ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 746 ครั้งนี้ผู้ใดก็พาเจ้าไปไม่ได้!
บทที่ 746 ครั้งนี้ผู้ใดก็พาเจ้าไปไม่ได้!
หญิงสาวที่ดูเหมือนอสูรจิ้งจอกตกตะลึงขึ้นมา “เจ้าไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย?”
“คงไม่คิดว่าเพียงลมและไอความเย็น จะสามารถจับข้าได้หรอกนะ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองหญิงสาว
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นั่นเป็นเพราะข้าไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด”
“มา ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าออกมาสิ” ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาว
นางไม่คิดว่าลู่เฉินจะเป็นฝ่ายพูดยั่วยุตน จึงตะโกนขึ้นมา จากนั้นดวงตาก็เริ่มแดงก่ำ
ไม่เพียงเท่านั้น ริมฝีปากของหญิงสาวยังส่งเสียงประหลาดบางอย่าง ราวกับกำลังจะสะกดจิตลู่เฉิน
ลู่เฉินยังคงยิ้มและไม่พูดใด ๆ อีกทั้งยังก้าวไปตรงหน้าหญิงสาวทีละก้าว
ตอนแรกหญิงสาวยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง แต่เมื่อลู่เฉินเดินเข้ามาประชิดด้านหน้า นางจึงตกตะลึงขึ้นมา พร้อมใช้มือขวารวบรวมกระแสลม และโจมตีไปยังลู่เฉิน อดไม่ได้ที่จะทำให้เขากระเด็นออกไป
แต่ลู่เฉินหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย เขากลับไปยังตำแหน่งเดิมพลางแสยะยิ้มออกมา “เจ้าคิดว่าจะทำอะไรข้าได้หรือ?”
หญิงสาวรู้สึกตกใจ “รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ยอมเสียเถิด ไม่มีประโยชน์หรอก” ลู่เฉินจ้องมองหญิงสาวพลางแสยะยิ้ม
“ให้ข้ายอม? เป็นไปไม่ได้!” หญิงสาวลุกขึ้นทันที ก่อนจะพุ่งตัวไปยังเพดานของตำหนัก คิดที่จะออกไปจากที่นี่ แต่กลับพบว่าตนไม่สามารถออกไปได้
เรื่องนี้ทำให้หญิงสาวร้อนใจขึ้นมา นางยังคงเดินไปรอบ ๆ แต่กลับไม่สามารถออกไปจากตำหนักแห่งนี้ได้
เมื่อลู่เฉินเห็นนางมีท่าทีร้อนรน จึงพูดขึ้นมา “อย่าเสียพลังเปล่านักเลย เจ้าไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าคิดว่าออกไปได้” หญิงสาวพูดด้วยความมั่นใจ
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
นางยังคงมีความพยายาม และมั่นใจว่าตนสามารถออกไปจากที่นี่ได้ จึงปล่อยการโจมตีออกมามากมาย ปล่อยการโจมตีเหล่านี้ขึ้นไปบนเพดาน
แต่มันกลับไม่สามารถทำให้เพดานเสียหายได้
ภาพที่เห็นนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และยังก่นด่าออกมา “ตายซะ!”
“ยังคิดขัดขืนอีกหรือ?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายพึมพำออกมา ลู่เฉินจึงแสยะยิ้ม
“แม้ข้าจะไม่สามารถออกไปได้ ทว่าเจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้” เมื่อหญิงสาวพูดจบ ก็นั่งลงอีกด้านหนึ่ง จากนั้นทั้งร่างพลันกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง
ลู่เฉินจ้องมองรูปปั้นน้ำแข็งพลางยิ้ม “เจ้าคงไม่คิดว่ากลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแล้ว ข้าจะไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้หรอกนะ”
“รูปปั้นน้ำแข็งของข้าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง! อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าขั้นแปลงเซียน ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้” หญิงสาวพูดด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นเจ้าต้องดูให้ดีแล้ว!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงใช้ ‘เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า’ พุ่งตัวเข้าไปภายในรูปปั้นน้ำแข็งทันที และได้พบวิญญาณของหญิงสาวภายในพื้นที่จิตของนาง
วิญญาณของหญิงสาวในตอนนี้ดูปกติยิ่งนัก ไม่มีหางและใบหน้าของอสูรจิ้งจอก กลับดูเหมือนหญิงสาวทั่วไป
แต่หญิงสาวผู้นี้ดูดุร้าย และยังจ้องมองลู่เฉิน “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
“เข้ามาตรง ๆ เลย” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองนาง
หญิงสาวไม่เชื่อ เพราะพื้นที่จิตของตนแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ลู่เฉินซึ่งเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้กลับสามารถเข้ามาได้ มันทำให้นางคิดว่าอีกฝ่ายต้องอาศัยสมบัติวิญญาณบางอย่างแน่
แต่ลู่เฉินไม่ได้สนใจในสิ่งที่นางคิด เขาเดินไปรอบ ๆ พื้นที่จิตของนาง
หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ “เจ้าหนุ่ม เหตุใดไม่โจมตีข้า? คิดว่าเข้ามาเดินเล่นที่นี่หรือ?”
ใครจะรู้ว่าลู่เฉินกำลังสร้างปราการวิญญาณขึ้น และยังให้เงาสายฟ้ากับกุ่ยเจี่ยออกมาด้วย
หญิงสาวรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ ดังนั้นจึงโจมตีไปยังลู่เฉิน แต่ ‘เม็ดยาสีดำ’ ของชายหนุ่มดูดซับพลังไป ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้
เมื่อลู่เฉินจัดการบางอย่างเสร็จเรียบร้อย จึงมองไปยังหญิงสาว “มา พวกเราควรจะเจรจากันดี ๆ เสียหน่อย”
“เจรจา?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“อีกไม่นานวิญญาณของเจ้าจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถูกข้าจับในที่สุด” ลู่เฉินยิ้มพลางมองนาง
“ฝันไปเถิด นี่เป็นพื้นที่จิตของข้า เจ้าคิดว่าตนเองที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ จะจับข้าได้อย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวไม่เชื่อ และยังคิดจะใช้การควบคุมพื้นที่จิตของตนมาจัดการกับลู่เฉิน
อย่างไรก็ตาม ปราการวิญญาณค่อย ๆ บีบตัวเล็กลง ทำให้พลังวิญญาณของหญิงสาวค่อย ๆ อ่อนแอ
เรื่องนี้ทำให้หญิงสาวหวาดกลัวขึ้นมา “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
“ข้าสร้างปราการวิญญาณขึ้นมารอบ ๆ และบนปราการวิญญาณนี้ยังมีอักขระยันต์อยู่ ทำให้วิญญาณของเจ้าไม่สามารถหนีออกไปได้” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
หญิงสาวตกตะลึงขึ้นมา “ข้าแนะนำว่าเจ้าควรปล่อยข้าไปซะ มิเช่นนั้นนายท่านไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่”
“นายท่าน?” ลู่เฉินคิดไปถึงสิ่งประหลาดลึกลับนั่น
“ใช่ นายท่านมีทักษะลึกล้ำและสมบัติวิญญาณมากมาย ดังนั้นข้าแนะนำเจ้าว่ารีบปล่อยข้าไปซะ!” หญิงสาวข่มขู่ลู่เฉิน
ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา “เช่นนั้นข้าจะรอดูว่านายท่านที่เจ้าพูดถึงนี้ จะมาช่วยเจ้าหรือไม่”
หญิงสาวพูดด้วยความโมโห “เจ้าคิดว่าข้ากำลังพูดเรื่องตลกอยู่หรือ?”
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้เจ้าไม่สามารถออกไปได้” ลู่เฉินจ้องหมองหญิงสาว
หญิงสาวโมโหจนกัดฟันกรอด แต่พลังวิญญาณของตนค่อย ๆ อ่อนแอลงจริง ๆ นางจึงต้องทำมือทั้งสองข้างด้วยท่าทางแปลก ๆ ริมฝีปากยังท่องอะไรบางอย่าง “นายท่าน”
“กำลังเรียกอะไร?” ลู่เฉินแปลกใจ
ในขณะนั้นเอง ภายในพื้นที่จิตพลันปรากฏกระแสน้ำวนขึ้นมา มีเชือกสีดำปรากฏออกมาจากกระแสน้ำวนนี้ เชือกสีดำนี้ทะลุผ่านปราการวิญญาณ และคล้องหญิงสาวเอาไว้ทันที เพื่อคิดจะพานางออกไปจากที่นี่
หญิงสาวพลันดีใจขึ้นมา พร้อมพูดยั่วยุลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เจ้าจับข้าไม่ได้หรอก!”
“งั้นหรือ เจ้าไม่ต้องการกายเนื้อแล้วใช่หรือไม่?” ลู่เฉินย้อนถามนาง
“กายเนื้อของข้า นายท่านก็สามารถนำไปได้” หญิงสาวพูดด้วยความมั่นใจ
ลู่เฉินจึงยิ้มประหลาดขึ้นมา “เกรงว่าเขาจะพาเจ้าไปไม่ได้”
“เพราะเหตุใด?”
“ข้าได้วางค่ายกลบางอย่างบนปราการวิญญาณนี้แล้ว และค่ายกลนี้มีไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด จากนั้นบนปราการจึงปรากฏอักขระยันต์สีทองขึ้นมา อักขระยันต์เหล่านี้ค่อย ๆ กลายเป็นเครื่องหมายที่แตกต่างกัน และลอยไปตามเชือก
เชือก ‘เผาไหม้’ ขึ้นมาทันที จากนั้นจึงหายไป ทำให้หญิงสาวถูกกักขังภายในปราการวิญญาณอีกครั้ง
หญิงสาวตกตะลึงขึ้นมา เพราะว่านางคิดว่าตนจะสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้แม้แต่นายท่านก็ยังช่วยตนไม่ได้ นางจึงเริ่มตื่นตระหนก “เจ้าหนุ่ม ทางที่ดีเจ้ารีบปล่อยข้าออกไปซะ มิเช่นนั้นหากนายท่านของข้ามาด้วยตนเอง เจ้าต้องตายแน่”
ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางมองนาง “หากเจ้ายอมร่วมมือกับข้าดี ๆ ก็ยังจะพอรักษาชีวิตได้”
“ร่วมมือ? เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ?” หญิงสาวไม่เชื่อ
ลู่เฉินเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อ จึงพูดขึ้นมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นข้าก็คงไม่เกรงใจแล้ว”
เมื่อเขาพูดจบ จึงให้กุ่ยเจี่ยและเงาสายฟ้าร่วมกันโจมตีนาง
หญิงสาวรู้สึกราวกับวิญญาณถูกอะไรบางอย่างระเบิดใส่ นางเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพลังวิญญาณถูกจำกัด และเมื่อกุ่ยเจี่ยเข้ามาใกล้ นางก็ยังไม่สามารถหนีออกไปได้ จนรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนกำลังจะถูกดูดออกไป
หญิงสาวพลันหวาดกลัวขึ้นมา จึงพูดด้วยความตื่นกลัวขึ้นมา “เจ้าอยากรู้เรื่องใดกันแน่?”
“นายท่านที่เจ้าพูดถึงนายคือใคร แล้วเจ้าคือใครกัน? เหตุใดจึงอยู่ที่นี่” ลู่เฉินถามออกมาหลายคำถามในคราเดียว
วิญญาณของหญิงสาวสั่นเทิ้มขึ้นมา ยังพูดออกมาสั้น ๆ “ข้า… บอกไม่ได้!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด และขณะนั้นกุ่ยเจี่ยได้เดินไปประชิดด้านข้างนางแล้ว