ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 790 ยายเฒ่าที่ไม่แก่!
บทที่ 790 ยายเฒ่าที่ไม่แก่!
ถังอิงเผยสีหน้าไม่สู้ดี เพราะนางทราบดีว่าอีกฝ่ายคือใคร จึงขมวดคิ้วแน่น “ถ้าเป็นยายเฒ่าหัวเราะจริง พวกเราก็มีปัญหาใหญ่แล้ว”
ทว่าลู่เฉินกลับไม่สนใจ และยังพูดกับพวกเขาว่า “ไม่ต้องสนใจหรอก ไปกันเถอะ”
ไม่ต้องสนใจ?
คนทั้งสองมองหน้ากันไปมา และไม่รู้จะพูดอะไรดี
ส่วนเป็ดมารเดินตามลู่เฉินอย่างเงียบ ๆ และออกไปจากที่นี่พร้อมกัน
คนทั้งสองจึงต้องรีบตามไป แต่หลังจากเดินไปได้สักพัก ด้านหน้าก็ปรากฏหมอกสีเขียว และภายในหมอกนั้นยังมีไอดำแทรกอยู่
อินซานตกใจ “นี่คือพิษของยายเฒ่าหัวเราะ และมันน่ากลัวมาก!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นถังอิงก็พูดอย่างประหลาดใจ “เป็นนางจริง ๆ หรือ?”
“ใช่ ต้องเป็นนางแน่!”
ถังอิงหันไปมองลู่เฉินและคิดว่าเขาจะกลัว แต่ใครจะคิดว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย และยังเดินต่อไปตามทางของตัวเอง
และในตอนนั้นเอง เรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
หมอกเหล่านั้นพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน มันห้อมล้อมลู่เฉินและคนอื่น ๆ เอาไว้ภายใน อินซานรู้สึกวิงเวียนศีรษะและตาพร่าเลือนทันที อีกทั้งยังรู้สึกหมดเรี่ยวแรง ราวกับร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนต้องทรุดนั่งลง
ถังอิงรีบนั่งขัดสมาธิ รวบรวมพลังมารมาปกป้องตัวเอง ส่วนเป็ดมารก็สร้างเกราะป้องกันให้ตัวมันเองเช่นกัน
มีเพียงลู่เฉินเท่านั้นที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ขณะที่เงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในความมืด พร้อมเสียงแหบพร่า “เหตุใดเจ้าถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
เมื่อถูกถาม ลู่เฉินก็เพียงพูดว่า “เพียงแค่นี้ก็คิดจะเอาชนะข้าแล้วหรือ?”
“พิษของข้าร้ายแรงนัก แม้แต่หญิงผู้นั้นก็ยังต้องใช้พลังมหาศาลในการต้านทาน แต่เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น” อีกฝ่ายจ้องมองลู่เฉินอย่างงุนงง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินก็มองอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม “อ้อ? จริงหรือ?”
“ดูเหมือนข้าต้องเพิ่มพิษให้แรงขึ้นอีกหน่อย” หญิงผู้นั้นเพิ่มกำลังขึ้น
ครู่ต่อมา พิษสีเขียวมากมายพันรอบตัวลู่เฉิน ราวกับจะกลืนกินเขาทั้งร่าง
แต่ลู่เฉินก็ยังคงไม่เป็นอะไร อีกทั้งยิ้มพลางถามว่า “มีอย่างอื่นอีกหรือไม่?”
หญิงผู้นั้นเผยสีหน้าเคร่งเครียด “ยายเฒ่าหัวเราะอย่างข้ามีความสามารถอีกมากนัก!”
“ยายเฒ่าหรือ? เจ้าเรียกตัวเองแก่เกินไปแล้วกระมัง?” ลู่เฉินมองนางพร้อมรอยยิ้ม
“เจ้ารู้อะไรกัน?” หญิงผู้นั้นพูดอย่างประหลาด
อินซานและถังอิงต่างสงสัยว่าลู่เฉินจะพูดอะไร ขณะที่ชายหนุ่มหัวเราะอย่างประหลาด “ข้าอยากจะบอกว่าวิญญาณของเจ้ายังเยาว์นัก และคำสั่งสังหารล่าค่าหัวนี้ เจ้าแค่ยึดครองมันมาเท่านั้น”
อินซานตกใจ “ยึดครอง?”
“หรือว่านางเป็นสตรีวัยเยาว์?” ถังอิงถามด้วยความสงสัย
ลู่เฉินหัวเราะพลางกล่าว “ไม่เพียงอายุน้อย หน้าตาเองก็ยังงดงามอีกด้วย”
หญิงผู้นั้นรู้สึกไม่พอใจทันที “พูดจาเหลวไหล”
ลู่เฉินกล่าวประโยคหนึ่งที่ทำให้หญิงผู้นั้น รู้สึกว่าเขากำลังเยาะเย้ยนาง “ข้าไม่สนใจรูปโฉมของเจ้าอยู่แล้ว ดังนั้นเจ้าก็ไม่ต้องใส่ใจมากนัก”
ด้วยเหตุนี้ ยายเฒ่าหัวเราะจึงกล่าวเสียงเย็นชา “เจ้าสมควรตายจริง ๆ”
“อ้อ? จริงหรือ?”
“พูดมาก!” ยายเฒ่าหัวเราะกล่าวจบก็โบกมือ จากนั้นเข็มสีเขียวนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามา แต่ ‘ร่าง’ ของลู่เฉินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหลบหลีกได้ทุกอัน
ยายเฒ่าหัวเราะตกใจ จึงลองโจมตีอีกหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ทั้งหมดถูกลู่เฉินหลบหลีกไปได้
แต่ยายเฒ่าหัวเราะก็ค้นพบวิธีใหม่อย่างรวดเร็ว นางสร้างสิ่งประหลาดลึกลับสีเขียวขึ้นมา แล้วกักขังลู่เฉินไว้ในพื้นที่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ทำให้พื้นที่นั้นเล็กลงเรื่อย ๆ ทำให้ลู่เฉินไม่สามารถบินออกไปได้
ยายเฒ่าหัวเราะดีใจมาก จึงกล่าวว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?”
ถังอิงคิดว่าลู่เฉินถูกกักขังแล้ว จึงตะโกนใส่ยายเฒ่าหัวเราะ “ข้าขอถามหน่อย เจ้าน่าเกลียดมากเลยใช่หรือไม่!?”
“เจ้าอยากตายหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะถูกถังอิงดึงความสนใจไปทันที และกล่าวด้วยความโกรธ
“หากเจ้าไม่ได้น่าเกลียด แล้วเเหตุใดต้องซ่อนตัวด้วย?” ถังอิงยังคงยั่วยุอีกฝ่าย หวังจะช่วยให้ลู่เฉินมีเวลาสักหน่อย
ยายเฒ่าหัวเราะหัวเราะเยาะ “เด็กสาวคนนี้สมควรโดนสั่งสอนเสียจริง”
พูดจบ ยายเฒ่าหัวเราะที่โกรธจัดก็ปล่อยเถาวัลย์สีดำออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนถังอิงไม่กล้าใช้พลังมากเกินไป มิเช่นนั้นนางจะถูกพิษที่ล้อมรอบเล่นงานเอาได้
ด้วยเหตุนี้ ถังอิงจึงทำได้เพียงมองเถาวัลย์สีดำ พุ่งเข้ามาพันรัดร่างของตน จากนั้นเถาวัลย์ก็ค่อย ๆ รัดแน่นขึ้น
หญิงสาวรู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะถูกบดขยี้
ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มและพูดกับยายเฒ่าหัวเราะว่า “เป้าหมายของเจ้าคือข้าต่างหาก!”
“อย่างไรเจ้าก็ออกมาไม่ได้หรอก” ยายเฒ่าหัวเราะพูดอย่างดูแคลน
แต่ชายหนุ่มเพียงปรบมือครั้งหนึ่ง สิ่งประหลาดลึกลับนั้นก็แตกสลาย ส่วนยายเฒ่าหัวเราะที่อยู่ในม่านหมอกถึงกับตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร!?”
“สิ่งประหลาดลึกลับของเจ้า หากไม่รักษาระดับพลังไว้ตลอด ข้าก็จะดูดพลังทั้งหมดได้ ดังนั้นเจ้าควรจะให้ความสนใจข้าดีกว่า มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ” ลู่เฉินมองยายเฒ่าหัวเราะพลางยิ้ม
ยายเฒ่าหัวเราะโกรธจนแทบระเบิด และจ้องมองลู่เฉินเขม็ง “เจ้าอยากตายหรือไง?”
“หากเจ้ามีความสามารถก็ลงมือเลย อย่าเอาแต่พูดเปล่าประโยชน์!” ลู่เฉินมองยายเฒ่าหัวเราะพลางยิ้ม
ยายเฒ่าหัวเราะโกรธจัด นางจ้องมองลู่เฉินพลางพูดว่า “ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะช่วยทำให้สมปรารถนา!”
พูดจบ ใบไม้สีดำนับไม่ถ้วนก็ร่วงหล่นลงมา และใบไม้สีดำเหล่านั้นที่อยู่รอบตัวลู่เฉิน ก็เปลี่ยนเป็นกลีบดอกไม้สีดำ จากนั้นกลีบดอกไม้สีดำเหล่านั้นก็โปรยปรายลงบนร่างของเขา
ไม่นานร่างของชายหนุ่มก็กลายเป็น ดอกไม้ทั้งตัวในพริบตา แล้วยืนนิ่งอยู่ที่นั่นไม่ขยับเขยื้อน
เมื่ออินซานเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก “บุปผาทมิฬดูดวิญญาณ!”
“บุปผาทมิฬดูดวิญญาณหรือ?” ถังอิงที่ไม่เข้าใจนักถามขึ้น
“เมื่อดอกไม้ชนิดนี้พันรัดร่างผู้ใด คนผู้นั้นก็จะถูกดูดพลังจนหมดสิ้น”
ถังอิงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และเอ่ย “ถูกดูดพลังจนหมดสิ้นงั้นหรือ?”
“ใช่ พลังจะถูกดูดจนหมด!” อินซานตอบรับเสียงทุ้ม
สีหน้าของถังอิงเปลี่ยนเป็นไม่สู้ดี ส่วนยายเฒ่าหัวเราะนั้นหันไปมองลู่เฉินพลางพูดยิ้ม ๆ “เจ้าหนู หากเจ้าขอร้องตอนนี้ ข้าก็ยังพอจะไว้ชีวิตของเจ้าได้ แต่ถ้าเจ้าไม่คิดจะขอร้อง ก็คงต้องเอาชีวิตเจ้าไปแล้ว”
ทว่าลู่เฉินกลับหัวเราะขึ้นมา “เจ้าคิดว่าเพียงแค่นี้จะจัดการข้าได้หรือ?”
“ไร้สาระ ดอกไม้ของข้าจะดูดพลังของเจ้า แล้วก็ดูดพลังชีวิตของเจ้าด้วย!” ยายเฒ่าหัวเราะพูดอย่างภาคภูมิใจ
แต่ชายหนุ่มกลับพูดว่า “งั้นเจ้าดูให้ดี ๆ”
“อย่าดิ้นรนเลย เพราะมันไร้ประโยชน์!” ยายเฒ่าหัวเราะมั่นใจว่าลู่เฉินต้องตายอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้เองที่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
กลีบดอกไม้ที่อยู่บนตัวของลู่เฉิน ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาทีละกลีบ
เมื่อเห็นกลีบดอกไม้ร่วงหล่น ยายเฒ่าหัวเราะก็ตกใจ “นี่… เป็นไปได้อย่างไร!?”
อินซานเองก็ตกใจเช่นกัน “ร่วงหล่นได้อย่างไร?”
ไม่เพียงแค่อินซาน ถังอิงเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ และสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ลู่เฉินไม่ได้เป็นอะไรเลย ทั้งยังยืนยิ้มมองเงาร่างในม่านหมอก “ถ้ามีกลยุทธ์อะไรอีกก็เอาออกมาให้หมด ไม่เช่นนั้นก็อย่ามาขวางข้า มิเช่นนั้นจะต้องจ่ายด้วยราคาแพง!”
“เจ้าเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ กลับจะให้ข้าต้องจ่ายราคางั้นหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะรู้สึกว่าช่างร่าเหลือเชื่อ จึงหยิบผลไม้สีเขียวหลายลูกออกมา แล้วโยนไปทางที่ลู่เฉินยืนอยู่
ผลไม้พวกนั้นยังไม่ทันถึงตัวลู่เฉิน ก็กลายเป็นก้อนวัตถุเหนียวสีเขียว แล้วห่อหุ้มรอบตัวชายหนุ่มไว้ทันที สุดท้ายบริเวณที่เขายืนอยู่ก็กลายเป็นหินสีเขียวก้อนหนึ่ง
ถังอิงไม่รู้ว่านั่นคืออะไร แต่อินซานกลับตกใจจนสีหน้าซีดเผือด “จบสิ้นแล้ว!”