ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 734 ข้อจำกัดของแดนลับไร้ผลกับเขา!
บทที่ 734 ข้อจำกัดของแดนลับไร้ผลกับเขา!
พระราชวังแห่งหนึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้าลู่เฉินและคนอื่น ๆ
ทว่าเมื่อมองภายนอกจะเห็นได้ว่าพระราชวังแห่งนี้ไม่ใช่พระราชวังธรรมดา เนื่องจากมันมีรัศมีอันแข็งแกร่งล้อมรอบอยู่
อีกทั้งยังมีอักขระยันต์มากมายอยู่บนนั้น
ลู่เฉินมอง และแน่ใจว่าอักขระยันต์เหล่านี้เป็นอักขระยันต์เซียน!
สำหรับหินที่ใช้ปูพื้นของพระราชวังนั้น นอกจากศิลาวิญญาณแล้วก็ยังมีศิลาเซียนบางส่วนผสมอยู่ด้วย ศิลาเซียนเหล่านี้ถูกบดเป็นผง แล้วใช้เป็นวัสดุในการวาดภาพเขียนรอบ ๆ พระราชวัง
สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินตกใจ ‘นี่เป็นฝีมือของใครกัน? พวกเขาถึงกับใช้ศิลาเซียนเป็นวัสดุสำหรับทำอักขระยันต์จริง ๆ’
“นายท่าน นี่คือทางเข้า” หลังจากเห็นลู่เฉินอยู่ในภวังค์ เซี่ยอีฉานพลันพูดขึ้นด้วยความเคารพ
ชายหนุ่มรู้สึกตัว เขาส่งเสียงรับแล้วถามว่า “ทางเข้าแดนลับนี้อยู่มานานเพียงใดแล้ว?”
“ว่ากันว่ามีอยู่เมื่อเทือกเขาเจ็ดหิมะถูกสร้างขึ้นขอรับ”
“เช่นนั้นจะควบคุมเวลาเข้าออกอย่างไร?” ลู่เฉินถามพร้อมกับถือเหรียญสัญลักษณ์ไว้
เซี่ยอีฉานชี้ไปทางเหรียญสัญลักษณ์ในมือลู่เฉิน “เมื่อท่านเข้าไป เหรียญสัญลักษณ์นี้จะเปิดใช้งาน ซึ่งของท่านจะมีอายุการใช้งานห้าวัน และเมื่อครบห้าวัน เหรียญสัญลักษณ์นี้จะก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนส่งท่านออกมา หากท่านไม่ยอมออกมา ท่านก็จะถูกลงบัญชีดำและไม่สามารถเข้าสู่แดนลับได้อีก”
ลู่เฉินมองเหรียญสัญลักษณ์ จากนั้นจิตสำนึกของเขาก็ทะลุเข้าไป ก่อนจะพบว่ามีค่ายกลเคลื่อนย้ายเล็ก ๆ อยู่ข้างใน จึงพึมพำว่า “ว่าแล้ว!”
“นายท่านเข้าไปข้างในเถิด ส่วนข้าจะรอท่านออกมา” เซี่ยอีฉานกล่าวด้วยความเคารพ
“จะเป็นอย่างไรหากข้าปล่อยให้เจ้าเข้าไปในสมบัติวิญญาณของข้าก่อน แล้วปล่อยเจ้าออกมาอีกครั้ง?” ลู่เฉินมองเซี่ยอีฉาน
เซี่ยอีฉานส่ายหน้าพลางพูดว่า “มันไม่มีประโยชน์หรอกขอรับ เมื่อมีคนซ่อนอยู่ในพื้นที่สมบัติวิญญาณของท่าน ท่านจะไม่สามารถเข้าไปได้”
“เข้าไม่ได้งั้นหรือ?”
“เพราะห้องโถงนี้จะปิดกั้นพื้นที่สมบัติวิญญาณด้วยตัวเอง” เซี่ยอีฉานอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็รู้สึกยินดีทันที “ดูเหมือนในห้องโถงนี้จะมีความลึกลับอยู่”
เซี่ยอีฉานพยักหน้ารับ ส่วนลู่เฉินยกยิ้มขึ้น “เจ้าไปด้านข้างก่อน ข้าจะเตรียมตัว”
เตรียมตัว?
เซี่ยอีฉานไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายความว่าอย่างไร แต่เฉออู่กลับหัวเราะเยาะเขา “เจ้าหนู อย่าเสียแรงเปล่าเลย ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปได้โดยมิมีเหรียญสัญลักษณ์ และเป็นไปไม่ได้ที่จะนำคนอื่นเข้าไปด้วยพื้นที่สมบัติวิญญาณ”
ลู่เฉินไม่คิดจะอธิบายให้นางฟัง เขาหาสถานที่ที่ไม่มีคนอยู่ จากนั้นก็หยิบกู่ฉินออกมาและวาดอักขระยันต์บนกู่ฉิน ในเวลาเดียวกันก็เตือนซูวั่งเยว่ชุดแดงที่มองไม่เห็นว่า “เข้าไปข้างในซะ”
แม้ซูวั่งเยว่ชุดแดงจะไม่รู้ว่าลู่เฉินคิดจะทำอะไร แต่นางก็ยังคงเข้าไปข้างใน
ผู้คนที่อยู่ด้านข้างย่อมไม่รู้เหตุผลการกระทำดังกล่าว แต่แล้วลู่เฉินก็หยิบ ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ ออกมา โดยจัดการบางอย่างกับ ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ เช่นเดียวกับแผ่นหินฉวิญญาณ ภูเขาซากศพ และอื่น ๆ ด้วยการเพิ่มอักขระยันต์ลงไป
จากนั้นเขาก็มองไปที่เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลาง “เข้าไปได้”
‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ ของลู่เฉินเปิดออกให้คนทั้งสอง
แน่นอนว่าหั่วเตาหลางเข้าไปไม่ลังเล แต่เซี่ยอีฉานรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ลู่เฉินมองโดยไม่ได้พูดอะไร ทว่าเซี่ยอีฉานพลันรีบเข้าไป
จากนั้นชายหนุ่มก็สงบอารมณ์ แล้วเดินไปที่ห้องโถงหลัก
“เจ้าหนู อย่าฝันไปเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก” เมื่อเห็นลู่เฉินคิดนำคนทั้งสองเข้าไป นางก็หัวเราะคิกคักจากด้านหลัง
ลู่เฉินไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว แต่หลังจากเข้าไปในห้องโถงใหญ่แล้วก็พบว่ามีวังน้ำวนอยู่ โดยที่ข้าง ๆ วังน้ำวนมีชายชราผมขาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้โยก พลางโบกพัดขนนกในมือไปมา
หลังจากลู่เฉินชำเลืองมองอีกฝ่ายแล้ว เขาก็ไปยืนอยู่หน้าวังวน ด้านข้างวังน้ำวนมีแผ่นหินที่มีกฎเกณฑ์มากมายเขียนเอาไว้ ตัวอย่างเช่น เขาไม่สามารถพาคนอื่นไปด้วยได้ และเมื่อเขาก้าวออกไปแล้ว เหรียญสัญลักษณ์จะเริ่มทำงานทันที
ลู่เฉินหยิบเหรียญสัญลักษณ์ของเขาออกมา และเตรียมพร้อมที่จะเข้าไป
เฉออู่คิดว่าลู่เฉินจะถูกสกัด แต่จู่ ๆ เขาก็เข้าไปในวังวนและหายตัวไปอย่างง่ายดาย
เฉออู่สะดุ้งทันที ก่อนตะโกนบอกชายชราผมขาวบนเก้าอี้โยกว่า “ผู้เฒ่าเซี่ย เขา… เขาพาคนเข้าไปด้วย”
ชายคนนี้ชื่อผู้เฒ่าเซี่ย เขารู้จักนิสัยของเฉออู่ดี ดังนั้นจึงคิดว่านางมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา เขากล่าวว่า “ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะเฉออู่ ข้ายังตาไม่ได้บอด!”
“มันเป็นเรื่องจริง ข้าไม่ได้โกหกท่าน!” เฉออู่ร้อนใจมากจนนำภาพออกมาให้ชายชราดูด้วยซ้ำ
ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าลู่เฉินได้นำสองคนเข้าไปในพื้นที่สมบัติวิญญาณ ก่อนจะพาพวกเขาเข้ามาในห้องโถง
แต่ผู้เฒ่าเซี่ยยังคงไม่เห็นด้วย “เจ้าคงปลอมมันขึ้น”
“ผู้เฒ่าเซี่ย ข้าจะหลอกท่านได้อย่างไร?”
“ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เจ้าคิดว่าเขาจะเข้าไปได้หรือ? สมบัติวิญญาณนั้นจะต้องถูกแยกออกโดยค่ายกลที่นี่แล้ว” ผู้เฒ่าเซี่ยกล่าวแจกแจง
เฉออู่กังวล นางไม่คาดคิดว่าผู้เฒ่าเซี่ยจะไม่เชื่อตนเอง
ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งที่เฉออู่ไม่คาดคิดก็คือลู่เฉินเข้าไปได้อย่างปลอดภัยจริง ๆ
เฉออู่โกรธมากจนอยากจะพุ่งเข้าไป แต่นางไม่มีเหรียญสัญลักษณ์ ดังนั้นจึงพูดกับผู้เฒ่าเซี่ยว่า “ท่านมีเหรียญสัญลักษณ์หรือไม่?”
“เฉออู่ ที่นี่มีกฎอยู่ หากเจ้าต้องการเข้าไป ก็เพียงไปรับเหรียญสัญลักษณ์ผ่านมาด้วยตัวเองเสีย” ผู้เฒ่าเซี่ยพูดอย่างเกียจคร้าน
เฉออู่หดหู่มาก นางทำได้เพียงเดินไปรอบ ๆ วังน้ำวนเท่านั้น
…
ภายในแดนลับ ลู่เฉินมาที่เขาวงกต
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ แล้วปล่อยเซี่ยอีฉานกับหั่วเตาหลางออกมา
เมื่อเซี่ยอีฉานเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เขาก็ตกใจ “นายท่าน พวกเราเข้ามาแล้วงั้นหรือขอรับ?”
“อืม”
เซี่ยอีฉานไม่อยากเชื่อ เขามองลู่เฉินอย่างประหลาดใจ “นี่เป็นไปได้อย่างไร?”
“ตามข้ามา แล้วจะไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้” ลู่เฉินพูดพลางเดินไปข้างหน้า
เซี่ยอีฉานติดตามทันที หั่วเตาหลางเองก็ติดตามลู่เฉินไปด้วย
พื้นที่ทั้งหมดที่สามารถเห็นได้คือเขาวงกตตรงหน้า ไม่ว่าสายตาจะเลื่อนมองไปทางไหน ก็พบแต่มีหมอกสีขาวที่ดูราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด
เซี่ยอีฉานตรวจสอบเชิงกำแพงขณะเดิน จากนั้นจึงเดินหน้าต่อไป
ลู่เฉินยิ้มและพูดว่า “เจ้าทำร่องรอยไว้ที่เชิงกำแพงเหล่านี้หรือ?”
“ข้าทำร่องรอยชี้นำทั่วไปเพื่อให้แน่ใจว่ายามที่มาอีกครั้ง ข้าจะสามารถหาสถานที่เก็บพระคัมภีร์ได้”
ลู่เฉินยิ้มหลังจากได้ยินเช่นนี้ “ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกตินี้เลยหรือ?”
เซี่ยอีฉานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เขาวงกตนี้ใหญ่มากและแผ่ขยายไปทุกทิศทาง นอกจากนี้ยังมีอันตรายในหลาย ๆ สถานที่ แม้พวกเขาจะพบเครื่องหมายของข้า แต่พวกเขาก็จะไม่สามารถหามันเจอ”
“อันตรายงั้นหรือ?” ลู่เฉินไม่ได้สังเกตเห็นอันตรายใด ๆ รอบตัวเขา ดังนั้นจึงรู้สึกสงสัยนักไม่น้อย
เซี่ยอีฉานอธิบายว่า “นั่นเป็นเพราะพวกเราเดินอยู่บนเส้นทางที่ปลอดภัย ถ้าเราเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางแล้ว เราอาจพบคนบางส่วนที่เสียชีวิตอยู่ที่นี่”
“คนที่เสียชีวิตอยู่ที่นี่งั้นหรือ?”
“ขอรับ หลังจากพวกเขาตาย วิญญาณของพวกเขาจะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ ดังนั้นวิญญาณเหล่านี้จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่สูญเสียตัวตนไป”
“วิญญาณเร่ร่อนก่อตัวขึ้นที่นี่งั้นหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกประหลาดใจ
“ขอรับ วิญญาณเร่ร่อนสามารถก่อตัวขึ้นที่นี่ได้ โดยวิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้จะมีพลังมาก ดังนั้นเมื่อท่านพบพวกมัน ท่านจะต้องรีบวิ่งหนี วิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้จะไม่ไล่ล่าผู้คน แต่จะโจมตีเป้าหมายที่อยู่รอบตัวพวกเขาเท่านั้น” เซี่ยอีฉานอธิบายเสริม
หลังจากได้ยินแบบนี้ ลู่เฉินก็ถามว่า “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าวิญญาณเร่ร่อนที่ทรงพลังของที่นี่อยู่ที่ไหน”
เซี่ยอีฉานถามแปลก ๆ “นายท่านต้องการทำอะไรหรือ?”
“ข้าอยากพบพวกเขาสักครู่”
“นายท่านอย่าทำเช่นนั้นเลย วิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้หาใช่วิญญาณเร่ร่อนธรรมดา” เซี่ยอีฉานตื่นตระหนกทันที
“โอ้? มีอันใดแตกต่างงั้นหรือ?” ลู่เฉินสงสัย