ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 690 ช่วยกันขุดหลุ่มรอนางกินเหยื่อ!
บทที่ 690 ช่วยกันขุดหลุ่มรอนางกินเหยื่อ!
ผู้อาวุโสสี่มองลู่เฉินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา “ถ้าไม่สามารถเข้าไปได้ก็ไม่เป็นไร พวกเราจะกลับไปพูดกับผู้อาวุโสสูงสุดเอง”
ผู้อาวุโสสิบพยักหน้ารับพลางพูดต่อ “ใช่ ตอนนี้ยังไม่มีโอกาส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนี้จะไม่มี”
ชายหนุ่มมองทั้งสามก่อนจะพูดขึ้นมาสั้น ๆ “ข้าเข้าไปแล้ว และหาผลไม้พบแล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ!?” ทั้งสามพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจขึ้นมาพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำสำเร็จจริง ๆ
ลู่เฉินมองทั้งสามที่ตกตะลึงอยู่และเอ่ยสั้น ๆ ว่า “ผลไม้นี้มีไม่มาก”
ทั้งสามตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้อาวุโสเจ็ดที่จ้องมองมายังชายหนุ่มตรงหน้า “มีเท่าใดกัน?”
“สิบกว่าผลเห็นจะได้” เขาตอบกลับง่าย ๆ เพราะไม่คิดจะนำผลไม้ทั้งหมดออกไป
เมื่อผู้อาวุโสเจ็ดได้ยินจึงขมวดคิ้ว “มีเพียงสิบกว่าผลหรือ?”
“ใช่ และยังเก็บรักษานานไม่ได้ เก็บไว้ได้นานสุดเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น” ลู่เฉินตอบ
เมื่อทั้งสามได้ยินก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
ดูเหมือนลู่เฉินจะอ่านความในใจของพวกเขาออก จึงคลี่ยิ้มออกมา “เป็นอะไรไปหรือ?”
ผู้อาวุโสเจ็ดมองไปรอบ ๆ และมองไปยังผู้อาวุโสทั้งสอง จากนั้นจึงจ้องมองไปยังชายหนุ่ม “คือว่า… สามารถมอบให้พวกเราทั้งสามหนึ่งเม็ดได้หรือไม่”
“เรื่องนี้ไม่ต้องถามผู้อาวุโสสูงสุดหรือ?”
“ของสิ่งนี้หากส่งออกไปแล้วคงไม่มีแบ่งให้พวกเราแน่ เพราะผู้อาวุโสของหุบเขาลึกแห่งนี้มีจำนวนไม่น้อย” ผู้อาวุโสเจ็ดถอนหายใจ
ลู่เฉินถาม “หมายความว่าพวกเจ้าอยากจะใช้ก่อน?”
ทั้งสามพยักหน้ารับ ราวกับว่ากลัวผู้อื่นจะได้ยินเข้า ทั้งสามจึงพูดเบา ๆ ออกมา “ใช่”
“เรื่องนี้น่าจะลำบากเล็กน้อย” เขาแสร้งทำให้ดูลึกลับ
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสเจ็ดจึงพูดขึ้นมาว่า “น้องชาย เจ้าก็เห็นแล้ว พวกเราทำตามที่เจ้าบอก ตอนนี้เจ้าก็ควรจะดูแลพวกเรามิใช่หรือ?”
“ผู้อาวุโสทั้งสาม ข้าเข้าใจความหมายของพวกเจ้า ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากมอบให้ แต่หากเรื่องนี้ผู้อาวุโสสูงสุดล่วงรู้เข้า…” ชายหนุ่มแสร้งทำท่าทีลำบากใจ
“วางใจเถิด ถ้าเจ้ามอบให้พวกเรา พวกเราจะไม่บอกผู้ใดเด็ดขาด” ผู้อาวุโสเจ็ดรับปาก
ผู้อาวุโสสี่เอ่ยสำทับ “ใช่!”
ผู้อาวุโสสิบครุ่นคิดแล้วจึงมองไปยังลู่เฉิน “หากเจ้าช่วยพวกเรา หลังจากนั้นถ้าเจ้ามีเรื่องใดก็ถือเป็นเรื่องของพวกเราเช่นกัน!”
ลู่เฉินยิ้มพลางมองคนทั้งสาม “ตกลง!”
พูดจบ ชายหนุ่มก็นำผลไม้ทั้งสามผลออกมา และวางลงมือฝ่ามือของคนเหล่านี้
หลังจากทั้งสามรับผลไม้มาจึงเริ่มกินผลไม้เหล่านี้ลงไป ไม่นานทั้งสามก็รู้สึกแปลกไปทันที ทว่าแต่ละคนกลับรู้สึกดีใจยิ่งนัก
“ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกท่านจะต้องตอบแทนข้าแล้ว” ลู่เฉินยิ้มพลางมองคนทั้งสาม
ผู้อาวุโสเจ็ดจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมาทันที “เจ้าว่ามา”
ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบมองอีกฝ่าย ด้วยความดีใจเช่นกัน
“พวกเจ้าเคยพบเจ้าตำหนักของพวกท่านหรือไม่?” เขาเอ่ยถาม
ทั้งสามส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อเห็นดังนั้นลู่เฉินจึงรู้สึกสงสัย “พวกเจ้าไม่เคยพบเจ้าตำหนักของตนมาก่อน?”
“เจ้าตำหนักมาแบบไร้เงาและไปแบบไร้ร่องรอย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าตำหนักมีลักษณะเช่นไร” ผู้อาวุโสเจ็ดพูดพลางส่ายหน้า
ผู้อาวุโสสี่ขานรับแล้วเอ่ยว่า “ใช่ แต่ไหนแต่ไรในหมู่พวกเราก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าตำหนักมีลักษณะเช่นไร”
แม้ผู้อาวุโสสิบจะไม่ได้พูดอะไร แต่การแสดงออกของเขาก็เหมือนกับการบอกลู่เฉินอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มกล่าว “เช่นนั้นพวกเจ้าช่วยข้าตามหาผู้อาวุโสรองที”
“ว่าอย่างไรนะ!?” ผู้อาวุโสเจ็ดมีสีหน้าเปลี่ยนไป
ผู้อาวุโสสี่ถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “พวกเจ้ามีความแค้นต่อกันหรือ?”
ผู้อาวุโสสิบคิดไปถึงเรื่องครั้งที่แล้วที่ผู้อาวุโสรองจัดการลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ผู้อาวุโสรองเก่งกาจถึงเพียงนั้น พวกเราจะตามหาจนทำให้เขาออกมาได้อย่างไร!”
“เมื่อครู่พวกเจ้าบอกว่าจะช่วยข้ามิใช่หรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองคนทั้งสาม
ผู้อาวุโสทั้งสามมีสีหน้าแปลกไป เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะให้พวกเขาทำเรื่องเช่นนี้
“อะไรกัน? ไม่อยากทำเร็วเช่นนี้เชียวหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยาก เพียงแต่…” ผู้อาวุโสเจ็ดพูดอย่างลำบากใจ
ทว่าลู่เฉินกลับยิ้ม “พวกเจ้าสามารถออกไปก่อนและบอกว่าพบผลไม้หนึ่งผลแล้ว พร้อมบอกว่าต้องการคนมาช่วยเหลือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสามคนก็รู้สึกว่าเหมาะสม จึงเริ่มถามลู่เฉินว่าควรทำเช่นไร
ชายหนุ่มใช้ค่ายกลที่แปลกประหลาดของผืนป่าแห่งนี้ หลังจากจัดค่ายกลที่ลึกลับขึ้นมาแล้วจึงพูดกับทั้งสามว่า “ข้าจะวางผลไม้หนึ่งผลไว้ภายในค่ายกลนี้ ส่วนพวกเจ้าไปหาผู้อาวุโสรอง!”
ทั้งสามพยักหน้ารับและออกไปทันที
ลู่เฉินยิ้มก่อนจะกลับเข้าไปภายในค่ายกล จากนั้นจึงหายตัวไป
ขณะเดินทาง ผู้อาวุโสเจ็ดเอ่ยถามผู้อาวุโสทั้งสอง “หรือเจ้าหนุ่มผู้นี้คิดจะแก้แค้นผู้อาวุโสรอง?”
“พวกเราเพียงทำตามก็พอ เรื่องอื่นอย่าถามให้มากความเลย เพราะนี่เป็นความขุ่นเคืองระหว่างพวกเขา” ผู้อาวุโสสี่พูดขึ้นมา
เมื่อได้ยินดดังนั้นผู้อาวุโสสิบจึงตอบอย่างเห็นด้วย “ใช่ นี่เป็นความขุ่นเคืองใจของพวกเขา”
ผู้อาวุโสเจ็ดพยักหน้ารับ จากนั้นจึงออกไปจากที่นี่พร้อมกับผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบ เพื่อตรงไปยังตำหนักผู้อาวุโส
…
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสรองยังคงพักผ่อนอยู่ภายในห้องลับของตน จนกระทั่งผู้อาวุโสสี่พูดขึ้นมาเสียก่อน “ผู้อาวุโสรอง อยู่หรือไม่?”
ผู้อาวุโสรองลืมตาขึ้นมาทันที จากนั้นก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา “มีเรื่องอันใด?”
“คือว่า… พวกเรามีเรื่องบางอย่างอยากขอให้ช่วย” ผู้อาวุโสสี่พูดขึ้น
ผู้อาวุโสเจ็ดพูดต่อ “ใช่!”
“เรื่องใดกันที่จะให้ข้าช่วย?” ผู้อาวุโสรองเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ จากนั้นจึงเปิดประตูหินออก
เมื่อเห็นผู้อาวุโสทั้งสามมาพร้อมกัน ผู้อาสุโสรองจึงยิ่งรู้สึกแปลกใจ จ้องมองทั้งสามพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทั้งสามท่านคงจะไม่ได้ขุดหลุมพรางอะไรบางอย่างรอข้าใช่หรือไม่?”
ผู้อาวุโสเจ็ดโบกมือ ก่อนภาพหนึ่งจะปรากฏขึ้นมา ที่นั่นมีผลไม้ผลหนึ่งอยู่
“เห็นแล้วใชหรือไม่? นั่นเป็นผลไม้ที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้ถึงหมื่นปี!” ผู้อาวุโสเจ็ดพูดด้วยความตื่นเต้น
เมื่อผู้อาวุโสรองเห็นจึงมีสีหน้าตกตะลึงขึ้นมา “นี่เรื่องใดกัน?”
เมื่อทั้งสามอธิบายออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ผู้อาวุโสเจ็ดจึงพูดขึ้นมาว่า “ค่ายกลนั้นจำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งเปิดมัน ทว่าพวกเราสามคนนั้นยังไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงคิดหาคนมาเพิ่ม แต่ผู้อาวุโสสูงสุดนั้น …เจ้าก็รู้ หากนางลงมือ ของสิ่งนี้จะต้องถูกส่งออกไปแน่ และผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ไม่มีความสามารถเช่นนี้!”
ผู้อาวุโสสี่พูดต่อ “ดังนั้นพวกเราจึงมาหาเจ้า เพื่อหวังว่าพวกเราทั้งสี่จะสามารถทำลายค่ายกลนี้และเข้าไปตามหามัน พร้อมดูว่ายังมีผลไม้เช่นเดียวกันอีกหรือไม่!”
“เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?” ผู้อาวุโสรองเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่” ผู้อาวุโสเจ็ดขานรับ
ผู้อาวุโสรองยังคงไม่เชื่อ “พวกเจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อพวกเจ้าหรือไม่?”
ทั้งสามรู้สึกตกใจขึ้นมา แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นผู้อาวุโสเจ็ดจึงพูดขึ้นมาว่า “หากเจ้าไม่เชื่อ อย่างมากพวกเราคงต้องไปหาคนให้มากกว่านี้!”
เมื่อพูดจบทั้งสามจึงสบตากัน และคิดจะออกไปจากที่นี่
ผู้อาวุโสรองมองทั้งสามคนเงียบ ๆ จนกระทั่งทั้งสามออกไปจากที่นี่แล้ว ผู้อาวุโสรองจึงออกจากห้องลับและรีบตรงไปยังค่ายกลที่ว่าเพื่อสำรวจดูทันที
ส่วนผู้อาวุโสทั้งสาม ขณะนั้นยังคงอยู่รอบ ๆ วังผู้อาวุโส
“พวกเจ้าคิดว่าผู้อาวุโสรองจะติดกับดักหรือไม่?” ผู้อาวุโสเจ็ดเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
ผู้อาวุโสสี่ยิ้ม “เหมือนว่าข้าจะเห็นนางออกไปแล้ว”
เมื่อผู้อาวุโสเจ็ดและผู้อาวุโสสิบได้ยินจึงหันไปทางวังผู้อาวุโสทันที และเห็นผู้อาวุโสรองกำลังออกไป
ทั้งสามสบตากันและรีบตามไปด้านหลังทันที เพราะพวกตนอยากจะดูว่านางจะติดกับดักของลู่เฉินหรือไม่