ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 780 ไม่มีที่ไหนสามารถขวางข้าได้!
บทที่ 780 ไม่มีที่ไหนสามารถขวางข้าได้!
ทุกคนต่างสงสัยว่าอินซานทำอะไรกับลู่เฉิน
ถังอิงที่อยู่ด้านหลังเองก็รู้สึกอยากรู้เช่นกัน ส่วนอินซานปัดฝุ่นบนตัว ก่อนจะจ้องมองเข้าไปในกลุ่มควันดำที่เปลี่ยนเป็นมารอยู่ ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจพลางกล่าวว่า “ไอ้หนู ยาลูกกลอนนี้เรียกว่ายาลูกกลอนหมอกทมิฬวิญญาณเมฆา เมื่อสัมผัสกับมันแล้ว ต่อให้เป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งแค่ไหน ก็ต้องถูกพันธนาการไว้ที่นั่น ไม่สามารถหนีไปไหนได้”
เมื่อทุกคนได้ยินคำว่ายาลูกกลอนหมอกทมิฬวิญญาณเมฆา ก็พากันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
บางคนถึงกับตกใจร้องออกมา “ที่แท้วังทะเลภูเขาก็มียาลูกกลอนหมอกทมิฬวิญญาณเมฆาจริง ๆ ด้วย”
“แต่ยาลูกกลอนล้ำค่าขนาดนั้น กลับใช้ง่าย ๆ อย่างนี้เลยหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าทุกคนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ แต่อินซานไม่สนใจ เพราะถ้าเมื่อครู่เขาไม่ทำแบบนี้ คงถูกลู่เฉินบุกรุกเข้าร่างไปแล้ว
ดังนั้นอินซานจึงคิดว่าตนเองใช้ได้ทันเวลาพอดี
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังมาจากกลุ่มควันดำ “คิดว่ายาลูกกลอนแค่นี้จะกักขังข้างั้นหรือ?”
เมื่อทุกคนได้ยินลู่เฉินพูด ต่างก็สงสัยว่าชายหนุ่มไม่เป็นไรเลยหรือ พวกเขาพากันสงสัย
อินซานแค่นเสียงและพูดว่า “ไอ้หนู เจ้าอย่าโอ้อวดไปหน่อยเลย เจ้าออกมาไม่ได้หรอก”
และในตอนนั้นเอง ควันดำเหล่านั้นพลันสลายตัวไป ส่วนลู่เฉินยังคงลอยอยู่ในสภาพ เปลี่ยนเป็นมารเหมือนเดิม แล้วหัวเราะพลางพูดว่า “ตอนนี้ข้าก็ออกมาแล้วไม่ใช่หรือ?”
อินซานตกใจจนต้องหมุนตัวกลับ
ลู่เฉินแค่นหัวเราะเยาะ แล้วแทรกผ่านเข้าไปในร่างของอินซาน ทำให้อินซานตกใจจนใบหน้าซีดเผือด พร้อมตะโกนบอกคนของวังทะเลภูเขาว่า “เร็วเข้า! รีบมาช่วยข้าที!”
พูดจบ อินซานก็รีบนั่งขัดสมาธิลง
เหล่าศิษย์วังทะเลภูเขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี พวกเขาทำได้เพียงยืนล้อมรอบอินซาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถังอิงโจมตี แต่ถังอิงกลับมองพวกเขาพร้อมรอยยิ้ม “แค่พวกเจ้า? คิดจะขวางข้างั้นหรือ?”
พูดจบ ถังอิงก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้
คนพวกนั้นตกใจกันแตกฮือไปหมด ส่วนอินซานตอนนี้หลับตาสนิท และไม่รู้เลยว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
ถังอิงยืนมองเขาพลางยิ้มพูดว่า “ข้าจะดูสิว่าเจ้าหนูนั่นจะทำอะไรเจ้า”
หญิงสาวชี้นิ้วไปทางอินซานแล้วหลับตาลง แต่ภายในจิตสำนึกของอีกฝ่ายกลับมืดสนิท มองไม่เห็นสถานการณ์ข้างในเลย
เรื่องนี้ทำให้ถังอิงแปลกใจ “ทำไมถึงมองไม่เห็นอะไรเลยล่ะ?”
ความจริงไม่ใช่ว่าถังอิงมองไม่เห็น แต่ลู่เฉินไม่อยากให้นางเห็นต่างหาก
เพราะลู่เฉินได้จัดการบางอย่างไว้ในจิตสำนึกแล้ว ส่วนดวงวิญญาณของอินซานตอนนี้ ถูกบีบให้ไปอยู่ที่มุมหนึ่ง ไม่ว่าจะพยายามบินอย่างไรก็บินออกไปไม่ได้ จึงโกรธจัดและพูดว่า “ไอ้หนู เจ้าจะช่วยจอมมารหญิงนั่นจัดการข้าทำไม!”
“ข้าไม่ได้ช่วยนาง แต่ข้ามีเรื่องจะขอคำแนะนำจากเจ้า” ลู่เฉินมองอินซานพลางยิ้ม
อินซานร้อนใจ “หมายความว่าอย่างไร?”
“รอข้าจับดวงวิญญาณของเจ้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ลู่เฉินรีบใช้คาถาสยบภูตผีดักจับวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ ทำให้อินซานยิ่งตกใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบว่าตัวเองถูกพันธนาการไว้ จนไม่สามารถหลบหนีได้ เขาตะโกนออกมาทันที “ไอ้หนู ข้าเป็นคนของวังทะเลภูเขานะ!”
“เพราะเจ้าเป็นคนของวังทะเลภูเขา ข้าถึงต้องการให้เจ้าร่วมมือกับข้า”
เมื่อลู่เฉินพูดจบ พลังเพลิงวิญญาณก็แผ่ออกมา อินซานตกใจกลัว “นี่มันผู้ฝึกตนวิถีจิตรกรประเภทไหนกัน?”
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง” ลู่เฉินมองอินซานพลางยิ้ม
อินซานเริ่มตื่นตระหนก “เจ้า… เจ้าต้องไม่มีจุดจบที่ดีแน่!”
ลู่เฉินยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ส่วนอินซานค่อย ๆ จมลงสู่ห้วงนิทรา จนกระทั่งชายหนุ่มปรากฏตัวในความฝันของเขา เขาถึงได้พบว่าตัวเองไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย
เรื่องนี้ทำให้อินซานตกใจจนสีหน้าซีดเผือด “เจ้า… เจ้าจะทำอะไร!?”
“ตอบคำถามข้าสักไม่กี่ข้อ”
“คำถามอะไร?” อินซานไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการถามอะไร
ลู่เฉินมองอินซานพลางยิ้ม “เมื่อเร็ว ๆ นี้วังทะเลภูเขาของพวกเจ้าออกภารกิจหนึ่ง ภารกิจนั้นคือการช่วยคนคนหนึ่ง และเป็นสัตว์ปีศาจของจอมมารหญิง ที่ช่วยพวกเจ้าทำภารกิจนั้นสำเร็จใช่หรือไม่”
อินซานอดไม่ได้ที่จะตอบ “ชะ… ใช่แล้ว”
เมื่อเห็นอินซานยอมพูดความจริง ลู่เฉินจึงถามต่อ “แล้วภารกิจนั้นใครเป็นคนออก”
“ข้า… ข้าไม่รู้” อินซานรีบตอบอย่างร้อนรน
ลู่เฉินซักถามอีกครั้ง “พูดมา”
อินซานตอบอย่างหงุดหงิด “ข้าไม่รู้จริง ๆ!”
ลู่เฉินสงสัย “ไม่รู้งั้นหรือ?”
“ภารกิจพิเศษที่วังทะเลภูเขาประกาศออกไปนั้น ล้วนมาจากศาลภารกิจทั้งสิ้น และข้าก็ไม่ได้เป็นคนของศาลภารกิจ ข้าย่อมไม่รู้อยู่แล้ว” อินซานแก้ตัว
ชายหนุ่มจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่งก่อนถาม “พูดแบบนี้แปลว่าหากต้องการรู้ ว่าใครเป็นคนประกาศ ก็ต้องไปหาที่ศาลภารกิจสินะ?”
“ถูกต้อง” อินซานตอบรับ
“งั้นพาข้าไปด้วย” คำพูดของลู่เฉินทำให้อินซานเบิกตากว้าง
ลู่เฉินมองสีหน้าของเขา “เป็นอะไรไป? มีปัญหาหรือ?”
อินซานตกใจ “แน่นอนว่ามีปัญหา”
ลู่เฉินมองอินซานอย่างสงสัย “เจ้าลองบอกมาสิ”
“ศาลภารกิจของพวกเรานั้น เป็นสถานที่สำคัญของวังทะเลภูเขา อย่าว่าแต่คนนอกเลย แม้แต่พวกเราจอมกระบี่เอง หากไม่ได้อยู่ในสิบอันดับแรก ก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าไป ดังนั้นข้าขอแนะนำว่าเจ้า ล้มเลิกความคิดนี้ไปเถอะ” อินซานกล่าวอย่างหมายจะทำลายกำลังใจ
ลู่เฉินหัวเราะอย่างเย็นชาและเอ่ย “ไม่มีที่ไหนสามารถขวางข้าได้!”
“ไอ้หนู เจ้าโอหังเกินไปแล้ว!” อินซานรู้สึกว่าลู่เฉินช่างทำตัวไร้กฎเกณฑ์เหลือเกิน
“จะใช่หรือไม่ เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองเมื่อนำทางพวกข้า” ลู่เฉินพูดจบก็ปล่อยตราประทับภูตใส่เขา
อินซานเบิกตากว้างทันที “เจ้าทำอะไรกับข้า?”
“ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ให้เจ้าได้ลองสัมผัส ความรู้สึกถูกควบคุมดูบ้าง” ลู่เฉินมองอินซานพลางยิ้ม
สีหน้าของอินซานเปลี่ยนไป เขาโกรธจนด่าลู่เฉิน “ไอ้สารเลว!”
“ด่าข้าไปก็ไร้ประโยชน์” ลู่เฉินมองอินซานพลางยิ้ม
อินซานโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนลู่เฉินยิ้มบาง ๆ แล้วออกจากจิตสำนึกของอีกฝ่าย และเมื่อทุกคนที่อยู่ด้านนอกเห็นลู่เฉินออกมา ต่างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอินซาน
โดยเฉพาะถังอิงที่ยิ้มพลางถาม “คุณชายน้อย ท่านทำอะไรกับเขาหรือ?”
ลู่เฉินทำหน้าบึ้งทันที “อย่าเรียกข้าแบบนั้น!”
“ปากของข้า ข้าจะเรียกอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น” ถังอิงพูดอย่างได้ใจ
ลู่เฉินมองนางพลางยิ้ม “งั้นข้าก็จะทิ้งเจ้าไว้ทุกเมื่อ ให้เจ้าตามหาไม่เจอ”
ถังอิงรีบสงบปากสงบคำทันที “ได้! ข้าจะไม่เรียกแล้ว!”
ลู่เฉินมองอินซานที่ได้สติคืนมา และเมื่ออินซานเห็นผู้คนจาก วังทะเลภูเขาหลบห่างออกไปไกล สีหน้าของเขาก็ฉายแววบึ้งตึง “บัดซบจริง!”
“นำทางไปเถอะ” ลู่เฉินมองอินซานพลางยิ้ม
อินซานรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และจำต้องนำทางอยู่ข้างหน้า ขณะที่ทุกคนสงสัยว่าอินซานเป็นอะไรไป ทำไมถึงต้องเชื่อฟังลู่เฉิน
ถังอิงเองก็สงสัยเช่นกัน “เขาเป็นอะไรไป?”
“ข้าควบคุมเขาเอาไว้”
“อะไรนะ? เจ้าควบคุมเขาเอาไว้งั้นหรือ!?” ถังอิงอุทานออกมา
“ใช่ เหมือนกับเป็ดมารของเจ้านั่นแหละ” ลู่เฉินมองถังอิงพลางยิ้ม
ถังอิงกล่าวอย่างตื่นตะลึง “ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่เดินตามจังหวะก้าวของอินซาน ทว่าผู้คนจากวังทะเลภูเขา ที่อยู่รอบข้างกลับร้อนใจ พวกเขาต่างซักถามอินซานว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อินซานกลับไม่สนใจพวกเขา ทำให้พวกเขาจำต้องรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป
อินซานขมวดคิ้ว โดยเฉพาะหลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็บอกกับลู่เฉินว่า “พวกเขาไปตามคนมาแล้ว”
“เจ้านำทางไปเถอะ พวกเขาจะไปตามใครมา ก็เป็นเรื่องของพวกเขา” ลู่เฉินกล่าวอย่างไร้ความหวาดกลัว
อินซานพูดขู่ “วังทะเลภูเขามียอดฝีมือมากมายดุจเมฆ!”