเขตแดนของตนมีความแข็งแกร่ง จนกระทั่งพายุฟ้าคะนองปะทะเข้าในขณะนั้น เขาก็รู้ได้ว่าตนประมาทไปเสียแล้ว
แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว พายุฟ้าคะนองระเบิดออกทำให้เขตแดนแตกเป็นเสี่ยง ๆ และครั้งนี้ผู้อาวุโสแปดก็ได้รับบาดเจ็บ จนเลือดสด ๆ ไหลออกมาจากริมฝีปาก เขาโมโหจนด่ากราด “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
พูดจบ ผู้อาวุโสแปดก็หลอมรวมเขตแดนหมัดแสงทองกักขังลู่เฉินไว้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงปล่อยฝ่ามือแปดวิญญาณออกไป ก่อนที่พายุฟ้าคะนองจะโจมตีมายังด้านหน้าของตน
ฝ่ามือแปดวิญญาณของผู้อาวุโสแปดนี้ นับว่าทรงพลังและมีความเร็วเป็นอย่างยิ่ง