ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 747 ของวิเศษตาบอดกลุ่มหนึ่ง
บทที่ 747 ของวิเศษตาบอดกลุ่มหนึ่ง
พลังของปราการวิญญาณ ทำให้พลังวิญญาณของหญิงสาวค่อย ๆ อ่อนแอลง จนเมื่อกุ่ยเจี่ยเข้าไป นางจึงรู้สึกว่าวิญญาณของตนเหมือนจะถูกอีกฝ่ายดูดออกไป ดังนั้นหญิงสาวจึงร้อนใจขึ้นมา “เจ้าคิดจะฆ่าข้าจริง ๆ หรือ?”
“ข้าบอกแล้ว เจ้าตอบคำถามของข้าก็พอ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองหญิงสาว
หญิงสาวกัดฟันพลางมองไปยังลู่เฉิน “ข้าบอกไปแล้วว่าพูดไม่ได้!”
“เช่นนั้นก็ทนต่อไป” ลู่เฉินแสยะยิ้ม กุ่ยเจี่ยจึงไปประชิดด้านข้างของนางอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวจึงพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “ข้ามีนามว่าหลัวเสวี่ย ส่วนนายท่านผู้นั้นมีนามว่าอย่างไรข้าไม่รู้ และไม่รู้ถึงที่มาที่ไปของเขา อีกทั้งหลังจากถูกเขาพามายังตำหนักน้ำแข็งแห่งนี้ ข้าก็คอยเฝ้าอยู่ที่นี่มาโดยตลอด”
“จริงหรือ?”
“ข้าไม่จำเป็นต้องโกหกเจ้า!” หญิงสาวพูดด้วยความหดหู่ใจ
ลู่เฉินฉีกยิ้ม “โกหกข้าหรือไม่นั้น อีกไม่นานก็จะได้รู้แล้ว”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หญิงสาวสงสัย
และในขณะนั้นเอง ลู่เฉินจึงปล่อยปราณม่วงห้วงฝันออกมา
ด้วยปราณม่วงห้องฝันของพ่างจื่อ และทักษะที่อ่อนแอของหลัวเสวี่ย ทำให้ไม่นานนางก็เข้าสู่ห้วงฝันทันที
ลู่เฉินยืนอยู่ในความฝันของนาง แสยะยิ้มพลางเหลือบมอง “มาเถิด ตอบคำถามข้ามาเสียดี ๆ”
“ข้าเป็นอะไรไป?” เมื่อหลัวเสวี่ยพบว่าไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา
“ว่ามาเถิด เจ้ามีนามว่าอย่างไร แล้วนายท่านผู้นั้นคือใครกัน”
หลัวเสวี่ยยังไม่ทันได้ตอบโต้ ร่างกายของนางก็ตอบออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ “ข้ามีนามว่าหลัวเสวี่ย ส่วนนายท่านผู้นั้นข้าไม่รู้ถึงที่มาของเขา”
“โอ้? เช่นนั้นเจ้ามายังตำหนักน้ำแข็งนี้ได้อย่างไร?”
“ข้าถูกเขาจับมาที่นี่”
ลู่เฉินพูดด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเขาไม่จับผู้อื่นและจับเจ้ามา?”
“อาจจะเป็นเพราะข้าฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุน้ำแข็ง”
“มาที่นี่นานเพียงใดแล้ว?”
“มากกว่าหมื่นปีแล้ว” หลัวเสวี่ยค่อย ๆ ตอบคำถามของลู่เฉิน
ลู่เฉินพึงพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงถอยออกมาจากความฝันของนาง ส่วนวิญญาณของหญิงสาวนั้นกำลัง ‘นอนหลับลึก’ อยู่
ชายหนุ่มพึมพำออกมา “ดูเหมือนปราณม่วงห้วงฝันนี้ใช้ได้ผลดีไม่น้อย”
ดังนั้นลู่เฉินจึงวางแผนจะกลับไปยังพื้นที่ลับ เพื่อหาวิญญาณเร่ร่อน แล้วทำให้พวกมันได้สัมผัสกับปราณม่วงห้วงฝันเสีย ก่อนจะดูว่ามีประสิทธิภาพเช่นไร
และในขณะนั้นเอง หลัวเสวี่ยก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา แต่วิญญาณของนางกลับมองลู่เฉินด้วยความหวาดกลัว “เมื่อครู่ข้าเป็นอะไรไป?”
“เพียงแค่ฝันไปเท่านั้น อย่าตื่นเต้นไปเลย” ลู่เฉินยิ้ม จากนั้นจึงเพิ่มตราประทับวิญญาณลงไป
เมื่อวิญญาณของหลัวเสวี่ยได้รับตราประทับวิญญาณ นางก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป “เจ้าทำสิ่งใดกับข้า?”
“ทำให้เจ้าไม่สามารถหักหลังข้าได้” ลู่เฉินมองหลัวเสวี่ย
หลัวเสวี่ยมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา พลางจ้องมองลู่เฉิน “เขาไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
“เขาจะปล่อยข้าหรือไม่นั้น เจ้าไม่ต้องกังวล” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ก็ค่อย ๆ ถอยออกมาจากพื้นที่จิตของนาง
หลัวเสวี่ยพลันควบคุมร่างกายของตนได้อีกครั้ง จากนั้นนางก็จ้องมองลู่เฉินที่ยืนอยู่ภายในโลงศพหินสีขาวของตน พลางพูดด้วยความหดหู่ใจ “เจ้าอย่าให้ข้าได้ออกไป มิเช่นนั้นหากนายท่านรู้ว่าข้าหักหลังเขา ข้าคงตายแน่”
“เขามาแล้ว” ลู่เฉินกลับมองไปยังสถานที่บางแห่ง
หลัวเสวี่ยพลันหวาดกลัวขึ้นมา
และในขณะนั้นเอง กลุ่มไอสีดำพลันผุดขึ้นมาจากมุมมืดหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นเชือกสีดำมากมาย มันพันรัดกายเนื้อของหลัวเสวี่ยเอาไว้
หลัวเสวี่ยตกตะลึงและยังไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ นางก็ถูกลากไปยังมุมมืดทันที และหายไปในที่สุด
ลู่เฉินคิดจะไล่ตามไป แต่กลับพบว่ามีเขตแดนสีดำขัดขวางไว้
ดังนั้นเขาจึงทำลายเขตแดนนี้ แต่อีกฝ่ายกลับหายไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงออกจากโลงศพหินสีขาวนี้ไป
ทันใดนั้นเอง ค่ายกลด้านนอกโลงศพหินสีขาวได้หายไปแล้ว เซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางเองก็หายไปเช่นกัน ที่นี่หลงเหลือเพียงห้องลับว่างเปล่า
ลู่เฉินขมวดคิ้วขึ้นมา “ผลไม้ก็ไม่มีแล้วหรือ?”
เมื่อครู่ตอนที่เข้าไปในห้องลับนั้น มีผลไม้วิญญาณซึ่งถูกน้ำแข็งผนึกเอาไว้กองหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่เพียงผลไม้หายไป คนเองก็หายไปเช่นกัน ดังนั้นลู่เฉินจึงรีบติดต่อเซี่ยอีฉานและหั่วเตาหลางทันที
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนทั้งสองจะสูญเสียการติดต่อกับตนไปเช่นกัน
ลู่เฉินมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ดูเหมือนว่าต้องดูในวังน้ำแข็งนี้เสียหน่อย ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น”
ลู่เฉินเดินออกไปจากห้องลับ จากนั้นก็ไปยังประตูหินบานอื่น
แต่หลังประตูหินเหล่านี้เป็นเพียงห้องว่างเปล่า แทบจะมองไม่เห็นสิ่งใด
“หรือว่าที่อื่นจะเป็นที่ว่างเปล่า?” เขารู้สึกสงสัยเล็กน้อย
ดังนั้นหลังจากลู่เฉินเดินสำรวจบริเวณชั้นสองแล้ว จึงขึ้นไปยังชั้นสามของวังน้ำแข็ง แต่บริเวณชั้นสามมีเขตแดนที่ทรงพลังอยู่ และขัดขวางเขาไว้
ชายหนุ่มทำได้เพียงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ค่อย ๆ ดูดซับพลังของเขตแดนนี้
หลังเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขตแดนพลันอ่อนแอลง
และเมื่อลู่เฉินเตรียมตัวจะเข้าไปนั้น เขาก็ได้เห็นชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีดำ ถุงมือสีดำ และหน้ากากประหลาดบางอย่าง ยืนหันหลังให้ตนอยู่ภายในเขตแดนนี้
อีกฝ่ายคล้ายไม่ ‘มอง’ และไม่ ‘สนใจ’ ตน จากนั้นจึงเดินไกลออกไป
“ชายคนนี้มองไม่เห็นข้าหรือ? หรือไม่คิดจะสนใจข้ากันแน่?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องรีบเข้าไปดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
แต่เมื่อลู่เฉินเข้าไปก็ได้เห็นว่า ชั้นที่สามนี้มีประตูหินอยู่หลายบาน และบนประตูหินยังสลักตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้
‘วิญญาณ’ ‘ชีวิต’ ‘ความตาย’ และ ‘ผนึก’
“ประตูสี่บานมีความหมายว่าอย่างไร?” ลู่เฉินแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา
แต่เพราะมีเวลาไม่มากนัก ลู่เฉินจึงวางแผนจะเริ่มสำรวจจาก ‘วิญญาณ’
ดังนั้นชายหนุ่มจึงมาถึงด้านหน้าประตู ‘วิญญาณ’ และผลักประตูเปิดออก ก่อนจะเห็นสิ่งของถูกวางอยู่ด้านในมากมาย มีขวดเม็ดยา สมบัติวิญญาณ และวัตถุแปลกประหลาดบางอย่างอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งของเหล่านี้ยังมีวิญญาณที่แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะเมื่อลู่เฉินก้าวเข้าไป รอบ ๆ พลันเกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นมามากมาย
“ดูนั่น มีคนโง่เขลาเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว”
“คนโง่เขลาผู้นี้เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้”
“อ่อนแอเกินไป ไม่เพียงพอให้พวกเราแบ่งกัน”
“ช่างมันเถิด ขังเขาไว้ที่นี่ ค่อย ๆ เล่นกับเขาจนตาย มิเช่นนั้นคงจะน่าเบื่อเกินไป”
เสียงหัวเราะเหล่านั้นรู้สึกสนุกและตัดสินใจทำบางอย่าง นั่นก็คือการขังลู่เฉินไว้ในห้องลับนี้
แต่ลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “ออกมาให้หมดเถิด”
ทันใดนั้นก็มีเงาร่างปรากฏอย่างเลือนราง มีศาสตราวิญญาณของสมบัติวิญญาณ วิญญาณเม็ดยาของเม็ดยา แม้แต่สมุนไพรบางอย่างก็รวมเป็นเงาร่างขึ้นมา
ดังนั้นที่นี่จึงมีเงาวิญญาณยืนอยู่ตรงนั้นมากมาย อีกทั้งยังพูดเย้ยหยันขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม หากอยากมีชีวิตรอดก็เล่นกับข้าเถิด มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะอายุสั้นได้”
“ใช่ มาถึงที่นี่แล้วก็คลายเบื่อให้พวกเราเถิด มิเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
“ใช่ หากอยู่ที่นี่แล้วก็บริการพวกเราดี ๆ เถิด”
ลู่เฉินปรายตามองพวกเขา จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา “เมื่อพวกเจ้าที่นี่ต้องฟังผู้ใด?”
ทุกคนไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายความว่าอย่างไร ดังนั้นจึงมองหน้ากัน และแทบจะไม่สนใจเขาเลย
ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าถามว่าเมื่ออยู่ที่นี่ พวกเจ้าต้องฟังคำสั่งของผู้ใด!”
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเม็ดยาวิญญาณ ที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยแสงสว่าง ของเพลิงวิญญาณเดินออกมา “อย่างไรกัน? เจ้าคิดจะตามหาหัวหน้าของเราหรือ?”
ลู่เฉินปรายตามองเม็ดยาวิญญาณนี้
ก่อนจะเห็นเขากลายเป็นชายหนุ่มอ่อนวัย มีผมสีแดง รวมถึงดวงตาสีแดงสองข้าง ดูแล้วมีท่าทางดุร้าย
“มองอะไรกัน เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถ เผาดวงตาทั้งสองข้างของเจ้าจนบอดสนิทได้” อีกฝ่ายพูดพลางปล่อยเพลิงออกมาปกคลุมลู่เฉินไว้ ราวกับต้องการกล่าวเตือนอีกฝ่าย
ชายหนุ่มกลับยิ้มพลางพูดขึ้นมา “อย่ายุ่งกับข้า!”
อีกฝ่ายหัวเราะออกมา จากนั้นเงาร่างรอบ ๆ ก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมาเช่นกัน