ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 793 นางมีอีกตัวตนหนึ่ง!
บทที่ 793 นางมีอีกตัวตนหนึ่ง!
ลู่เฉินมองยายเฒ่าหัวเราะผู้โง่เขลา แล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าจงดูให้ดี”
“ข้าเองก็อยากรู้นักว่าเจ้ายังมีความสามารถอะไรอีก!” ยายเฒ่าหัวเราะเยาะลู่เฉิน
มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้ม
ภายในชั่วพริบตาต่อมาลู่เฉินก็ลงมือทันที เขาเห็นต้นกล้าที่เติบโตแข็งแรงเหล่านั้น เริ่มสูญเสียชีวิตราวกับเหี่ยวแห้งทันที
ไม่เพียงเท่านั้นต้นกล้าเหล่านี้ยังงอกขึ้นมาจากใต้ดิน ทำให้พื้นดินของวังทะเลภูเขาสั่นสะเทือนไปด้วย
ยายเฒ่าหัวเราะตกใจ “ต้นกล้าพวกนี้!”
“เป็นอย่างไรบ้าง? ตื่นเต้นหรือไม่?” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายพลางยิ้ม
ยายเฒ่าหัวเราะโกรธจนพูดไม่ออก ส่วนถังอิงรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน อินซานมองไปทางลู่เฉินและต้นกล้าที่เหี่ยวแห้งบนพื้นอย่างประหลาดใจ พลางพึมพำว่า “เจ้าพวกนี้ไม่เป็นไรเลยหรือ?”
ยายเฒ่าหัวเราะโกรธลู่เฉินจนเกือบเสียสติ แล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะออกไปจากที่นี่!”
พูดจบ ยายเฒ่าหัวเราะก็ค่อย ๆ จางหายไป ตั้งใจจะออกไปจากที่นี่ ขณะที่รอบข้างก็มีหมอกสีเขียวปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าเป็นพิษอีกแล้ว ถังอิงและอินซานก็ต้องรีบรวบรวมพลัง สร้างกำลังแพงป้องกันตัวเอง เป็ดมารเองก็เช่นกัน
แต่ลู่เฉินกลับไม่เป็นไร ถึงขั้นหันไปมองรอบ ๆ พลางยิ้มแล้วพูดว่า “แค่นี้เองหรือ?”
ยายเฒ่าหัวเราะหัวเราะเสียงดังขู่ลู่เฉิน “ไอ้หนู คราวนี้ข้าจะเตรียมหมอกมายาไว้มากกว่าเดิม!”
“ข้าว่าเลิกล้มความคิดนั้นเถอะ” เขาตอบ
“อะไรกัน? กลัวแล้วหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะคิดว่าลู่เฉินกลัวแล้ว
แต่ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มพลันลงมือ
เห็นเพียงลู่เฉินหยิบธนูเงามารออกมา แมวมายามารคอยส่งพลังมารให้กับ ธนูของชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกธนูมารปรากฏขึ้นทันที
อินซานอุทานด้วยความประหลาดใจ “พลังมาร?”
ถังอิงรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่า “เขาสามารถรวบรวมพลังมาร ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้หรือ?”
ยายเฒ่าหัวเราะที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดตกใจ “เจ้าก็เป็นมารด้วยหรือ?”
“สำคัญด้วยหรือ?”
“เจ้าฝึกทั้งวิชายุทธ์และวิชามารงั้นหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะร้องถามด้วยความตกใจ
“เป็นแล้วอย่างไร? ไม่เป็นแล้วอย่างไร?” ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย
ยายเฒ่าหัวเราะแค่นเสียง “ถึงจะเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไม่มีทางทำร้ายข้าได้หรอก”
พูดจบ ยายเฒ่าหัวเราะก็เคลื่อนไหวราวกับเงา หลบเลี้ยวไปมาในหมอกหนา เพื่อไม่ให้ลู่เฉินมีโอกาสทำร้ายตน
อินซานที่มองอยู่อุทานด้วยความตื่นตะลึง “รวดเร็วเหลือเกิน!”
ถังอิงกลับเย้ยว่า “ยายเฒ่าของพวกเจ้าช่างขี้ขลาดจริง ๆ!”
อินซานพูดอย่างเก้อเขิน “นั่นเป็นเพราะนายท่านเก่งกาจเกินไปต่างหาก”
ถังอิงหัวเราะ “แน่นอนสิ บุรุษของข้าเก่งกาจมากเลยล่ะ!”
อินซานถึงกับพูดไม่ออก ขณะที่ยายเฒ่าหัวเราะเยาะเย้ยลู่เฉินว่า “ไอ้หนู เจ้าทำร้ายข้าไม่ได้หรอก”
“ทำร้ายเจ้าไม่ได้งั้นหรือ? เจ้าคิดให้ดีแล้วหรือที่พูดเช่นนี้” ลู่เฉินหัวเราะ
“พูดเหลวไหล เจ้าทำร้ายข้าไม่ได้แน่นอน!” ยายเฒ่าหัวเราะพูดอย่างมั่นใจ
ในจังหวะนั้นเอง ลู่เฉินยิงธนูออกไป จากนั้นลูกธนูก็พุ่งตามทิศทางของยายเฒ่าหัวเราะ นางรีบหลบหนีไปอีกทางทันที แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ “เห็นหรือไม่ ข้าหลบได้แล้ว”
แต่ภายในชั่วพริบตาถัดมา ลูกธนูดังกล่าวกลับพุ่งออกมาจากอีกทิศทางหนึ่ง และปรากฏอยู่เบื้องหลังของยายเฒ่าหัวเราะทันที
รอยยิ้มบนใบหน้าของยายเฒ่าหัวเราะแข็งค้าง
ถังอิงเองก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
ฉัวะ!
ลูกธนูดอกนั้นพุ่งเข้าใส่ยายเฒ่าหัวเราะ จนทำให้นางปรากฏตัวขึ้นมา
แต่ตอนนี้ร่างของยายเฒ่าหัวเราะมีรูขนาดใหญ่ และเลือดไหลออกมาจากบาดแผล
ทว่ายายเฒ่าหัวเราะรีบผนึกบาดแผลของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดหยุดไหล
ลู่เฉินมองนางพลางยิ้ม “หน้ากากอัปลักษณ์นั่น สมควรถอดออกได้แล้วกระมัง?”
ในตอนนั้นเอง ผิวหนังเหี่ยวย่นบนใบหน้าของยายเฒ่าหัวเราะ ก็หลุดร่วงลงมาทีละชิ้น และเผยให้เห็นใบหน้างดงามตระการตา เมื่ออินซานเห็นเข้าก็ตกตะลึง “นั่นคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวังทะเลภูเขา!”
“หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขาหรือ?” ถังอิงอุทานด้วยความตกใจ
“ใช่ นางนั่นแหละ” อินซานยืนยัน
ถังอิงพูดอย่างไม่อยากเชื่อ “เมื่อครู่ยังเป็นย่าแก่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วงั้นหรือ?”
ในตอนนั้นเอง ยายเฒ่าหัวเราะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวังทะเลภูเขา อวิ๋นเมิ่งหนิง!”
“สตรีศักดิ์สิทธิ์อวิ๋น ผิวพรรณของท่านช่างงดงามอย่างยิ่ง” ถังอิงกล่าวเย้ยหยัน
อวิ๋นเมิ่งหนิง หรือยายเฒ่าหัวเราะกลอกตาใส่ “จอมมารหญิง หากเจ้ายังปากมากอีก ข้าจะต้องผนึกปากเจ้าแล้ว!”
“มาสิ ข้าอยากดูนักว่าเจ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหน!” ถังอิงไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย กระทั่งกล่าวยั่วยุ
อวิ๋นเมิ่งหนิงไม่อยากจะพูดคุยกับถังอิง แต่กลับจ้องมองลู่เฉินแล้วพูดด้วยความโกรธ “ไอ้หนู เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมาก่อกวนวังทะเลภูเขาของข้า!”
“ข้าไม่ได้อยากก่อกวน!”
“ไม่อยาก? เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไง?” อวิ๋นเมิ่งหนิงถามอย่างเยาะเย้ย
ลู่เฉินยิ้มพลางกล่าว “ข้าแค่อยากรู้เรื่องราวบางอย่าง ของศาลาภารกิจของพวกเจ้าเท่านั้น”
“หมายความว่าอย่างไร?” อวิ๋นเมิ่งหนิงกัดฟันถามด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“พวกเจ้ามีภารกิจที่ขัดขวางแผนการของข้า ดังนั้นข้าต้องหาตัวผู้ที่มอบภารกิจนั้น” ลู่เฉินพูดไปทีละประเด็น
อวิ๋นเมิ่งหนิงขมวดคิ้วพลางกล่าว “นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”
“อ้อ? เป็นไปไม่ได้งั้นหรือ?”
“ไร้สาระ ศาลาภารกิจเป็นหนึ่งในสถานที่ลึกลับที่สุดของวังทะเลภูเขา ดังนั้นคนนอกไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกเขา” อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดเสียงเย็นชา
ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ย “แล้วถ้าข้าจะดื้อดึงตามหาพวกเขาล่ะ?”
“บอกแล้วว่าเจ้าไม่มีสิทธิ์!” อวิ๋นเมิ่งหนิงจ้องตาอย่างดุดัน
ลู่เฉินจำต้องกล่าว “หากพวกเจ้าไม่ส่งตัวพวกเขามาให้ข้า เช่นนั้นข้าก็จะสังหารทุกคนจนถึงศาลาภารกิจ และเมื่อถึงตอนนั้นผู้ที่สูญเสียก็คือพวกเจ้า ไม่ใช่ข้า!”
อวิ๋นเมิ่งหนิงรู้สึกว่าลู่เฉินช่างหยิ่งผยองเหลือเกิน นางจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา “เจ้าหยิ่งผยองเกินไปแล้วกระมัง?”
“ตราบใดที่ข้าสามารถเอาชนะพวกเจ้าได้ หยิ่งผยองแล้วจะเป็นไร?” เขายิ้มมองอวิ๋นเมิ่งหนิง
อวิ๋นเมิ่งหนิงโกรธจัด “ช่างไม่รู้จักความเป็นความตายเสียจริง!”
“มีฝีมืออะไรก็เอามาใช้เลย!” ลู่เฉินจ้องมองอวิ๋นเมิ่งหนิงพลางกล่าว
อวิ๋นเมิ่งหนิงกลอกตา “ข้าอยากรู้นักว่าเจ้ามีความสามารถ ถึงขั้นบุกเข้าถึงศาลภารกิจได้หรือไม่!”
พูดจบ อวิ๋นเมิ่งหนิงก็หมุนตัวจากไป
ลู่เฉินหันไปมองอินซาน “นำทางเถอะ”
อินซานตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า “นายท่าน ตอนนี้สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นัน้้ปรากฏตัว แสดงว่าจะต้องมีผู้น่าเกรงขามอีกมากมาย ข้ารู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน”
“มีอะไรให้ต้องกลัวด้วยหรือ?” ลู่เฉินไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย แล้วบอกให้อินซานนำทางต่อ
อินซานจึงจำต้องนำทาง
แต่ถังอิงกลับเข้ามาใกล้ นางยิ้มพลางมองลู่เฉิน”ขอบคุณที่ช่วยข้าเมื่อครู่”
“ข้าบอกแล้วว่าทำเพื่อเป็ดมาร ไม่ได้ทำเพื่อเจ้า” คำพูดของลู่เฉินทำให้ถังอิงรู้สึกอึดอัด
แต่นางก็ปลงได้อย่างรวดเร็ว “อย่างไรเจ้าก็ได้ช่วยข้าแล้ว”
“พูดเหมาเอาเองว่าข้าคิดมากเกินไป!”
“เจ้าจะพูดอะไรก็ได้ ไม่มีผลกับข้าหรอก” ถังอิงพูดอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินไม่สนใจ พร้อมเดินต่อไปตามทางของตน
ถังอิงยังคงพูดจาบ่นไม่หยุด
ในขณะเดียวกัน ภายในวิหารอันมืดมิด อวิ๋นเมิ่งหนิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ น้ำเสียงของนางอ่อนแรง พลางถามผู้จัดการวังทะเลภูเขาที่อยู่เบื้องล่างว่า “พวกเจ้าไม่มีทางจัดการกับเขาเลยหรือ?”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้แอบดูการต่อสู้ ระหว่างลู่เฉินกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นพวกเขาจึงขมวดคิ้วกันทุกคน
“วังทะเลภูเขาอันยิ่งใหญ่ของข้า กลับจัดการขั้นหลอมแก่นแท้คนเดียวไม่ได้งั้นหรือ?” อวิ๋นเมิ่งหนิงยิ่งคิดยิ่งโกรธเคือง
ทุกคนมองหน้ากันไปมา และไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ไม่มีวิธีจริง ๆ หรือ?”
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงอ่อนเบาดังมาจากที่มืด “มีวิธีหนึ่ง”
ทุกคนหันไปมองทางที่มืด และเมื่อเห็นคนผู้นั้นปรากฏตัว ทุกคนก็ตกตะลึง