ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 751 ในที่สุดข้าก็จับเจ้าได้!
บทที่ 751 ในที่สุดข้าก็จับเจ้าได้!
หลังจากเห็นท่าทางอวดดีของอีกฝ่าย ลู่เฉินก็ยิ้มออกมา “ถ้าเจ้าไม่ลงมือ ข้าก็ไม่รอแล้ว!”
พูดจบ ชายหนุ่มก็ร่ายคาถาสยบภูตผี และเป้าหมายก็คือศพของคู่ต่อสู้
เดิมวิญญาณซากศพนั้นบ้าคลั่งมาก และคิดทำลาย ‘พันธนาการ’ ของลู่เฉินด้วยมือเปล่า
ทว่าคาถาสยบภูตผีของลู่เฉินกลับทรงพลังมาก
หลังจากถูกพันศพตรึงกับที่ ซากศพนั้นก็ตกใจกลัว ก่อนจ้องมองไปทางลู่เฉิน “เจ้ามีพลังแบบไหนกัน?”
“ถ้าไม่อยากตายก็โจมตีข้าสิ!” ลู่เฉินยิ้ม
วิญญาณซากศพโกรธมาก จนส่งเสียงร้องแปลก ๆ ออกมา จากนั้นกลุ่มซากศพที่อยู่รอบ ๆ ก็รีบรุดเข้ามาโจมตีลู่เฉิน
วิญญาณซากศพเหล่านั้นบินออกมาทีละตน โดยต้องการใช้พลังของวิญญาณซากศพเพื่อจัดการกับลู่เฉิน แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ช่วยเหลือลู่เฉิน โดยทำให้ ‘เม็ดยาซากศพสีดำ’ ของเขาเติบโตขึ้น
วิญญาณซากซากศพยักษ์ที่ติดอยู่กับลู่เฉิน รู้สึกหวาดกลัวและคิดอยากจะหลบหนี แต่กลับถูกเขาพันธนาการเอาไว้ มันจึงคำรามด้วยความโกรธ “ปล่อยข้าออกไปนะ!”
“บอกข้ามาว่าประมุขของเจ้าอยู่ที่ไหน” ลู่เฉินจ้องมองวิญญาณซากศพยักษ์
วิญญาณซากศพยักษ์พูดเสียงต่ำ “ข้าไม่รู้”
“เจ้าแน่ใจหรือ?”
“ใช่!” ซากศพยักษ์ยืนยัน จากนั้นลู่เฉินก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วร่ายคาถาสยบภูตผีเพื่อจับตัวซากศพอื่นทันที ก่อนจะบดขยี้ศพเหล่านั้นต่อหน้าซากศพยักษ์
ซากศพยักษ์ตกใจมากจนพูดว่า “เจ้า!…”
“พูดมา ไม่อย่างนั้นเจ้าจะเป็นเหมือนพวกเขา ไม่มีแม้แต่วิญญาณ เหลือเพียงผิวหนังเหม็นเน่าอยู่ที่นี่” ลู่เฉินยิ้มให้กับซากศพยักษ์
วิญญาณซากศพยักษ์พูดด้วยความตื่นตระหนก “ข้า… ข้าไม่รู้จริง ๆ!”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว และขณะที่กำลังจะลงมือนั้นเอง ทันใดนั้นภูเขาซากศพก็ปรากฏขึ้น และเข้าล้อมรอบลู่เฉินไว้ ราวกับกำลังพูดอะไรบางอย่างกับเขา
ลู่เฉินสื่อสารกับภูเขาซากศพแห่งนี้อยู่พักหนึ่ง แล้วจึงยิ้มออกมา “เจ้าสนใจซากศพพวกนี้มากหรือ?”
ภูเขาซากศพล้อมรอบลู่เฉิน ราวกับบอกเขาว่ามันสนใจซากศพพวกนี้มากจริง ๆ
หลังชายหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ปล่อยภูเขาซากศพออกมา จากนั้นภูเขาซากศพก็ดูดซับศพทีละตน
จากนั้นกลิ่นอายของภูเขาซากศพก็แข็งแกร่งขึ้น
เมื่อเห็นแบบนี้ ลู่เฉินก็รู้สึกประหลาดใจ
“ข้าไม่คาดว่าเจ้าจะพัฒนาได้หลังจากดูดซับซากศพไป”
เสียงร้องรับอย่างยินดีดังมาจากภูเขาซากศพ ก่อนวิญญาณซากศพยักษ์ที่ได้เห็นว่า ‘คน’ ของตนทั้งหมด ถูกลู่เฉินจับตัวไปจะเริ่มตื่นตระหนก เขาจ้องมองลู่เฉินพลางกล่าว “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่รู้จริง ๆ”
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปล่อยปราณม่วงห้วงฝันออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน วิญญาณของซากศพยักษ์พลันตกอยู่ในความฝัน โดยหลังลู่เฉินเอ่ยถาม เขาก็ได้รับคำตอบเหมือนกับที่เหล่าปิงเอ่ยเอาไว้ เจ้าตัวประหลาดแห่งแดนลับนั่นให้ทุกคนคอยช่วยเตือนลู่เฉินให้ไปที่ ‘ประตูแห่งชีวิต’
แต่ลู่เฉินออกมาจากที่นั่นแล้ว จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้ภูเขาซากศพปราบมัน และหลังจัดการซากศพยักษ์แล้วเขาก็ออกจากที่นี่ พร้อมไปยังประตูถัดไปอย่าง ‘ประตูแห่งผนึก’
“ประตูแห่งวิญญาณ ประตูแห่งชีวิต และประตูแห่งความตายหายไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าประตูผนึกนี้จะเป็นอย่างไร” ลู่เฉินพึมพำกับตัวเอง
เขาบุกเข้าไปยังประตูแห่งผนึก
ภายในประตูแห่งผนึก หั่วเตาหลางยืนนิ่งอยู่กับที่ ขณะที่บริเวณโดยรอบว่างเปล่า ราวกับว่าไม่มีอะไรอยู่เลย
ลู่เฉินรู้สึกแปลก ๆ เขาจึงค่อย ๆ เดินไปหาหั่วเตาหลางทีละก้าว
แต่เมื่อชายหนุ่มเดินมาถึงด้านหน้าของหั่วเตาหลาง และกำลังจะแตะตัวอีกฝ่าย หั่วเตาหลางกลับลืมตาขึ้น จากนั้นกระบี่เพลิงก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา พร้อมแทงเข้าหาลู่เฉินอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉินถอยไปด้านหลังทันที โดยวูบหายกลับมาราวกับเงา
ดวงตาของหั่วเตาหลางกลายเป็นสีแดงก่ำ ทางลู่เฉินที่มองอยู่เอ่ยขึ้นเยาะหยัน หลังจากตระหนักว่าอีกฝ่ายถูกควบคุม “เจ้าคิดว่าหากตัวเองควบคุมวิญญาณของเขาแล้ว จะสามารถทำร้ายข้าได้งั้นหรือ?”
“กระทั่งแบบนี้ก็ยังไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้!” ตัวประหลาดแห่งแดนลับคำรามด้วยความโกรธ
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “นั่นเป็นเพราะเจ้าอ่อนแอเกินไป!”
หลังจากพูดแล้ว ชายหนุ่มก็ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า แล้วพุ่งเข้าไปในร่างของหั่วเตาหลาง
วิญญาณของหั่วเตาหลางเหมือนกับของเซี่ยอีฉาน วิญญาณถูกพันไว้ด้วยด้ายสีดำ แต่คราวนี้ลู่เฉินไม่ได้เอาพวกมันออกทันที เขากลับเดินไปรอบ ๆ พื้นที่จิตของหั่วเตาหลาง แล้วยิ้ม “คราวนี้เจ้าไม่มีทางหลบหนีไปได้แล้ว”
“ไร้สาระ ถ้าข้าหนีได้หนหนึ่ง ข้าสามารถหลบหนีได้เป็นหนที่สอง”
หลังเห็นด้ายสีดำลุกเป็นไฟ เขาก็คิดจะออกไป เงาดำวูบหาย แต่กลับยังออกไปไม่ได้ ราวกับชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
“เกิดอะไรขึ้น?” เงาสีดำปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ จากนั้นชั้นอากาศสีดำก็ไหลเวียนล้อมรอบวิญญาณ
ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่ายและพูดว่า “ร่างกายของเขาถูกสร้างโดยข้า ดังนั้นเมื่อนานมาแล้ว ข้าจึงเพิ่มบางสิ่งที่พิเศษให้กับร่างกายของเขา ฉะนั้นหากเจ้าต้องการหลบหนีไปจากที่นี่ มันจึงเป็นไปไม่ได้!”
“เจ้า!”
ชายหนุ่มยิ้มให้อีกฝ่ายและพูดว่า “พูดมาสิ ตัวประหลาดแห่งแดนลับ!”
“พูดอันใด?”
“เจ้ามีภูมิหลังอะไร เหตุใดเจ้าถึงมีศาสตราวุธเซียน แล้วเจ้ารวบรวมผลไม้เหล่านั้น และยังผนึกวิญญาณบางส่วนในเทือกเขาเจ็ดหิมะไปเพื่ออะไรกัน?” ลู่เฉินมีคำถามมากมาย ดังนั้นเขาจึงเอ่ยไล่เรียงทีละอย่าง
ตัวประหลาดแห่งแดนลับกลับหัวเราะเยาะ “อะไร เจ้าคิดว่าตัวเองสามารถจับข้าได้โดยการดักจับงั้นหรือ?”
“แล้วเจ้าคิดว่าวิญญาณของเจ้า สามารถออกจากร่างนี้ได้งั้นหรือ?” ลู่เฉินยิ้มให้กับเงาวิญญาณของอีกฝ่าย
ตัวประหลาดแห่งแดนลับพูดอย่างเย็นชาว่า “ไอ้หนู ข้าอยู่ในแดนลับแห่งนี้มาหลายปีแล้ว และได้เห็นอัจฉริยะมาทุกประเภท”
“แล้วอย่างไร?”
ตัวประหลาดแดนลับจ้องมองไปทางลู่เฉิน “เพราะอย่างนั้นเจ้าอย่ามายุ่งกับข้าดีกว่า ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าไม่มีวันออกจากวังน้ำแข็งไปได้”
ลู่เฉินพลันหัวเราะ ตัวประหลาดแห่งแดนลับจ้องเขาเขม็ง พลางพูดว่า “เจ้าหัวเราะด้วยเหตุใด?”
“ข้าหัวเราะเยาะเจ้าที่ไร้ความสามารถ แล้วยังพยายามจะแสดงอีก”
“ข้าน่ะหรือไร้ความสามารถ?” ตัวประหลาดแห่งแดนลับแทบจะระเบิดด้วยความโกรธออกมา
ชายหนุ่มเอ่ยวิเคราะห์ว่า “พลังของเจ้าคงยืมมาจากศาสตราวุธเซียนที่ไม่สมบูรณ์ และปราณเซียนที่อ่อนแอใช่หรือไม่?”
“เจ้าหนู เจ้ารู้อะไรมางั้นหรือ?” ตัวประหลาดแห่งแดนลับสะดุ้งทันที ราวกับว่ามีคนรู้ความลับของตนเข้า
ลู่เฉินยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ดูเหมือนข้าจะเดาอะไรถูกหลายอย่าง!”
“เจ้าหลอกข้าหรือ?” ตัวประหลาดแห่งแดนลับโกรธจัด
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง จากนั้นหมอกสีม่วงที่อยู่รอบ ๆ ก็สลายไป และเมื่อตัวประหลาดแห่งแดนลับตระหนักว่า หมอกนั้นไม่ธรรมดา มันก็เริ่มพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง โดยพยายามจะหลบหนีออกไปจากที่นี่
แต่ลู่เฉินผนึกสถานที่แห่งนี้เอาไว้แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วิญญาณของตัวประหลาดแห่งแดนลับนี้ จึงไม่สามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้
ชายหนุ่มร่ายคาถาสยบภูตผี
จากนั้นก็เห็นวิญญาณของตัวประหลาดแห่งแดนลับดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมันจะกลายเป็นสายลมสีดำ และสลายไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีเสียงฮึมฮัมดังขึ้น “หากเป็นแบบนี้ มาดูกันว่าเจ้าจะจัดการกับข้าได้อย่างไร!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ ลู่เฉินก็หัวเราะและพูดว่า “เจ้าคงไม่คิดว่าหมอกสีม่วงรอบตัวเจ้า จะไม่ส่งผลต่อเจ้าหรอกนะ?”
“ไร้สาระ!” อีกฝ่ายมั่นใจมาก
“เอาละ มาดูกันว่าใครจัดการกับใคร” หลังลู่เฉินพูดจบ เขาก็รออยู่ที่นั่นอย่างสบาย ๆ
ตัวประหลาดแห่งแดนลับยังคงไม่พบปัญหา ขณะที่ลู่เฉินยังคงเพิ่มหมอกต่อไป
หลังเวลาดำเนินไปได้สักพัก ตัวประหลาดแห่งแดนลับก็ค่อย ๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไป และเริ่มกังวลขึ้นมา จึงตะโกนขึ้นว่า “ไอ้หนู ขอบอกไว้ก่อนนะว่าเจ้ายิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไร!”
ลู่เฉินคร้านจะพูดเรื่องไร้สาระด้วย จึงทำเพียงรอจนกระทั่งอีกฝ่ายผล็อยหลับไป จากนั้นก็จ้องมองคนที่กลับมาสู่สภาพเงาวิญญาณแล้วยิ้ม “บอกข้าสิว่าเจ้ามีนามว่าอะไร เจ้ามาทำอะไรที่นี่ แล้วเหตุใดเจ้าถึงต้องการผนึกวิญญาณและเก็บผลไม้พวกนั้น?”