ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 756 เจ้าสำนักมาถึงแล้ว!
บทที่ 756 เจ้าสำนักมาถึงแล้ว!
หลังลู่เฉินได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เขาก็มองไปทางแมลงยักษ์แล้วเอ่ยว่า “ถ้าข้าบอกว่าแมลงเหล่านี้จะหวาดกลัวข้า และยังเชื่อฟังข้าด้วย เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”
“เชื่อที่เจ้าพูดงั้นหรือ? ไร้สาระ!” เฉออู่ไม่มีทางเชื่อเลย
ไม่เพียงเฉออู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงซางเจี้ยนซานที่เป็นคนปล่อยแมลงออกมาด้วย เขาจ้องมองลู่เฉินก่อนเอ่ยว่า “เจ้าหนู แมลงเหล่านี้ล้วนได้รับการฝึกฝนโดยข้า หากเจ้าต้องการทำให้มันเชื่อฟัง เจ้าก็ต้องขอร้องข้าแล้ว”
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกมันจะไม่ฟังเจ้า” ลู่เฉินมองซางเจี้ยนซานด้วยรอยยิ้มลึกลับ
ซางเจี้ยนซานไม่ทราบว่าลู่เฉินหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้เองที่ลู่เฉินได้ปล่อยรัศมี ‘ราชาแมลง’ ออกมา
แมลงเหล่านั้นพลันเริ่มตื่นตระหนก โดยบางตัวถึงกับส่งเสียงแปลก ๆ ออกมาด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้า เพื่อทะลุเข้าไปแมลงทีละตัว และเมื่อชายหนุ่มออกมาจากแมลงอีกครั้ง แมลงเหล่านั้นก็หดลงทีละตัว และในที่สุดก็กลายเป็น ‘ยุง’ พร้อมมารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ ลู่เฉินเหมือน ‘ผู้ติดตาม’
“เจ้าเห็นหรือยังล่ะ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปทางซางเจี้ยนซานที่ตะลึงงัน
ซางเจี้ยนซานไม่อยากจะเชื่อเลย ฝ่ายผู้ชมยิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีก
บางคนถึงกับพูดตะกุกตะกักว่า “แมลงของศิษย์พี่ใหญ่ถูกควบคุมจริง ๆ หรือ?”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน? เห็นได้ชัดว่าแมลงเหล่านี้ได้รับการปลูกฝัง โดยศิษย์พี่ใหญ่ด้วยความยากลำบาก”
เฉออู่เองก็ตกใจเช่นกัน นางไม่ได้คาดว่าลู่เฉินจะจัดการแมลงเหล่านี้ได้จริง ๆ แต่ชายหนุ่มเพียงมองไปทางซางเจี้ยนซานนิ่ง ๆ “เจ้ายังต้องการลงมือต่อหรือไม่?”
แน่นอนว่าซางเจี้ยนซานคิดเช่นนั้น เขาดูโกรธเล็กน้อยขณะพูดว่า “เจ้าหนู ถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็คืนแมลงของข้ามาซะ ไม่เช่นนั้นหากข้าปล่อยพลังทั้งหมดออกมาทีหลัง เจ้าก็จะจบสิ้น”
ลู่เฉินมองอีกฝ่ายแล้วยิ้ม “คิดจะปล่อยแมลงในร่างกายเจ้างั้นหรือ?”
แมลงในร่างกายของเจ้า?
ทุกคนมองหน้ากันอย่างงุง งงแต่ฝ่ายซางเจี้ยนซานกลับลอบตื่นตระหนก
“มีอะไรงั้นหรือ?” ลู่เฉินส่งยิ้มแปลก ๆ หลังจากเห็นซางเจี้ยนซานนิงงันไป
ซางเจี้ยนซานจ้องลู่เฉิน แล้วส่งเสียงฮึ่มฮั่ม “ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว เช่นนั้นข้าจะแสดงให้เจ้าดู!”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ซางเจี้ยนซานก็ลงมือ
ต่อมาก็เห็นขาแมงมุมสีน้ำตาลหลายขา งอกขึ้นมาจากด้านหลังซางเจี้ยนซาน โดยร่างกายของเขาก็ยืดออกเหมือน ‘แมงมุม’
ทุกคนตกใจจนสมองหยุดทำงาน เฉออู่เองก็ตกตะลึง นางเอ่ยเสียงติดขัดว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่าน…”
“อย่ากลัวเลย นี่เป็นเพราะแมลงของข้าให้พลังแก่ข้า” ซางเจี้ยนซานไม่อยากทำให้คนอื่นเข้าใจผิด เขาจึงปลอบนาง
เฉออู่ส่งเสียงรับคำ แต่นางก็ยังรู้สึกแปลก ๆ
ซางเจี้ยนซานมองไปทางลู่เฉินแล้วพูดว่า “ไอ้หนู ลองลิ้มรสพลังของข้าซะ!”
จากนั้นใยแมงมุมสีน้ำตาลจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมา พร้อมก่อตัวเป็นใยขนาดใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนขึ้นรอบ ๆ ลู่เฉิน โดยปิดล้อมชายหนุ่มไว้ข้างใน อย่างไม่เปิดโอกาสให้เขาหลบหนี
ทุกคนคิดว่าลู่เฉินติดกับดักและไม่สามารถหลบหนีได้แล้ว เพราะใยแมงมุมเหล่านี้ดูแตกต่างออกไป ฝ่ายเฉออู่กลัวว่าซางเจี้ยนซานจะโกรธจนเผลอฆ่าลู่เฉินทิ้ง
ดังนั้นนางจึงรีบพูดกับซางเจี้ยนซานว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านให้ข้าได้พูดคุยกับเขาหน่อยเถอะ”
“มีอันใดต้องพูดกัน?” ซางเจี้ยนซานไม่ต้องการคุยกับลู่เฉินแล้ว
เฉออู่กังวล “ศิษย์พี่ใหญ่ บนร่าวของเขามีความลับอยู่มากมายเลยเจ้าค่ะ”
“ความลับอะไร?”
“เขาสามารถนำผู้คนที่ไม่มีเหรียญสัญลักษณ์ เข้าออกแดนลับได้ตามต้องการเจ้าค่ะ” เฉออู่อธิบาย
ทันทีที่นางพูดสิ่งนี้ก็ล้วนไม่มีใครเชื่อ และซางเจี้ยนซานถึงกับพูดว่า “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่ใช่หรือไม่?”
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้โกหกท่าน หากท่านไม่เชื่อข้า ท่านสามารถถามผู้เฒ่าเซี่ยได้” เฉออู่มองไปทางผู้เฒ่าเซี่ย
ผู้เฒ่าเซี่ยพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะพูดว่า “เฉออู่พูดความจริง!”
ซางเจี้ยนซานยังคงไม่เชื่อ และถึงกับคิดว่าผู้เฒ่าเซี่ยกำลังหลอกลวงตนด้วยอีกคน ดังนั้นเขาจึงพูดกับผู้เฒ่าเซี่ยว่า “ผู้เฒ่าเซี่ย ท่านหลอกลวงกันเช่นนี้ คิดว่าข้าเป็นเด็กหรืออย่างไร?”
“ข้าไม่ไดโป้ปดจริง ๆ!” ผู้เฒ่าเซี่ยรีบปฏิเสธ
ซางเจี้ยนซานยังคงไม่เชื่อ เขาจึงยังคงย่อใยแมงมุมให้เล็กลงต่อไปพลางขู่ว่า “เจ้าหนู เมื่อใยแมงมุมเหล่านี้หดลงจนสุด เส้นใยเหล่านั้นก็จะเป็นดังมีดคม ๆ ที่เฉือนผ่านเจ้าออกทีละน้อย”
ลู่เฉินที่ได้ยินพลันหัวเราะขึ้นมา
“ยังมีอารมณ์ที่จะหัวเราะอีกหรือ?” ซางเจี้ยนซานรู้สึกว่าลู่เฉินอวดดีเกินไป เขาจึงเพิ่มความพลังขึ้น ทำให้ใยหดลงทีละน้อย เหมือนกับการตกปลาโดยการรวบอวน
เฉออู่ตกใจกลัว นางจ้องมองซางเจี้ยนซานพลางเอ่ย “เขาสำคัญจริง ๆ นะเจ้าคะ!”
“ศิษย์น้องเล็ก ถ้าเขามีความสามารถเพียงนั้นจริง ๆ ก็ปล่อยให้เขาพยายามหลบหนีดูเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่เชื่อว่าเขามีความสามารถถึงเพียงนั้น!” ซางเจี้ยนซานพูดอย่างดื้อรั้น
ไม่เพียงซางเจี้ยนซานเท่านั้น แต่ทุกคนในสถานที่แห่งนั้นต่างรู้สึกว่าสมควรเป็นเช่นนั้นแล้ว
ด้วยความสิ้นหวัง เฉออู่ทำได้เพียงติดต่อกับท่านพ่อของนาง ซึ่งเป็นเจ้าสำนักของเทือกเขาเจ็ดหิมะอีกครั้ง
ต่อมาก็เห็นภาพฉายโผล่ขึ้นตรงหน้าเฉออู่ “เกิดอันใดขึ้นอีกแล้ว?”
“ท่านพ่อ ได้โปรดบอกศิษย์พี่ใหญ่ให้หยุดมือด้วย!” เฉออู่กังวล
“เกิดอะไรขึ้น?” เจ้าสำนักสับสนมาก
เฉออู่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น และเจ้าสำนักก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เขามีพลังมากถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
“เจ้าค่ะ เขาสามารถนำผู้คนเข้าออกจากแดนลับได้จริง ๆ” เฉออู่ยืนยัน
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เจ้าสำนักก็ตะโกนบอกซางเจี้ยนซานว่า “เจี้ยนซาน เจ้าหยุดก่อน”
ซางเจี้ยนซานลังเลเล็กน้อย “ท่านอาจารย์”
“จับเขาไว้ก่อน แล้วรอให้ข้าไปถึง”
“ขอรับ!” ซางเจี้ยนซานจำใจตอบเช่นนั้น จากนั้นใยก็หยุดหดตัว
เฉออู่โล่งใจ ทางคนอื่น ๆ ตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าเจ้าสำนักกำลังจะมา
เฉออู่จ้องมองลู่เฉินที่ติดอยู่ข้างใน “เจ้าหนู ท่านพ่อของข้าคุยด้วยไม่ง่ายเหมือนข้าหรอกนะ ดังนั้นเจ้าควรยอมจำนนเสียดีกว่า เผื่อว่าท่านพ่อของข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป”
ลู่เฉินยิ้ม “เจ้าไม่คิดว่าตาข่ายกระจอก ๆ นี้จะขังข้าได้หรอกใช่หรือไม่?”
เฉออู่ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินเช่นนี้ และซางเจี้ยนซานก็ยิ่งไม่พอใจกว่าเดิม “เจ้าหนู ถ้าอาจารย์ของข้าไม่สั่งให้หยุด ข้าคงฆ่าเจ้าตายไปนานแล้ว”
“ถ้าคิดอย่างนั้นจริง เจ้าก็ไร้เดียงสานัก!” หลังลู่เฉินพูดจบ เปลวไฟสิบดวงก็พุ่งออกไปทั่วร่างกายของเขา
ลู่เฉินมีเม็ดยาสีทองสิบอัน ซึ่งสามารถควบแน่นเป็นเปลวไฟที่แตกต่างกันได้สิบดวง และเมื่อเปลวไฟเหล่านี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน พวกมันก็กลายเป็นพลังที่ทรงพลัง จนแม้แต่ใยแมงมุมก็ถูกแผดเผาทันที
ทุกคนในสถาที่แห่งนั้นต่างตะลึงงัน
บางคนเอ่ยขึ้นยังไม่อยากจะเชื่อ “นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?”
ซางเจี้ยนซานที่ตกตะลึงกว่าใคร เอ่ยพลางเบิกตาดว้าง “เกิดอันใดขึ้นกัน?”
เฉออู่คล้ายใกล้จะเสียสติ “แม้แต่ตาข่ายใยแมงมุมก็ถูกเผางั้นหรือ?”
เซี่ยอีฉานถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพูดว่า “นายท่านน่ากลัวเกินไปแล้ว”
ในขณะที่คนเหล่านี้กำลังพูดคุยกัน แสงสีทองก็วูบไหวขึ้นมาในอากาศ จากนั้นร่างของชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะสีทองก็ปรากฏตัวขึ้น
“ท่านพ่อ” เฉออู่เอ่ยแล้วมองไปทางลู่เฉินทันที
ทางซางเจี้ยนซานก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า “ท่านอาจารย์”
เจ้าสำนักมองไปทางฝูงชน จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปทางลู่เฉิน แล้วย้อนกลับมาหาเซี่ยอี้ชาน “เซี่ยอี้ชาน เจ้ารู้ว่าผลที่ตามมาจากการนำผู้คนมาสร้างปัญหาหรือไม่?”
“ท่านอาจารย์ ข้า…” เซี่ยอีฉานไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
เจ้าสำนักพูดอย่างเศร้าโศก “เอาละ ข้าไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเจ้า!”
เซี่ยอีฉานถอนหายใจอย่างจนใจ เจ้าสำนักเปลี่ยนไปมองทางลู่เฉิน และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้าหนู ข้าเป็นเจ้าสำนักของที่นี่ ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็หยุดมือซะ!”
“หยุด? หยุดอันใด?”
“เจ้าไม่ได้สร้างปัญหางั้นหรือ?” เจ้าสำนักถาม
ลู่เฉินยิ้มพลางพูดว่า “เห็นได้ชัดว่าข้าอยากออกจากแดนลับแห่งนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าลูกสาวของเจ้า กับศิษย์พี่คนนี้ของนางต้องการหยุดข้า!”