ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 781 พลังที่ไร้ขีดจำกัด!
บทที่ 781 พลังที่ไร้ขีดจำกัด!
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ยอดฝีมือมากมายดั่งเมฆ’ ลู่เฉินก็ทำเพียงยิ้มเยาะ และไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
ส่วนถังอิงที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวหยอกล้อกับอินซาน “พวกที่เรียกตัวเองว่ายอดฝีมือของพวกเจ้าน่ะ ในสายตาของเขาไม่มีค่าอะไรเลย!”
อินซานกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย และมองถังอิงด้วยสายตาประหลาด “เขาเป็นอะไรกับเจ้ากันแน่?”
“บุรุษของข้าไง” ถังอิงตอบอย่างภาคภูมิใจ
อินซานไม่เชื่อ “ข่าวลือบอกว่าเจ้าไม่สนใจบุรุษ อีกทั้งยังปฏิเสธบุรุษหล่อเหลา และผู้แข็งแกร่งมามากมาย แต่ทำไมถึงเลือกเขาเล่า?”
“ข้าพอใจ แล้วเจ้ามายุ่งอะไรด้วยเล่า?” ถังอิงกลอกตาพลางตอบ
อินซานรู้สึกแปลกใจ แต่เนื่องจากตนเองก็ถูกลู่เฉินจับตัวเอาไว้แล้ว จึงไม่กล้าพูดอะไรที่ไม่เหมาะสม ทำได้เพียงยิ้มประหลาดใส่ถังอิง “หากเจ้ามีเจตนาแอบแฝง ข้าขอเตือนว่าอย่าคิดมาก เพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดา”
“แน่นอนว่าข้ารู้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา ต้องให้เจ้ามาเตือนด้วยหรือ?” ถังอิงจ้องตาพลางกล่าว
ขณะที่อินซานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ลู่เฉินก็เอ่ยขึ้น “พวกเจ้ากำลังทำเหมือนข้าเป็นอากาศอยู่หรือไง?”
อินซานรีบคำนับอย่างนอบน้อมทันที “ไม่กล้าขอรับ”
ส่วนถังอิงยิ้มพลางมองไปทางลู่เฉิน”ไม่หรอก จะเป็นไปได้อย่างไร?”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร ครู่ต่อมาพวกเขาก็เข้าสู่เมืองเล็ก ๆ ซึ่งที่นั่นคึกคักไปด้วยผู้คน
ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังมีผู้คนมากมายมาทำการค้าขาย เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ ที่แตกต่างที่สุดในพื้นที่ที่เจ็ด
และหลังเดินไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีเสียงดังมาจากด้านหน้า “วังทะเลภูเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องถอยไป!”
ผู้คนรีบถอยออกไปทันที ทำให้ถนนสายที่ลู่เฉินและคณะอยู่ เงียบสงัดลงในพริบตา
เมื่ออินซานเห็นกลุ่มคนด้านหน้า และคนที่นำหน้าสวมกำปั้นทองคำเอาไว้ในมือ จึงบอกกับลู่เฉินว่า “นายท่าน คนที่นำหน้านั่นคือจินเฉวียนหู่ อัจฉริยะแห่งตำหนักวรยุทธ์ของวังทะเลภูเขา”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร ส่วนถังอิงรีบพูดว่า “คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยนะ”
แต่ชายหนุ่มก็ยังคงเงียบ
ในตอนนั้นเอง คนที่ชื่อจินเฉวียนหู่ก็เดินออกมา ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบลายเสือมาก เสื้อผ้าทั้งตัวจึงทำจากหนังเสือ แม้แต่บนใบหน้าก็ยังวาดเคราเสือไว้หลายเส้น
“อินซาน เจ้าช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ ถึงขั้นต่อสู้กับคนขั้นหลอมแก่นแท้แพ้เลยงั้นหรือ?” จินเฉวียนหู่เพิ่งมาถึงก็เริ่มกล่าวประณามอินซาน
อินซานพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ถ้าเจ้าเก่งนักก็ลองดูสิ แล้วข้ารับรองว่าเจ้าจะต้องเสียใจ!”
“น่าขันนัก ในวังทะเลภูเขา หรือแม้แต่ในดินแดนทะเลภูเขามารแห่งนี้ ใครบ้างไม่รู้ถึงความร้ายกาจของข้าจินเฉวียนหู่?” จินเฉวียนหู่พูดอย่างหยิ่งผยอง
อินซานไม่อยากเถียงด้วย ส่วนจินเฉวียนหู่ยังคงอวดอ้างต่อไป “ดูข้านะ ข้าจะใช้หมัดเดียวสยบมัน”
พูดจบ จินเฉวียนหู่ก็จ้องมองลู่เฉินแล้วไม่พูดให้มากความ เขาออกหมัดโจมตีผ่านอากาศ เงาหมัดพุ่งอย่างรวดเร็วไปทางลู่เฉิน
ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ คิดว่า เงาหมัดนี้จะซัดลู่เฉินจนกระเด็น
ทว่าขณะนั้นชายหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งเงา พลิ้วกายผ่านไปในพริบตา ทำให้หมัดนั้นพุ่งเลยไปไกล และกระแทกเข้ากับอาคาร ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเล็ก ๆ แต่บนอาคารนั้นมีอักขระยันต์ป้องกันพิเศษอยู่
เมื่อหมัดนั้นกระแทกเข้า จึงมีเพียงแสงสีทองกระจายออกไป
“หลบได้งั้นหรือ?” ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์พูดด้วยความไม่อยากเชื่อ
จินเฉวียนหู่ไม่คิดว่าตัวเองจะพลาด ตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก จึงหันไปมองลู่เฉินที่ปรากฏตัวอีกด้านหนึ่ง แล้วส่งหมัดไปอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ยังคงพลาดอีก
เรื่องนี้ทำให้อินซานที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะเยาะ “เห็นหรือไม่ เจ้าก็แค่นี้เอง”
จินเฉวียนหู่กลอกตา “ข้ายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เลย”
“ไม่ว่าเจ้าจะใช้พลังเต็มที่หรือไม่ เขาก็แข็งแกร่งอยู่ดี” อินซานนึกถึงภาพที่ลู่เฉินบุกเข้ามาในจิตสำนึกของตน แล้วจัดการตัวเองได้อย่างง่ายดาย และทำให้จิตวิญญาณแทบแตกสลาย
ทว่าจินเฉวียนหู่ไม่คิดเช่นนั้น ครั้งนี้เขาเปลี่ยนมาใช้สองหมัด ทำให้เงาหมัดนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหา ลู่เฉินจากทุกทิศทาง พร้อมกับตะโกนว่า “ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะหลบไปทางไหน!”
แต่ลู่เฉินยังคงเคลื่อนไหวราวกับภูติผี ทำให้จินเฉวียนหู่แอบด่าในใจ ‘ไอ้หมอนี่เป็นผีหรือไง? เหตุใดร่างกายลอยได้อย่างอิสระขนาดนี้’
ถังอิงที่อยู่ด้านข้างหัวเราะเยาะ “ไอ้ตัวใหญ่ รีบหนีไปเถอะ ไม่เช่นนั้นคนที่จะถูกจัดการก็คือเจ้า!”
“ถ้าเจ้าพูดมากอีก ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!” จินเฉวียนหู่โกรธจนแทบระเบิด
ถังอิงพูดเย้าแหย่ “อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่ข้า เจ้าก็ยังรับมือไม่ได้”
“เจ้า!” สีหน้าของจินเฉวียนหู่พลันดูไม่สู้ดีนัก เขาล้วงห่วงทองออกมาจากอกเสื้อ แล้วขว้างออกไป
ห่วงนั้นลอยออกไป และติดตามลู่เฉินไปทุกที่ที่เขาไป แล้วพันรัดร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ราวกับจะขังเขาไว้ในนั้น
จากนั้นจินเฉวียนหู่ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง “ดูสิ จัดการได้แล้วใช่หรือไม่”
อินซานยังคลางแคลงใจ “จัดการได้จริงหรือ?”
ถังอิงรู้เรื่องที่ลู่เฉินสามารถจัดการอาวุธวิเศษได้ จึงเยาะเย้ยว่า “เจ้ารีบเก็บอาวุธวิเศษของเจ้าไปเถอะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวอาวุธวิเศษนี้ก็จะพังพินาศแล้ว!”
“คนที่จะพังพินาศก็คือเขาต่างหาก!” จินเฉวียนหู่แค่นเสียง แล้วควบคุมห่วงทองให้รัดร่างลู่เฉินแน่นขึ้น
ใครจะรู้ว่าเปลวเพลิงสิบเอ็ดชนิด ลุกโชนขึ้นบนร่างของลู่เฉิน ทำให้ห่วงทองลุกไหม้ขึ้นทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้นจินเฉวียนหู่ก็ตะลึงงัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าลู่เฉินจะเก่งกาจถึงเพียงนี้
ไม่เพียงจินเฉวียนหู่เท่านั้น ทว่าทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่
ต่อมาลู่เฉินใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ จากนั้นจินเฉวียนหู่ก็ราวกับถูกขังอยู่กับที่ทันที เขาตกใจจนร้องเสียงหลง “ข้าเป็นอะไรไป!?”
เมื่อเห็นจินเฉวียนหู่ขยับตัวไม่ได้ ทุกคนถึงได้รู้ว่าลู่เฉินน่าเกรงขามเพียงใด และลู่เฉินก็ให้หั่วเตาหลางไปจัดการเขา
หั่วเตาหลางชักกระบี่คู่เพลิงออกมา และแทงทะลุร่างของจินเฉวียนหู่ในคราวเดียว จินเฉวียนหู่ถูกจัดการทันที ส่วนวิญญาณถูกแผ่นหินฉวิญญาณของลู่เฉินดูดเข้าไป
ทุกคนในสถานที่แห่งนั้นต่างตกตะลึง แม้แต่อินซานก็ยากจะจินตนาการได้ว่า ลู่เฉินจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
ถังอิงเองก็ตกใจเช่นกัน
ส่วนการที่ลู่เฉินแสดงพลังออกมานั้น แน่นอนว่าเขาต้องการให้ผู้คนจากวังทะเลภูเขา รู้จักถอยก่อนที่จะสายเกินไป เขามองไปยังคนจากวังทะเลภูเขา ที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นและเอ่ย “พวกเจ้าไม่ใช่คนที่ข้าต้องการตามหา หากไม่อยากตายก็อย่ามาก่อกวน!”
ผู้คนจากวังทะเลภูเขาต่างแตกฝูงหนีกระเจิดกระเจิง
อินซานจ้องมองลู่เฉินอย่างประหลาดใจ “เจ้าซ่อนพลังเอาไว้มาตลอด”
“พลังของข้า เจ้าอย่าได้คาดเดา” ลู่เฉินเพียงกล่าวประโยคนั้น แล้วก็บอกให้อินซานนำทางต่อ
อินซานไม่กล้าขัดคำสั่ง และจำต้องนำทางต่อไป
ส่วนถังอิงยังคงพร่ำบ่นและติดตามลู่เฉินไป และไม่นานเรื่องนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่ว ทะเลภูเขามารอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายก็ไปถึงหูคนของวังทะเลภูเขา
แต่วังทะเลภูเขาเป็นผู้ครองอำนาจในสถานที่แห่งนี้ และมียอดฝีมือมากมาย ดังนั้นเมื่อเหล่าอัจฉริยะได้ยินเรื่องนี้ต่างไม่พอใจ ก่อนจะพากันออกมาจากวังทะเลภูเขา
ด้วยเหตุนี้ลู่เฉินจึงต้องเผชิญหน้ากับ ยอดฝีมือมากมายในระยะเวลาสั้น ๆ
ยอดฝีมือเหล่านี้ต่างหยิ่งผยองจองหอง ถึงขนาดอยากจะฉีกร่างลู่เฉินให้แหลกเป็นชิ้น ๆ
โดยเฉพาะร่างหนึ่งที่เหาะมาจากสถานที่ห่างไกล เขายืนอยู่บนกระบี่แสงสีทอง พลางเอ่ยเสียงเย็นชา “มอบตัวเขาให้ข้า ส่วนพวกเจ้าถอยออกไป!”
ผู้ที่เอ่ยปากพูดนั้นเป็นชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครกล้าดูแคลนเขา ทุกคนต่างเอ่ยอย่างนอบน้อม “ขอรับ!”
ผู้คนที่ยืนดูอยู่ต่างตื่นตะลึงและพากันพูดว่า “นั่นคืออัจฉริยะผู้ครอบครองวิชาหมื่นกระบี่ เจี้ยนว่านอันหรือ?”
“ใช่ เขานั่นแหละ ว่ากันว่าวิชากระบี่ของเขาล้ำเลิศ จนทำให้เขาเกือบจะก้าวขึ้นไปติด สิบอันดับแรกของจอมกระบี่แห่งวังทะเลภูเขาแล้ว!”
“เก่งกาจจริง ๆ!”
อินซานรีบเตือนลู่เฉินว่า “คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย”