ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 743 นางพูดซ้ำเพียงประโยคเดียว!
บทที่ 743 นางพูดซ้ำเพียงประโยคเดียว!
ไม่ใช่ว่าลู่เฉินไม่เชื่อ เพราะเขาก็สัมผัสได้แล้วเช่นกัน
ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปทางด้านหนึ่งของบันได พลางพูดขึ้นมา “อยู่ตรงนั้น”
“ที่ใดกันขอรับ!?” เซี่ยอีฉานหวาดกลัวจนมองไปรอบ ๆ
ลู่เฉินจ้องมองทิศทางนั้นต่อไป “ตรงนั้น แต่เมื่อเราขยับ เขาก็จะขยับ และยังรักษาระยะห่างกับพวกเรา”
“ใช่สิ่งประหลาดลึกลับนั่นหรือไม่?”
“ไม่ใช่” เขาทราบว่ากลิ่นอายนี้แตกต่างกับคนผู้นั้น
“ไม่ใช่? เช่นนั้นคือสิ่งใดกัน?” เซี่ยอีฉานสงสัย
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “คือสิ่งใดนั้น เพียงดูก็จะได้รู้”
เซี่ยอีฉานแปลกใจว่าอีกฝ่ายจะดูเช่นไร
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มหันไปพูดกับพวกเขา “อีกสักครู่พวกเราจะขึ้นไปด้วยกัน”
เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางจึงเตรียมพร้อมทันที
ส่วนลู่เฉิน เขามีความเร็วมากพอ ดังนั้นเพียงเขาพูดว่าเริ่มต้นก็หายตัวไปทันที
หั่วเตาหลางตามไป มีเพียงเซี่ยอีฉานที่ช้าที่สุด
จากนั้นเมื่อลู่เฉินไปถึงยังทางเดิน กลิ่นอายนั้นก็หายไปอีกครั้ง
หั่วเตาหลางเห็นลู่เฉินหยุดเดิน จึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “นายท่าน มีอะไรหรือขอรับ?”
“หนีไปแล้ว” ลู่เฉินตอบกลับ
หั่วเตาหลางมองไปรอบ ๆ ส่วนเซี่ยอีฉานที่ตามมาทีหลังถามขึ้นมาทันที “นายท่าน เขาหนีไปแล้วหรือขอรับ?”
ลู่เฉินพยักหน้ารับ ก่อนจะพูด “ไม่ต้องสนใจเขา พวกเราไปสถานที่ที่จะไปกันเถิด”
พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินไปตามทางเดินของชั้นที่สอง
บนทางเดินนี้ ทุก ๆ ช่วงหนึ่งจะมีประตูหินอยู่ ชายหนุ่มไม่ได้เปิดมันออก แต่เดินตามทางของตนต่อไปเท่านั้น
ทว่าเซี่ยอีฉานกลับรู้สึกแปลกใจ เหตุใดลู่เฉินจึงไม่เปิดประตูเหล่านั้น
ไม่เพียงเซี่ยอีฉาน หั่วเตาหลางก็อยากรู้เช่นกัน
แต่ทั้งสองไม่ได้มีปัญหาใด ดังนั้นจึงตามไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเดินไปใกล้จะสุดทางเดิน ลู่เฉินกลับหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง “คือที่นี่”
เซี่ยอีฉานรู้สึกกังวลใจขึ้นมา เพราะว่าประตูหินบานนี้แตกต่างจากประตูหินบานอื่น
เพราะว่าบนกำแพงของประตูหินนี้เป็นกำแพงน้ำแข็ง และมีแสงผ่านได้ อีกทั้งด้านบนยังมีอักขระยันต์แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย
ทว่าลู่เฉินกลับไม่ลังเล พร้อมใช้เคล็ดวิชาทลายอักขระ เพื่อทำลายอักขระยันต์บนกำแพงน้ำแข็งนี้ แต่เมื่อเตรียมจะเปิดประตูน้ำแข็งบานนี้ออก บริเวณรอบ ๆ พลันมีไอความเย็นแผ่กระจายออกมาเป็นจำนวนมาก
เซี่ยอีฉานเตรียมรวบรวมม่านแสงทองขึ้นมาทันที
หั่วเตาหลางถูกล้อมไปด้วยไฟเพลิง มือของทั้งสองถือศิลาวิญญาณไว้อย่างแน่นหนา
และในขณะนั้นเอง เงาสีขาวพลันสว่างขึ้นมา จากนั้นฝ่ามือหนึ่งได้ฟาดมายังลู่เฉิน
แต่ลู่เฉินเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายโจมตีมาจึงหลบเลี่ยงได้ทัน จากนั้นก็จ้องมองไปยังเงาสีขาวที่หลอมรวมออกมา
เงาสีขาวภายใต้ไอความเย็นนี้ค่อย ๆ กลายเป็นคนผู้หนึ่ง
เป็นสตรีอ่อนวัยคนหนึ่ง แต่ทั่วร่างกายเต็มไปด้วยไอความเย็น บนใบหน้านั้นยิ่งดูเหมือนชั้นน้ำแข็งที่ถูกหลอมขึ้นมา ดูแล้วแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
เซี่ยอีฉานคิดว่ากำลังเห็นสิ่งที่น่ากลัวบางอย่าง จึงร้องเสียงดัง “สิ่งประหลาดใดกัน!”
หั่วเตาหลางเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
ขณะนั้นเอง หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมา “ผู้บุกรุก ตายซะ!”
ลู่เฉินกลับหันไปพูดกับหั่วเตาหลางและเซี่ยอีฉาน “ผู้ที่เฝ้าสังเกตพวกเราอยู่ด้านบนเมื่อครู่ และยังเลียนแบบเสียงฝีเท้าการเดินของพวกเราก็คือนาง!”
เซี่ยอีฉานเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ นาง?”
ลู่เฉินพยักหน้า
แต่หญิงสาวพูดออกมาเพียงคำสั้น ๆ “ผู้บุกรุก ตายซะ!”
เซี่ยอีฉานรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ “นายท่าน หรือนางจะพูดได้เพียงประโยคเช่นนี้?”
“ลองดูก็จะได้รู้” ลู่เฉินจึงใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ
แต่อีกฝ่ายกลายเป็นเงามากมาย เพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีของลู่เฉิน และในขณะเดียวกันเงาของนางก็ล้อมอยู่รอบ ๆ และพูดออกมา “ผู้บุกรุก ตายซะ!”
“นายท่าน ท่านดู นางพูดเพียงประโยคเดียว” เซี่ยอีฉานพูดด้วยความมั่นใจ
ลู่เฉินยิ้มหยันขึ้นมา “ดูเหมือนว่าต้องจับนางเสียก่อน แล้วค่อยดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น”
และในขณะนั้นเอง จู่ ๆ หญิงสาวคนนั้นก็ปล่อยไอความเย็นออกมา รอบกายลู่เฉินและคนอื่น ๆ จึงเกิดกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาทันที ทำให้ทั้งสามถูกขังอยู่ด้านใน
เซี่ยอีฉานตกตะลึงจนหน้าถอดสี พร้อมรีบโจมตีไปยังกำแพงน้ำแข็งนี้ทันที แต่กำแพงน้ำแข็งนี้ไม่สามารถทำลายลงได้
ไม่เพียงเท่านั้น รอบกายเซี่ยอีฉานพลันปรากฏไอความเย็นออกมามากมาย จนในที่สุดจึงทำให้ร่างของเซี่ยอีฉาน ‘แข็งนิ่ง’ อยู่ตรงนั้น ไม่มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้
หั่วเตาหลางเองก็เช่นกัน
เรื่องนี้ทำให้เซี่ยอีฉานหวาดกลัวขึ้นมา จากนั้นเขาก็พูดด้วยความร้อนใจ “นายท่าน ข้าเคลื่อนไหวไม่ได้!”
ลู่เฉินทราบว่าไอความเย็นเหล่านี้แตกต่างจากทั่วไป ดังนั้นจึงพูดกับพวกเขา “พวกเจ้าอย่างพึ่งขยับ ข้าจะทำลายกำแพงน้ำแข็งนี้”
และในขณะนั้นเอง เซี่ยอีฉานตกตะลึงจนหนาถอดสี “นะ… นางจะวิ่งเข้ามาในร่างกายของข้า!”
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น เปลวเพลิงกระจายไปทั่วร่างกายเขาทันที จากนั้นจึงหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งนี้ หลังหั่วเตาหลางและลู่เฉินเป็นอิสระ กลับเห็นว่าเซี่ยอีฉานได้โยนศิลาวิญญาณไปอีกด้านหนึ่ง จากนั้นทั้งร่างก็ถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก้อนหนึ่ง
หั่วเตาหลางมีสีหน้าเปลี่ยนไป พร้อมรีบดึงกระบี่เพลิงทั้งสองเล่มออกมาเตรียมพร้อมไว้
ลู่เฉินเอ่ยเตือนเขา “เจ้าเพียงดูแลตัวเองให้ดีก็พอ”
“ขอรับ” หั่วเตาหลางปลดปล่อยเพลิงออกมาเพื่อปกป้องตนเอง ส่วนลู่เฉินเดินไปตรงหน้าเซี่ยอีฉาน และปล่อยเพลิงทั้งเก้าในมือไปบนร่างกายของเขา
ไม่นานน้ำแข็งบนร่างของเซี่ยอีฉานก็ค่อย ๆ ละลายลงไป
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เซี่ยอีฉานจึงเป็นอิสระ แต่พูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว “นายท่าน! นาง… เมื่อครู่นางวิ่งเข้ามาภายในร่างกายข้า จากนั้นก็ควบคุมข้าและโยนศิลาวิญญาณลงไปบนพื้น”
ลู่เฉินมองไปยังศิลาวิญญาณนั่น จากนั้นจึงเก็บขึ้นมาส่งให้เซี่ยอีฉาน “ครั้งหน้าต้องระวังหน่อย”
“แต่นางรวดเร็วมาก ทำให้ขัดขวางได้ไม่ทัน” เซี่ยอีฉานพูดด้วยความหดหู่ใจ
ชายหนุ่มคิดแล้วจึงทำศิลาวิญญาณขึ้นมาอีกสองชิ้น สลักอักขระยันต์ไว้ด้านบน และมอบให้คนทั้งสอง
“นายท่าน …นี่คือ?”
“อักขระยันต์ที่สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ใด รุกรากเข้ามาภายในร่างกายของเจ้าได้” ลู่เฉินอธิบายออกมา
เซี่ยอีฉานรู้สึกว่าเหลือเชื่อเกินไป จึงมองลู่เฉินพลางพูดด้วยความดีใจ “นายท่าน ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก ไม่ว่าสิ่งใดก็ทำได้!”
และในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ด้านหลังของลู่เฉินจึงปรากฏหญิงสาวผู้นั้นขึ้นมา เขาพลันแสยะยิ้ม “คิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องซุ่มโจมตีข้า!”
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า เพื่อครอบครองร่างของหญิงสาวผู้นี้ทันที
หญิงสาวเบิกตากว้าง จากนั้นยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับกายและรีบหลับตาลงทันที ราวกับกำลังต่อสู้กับลู่เฉิน
เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางต่างมองหน้ากัน
กระทั่งเซี่ยอีฉานพูดขึ้นมา “นายท่าน …จะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
หั่วเตาหลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่อนายท่านเข้าไปภายในร่างกายของนาง เช่นนั้นก็หมายความว่านายท่านต้องมีวิธีจัดการกับนาง”
เซี่ยอีฉานพยักหน้ารับ “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
ในขณะนั้นเอง ภายในพื้นที่จิตของหญิงสาวผู้นี้ ลู่เฉินมองไม่เห็นเงาร่างของนาง ดังนั้นจึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “วิญญาณของนางอยู่ที่ใดกัน?”
“ผู้บุกรุก ตายซะ!” ประโยคที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่นานหญิงสาวผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังลู่เฉิน เงาฝ่ามือสีน้ำเงินลอยมา จากนั้นวิญญาณของลู่เฉินก็หมุนตัวกลับไป และปล่อยให้อีกฝ่ายโจมตีอย่างอิสระ
ตูม!
เงาฝ่ามือตกลงสู่บนร่างของวิญญาณลู่เฉิน แต่ไม่ส่งผลใด ๆ กับเขา
แต่หญิงสาวผู้นี้ดูราวกับ ‘เครื่องจักร’ นางยังคงโจมตีต่อไป
ลู่เฉินจึงเอ่ยเตือนนาง “ไม่มีประโยชน์ เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้!”
ราวกับว่าหญิงสาวผู้นี้จะไม่ได้ยิน นางยังโจมตีต่อไป
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา เขาคิดจะให้นางหยุดมือลงก่อนแล้วค่อยว่ากัน