ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 783 กลุ่มคนบุกเข้าร่างของเขา!
บทที่ 783 กลุ่มคนบุกเข้าร่างของเขา!
ถังอิงไม่ได้ตกใจ กลับเป็นอินซานที่เตือนนางว่า “องครักษ์เสื้อคลุมดำเชี่ยวชาญการสะกดวิญญาณ และเคล็ดวิชาส่วนใหญ่ที่พวกเขาฝึกฝนก็คือเคล็ดวิชาภูต ดังนั้น…”
“แล้วเคล็ดวิชาภูตนับเป็นอะไร? คิดว่าเจ้าหนูนั่นจะกลัวพวกมันหรือ?” ถังอิงกล่าวอย่างดูแคลน
แต่ในใจของถังอิงกลับไม่มั่นใจ และรู้สึกว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ธรรมดาเลย
เฮยฉีเทียนไม่สนใจจะพูดจาไร้สาระกับถังอิง เขาหันไปมองทุกคนแล้วสั่งว่า “ทุกคนเข้าไปในร่างของเจี้ยนว่านอันพร้อมกัน”
“ขอรับ!”
คนที่สวมชุดคลุมสีดำเหล่านั้น ต่างยื่นมือไปทางเจี้ยนว่านอัน
ภายในชั่วพริบจาต่อมา ทุกคนก็เห็นเงาดำสายหนึ่งปรากฏออกมา จากร่างของคนเหล่านั้น แล้วพุ่งเข้าไปในร่างของเจี้ยนว่านอัน จากนั้นคนเหล่านั้นก็หลับตาลงทีละคน ราวกับกำลัง ‘หลับใหล’
ทุกคนสงสัยว่าคนเหล่านี้ส่งวิญญาณของตน เข้าไปในร่างของเจี้ยนว่านอัน กันหมดแล้วหรือไม่
ทว่าตอนนี้ภายในจิตสำนึกของเจี้ยนว่านอัน วิญญาณที่อ่อนแอของเจี้ยนว่านอัน กำลังวนเวียนอยู่ในจิตสำนึกกับลู่เฉิน จนกระทั่งกลุ่มวิญญาณเข้ามา เจี้ยนว่านอันก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
“หัวหน้าเฮย ท่านมาแล้วหรือ?” เจี้ยนว่านอันร้องเรียกเฮยฉีเทียนทันที
เฮยฉีเทียนตอบเสียงทุ้ม “ข้าได้รับข่าวของเจ้า จึงรีบพาองครักษ์เสื้อคลุมดำมาทันที”
เมื่อได้ยินคำว่าองครักษ์เสื้อคลุมดำ เจี้ยนว่านอันก็ดีใจมาก แล้วยังเยาะเย้ยลู่เฉินที่เพิ่งมาถึงว่า “เห็นหรือไม่? ที่นี่มีวิญญาณยอดฝีมือมากมาย”
ลู่เฉินมองคนเหล่านี้ วิญญาณของพวกเขาแข็งแกร่ง กว่าคนทั่วไปจริง ๆ และแต่ละคนยังมีแสงสีดำของ สิ่งประหลาดลึกลับล้อมรอบร่างด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มยังรู้สึกได้ว่าพวกเขาฝึกฝน เคล็ดวิชาภูตมาก่อน จึงยิ้มและกล่าวว่า “พวกเจ้าทุกคนฝึกเคล็ดวิชาภูตมางั้นหรือ”
“ถูกต้อง!” เจี้ยนว่านอันตอบอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย
ส่วนเฮยฉีเทียนนั้นแนะนำตัวเองว่า “ข้าคือองครักษ์เสื้อคลุมดำแห่งวังทะเลภูเขา ชำนาญเคล็ดวิชาภูตโดยเฉพาะ และข้ายังเป็นหัวหน้ากลุ่มด้วย”
ลู่เฉินเอ่ยเสียงอืมว่า “ถ้าพวกเจ้าไม่อยากมีเรื่อง ก็รีบถอยออกไปซะ ไม่เช่นนั้นต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!”
เมื่อกลุ่มคนได้ยินคำว่ารับผิดชอบเอง กลับพากันดีใจ
เฮยฉีเทียนผู้เป็นหัวหน้าถึงกับหัวเราะ “ไอ้หนู เจ้าช่างหยิ่งผยองจริง ๆ”
“หรือว่าคำที่ข้าพูด พวกเจ้าฟังไม่เข้าใจ?” ลู่เฉินย้อนถามเฮยฉีเทียน
เฮยฉีเทียนหัวเราะ แล้วพูดกับลู่เฉินว่า “ลงมือ!”
คนเหล่านั้นต่างรวมพลังสร้างโซ่สีดำขึ้นมาในมือ และโซ่เหล่านี้ก็พันธนาการวิญญาณของลู่เฉินไว้ในทันที
เมื่อเห็นลู่เฉินถูกจับ เจี้ยนว่านอันก็พูดอย่างลำพอง “ไอ้หนู วันนี้ก็ถึงคราวของเจ้าแล้ว!”
“ถึงคราวของข้า แล้วยังไงล่ะ?” ลู่เฉินมองเจี้ยนว่านอันพลางยิ้ม
เจี้ยนว่านอันคิดว่าลู่เฉินไม่ยอมจำนน จึงรีบพูดกับเฮยฉีเทียนว่า “ใต้เท้า ท่านลงมือเลยเถอะ ฆ่ามันซะ”
“วางใจได้ พวกเราจะใช้พันธนาการวิญญาณมืดเหล่านี้ ค่อย ๆ กัดกินวิญญาณของมัน จนกว่ามันจะกลายเป็นคนโง่” เฮยฉีเทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจี้ยนว่านอันก็รู้สึกสบายใจ แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยปากขึ้นว่า “แค่นี้หรือที่พวกเจ้าทำได้?”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ แค่นี้?” เฮยฉีเทียนคิดว่าลู่เฉินกำลังดิ้นรนก่อนตาย
ลู่เฉินหัวเราะ แล้วพูดกับเฮยฉีเทียนว่า “เจ้าดูให้ดี ๆ”
พูดจบ เขาก็ทำลายโซ่ตรวนทั้งหมดทีละเส้น
เมื่อเห็นโซ่ตรวนหายไปทีละเส้นในชั่วพริบตา เฮยฉีเทียนและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
เจี้ยนว่านอันไม่ต้องการให้จบลงแค่นี้ จึงตะโกนบอกเฮยฉีเทียนและคนอื่น ๆ ว่า “ใต้เท้าโจมตีต่อไป!”
เฮยฉีเทียนกำมือทั้งสองแน่น จากนั้นสิ่งประหลาดลึกลับสีดำ ก็รวมตัวขึ้นรอบลู่เฉิน แล้วกักขังเขาไว้ในพื้นที่นั้น
ไม่เพียงเท่านั้น คนอื่น ๆ ก็รวมพลังสร้างเงากระบี่สีดำขึ้นมาทีละเล่ม ๆ เงากระบี่เหล่านั้นพันรอบวิญญาณของลู่เฉิน ราวกับพร้อมจะโจมตี และทำลายวิญญาณของชายหนุ่มได้ทุกเมื่อ
แต่เฮยฉีเทียนไม่ได้ลงมือทันที กลับจ้องลู่เฉินพลางยิ้มและพูดว่า “ไอ้หนู เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าขังเจ้าไว้แล้ว”
“แล้วอย่างไร?” ลู่เฉินย้อนถาม
“ขอเพียงเจ้าตอบคำถามของข้าดี ๆ ข้าก็อาจพิจารณาปล่อยเจ้าไป” เฮยฉีเทียนพูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
ลู่เฉินได้ยินแล้วหัวเราะออกมา “ตอบคำถาม?”
“ใช่ เพียงแค่เจ้าบอกพวกเราว่าเจ้าทำลาย พันธนาการของพวกเราได้อย่างไร พวกเราก็จะไม่ทำอะไรเจ้า” เฮยฉีเทียนจ้องมองลู่เฉินพลางพูดอย่างช้า ๆ
ลู่เฉินมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็รู้สึกไม่พอใจทันที
เฮยฉีเทียนมองด้วยสายตาเย็นชาไปทางลู่เฉิน “ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะทำให้สมปรารถนา!”
“ทำให้สมปรารถนา? ด้วยเจ้าน่ะหรือ?” ลู่เฉินหัวเราะขึ้นมา
“อย่างไร? เจ้าคิดว่าพวกเราไม่กล้าทำอะไรเจ้าจริง ๆ หรือ?”
“มาเลย อย่าพูดเพ้อเจ้อ” ลู่เฉินไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของพวกเขา
เฮยฉีเทียนโกรธจนแทบระเบิด “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะทำให้เจ้าสมหวัง!”
เฮยฉีเทียนออกคำสั่ง จากนั้นเงากระบี่สีดำนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าใส่ และทะลุผ่านวิญญาณของลู่เฉิน
ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นคิดว่า วิญญาณของลู่เฉินจะต้องถูก แทงทะลุอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ วิญญาณของลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไรเลย และยังคงยืนอยู่ที่เดิม พร้อมมองไปทางเฮยฉีเทียนและคนอื่น ๆ
เฮยฉีเทียนเผยสีหน้าไม่สู้ดี ส่วนคนอื่น ๆ ยิ่งไม่คิดว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้
ลู่เฉินเอ่ยปากขึ้นว่า “ถึงตาข้าแล้วกระมัง?”
ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว กำแพงวิญญาณที่ลู่เฉิน วางไว้รอบตัวก็เริ่มทำงานทันที กำแพงวิญญาณหลายชั้น ปรากฏขึ้นล้อมรอบเฮยฉีเทียนและคนอื่น ๆ ไว้ ทำให้พวกเขาไม่อาจออกไปได้
ตอนแรกคนพวกนั้นรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่เฮยฉีเทียนก็ปลอบใจทุกคนว่า “ทุกคนไม่ต้องกลัว”
เจี้ยนว่านอันถามด้วยความสงสัย “หัวหน้าเฮย นี่คืออะไรกันแน่?”
“เป็นกำแพงวิญญาณที่ใช้กักวิญญาณ” เฮยฉีเทียนตอบเจี้ยนว่านอัน
เจี้ยนว่านอันยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ส่วนเฮยฉีเทียนหันไปพูดกับลู่เฉินว่า “ไอ้หนู ข้าบอกเจ้าเลย อย่าคิดว่ากลอุบายแค่นี้ จะกักขังพวกเราเอาไว้ได้!”
“เจ้ารู้จักสิ่งนี้ด้วยหรือ? งั้นก็น่าจะรู้ว่าเมื่อมันหดตัวลง พลังวิญญาณของพวกเจ้า จะถูกผูกมัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดท้าย…” ลู่เฉินหัวเราะอย่างน่าขนลุก
เฮยฉีเทียนแค่นเสียงว่า “พวกเราผ่านการฝึกฝนเคล็ดวิชาภูตมา ย่อมมีวิธีการพิเศษ”
พูดจบ เฮยฉีเทียนก็ให้ทุกคนนั่งลงด้วยกัน แล้วรวมตัวกันสร้างสิ่งประหลาดลึกลับสีดำ ขนาดใหญ่ห่อหุ้มพวกเขาไว้ และเมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา “น่าสนใจนี่ ถึงกับต้านทานได้ขนาดนี้”
เฮยฉีเทียนหัวเราะเยาะ “ไอ้หนู หมดปัญญาแล้วสินะ?”
เจี้ยนว่านอันเองก็เริ่มลำพองใจ “ไอ้หนู ยอมแพ้เถอะ เจ้าไม่มีทางชนะพวกเราได้หรอก”
แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะ และเป็นเสียงหัวเราะที่ชวนให้ รู้สึกขนพองสยองเกล้า
ในเวลาเดียวกันนั้น ลู่เฉินได้ใช้คาถาสยบภูตผี ทำให้ผู้ฝึกวิชาที่มีพลังอ่อนแอ ถูกคาถาสยบภูตผีรัดรึง และสลายไปในทันที
กลุ่มคนต่างตะลึงงัน และพากันล้อมรอบเฮยฉีเทียน ในนขณะที่เฮยฉีเทียนจ้องมองทุกคน แล้วตวาดด้วยความโกรธ “กลัวทำไม! เขาก็แค่คนคนเดียว มีอะไรน่ากลัวนัก!”
หลังได้ยินดังนั้นทุกคนจึงสงบลง ส่วนเฮยฉีเทียนเบิกตาโพลง พลางจ้องมองลู่เฉิน “ไอ้หนู ข้าบอกเจ้าเลยว่าข้าไม่กลัวเจ้าหรอก!”
“อ้อ? งั้นเจ้ามาก่อนก็แล้วกัน”
พูดจบ คาถาสยบภูตผีของลู่เฉิน ก็พันรัดร่างของเฮยฉีเทียน แต่เฮยฉีเทียนเพียงคำรามออกมาเสียงหนึ่ง ก็ทำลายคาถาสยบภูตผี จนแตกกระจายทันที จากนั้นก็พูดอย่างได้ใจว่า “เห็นหรือไม่ เคล็ดวิชาของเจ้าใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก!”