ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 744 ในที่สุดก็ได้พบกับคนที่มี ‘ชีวิต’
บทที่ 744 ในที่สุดก็ได้พบกับคนที่มี ‘ชีวิต’
ดังนั้นลู่เฉินจึงเริ่มสร้างปราการวิญญาณภายในพื้นที่จิตแห่งนี้
หญิงสาวผู้นี้ดูราวกับ ‘เครื่องจักร’ นางยังคงไล่โจมตีลู่เฉินต่อไป
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ชายหนุ่มสร้างปราการวิญญาณจนเสร็จไปหลายชั้น และเพิ่มอักขระยันต์ไว้ด้านบน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลู่เฉินจึงให้นางเข้าไปภายในปราการวิญญาณ และปล่อยให้นางโจมตีที่นั่นอย่างอิสระ
พลังวิญญาณของหญิงสาวผู้นี้ได้รับผลกระทบจากปราการวิญญาณ จึงค่อย ๆ อ่อนแอลง
หลังเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงสาวผู้นี้พลันไร้ซึ่งพลังวิญญาณ ดังนั้นการโจมตีบนร่างของลู่เฉินจึงไม่มีประโยชน์ใด ๆ
ทว่าหญิงสาวยังคงโจมตีต่อไป กระทั่งฝ่ามือแปดวิญญาณของลู่เฉินพันรัดนางไว้ ทำให้เมื่อวิญญาณของนางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ นางจึงได้แต่ยืนสับสนอยู่ตรงนั้น
ลู่เฉินเตรียมจะเพิ่มตราประทับวิญญาณลงไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือหญิงสาวผู้นี้กลับดูเลือนราง จนเงาวิญญาณได้หายไปในที่สุด
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มยังถูกพลังงานประหลาดบางอย่าง จากภายในพื้นที่จิตส่งออกมายังภายนอก และหญิงสาวผู้นั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ลู่เฉินมองไปยังเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลาง “เมื่อครู่มีผู้ใดมาหรือไม่?”
ทั้งสองส่ายศีรษะ
ลู่เฉินแปลกใจ “เช่นนั้นหญิงสาวผู้นี้ออกไปได้อย่างไร?”
เซี่ยอีฉานลังเล ก่อนจะพูดขึ้นมา “จู่ ๆ นางก็ลืมตาขึ้นมา จากนั้นก็หายไปขอรับ”
ชายหนุ่มรู้สึกสงสัย “ลืมตา จากนั้นก็หายตัวไป?”
เซี่ยอีฉานพยักหน้ารับ
ไม่เพียงเซี่ยอีฉาน หั่วเตาหลางก็พูดขึ้นมาเช่นกัน “นางเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขอรับ”
ลู่เฉินเข้าใจแล้ว จึงพูดขึ้นมา “ดูเหมือนว่ามีคนช่วยนางอยู่”
“ช่วยนาง?” เซี่ยอีฉานไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร
หั่วเตาหลางมองด้วยความแปลกใจ ลู่เฉินจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เซี่ยอีฉานพลันตกตะลึงขึ้นมา “หมายความว่า สิ่งประหลาดลึกลับนั่นอยู่ใกล้ ๆ นี่หรือขอรับ?”
“หรือว่าเขาจะยังไม่รู้” ลู่เฉินยังไม่มั่นใจ จึงพูดได้เพียงเท่านี้
เซี่ยอีฉานได้ฟังแล้วรู้สึกชาไปทั้งตัว “ไม่รู้ว่าเขาจะปรากฏตัวออกมาหรือไม่”
“ไม่ต้องสนใจเขาแล้ว เข้าไปเถิด” ลู่เฉินจัดการกับอารมณ์ของตน จากนั้นปล่อยเพลิงทั้งเก้าออกไปบนกำแพงน้ำแข็ง
กำแพงน้ำแข็งที่ไม่มียันต์ปิดผนึกหลอมละลายลงทันที จากนั้นห้องลับห้องหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าคนทั้งสาม
บริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยแสงสว่างสีเขียว
เมื่อเซี่ยอีฉานเห็นภายในนี้ จึงตกตะลึงขึ้นมา “นายท่าน ดูนั่น ที่นี่มีผลไม้ถูกปิดผนึกอยู่จำนวนมาก!”
ลู่เฉินเองก็เห็นเช่นกัน และเมื่อมองแล้วก็เห็นว่ามีผลไม้หนึ่งหมื่นปี ไปจนถึงหนึ่งแสนปีอยู่กองหนึ่ง พวกมันถูกผนึกด้วยน้ำแข็งเอาไว้ที่นี่ ทำให้ผลไม้เหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
แต่ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจเล็กน้อย “สิ่งประหลาดลึกลับนี้ เก็บรวบรวมผลไม้เหล่านี้ไว้เพื่อทำสิ่งใดกัน?”
คำถามนี้เซี่ยอีฉานก็อยากรู้เช่นกัน ดังนั้นมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “หรือว่าเขามีงานอดิเรก เป็นการเก็บสะสมผลไม้?”
หั่วเตาหลางจึงพูดขึ้นมา “เหตุใดเขาจึงไม่กินผลไม้เหล่านี้ไปให้หมด?”
เซี่ยอีฉานรู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมา “เก็บผลไม้เหล่านี้ขึ้นมาก่อน แล้วค่อยว่ากันเถิด”
พูดจบ ชายหนุ่มก็เตรียมจะเดินไปสัมผัสผลไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่าด้านนอกของผลไม้เหล่านี้มีเขตแดนหนึ่งอยู่ มันขัดขวางลู่เฉินและคนอื่น ๆ ไว้ด้านนอก
เซี่ยอีฉานแปลกว่าใจสิ่งนี้คือสิ่งใดกัน และเมื่อลู่เฉินลองสัมผัส จึงพบว่าเขตแดนนี้ทรงพลังยิ่งนัก แต่เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว และยังนำมือวางด้านบน จากนั้นก็ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’
จากนั้นพลังของเขตแดนนี้จึงค่อย ๆ ถูกกลืนกินลงไป
ทว่าจู่ ๆ บริเวณรอบ ๆ ก็ปรากฏไอความเย็นมากมายขึ้นมา ไอความเย็นเหล่านี้ค่อย ๆ รวมตัวและกลายเป็นกลุ่มก้อน จากนั้นจึงกลายเป็นมนุษย์หิมะขึ้นมาทีละคน
มนุษย์หิมะเหล่านี้ภายนอกเป็นหิมะ ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับมีแสงสีขาวสว่างขึ้นมา ดูแล้วแปลกประหลาดนัก
เซี่ยอีฉานเห็นแล้วรู้สึกตกตะลึงขึ้นมา “มากมายถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
หั่วเตาหลางเองก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา เพราะว่าพลังของมนุษย์หิมะเหล่านี้แข็งแกร่งมาก ทว่ามนุษย์หิมะเหล่านั้นต่างมองไปยังลู่เฉิน
ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา “ดูเหมือนพวกมันจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นข้าเสียแล้ว”
เซี่ยอีฉานไม่เข้าใจ “เช่นนั้นพวกมันจะไม่โจมตีเราหรือ?”
“ไม่โจมตีพวกเจ้า แต่โจมตีข้า” ลู่เฉินยิ้มด้วยท่าทางนิ่งเฉย
เซี่ยอีฉานพูดด้วยความแปลกใจ “เช่นนั้นควรทำอย่างไรดีขอรับ?”
“พวกเจ้าถอยไปอีกด้านหนึ่ง ข้าจะจัดการพวกมันก่อน” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็เดินออกไป จากนั้นมนุษย์หิมะเหล่านี้จึงเคลื่อนไหว
มนุษย์หิมะเหล่านี้ค่อย ๆ ปล่อยเกล็ดหิมะออกมาเป็นกลุ่มก้อน พร้อมระเบิดในบริเวณที่ลู่เฉินอยู่ทันที และกลายเป็นกำแพงน้ำแข็ง หมายจะขังชายหนุ่มไว้ภายใน
แต่ลู่เฉินเป็น ‘เงา’ ความเร็วของเขาสามารถไปถึงขั้นสูงสุด จนมนุษย์หิมะเหล่านี้ไม่สามารถสัมผัสได้
ลู่เฉินนำก้อนหินที่มีไฟลุกโชนอยู่ออกมาสองถึงสามก้อน และขว้างมันออกไป
ก้อนหินเหล่านี้ค่อย ๆ ระเบิดออก
ตูม ตูม ตูม!
เปลวเพลิงที่ทรงพลังพุ่งไปบนร่างของมนุษย์หิมะเหล่านี้ ทำให้พวกมัน ‘หลอมละลาย’ ลงทันที
ภาพดังกล่าวทำให้เซี่ยอีฉานและคนอื่นตกตะลึงขึ้นมา จากนั้นลู่เฉินก็พึมพำ “ที่แท้ก็คือเคล็ดวิชามนุษย์หิมะ”
“เคล็ดวิชามนุษย์หิมะ?” เซี่ยอีฉานสงสัย
ชายหนุ่มพยักหน้าพลางพูด “เคล็ดวิชามนุษย์หิมะ เป็นเคล็ดวิชาหนึ่งที่ผ่านคาถาวิชาธาตุน้ำแข็ง แต่การจะใช้เคล็ดวิชามนุษย์หิมะเช่นนี้ จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก และยังสูญเสียพลังปราณไปไม่น้อยเช่นกัน”
“เช่นนั้นอีกฝ่ายมีพลังขั้นใดกัน?” เซี่ยอีฉานรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ขั้นแปลงเซียนแล้ว
ลู่เฉินพึมพำออกมา “พลังยุทธ์ของอีกฝ่ายดูแล้วไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ทักษะนั้นไม่อ่อนด้อย และน่าจะใช้สมบัติวิญญาณ”
เซี่ยอีฉานยิ่งฟังก็ยิ่งกังวลใจ “นายท่าน ท่านคิดว่าสิ่งประหลาดลึกลับนี้ แท้จริงแล้วคือผู้ใดกัน?”
“ใครจะรู้กัน” ลู่เฉินหมุนตัวไปดูผลไม้และเขตแดนเหล่านั้น พร้อมรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเช่นกัน
แต่ลู่เฉินก็ไม่อยากคิดอะไรมาก จึงทำลายเขตแดนนี้ต่อไป
ทว่าเมื่อเขาคิดจะสัมผัสผลไม้เหล่านี้ บริเวณรอบ ๆ พลันเกิดการ ‘เปลี่ยนแปลง’
จู่ ๆ ทุกคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาบนพื้นหิมะ และผลไม้เหล่านั้นก็หายไปแล้ว
เซี่ยอีฉานตกตะลึงขึ้นมา “นายท่าน เกิดสิ่งใดขึ้น?”
หั่วเตาหลางรู้สึกแปลกใจและมองไปรอบ ๆ
ลู่เฉินมองไปยังพื้นหิมะและหมอกที่อยู่รอบ ๆ “ดูเหมือนว่าพวกเราจะเข้ามากลางค่ายกลเสียแล้ว”
“ค่ายกล? กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้?” เซี่ยอีฉานสัมผัสได้ว่ารอบ ๆ ดูไม่ธรรมดา โดยเฉพาะรอบ ๆ ที่มีลมพันกรรโชกอยู่มากมาย แม้เขาจะมีศิลาวิญญาณปกป้องที่ลู่เฉินมอบให้ แต่ก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ดี
ลู่เฉินกลับนิ่งเฉย และมองรอบ ๆ พลางแสยะยิ้ม “ค่ายกลนั้นเพียงแค่ทำลายก็ได้แล้ว”
“ทำลาย?” เซี่ยอีฉานไม่รู้ว่าลู่เฉินจะทำลายอย่างไร
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีโลงศพหินสีขาวตกลงมาจากท้องฟ้า เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางจึงเตรียมพร้อมขึ้นมาทันที
ลู่เฉินมองอย่างเงียบ ๆ กระทั่งโลงศพหินลอยอยู่ตรงหน้าทุกคน จากนั้นภายในโลงศพหินก็มีเสียงหญิงสาวผู้หนึ่งดังออกมา “พวกเจ้าช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!”
“สตรี?” เซี่ยอีฉานตกตะลึงขึ้นมา
ลู่เฉินเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน เพราะว่าสิ่งประหลาดลึกลับนั่น ดูจากรูปร่างแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นชาย ดังนั้นเขาจึงรู้สึกสงสัย “เจ้าไม่ใช่สิ่งประหลาดลึกลับนั่นหรือ?”
“จะใช่หรือไม่นั้นสำคัญด้วยหรือ?” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา “ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าเจ้าและสิ่งประหลาดลึกลับนั่น มีความเกี่ยวข้องกัน!”
“ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร?” หญิงสาวยังคงพูดด้วยท่าทางเย็นชา
เขายิ้มพลางมองโลงศพหิน “เช่นนั้นเจ้าไม่ออกมาหรือ?”
“สำหรับการจัดการกับพวกเจ้า ข้าไม่จำเป็นต้องออกไป!” หญิงสาวพูดอย่างไม่สนใจ