ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 752 ต้นไม้เฒ่าเปิดเผยความลับมากมาย
บทที่ 752 ต้นไม้เฒ่าเปิดเผยความลับมากมาย
“ชื่อของข้าคืออูเฮย ข้ากำลังรวบรวมผลวิญญาณที่นี่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของเหล่าท่านเซียน! และวิญญาณเหล่านั้นถูกท่านเซียนบอกให้ผนึกไว้ ซึ่งเราจะจัดการกับพวกเขาเมื่อพวกท่านเซียนมาถึง!” ตัวประหลาดแห่งแดนลับพูดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
หลังพูดจบ อูเฮยก็ราวกับรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงเอ่ย “ไอ้หนู เจ้าจบสิ้นแล้ว พวกท่านเซียนจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
“ใครคือพวกท่านเซียน?” ลู่เฉินจ้องมองอูเฮยแล้วถามต่อไป
อูเฮยพูดด้วยความโกรธ “เจ้า… เจ้าอย่าบังคับให้ข้าพูดนะ!”
“พูดมาสิ” ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ
อีกฝ่ายจำใจต้องพูดว่า “พวกท่านเซียนมาจากแดนเซียนสามสิบหกชั้น!”
“มาจากแดนเซียนสามสิบหกชั้นหรือ?” ลู่เฉินขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงการกลับมาจากแดนเซียนสามสิบหกชั้นของจิ่วโหยว
“ถูกต้อง”
“แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
“พวกเขายังไม่มาถึง พวกเขาแค่ขอให้ข้าเตรียมตัวไว้ โดยบอกว่าเมื่อพวกเขามาถึงแล้ว พวกเขาจะต้องได้รับผลวิญญาณจำนวนมาก” อูเฮยอธิบาย
ลู่เฉินนึกสงสัย “คนเหล่านี้อยู่ในแดนเซียน จึงควรมีผลเซียน แล้วเหตุใดพวกเขาถึงต้องการผลวิญญาณ คนเหล่านี้คิดจะทำอะไรในมหาทวีปจิ่วโหยวกัน?”
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ชายหนุ่มก็ถามอูเฮย และอูเฮยก็ตอบว่า “ข้าไม่รู้ ข้าแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น”
“ตามคำสั่งหรือ? เจ้ามาจากแดนเซียนสามสิบหกชั้นด้วยงั้นหรือ?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายขึ้น ๆ ลง ๆ
อูเฮยพยักหน้ารับและกล่าวว่า “เมื่อหลายพันปีก่อน ท่านเซียนผู้ทรงพลังได้ทำงานร่วมกัน เพื่อส่งข้าลงมาจากอุโมงค์ และขอให้ข้าเก็บผลวิญญาณที่นี่”
“แล้ววิญญาณที่ถูกผนึกเหล่านั้นเล่า?”
“นั่นคือสิ่งที่พวกเขาขอให้ทำ แค่ให้ข้าผนึกคนพวกนั้นไว้” อูเฮยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จึงพูดออกมา
ลู่เฉินครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ทางอูเฮย เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่ได้ถามคำถามใด ๆ จึงพูดด้วยความโกรธว่า “ปล่อยข้าไปนะ!”
ชายหนุ่มกลับมาได้สติอีกครั้ง เขาจ้องมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยถาม “พวกเขาอยู่ที่ไหนในแดนเซียนสามสิบหกชั้น?”
“ข้าไม่รู้ ข้าถูกพวกเขาจับได้และกรอกยาพิษ แล้วโยนเข้าสู่โลกใบนี้” อูเฮยกล่าวอย่างหดหู่
“โอ้? ถูกโยนมาโลกนี้งั้นหรือ?”
“ไร้สาระ ไม่เช่นนั้นแล้วใครจะมายังโลกที่ล่มสลายนี่?” อูเฮยพูดด้วยความโกรธ
ลู่เฉินยิ้ม “ข้าก็สงสัยเช่นกัน ว่าเหตุใดเซียนเหล่านั้นจึงมายังโลกนี้”
อูเฮยจ้องมองลู่เฉิน และพูดด้วยความโกรธว่า “ข้าแนะนำให้เจ้าปล่อยข้าไปโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นหากพวกท่านเซียนรู้เรื่องนี้ พวกเขาจะหาทางจัดการกับเจ้าแน่!”
“ก็มาสิ และถึงพวกเขามา ข้าก็ไม่สนใจ” หลังลู่เฉินพูดอย่างนั้น เขาก็ให้อูเฮยบอกที่อยู่ของผลไม้มา
อูเฮยไม่อยากพูด แต่เขาก็จำพูดออกไปอย่างเสียไม่ได้
ชายหนุ่มยิ้มและใส่วิญญาณของอูเฮยเข้าไปในกู่ฉิน จากนั้นก็มาหาหั่วเตาหลาง และทำให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
เมื่อหั่วเตาหลางเห็นลู่เฉิน เขาก็พูดทันทีว่า “นายท่าน ข้าสร้างปัญหาให้ท่านแล้ว”
“ข้าไม่เป็นไร ว่าแต่เจ้าเถอะเป็นเช่นไรบ้าง”
“ข้าสบายดีขอรับ” หั่วเตาหลางพยักหน้าให้
หลังลู่เฉินพูดอย่างสง่างาม เขาก็ออกจากพื้นที่จิตสำนึกของหั่วเตาหลาง แล้วนำหั่วเตาหลางไปยัง ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ ชายหนุ่มมองผนังด้านหลัง ‘ประตูแห่งผนึก’ แล้วพบว่ามันมีประตูลับอยู่ในกำแพงนี้
เมื่อเปิดประตูลับ ลู่เฉินก็เห็นผลไม้ที่อูเฮยพูดถึง
เขาเห็นผลไม้เหล่านี้ถูกแช่แข็งไว้ในสถานที่เดียวกัน โดยมีจำนวนมากมาย
ลู่เฉินเก็บผลไม้มาทีละผล จากนั้นก็พบ ‘ต้นอ่อนน้อย’ ที่มีไฟสีเขียวอยู่บริเวณมุม
ความจริง ‘ต้นอ่อนน้อย’ นี้ถือเป็นหัวใจของต้นไม้เฒ่า
ลู่เฉินหยิบมันขึ้นมาแล้วหัวเราะ “ตอนนี้เจ้าเล่าเรื่องแดนลับนี้ให้ข้าฟังได้แล้ว”
‘จงมาหาร่างจริงของข้าเถิด’ เสียงของต้นไม้เฒ่าดังมาจากใจกลางต้นอ่อน
ลู่เฉินสงบอารมณ์ ก่อนมองไปรอบ ๆ วังน้ำแข็ง หลังไม่พบสิ่งใดเป็นพิเศษก็จากไป โดยตรงไปยังห้องลับที่หลิงเจี้ยนอวี่อยู่
ที่นี่ หลิงเจี้ยนอวี่ยืนอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ และถามอย่างประหลาดใจว่า “เจ้าพบตัวประหลาดแห่งแดนลับตัวนั้นแล้วหรือ?”
“ถูกต้อง” หลังลู่เฉินพูดเช่นนั้น เขาก็หยิบหัวใจต้นไม้ออกมา
หลิงเจี้ยนอวี่สัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อของต้นไม้เฒ่าและหัวใจของมัน เขาจึงถามอย่างสงสัย “เจ้าขโมยมันมาหรือ?”
“ไม่ได้ขโมย เพียงแค่หยิบมาตรง ๆ” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
“หยิบมาตรง ๆ หรือ?” หลิงเจี้ยนอวี่กังวลเล็กน้อย เขามองไปรอบ ๆ และพึมพำว่า “เช่นนั้นตัวประหลาดแห่งแดนลับนั่น คงไม่ไล่ล่าเจ้ามาถึงที่นี่หรอกนะ”
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น “อะไรนะ เจ้าคิดว่าเขาจะไล่ตามมาที่นี่งั้นหรือ?”
“ถ้าเจ้าเอาของบางอย่างออกมา เขาย่อมไล่ตามเจ้ามาสิ” หลิงเจี้ยนอวี่ทราบว่าตัวประหลาดแดนลับนั้นน่ากลัวมาก เขาจึงเป็นกังวลเป็นอย่างยิ่ง
แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มและพูดว่า “เขาพ่ายแพ้แก่ข้าแล้ว”
“อะไรนะ!?” ดวงตาของหลิงเจี้ยนอวี่เบิกกว้าง
ลู่เฉินยิ้มและพูดว่า “ถ้าไม่เชื่อ เจ้าสามารถถามต้นไม้นี่ได้”
หลิงเจี้ยนอวี่มองไปทางต้นไม้ใหญ่ทันที และต้นไม้ใหญ่เองก็ตอบว่า “วิญญาณของตัวประหลาดแห่งแดนลับ ถูกเขาผนึกไว้จริง ๆ ”
หลิงเจี้ยนอวี่สูดหายใจเข้าลึก แต่ทางต้นไม้ใหญ่ก็พูดอีกครั้งว่า “ว่าแต่เจ้าพบร่างของชายคนนั้นแล้วหรือยัง?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ลู่เฉินก็ไม่พบมันจริง ๆ เขาก็ถามอูเฮยว่าร่างที่แท้จริงของอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน แต่อูเฮยเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะวิญญาณของเขามักจะซ่อนอยู่ใต้ ‘ถุงผิวหนัง’ อื่น ๆ
ลู่เฉินจึงส่ายหน้า “ยังไม่พบ”
“บางทีเขาอาจจะไม่มีร่างกาย”
ลู่เฉินพยักหน้า “อาจจะ”
ต้นไม้เฒ่ากล่าวว่า “มอบหัวใจต้นไม้ของข้าคืนมาเถอะ แล้วข้าจะเล่าเกี่ยวกับแดนลับให้เจ้าฟัง”
“บอกข้ามาก่อนดีกว่า” เขายิ้มให้กับต้นไม้เฒ่า
ต้นไม้เฒ่าเล่าว่า “เมื่อนานมาแล้วที่นี่ไม่ใช่แดนลับ แต่เป็นวังโบราณในเทือกเขาเจ็ดหิมะ เนื่องจากวังแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก และยังเชื่อมต่อกับสถานที่หลายแห่งในโลกอื่น ๆ จึงมีบางสิ่งจากที่อื่นโผล่มาอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ซึ่งมีของล้ำค่าและหายาก ดังนั้นบางคนจึงมาที่นี่เพื่อแสวงหาโอกาส”
“เจ้ากำลังบอกว่าของล้ำค่ามากมายที่นี่มาจากโลกอื่นงั้นหรือ?”
“ถูกต้อง เช่นเดียวกับข้า ข้ามาจากแดนเขาพันวิญญาณ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็อดที่จะถามไม่ได้ว่า “แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่? อะไรที่ล่อลวงเจ้า?”
“มีข่าวลือในแดนเขาพันวิญญาณว่าเมื่อมายังโลกนี้แล้ว จะสามารถทะลวงผ่านขอบเขตการฝึกฝนและแข็งแกร่งขึ้น ตอนแรกการฝึกฝนของข้ายังอ่อนแอมาก และไม่สามารถทะลวงผ่านได้ ดังนั้นข้าจึงทะลุผ่านช่องว่างระหว่างพื้นที่มา ซึ่งข้าต้องเกือบตายเพื่อผ่านมาถึงที่นี่”
ลู่เฉินขมวดคิ้ว “ทะลวงขีดจำกัดการฝึกฝนได้? เหตุใดข้าถึงไม่รู้ล่ะ?”
“มันเป็นแค่ข่าวลือ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพียงอยากจะลองดูเท่านั้น และแล้วมันก็กลายเป็นจริง หลังจากมาถึงที่นี่ข้าก็ก้าวหน้าในการฝึกฝน จากนั้นก็หยั่งรากที่นี่ ซึ่งพลังวิญญาณของที่นี่ก็แข็งแกร่งเช่นกัน แต่หลังจากผ่านไปนานข้าก็ได้พบกับตัวประหลาดแห่งแดนลับตัวนั้น”
ลู่เฉินจมอยู่ในความคิด ‘มหาทวีปจิ่วโหยวมีความสามารถ ในการทำให้ต้นไม้วิญญาณทะลวงผ่านได้จริงหรือ?’
แต่ไม่มีใครให้คำอธิบายแก่ลู่เฉินได้ แม้แต่ต้นไม้เฒ่าเองก็ยังบอกว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ
“ข้าพูดไปหมดแล้ว เจ้ามอบให้ข้าได้หรือยัง?”
“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้โกหก” ชายหนุ่มมองต้นไม้ใหญ่ด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าไม่เชื่อก็ใช้ปราณสีม่วงนั่นจัดการกับข้าได้ แล้วเจ้าก็จะรู้เอง” ต้นไม้เฒ่าพูดอย่างไม่เกรงกลัว