ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 789 หญิงชราลึกลับอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขา
บทที่ 789 หญิงชราลึกลับอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขา
เมื่อเยี่ยหั่วเห็นลู่เฉินกล้าเช่นนั้น ก็แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ในเมื่อเจ้าอยากลอง ข้าก็จะตามใจเจ้า”
พูดจบ เยี่ยหั่วก็สั่งให้คนพวกนั้นลงมือทันที
กลุ่มคนรวมพลังกันและปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมา
เมื่อเห็นปราณกระบี่มากมายถาโถมเข้ามาดั่งภูเขาถล่มคลื่นซัด ลู่เฉินก็ใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าวิญญาณ จากนั้นปราณกระบี่ทั้งหมดก็ทะลุผ่านร่างเงาของเขาไป
หลังเห็นเช่นนั้นพวกเขาก็ตกใจ เพาะไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าวิชากระบี่ของพวกตน จะ ‘ไร้ผล’ ต่อลู่เฉิน
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร?” บางคนอึ้งจนพูดไม่ออก
บ้างก็ถามเยี่ยหั่วว่า “แม่นางเยี่ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ตอนนี้เยี่ยหั่วเองก็งุนงงไม่แพ้กัน แต่ในฐานะที่เป็นผู้นำที่นี่ นางย่อมไม่มีทางยอมแพ้
เยี่ยหั่วจึงมองไปทางทุกคนและเอ่ยว่า “กลัวอะไรกัน? ทำต่อไป!”
ทุกคนทำได้เพียงลงมือต่อไป ส่วนถังอิงที่อยู่ด้านข้างเยาะเย้ยขึ้นมา “เพียงแค่นี้เองหรือ?”
อินซานเองก็ไม่คิดว่ายอดฝีมือที่ใช้ค่ายกลกระบี่โจมตีพร้อมกัน กลับไม่สามารถทำร้ายลู่เฉินได้
เยี่ยหั่วโกรธจนแทบจะมีควันออกมาจากหัว “อย่าเพิ่งดีใจไป!”
“ข้ารู้สึกพอใจยิ่งนัก เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเล่า?” ถังอิงหัวเราะขึ้นมา
เยี่ยหั่วโกรธจนต้องสะบัดไม้เท้าวิเศษ และพลังของไม้เท้านั้นก็ทำให้จอมกระบี่สวรรค์เหล่านี้แข็งแกร่งขึ้น
ดังนั้นไม่นานจอมกระบี่สวรรค์เหล่านี้ ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้ ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะหลังจากนั้น ไม่มีใครกล้าโจมตีลู่เฉินอีก พวกเขาทำได้เพียงมองหน้ากันไปมา
เยี่ยหั่วเงยหน้าขึ้นมาและด่าว่า “มองอะไรกัน?”
สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป และบางคนก็พูดว่า “แม่นางเยี่ย ข้าว่าเขาคนนี้คงไม่กลัวการโจมตีของพวกเรา”
“เป็นไปไม่ได้! เขาอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น!” เยี่ยหั่วโกรธจัด
“ข้าว่าพวกเราควรใช้เคล็ดวิชาวิญญาณ หรือไม่ก็เคล็ดวิชาภูต” มีคนเสนอขึ้น
คำพูดนี้ทำให้เยี่ยหั่วเกิดความคิด “ยืนนิ่งอยู่ทำไม? รีบใช้เคล็ดวิชาภูตและเคล็ดวิชาวิญญาณ ของพวกเจ้าทั้งหมดเลย!”
ทุกคนพยักหน้า แล้วใช้ทั้งเคล็ดวิชาวิญญาณและเคล็ดวิชาภูต
พวกเขาคิดว่าการทำแบบนี้คงทำให้สามารถ จัดการกับลู่เฉินได้ง่าย ๆ แต่ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะไม่เป็นอะไรเลย ทั้งยังยืนหัวเราะพลางพูดว่า “คนเป็นร้อย ทว่าทำได้แค่นี้เองงั้นหรือ?”
พวกเขาไม่เคยถูกดูถูกแบบนี้มาก่อน จึงโกรธจนแทบระเบิด
เยี่ยหั่วจ้องตาลู่เฉินแล้วพูดว่า “ไอ้หนู ถึงจะอ่อนแอแค่ไหน ก็ยังแข็งแกร่งกว่าเจ้าอยู่ดี!”
ลู่เฉินยิ้มอย่างน่าขนลุก “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“เหลวไหล!” เยี่ยหั่วแค่นเสียงพูด
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้ารีบไปจากที่นี่ซะ ไม่เช่นนั้นเมื่อข้าลงมือ พวกเจ้าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว!”
“จริงหรือ?” เยี่ยหั่วพูดอย่างโมโห
คนอื่น ๆ เองก็รู้สึกว่าลู่เฉินหยิ่งผยองเกินไป
ลู่เฉินยกยิ้ม จากนั้นก็หยิบแผ่นหินฉวิญญาณขึ้นมา
เมื่อแผ่นหินฉวิญญาณปรากฏ คนเหล่านั้นก็รู้สึกเหมือนร่างกายไม่อยู่ในการควบคุม จนต้องตกใจวิ่งหนี แต่เงาสายฟ้าก็ปรากฏขึ้น และสายฟ้าก็โจมตีพวกเขาทีละคนอย่างไม่ทันตั้งตัว
ด้วยเหตุนี้ ไม่นานคนเหล่านั้นก็ล้มลงทีละคน
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากสายฟ้าทำให้พวกเขาสลบ วิญญาณของบางคนก็ถูกแผ่นหินฉวิญญาณดูดไป ทำให้เหลือเพียงซากศพกองอยู่มากมาย
ส่วนเยี่ยหั่วนั้น เพราะวรยุทธ์และพลังวิญญาณแข็งแกร่ง จึงหลุดพ้นจากแผ่นหินฉวิญญาณ และหลบการโจมตีของเงาสายฟ้าได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นศพนับร้อย สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นไม่ดี “นี่มัน!”
ถังอิงเองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง แต่นางกลับยิ้มและมองเยี่ยหั่ว “ดูเหมือนนี่คือความสามารถของเจ้าสินะ!”
“เจ้าอย่าได้ลำพองใจไป!”
“ข้าลำพองใจแล้วเจ้าจะทำอย่างไรได้เล่า?” ถังอิงพูดพลางหัวเราะ
เยี่ยหั่วจ้องมองถังอิงด้วยความโกรธ “วังทะเลภูเขาของพวกเราใหญ่โต หากพวกเจ้ามีฝีมือก็เข้ามาสิ!”
พูดจบ เยี่ยหั่วก็หมุนตัวเดินเข้าประตูใหญ่ของวังทะเลภูเขา
อินซานกลัวว่าลู่เฉินจะไล่ตามไปทันที จึงพูดกับชายหนุ่มว่า “นายท่าน ด้านในของวังแห่งนี้ซับซ้อนมาก ดังนั้นอย่าได้ไล่ตามไปโดยไม่คิดให้ดีก่อน”
“ซับซ้อนหรือ?”
“นอกจากหลายสถานที่จะมีค่ายกลมากมายแล้ว ก็ยังมียอดฝีมืออยู่มาก ดังนั้นจึงไม่อาจบุกรุกเข้าไปโดยไม่เตรียมตัวได้” อินซานอธิบาย
ลู่เฉินมองเขาพลางยิ้มและพูดว่า “เจ้าแค่พาข้าไปยังสถานที่ประกาศภารกิจก็พอ ส่วนเรื่องอื่น ๆ เจ้าไม่ต้องกังวลไป”
“ท่านจะไปที่นั่นจริง ๆ หรือ?” อินซานลังเลเล็กน้อย
“ไม่ไปแล้วจะทำอย่างไร?” ลู่เฉินยิ้มมองอินซาน
อินซานรู้ว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำเพียงสูดหายใจเข้าลึก แล้วนำทางอยู่ข้างหน้า ส่วนถังอิงและเป็ดมารเดินตามลู่เฉินอยู่ข้าง ๆ โดยเฉพาะถังอิงที่พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ครั้งที่แล้วข้าเพิ่งมาถึงเชิงเขาก็ถูกไล่กลับไปแล้ว แต่ในที่สุดคราวนี้ก็ขึ้นมาถึงที่นี่ได้”
ลู่เฉินเห็นนางรำพึงรำพันเช่นนั้นจึงพูดว่า “เจ้าก็กล้าพอดู ถึงกับกล้าวิ่งมาที่นี่”
“แน่นอน ถ้าข้าไม่กล้าแล้วใครจะกล้า?”
“แล้วทำไมถึงหยุดอยู่แค่เชิงเขาล่ะ?” ลู่เฉินถามด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ
ถังอิงไม่พอใจทันที “เจ้ากำลังเย้ยหยันข้าอยู่หรือ”
“เย้ยหยันแล้วเป็นอย่างไร?”
ถังอิงรู้สึกหม่นหมอง “แม้ว่าข้าจะนับเจ้าเป็นบุรุษของข้า แต่เจ้าก็ไม่ควรพูดกับข้าเช่นนี้!”
ลู่เฉินแย้มยิ้มอย่างประหลาด “พูดถึงเจ้าแล้วเป็นอย่างไร?”
“เจ้า!” ถังอิงโกรธจนแทบระเบิด
แต่ถังอิงคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “นี่ เจ้าตั้งใจยั่วโมโหข้าใช่หรือไม่?”
“เห็นเป็นอย่างนั้นหรือ?”
“ตลอดทางที่ผ่านมาเจ้าแทบไม่สนใจข้า แต่หลังจากมาถึงที่นี่กลับพูดกับข้ามากมาย นี่ไม่ใช่เพื่อยั่วโมโหข้า แล้วเป็นเพื่ออะไรกัน?” ถังอิงรู้สึกว่าต้องมีสาเหตุบางอย่างแน่
ลู่เฉินยิ้มแต่ไม่ตอบ
“เจ้ายิ้มอะไรกัน?” ถังอิงรู้สึกหงุดหงิด
ใครจะรู้ว่าอินซานที่อยู่ข้าง ๆ กลับหัวเราะอย่างโง่เขลาออกมา และเมื่อถังอิงเห็นว่าอินซานดูแปลกไป จึงถามด้วยความสงสัย “แล้วเจ้าเป็นอะไรไปอีกล่ะ?”
“เขาติดพิษแล้ว”
“ติดพิษอะไรงั้นหรือ” ถังอิงงุนงงไปหมด
ลู่เฉินอธิบายว่า “ที่นี่มีสารพิษชนิดหนึ่ง พิษชนิดนี้จะไม่สามารถรุกล้ำเข้าร่างกายได้ก็ต่อเมื่อ พวกเรากำลังโกรธหรือมีพลังที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่เมื่อครู่เขาไม่ทันระวังตัว เลยติดพิษจนจมดิ่งอยู่ในความฝันที่งดงาม”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ร่างของถังอิงก็สั่นเทาพลางพูดว่า “นี่… นี่มันพิษอะไรกัน ช่างประหลาดนัก”
ลู่เฉินกล่าวว่า “เป็นพิษที่ทำให้ผู้คนหลงทางและจมดิ่งอยู่ในความงดงาม”
พูดจบ เขาก็วางมือลงบนบ่าของอินซาน ทันใดนั้นอินซานก็ได้สติกลับมา
เมื่อเห็นถังอิงและอีกคนมองตนด้วยสายตาประหลาด อินซานก็รู้สึกเขินอายและพูดว่า “ข้า… เมื่อครู่…”
“ติดพิษน่ะ” ถังอิงพูด
อินซานพยักหน้าแล้วพูดด้วยความหวาดกลัว “ใช่ เป็นความฝันที่งดงาม และข้าก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้”
ถังอิงพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงมองลู่เฉินอย่างประหลาดใจ “ดังนั้นเมื่อครู่เจ้าเลยตั้งใจยั่วโมโหข้าใช่หรือไม่”
“สิ่งที่ข้าพูดเมื่อครู่ก็ไม่ได้โกหกนะ” ลู่เฉินพูดจบก็เดินนำไปข้างหน้า
ถังอิงรู้สึกซาบซึ้งใจจึงพูดว่า “ขอบคุณมากนะ”
แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ ทำให้ถังอิงรู้สึกหงุดหงิด “แค่คำขอบคุณก็ไม่ได้หรือ”
อินซานรีบตามไปแล้วถามลู่เฉินว่า “นายท่าน ใครกันที่วางยาพิษนี้”
“คำถามนี้ต้องถามตัวเจ้าเองแล้ว” ลู่เฉินไม่ค่อยรู้เรื่องราวของวังทะเลภูเขา จึงถามอินซาน
อินซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตื่นตระหนกราวกับนึกบางอย่างออกได้ “เป็นยายเฒ่าหัวเราะ!”
“ยายเฒ่าหัวเราะ?” ลู่เฉินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
แต่ถังอิงกลับตื่นตระหนกขึ้นมาเช่นกัน “อะไรนะ? หญิงชราลึกลับอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขางั้นหรือ?”
“ใช่ เป็นนางนั่นแหละ! ปรากฏตัวราวกับภูตผี อีกทั้งยังไม่มีใครรู้ว่านางมีรูปร่างและหน้าตาเช่นไร รู้เพียงว่านางใช้พิษแปลกประหลาด” อินซานพลันตัวสั่นเทาและมองไปรอบ ๆ