ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 764 ชายผู้โจมตีจนแทบจะหลั่งน้ำตา!
บทที่ 764 ชายผู้โจมตีจนแทบจะหลั่งน้ำตา!
หลังจากลู่เฉินเดินไปแล้ว เขาก็เริ่มทำบางอย่างกับโซ่ตรวนบนร่างของอีกฝ่าย
“ข้าคิดว่าเจ้าต้องเสียสติไปแล้วแน่?” ชายร่างใหญ่ย้อนถาม
“เสียสติ?”
“แล้วไม่ใช่หรือ ข้าคิดจะโจมตีเจ้า แต่เจ้ากลับยังปล่อยข้าไป?”
“ข้าต้องการให้เจ้าโจมตีข้า” คำพูดของลู่เฉินทำให้ชายร่างใหญ่รู้สึกว่า เขากำลังเสียสติและมีอาการป่วย
แต่สิ่งที่ทำให้ชายร่างใหญ่ตกตะลึงขึ้นมาก็คือ ไม่นานลู่เฉินก็สามารถปลดโซ่ตรวนได้ เรื่องนี้ทำให้ชายร่างใหญ่มีแววตาสับสน “เจ้า… ปลดโซ่ตรวนได้แล้วหรือ?”
“มีปัญหาหรือ?”
ชายร่างใหญ่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพลังวิญญาณของเขาก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมา เขาเบิกตากว้างขึ้นพลางแสยะยิ้ม “เจ้าหนู ไม่ว่าเจ้าจะช่วยข้าปลดมันด้วยเหตุผลใด แต่ข้าไม่มีทางขอบคุณเจ้าแน่!”
“ข้าไม่ต้องการการขอบคุณจากเจ้า!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองชายร่างใหญ่
“เจ้าหนู คิดจะอวดดีอย่างนั้นหรือ? ได้ ข้าจะฆ่าเจ้าเอง!” เมื่อชายร่างใหญ่พูดจบ จึงฟาดฝ่ามือไปยังลู่เฉิน
พลังวิญญาณมารที่แข็งแกร่งนั้น โจมตีไปบนร่างของชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชายร่างใหญ่คิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะสามารถทำลายลู่เฉินได้ แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ วิญญาณของอีกฝ่ายกลับไม่เป็นอะไร ทั้งยังยิ้มออกมา “ไม่เลว ลงมือต่อไปเถิด”
“เจ้ามีสมบัติวิญญาณงั้นหรือ?” ชายร่างใหญ่รู้สึกคาดไม่ถึง
“หากมีสมบัติวิญญาณ ข้าคงไม่ต้องให้เจ้าโจมตีข้า” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด
“หมายความว่าอย่างไร?” ชายร่างใหญ่ไม่เข้าใจ
ลู่เฉินคร้านจะอธิบายให้มากความ จึงทำเพียงพูดกับอีกฝ่าย “เจ้าเพียงโจมตีข้าก็พอ”
“เจ้าหนู รนหาที่ตายแล้ว!” ครั้งนี้ชายร่างใหญ่เริ่มใช้พลังสิงโตคำรามอีกครั้ง
น้ำเสียงนั่นราวกับกระแสคลื่นโจมตีลงบนร่างของลู่เฉิน แต่ ‘ร่างกาย’ ของชายหนุ่มราวกับเงาสะท้อนบนผืนน้ำ ที่แกว่งไปมาอย่างรุนแรง
เมื่อเห็นดังนั้น ชายร่างใหญ่จึงหยุดมือและพูดด้วยความแปลกใจว่า “ร่างกายของเจ้ามีปัญหา!”
“สำคัญมากหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
ชายร่างใหญ่คิดว่ามีปัญหาบางอย่างแน่ จึงจ้องมองลู่เฉินพลางพูดขึ้นมา “เจ้าหนู ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะใช้วิธีใดมาต่อต้านการโจมตีของข้า แต่ตอนนี้เจ้าจงยอมแพ้ซะ มิเช่นนั้น…”
“หากเจ้ามีความสามารถก็เข้ามา อย่าเอาแต่พูดแล้วไม่ลงมือซะที” คำพูดของลู่เฉินทำให้ชายร่างใหญ่มีสีหน้าไม่ดีนัก
ดังนั้นด้านหลังของชายร่างใหญ่ จึงมีเงามารสว่างขึ้นมามากมาย และเมื่อเห็นดังนั้นลู่เฉินก็ยิ้มออกมา “นี่คือพลังที่แท้จริงของเจ้างั้นหรือ”
“ใช่ เคล็ดวิชามายามารลวงตาสิบชั้น!” เมื่อเขาพูดจบ เงามารสิบร่างจึงปรากฏออกมา และทุกเงามารก็ยังดูเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน
ไม่เพียงเท่านั้น พลังที่เงามารทั้งสิบร่างปล่อยออกมา ก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะเมื่อเงามารทั้งสิบปล่อยเงาฝ่ามือทั้งสิบออกมา ทั้งหมดทับซ้อนเข้าด้วยกัน และพุ่งไปยังร่างของลู่เฉิน
‘เม็ดยามารสีดำ’ จึงสะสมพลังส่วนใหญ่ได้ทันที
“ดี ดีมาก!” ลู่เฉินพูดด้วยความพึงพอใจ
“ดี?” ชายร่างใหญ่รู้สึกโมโหขึ้นมา
“หรือไม่ใช่เช่นนั้นเล่า?”
“เจ้าหนู คอยดูว่าข้าจะฆ่าเจ้าอย่างไร!” เงามารทั้งสิบของชายร่างใหญ่รวมเข้าด้วยกัน จากนั้นชายร่างใหญ่ก็กลายเป็นแสงสีม่วงพุ่งเข้าสู่ ‘ภายในร่างกาย’ ของลู่เฉิน และคิดจะเข้าไปยังพื้นที่จิตของชายหนุ่ม ต่อไปก็ทำลายวิญญาณของเขา
แต่เมื่อชายร่างใหญ่ก้าวเข้ามา ลู่เฉินก็ขับไล่เขาออกไปทันทีพลางพูดขึ้นมา “เจ้าโจมตีจากภายนอกเถิด”
ชายร่างใหญ่รู้สึกสับสน เขาคิดไม่ถึงว่าตนจะถูกขับไล่ออกมาอย่างง่ายดายเช่นนี้
ในขณะเดียวกัน เหมือนกับว่าชายร่างใหญ่ได้พบอะไรบางอย่าง จึงมองไปยังลู่เฉิน “วิญญาณของเจ้า… ไม่ใช่วิญญาณธรรมดา!”
“โอ้? เจ้ารู้ด้วยหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเขา
เมื่อชายร่างใหญ่เห็นลู่เฉินยิ้ม จึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เจ้าคือผู้ใดกันแน่!”
“สำคัญด้วยหรือ?”
ชายร่างใหญ่ไม่ใช่คนโง่เขลา โดยเฉพาะเมื่อครู่ที่ถูกโยนออกมานั้น เขาสัมผัสได้ได้ถึงอันตรายบางอย่าง ดังนั้นจึงตะคอกออกมา “ข้าไม่เล่นกันเจ้าแล้ว!”
เมื่อชายร่างใหญ่พูดจบ ก็คิดจะเดินหนีออกไป
แต่ลู่เฉินกลับเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “อย่าไป”
คาถาสยบภูตผีถูกส่งออกไปพันรัดชายร่างใหญ่เอาไว้ทันที วิญญาณของเขาถูกพันธนาการอยู่ตรงนั้น ทำให้มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เหตุใดของสิ่งนี้ของเจ้าจึงแข็งแกร่งนัก?”
“เมื่อครู่เจ้าน่าจะดูออกแล้ว เพียงแค่ความคิดเดียวของข้า ก็สามารถบดขยี้วิญญาณของเจ้าได้” ลู่เฉินยิ้มพลางมองชายร่างใหญ่
ชายร่างใหญ่พลันรู้สึกกังวลขึ้นมา “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”
“ง่ายยิ่งนัก ตั้งใจโจมตีข้าจนกระทั่งข้าพอใจจึงหยุดก็พอ”
“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?” ชายร่างใหญ่จ้องมองลู่เฉินราวกับคนบ้า
ลู่เฉินไม่สนใจและเดินไปตรงหน้าอีกฝ่าย พร้อมเพิ่มตราประทับวิญญาณบนหน้าผากของเขาแทน
“เจ้า… เจ้าทำสิ่งใดกัน?”
“หากมีสิ่งนี้ เจ้าก็ต้องจัดการบางสิ่งตามคำสั่งของข้า” ลู่เฉินยิ้มพลางมองชายร่างใหญ่
ชายร่างใหญ่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก และไม่นานลู่เฉินก็ให้ชายร่างใหญ่โจมตีตน วิญญาณของชายร่างใหญ่พลันไม่สามารถควบคุมได้ และทำได้เพียงโจมตีลู่เฉิน ริมฝีปากของเขาพลันด่าออกมา “ไอ้สารเลว! ใครกันจะโจมตีเจ้ากัน!”
ลู่เฉินรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก “ต่อไปใช้พลังทั้งหมดของเจ้า”
ชายร่างใหญ่ใช้พลังทั้งหมดที่มีโจมตีไปยังลู่เฉิน
แต่ชายหนุ่มกลับไม่เป็นอะไรเลย ชายร่างใหญ่จึงโจมตีต่อไปด้วยความพยายาม จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ อ่อนแอลง จนในที่สุดก็พูดอย่างไรเรี่ยงแรงออกมาว่า “ข้าบอกแล้ว เจ้าให้ข้าหยุดโจมตีเจ้าเถิด”
“อย่างไรกัน? ทำเช่นนี้ไม่ได้หรือ?”
“ข้า… ข้าเหนื่อยแล้ว” ชายร่างใหญ่พูดด้วยความหดหู่ใจ
ลู่เฉินพยักหน้ารับพลางพูดขึ้นมา “ได้ ข้าจะสร้างค่ายกลขึ้นรอบ ๆ ทำให้วิญญาณของเจ้าฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นเจ้าค่อยโจมตีข้าอีกครั้ง”
“ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว?” ชายร่างใหญ่คิดว่าลู่เฉินเพียงพูดตลกเท่านั้น
แต่ชายหนุ่มสร้างค่ายกลขึ้นมาจริง ๆ จากนั้นชายร่างใหญ่ก็รู้สึกได้ว่าพลังของตนฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชายร่างใหญ่รู้สึกสับสนขึ้นมาทันที “นี่”
“มา ลงมือต่อเถิด”
“ยังจะเอาอีกเหรอ?” ชายร่างใหญ่รู้สึกสับสน แต่วิญญาณของเขาไม่สามารถควบคุมได้ จึงทำได้เพียงโจมตีต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อลู่เฉินเห็นว่า ‘เม็ดยามารสีดำ’ ไม่เกินการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้นแล้ว จึงมองไปยังชายร่างใหญ่ที่ทรุดตัวลง “เอาละ เจ้าไม่ต้องทำสิ่งใดแล้ว”
ชายร่างใหญ่ราวกับหลุดพ้นจากกรงขัง เขาพลันรู้สึกอยากจะ ‘ร้องไห้’ ขึ้นมา “ในที่สุด… ในที่สุดก็ไม่ต้องโจมตีเจ้าแล้ว!”
“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ก่อนหน้านี้ข้าหวังอยากออกไปจากที่นี่ แต่ตอนนี้ข้าหวังเพียงไม่ต้องโจมตีเจ้า มันน่ากลัวเกินไป” ชายร่างใหญ่สบถออกมา
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาดพลางพูดขึ้นมา “หากไม่อยากโจมตีข้าต่อไป ก็จงตอบคำถามบางอย่างข้า มิเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าโจมตีข้าต่อไป”
“ว่ามาเถิด เไม่ว่าเจ้าอยากรู้สิ่งใดข้าก็จะบอกเจ้าทุกเรื่อง ได้หรือไม่?” ชายร่างใหญ่ร้อนใจเพาะกลัวว่าลู่เฉินจะให้ตนโจมตีเขาอีกครั้ง
ชายหนุ่มมองไปยังทางเดินที่มืดสลัว เพราะมีไอมารลอยมาจากทางนั้น แต่ชายหนุ่มไม่รู้ว่าที่นั่นเชื่อมไปยังที่ใด และ ‘สิ่งประหลาดลึกลับ’ ก็ไม่รู้ว่าด้านในนั้นคือที่ใด อีกฝ่ายดูแลเพียงการปิดผนึก ไม่ได้รับผิดชอบในการตรวจสอบที่นี่
ดังนั้นลู่เฉินจึงเอ่ยถามชายร่างใหญ่ “เจ้าอยู่ที่นี่มานานหลายปี ได้พบสิ่งใดบนทางเดินเป็นพิเศษหรือไม่?”
“หลังข้าถูกผนึกอยู่ที่นี่ บางครั้งก็ได้ยินเสียงลมแปลก ๆ และบางครั้งยังบังเอิญได้เห็นเงาคนแปลก ๆ ด้วย” ชายร่างใหญ่พูดในสิ่งที่ตนรู้ออกมา
“โอ้? เงาคนแปลก ๆ?”
“ใช่”
“เป็นผู้ที่ผนึกเจ้าเอาไว้หรือไม่?”
“ไม่ ไม่ใช่!” ชายร่างใหญ่ส่ายศีรษะปฏิเสธ
ลู่เฉินรู้สึกสงสัย “เช่นนั้นคือผู้ใดกัน?”
ชายร่างใหญ่เองก็ไม่เข้าใจนัก จึงทำเพียงส่ายศีรษะและพูดขึ้นมา “ข้าไม่รู้”
“คนคนนั้นมีลักษณะพิเศษเช่นไร? และทุกครั้งที่มาทำสิ่งใด?” ลู่เฉินมองไปยังทางเดินพลางเอ่ยถาม