ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 794 การกระทำของคนบ้า
บทที่ 794 การกระทำของคนบ้า
โครงกระดูกค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ทั่วร่างของมันมีกระแสพลังสีดำไหลวน และบนดวงตาทั้งสองยังมีเปลวไฟสีขาวลุกโชน
อวิ๋นเมิ่งหนิงรีบลุกขึ้นคำนับอย่างนอบน้อม “ท่านเจ้าสำนัก”
“อย่างไรกัน? เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมแก่นแท้ ก็ทำให้พวกเจ้าตกใจขนาดนี้เลยงั้นหรือ?” ผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้าสำนักถาม
อวิ๋นเมิ่งหนิงเผยสีหน้าเคร่งเครียดและตอบ “เรียนท่านเจ้าสำนัก ท่านอาจไม่ทราบว่าแม้คนผู้นี้จะอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ แต่กลับมีกลยุทธ์มากมาย อีกทั้งข้าได้ใช้วิธีหลายอย่างแล้ว ทว่าก็ไม่สามารถสังหารเขาได้”
“นั่นเป็นเพราะพวกเจ้าคิดหาวิธีไม่ถูก!” เจ้าสำนักเดินเข้าไปใกล้ แล้วพูดกับอวิ๋นเมิ่งหนิงเบา ๆ
อวิ๋นเมิ่งหนิงเผยสีหน้าเคร่งเครียด “เมื่อครู่ท่านเจ้าสำนักบอกว่ามีวิธีรับมือกับเขา เป็นความจริงหรือเจ้าคะ?”
“ไม่เช่นนั้นข้าออกมาทำไม? หรือเจ้าคิดว่าข้าออกมาเล่นสนุก?” เจ้าสำนักหัวเราะเสียงแปลกประหลาด
อวิ๋นเมิ่งหนิงรีบเอ่ยถาม “ขอท่านเจ้าสำนักโปรดสั่งสอนด้วย”
คนอื่น ๆ เองก็พร้อมใจกันเอ่ย “ขอท่านเจ้าสำนักโปรดสั่งสอนด้วย!”
เจ้าสำนักมองทุกคนพร้อมรอยยิ้ม “หลอกล่อให้เขาไปยังทะเลผีของวังทะเลภูเขา!”
“ทะ… ทะเลผี?” ทุกคนต่างตกใจ
อวิ๋นเมิ่งหนิงยิ่งเผยสีหน้าไม่สู้ดี “ท่านเจ้าสำนัก ทะเลผีเป็นสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดในทะเลภูเขามาร อีกทั้งแม้แต่พวกเราก็ยังเข้าใกล้ไม่ได้ แล้วเขาจะโง่พอไปที่นั่นได้อย่างไรเจ้าคะ?”
“เขาไม่ใช่กำลังตามหาคนที่ประกาศภารกิจหรือ? เจ้าก็บอกเขาไปสิว่าคนที่ประกาศภารกิจนั้นอยู่ข้างใน” เจ้าสำนักพูดกับอวิ๋นเมิ่งหนิง
หญิงสาวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า “แต่ท่านเจ้าสำนัก ข้างกายเขายังมีคนของพวกเราอยู่ คนผู้นั้นจะต้องบอกเขาแน่ว่าทะเลผีนั้นไม่ธรรมดา”
“คนผู้นั้นข้าสามารถจัดการได้ทันที ส่วนที่เหลือมอบให้เจ้า” เจ้าสำนักยิ้มพลางมองอวิ๋นเมิ่งหนิง
อวิ๋นเมิ่งหนิงครุ่นคิด ก่อนจะตอบว่า “เจ้าค่ะ!”
“ไปเถิด ก่อนอื่นให้คนจากศาลาค่ายกลวางค่ายกล แยกพวกเขาออกจากกัน ข้าจะได้ลงมือสะดวก!” เจ้าสำนักสั่งอวิ๋นเมิ่งหนิง
“แต่ดูเหมือนเขาจะไม่กลัวค่ายกลนะเจ้าคะ”
“ถ่วงเวลาได้นานเท่าไรก็เอาเท่านั้น” เจ้าสำนักพูดจบก็หมุนตัวกลับ และส่งสัญญาณให้อวิ๋นเมิ่งหนิงออกไปพร้อมกัน
อวิ๋นเมิ่งหนิงจำต้องตามไป
…
ส่วนลู่เฉินและคนอื่น ๆ หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง บริเวณรอบด้านก็เปลี่ยนไป ชายหนุ่ม อินซาน กับคนอื่น ๆ แยกจากกันทันที
ไม่เพียงเท่านั้น อวิ๋นเมิ่งหนิงยังปรากฏตัวอีกครั้ง นางอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเบื้องหน้าลู่เฉิน
ชายหนุ่มยิ้มมองนาง “มาอีกแล้วหรือ?”
“ข้ามาเพื่อจะบอกเรื่องหนึ่งกับเจ้า” อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดอย่างไม่เต็มใจ
“โอ้? สุภาพดีนะ?” ลู่เฉินไม่ใช่คนโง่เขลา เพียงแค่ฟังก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาบางอย่าง
อวิ๋นเมิ่งหนิงกล่าวเสียงเย็นชา “ข้ารู้ว่าคนที่ออกภารกิจอยู่ที่ใด”
“พูดมาสิ”
“คนพวกนั้นอยู่ในทะเลผีทั้งหมด” อวิ๋นเมิ่งหนิงตอบอย่างไร้อารมณ์
ลู่เฉินหัวเราะออกมา แต่อวิ๋นเมิ่งหนิงกลับไม่เข้าใจ พร้อมจ้องมองแล้วถามอย่างคาดคั้น “เจ้าหัวเราะอะไร?”
“ข้าหัวเราะที่เหตุใดเจ้าถึง อยากบอกข้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน” เขาถามอวิ๋นเมิ่งหนิง
อวิ๋นเมิ่งหนิงกลอกตาใส่ “ข้าอยากทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น เจ้ามีสิทธิ์มาจัดการหรือ?”
ชายหนุ่มพลันหัวเราะเสียงประหลาด “มีโครงกระดูกตนหนึ่งกำลังลงมือกับอินซาน และยังพาวิญญาณของเขาไปด้วย ใช่หรือไม่?”
สีหน้าของอวิ๋นเมิ่งหนิงเปลี่ยนไปอย่างมาก “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“อินซานผู้นี้อยู่ภายใต้การควบคุมของข้า ดังนั้นวิญญาณของเขาเป็นอย่างไร ข้าย่อมรู้แจ้งตลอดเวลา” ลู่เฉินบอกกับอวิ๋นเมิ่งหนิง
อวิ๋นเมิ่งหนิงเริ่มร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย นางกลัวว่าลู่เฉินจะไม่ไปทะเลผี จึงเอ่ยยั่วยุว่า “เจ้าบอกมาตรง ๆ เลย กล้าไปทะเลผีหรือไม่?”
“บอกมาเถิดว่าทะเลผีมีอะไร? หากข้าพอใจอาจจะพิจารณาไปดูสักหน่อย!” ลู่เฉินมองอวิ๋นเมิ่งหนิงพลางยิ้ม
“เจ้าอยากฟังจริง ๆ หรือ?” อวิ๋นเมิ่งหนิงรู้สึกว่าคนผู้นี้แปลกประหลาดเกินไป
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ “แน่นอนว่าอยากฟัง”
“ทะเลผีมีวิญญาณประหลาดมากมาย และวิญญาณพวกนี้จะโจมตีทุกคนที่เข้าไป” อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา เพราะนางทนเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว
ชายหนุ่มร้อง “อ้อ” แล้วหลับตาลง
อวิ๋นเมิ่งหนิงเห็นลู่เฉินหลับตาก็รู้สึกสงสัย แต่เขากลับลืมตาขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มทันที “ขอบคุณมาก”
“ขอบคุณ?”
“ใช่ ขอบคุณที่บอกสถานที่น่าสนใจเช่นนี้แก่ข้า” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม
อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดราวกับมองคนบ้า “ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าพูดอะไร!”
“กลับไปบอกเจ้าสำนักของเจ้าว่า ไม่ว่าจะเป็นทะเลผีหรือวังทะเลภูเขาของพวกเจ้า ตราบใดที่พวกเจ้าไม่ส่งมอบคนที่มอบภารกิจออกมา ข้าก็จะค้นหาทุกที่จนกว่าจะพบพวกเขา” ลู่เฉินมองอวิ๋นเมิ่งหนิงพร้อมรอยยิ้ม
อวิ๋นเมิ่งหนิงคิดว่าลู่เฉินพูดเล่น จึงแค่นเสียง “งั้นเจ้าก็ลองเข้ามาสิ ข้ารออยู่!”
พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวจากไป จากนั้นค่ายกลรอบข้างก็ค่อย ๆ สลายไป ส่วนถังอิง เมื่อเห็นว่าหมอกรอบข้างสลายตัว และพบว่าอินซานไม่อยู่ที่นี่ก็เริ่มร้อนใจ “อินซานไปไหน?”
“ถูกเจ้าวังทะเลภูเขาพาตัวไปแล้ว” ลู่เฉินที่ยืนยันผ่านตราประทับภูตของอินซานแล้ว พูดราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา
“อะไรนะ!?” ถังอิงตกใจ
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย “ไปกันเถอะ”
“รอก่อน พวกเขาจับอินซานไปทำไมกัน?” ถังอิงถามด้วยความสงสัย
“คงเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้อินซาน บอกเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลผีแก่ข้ามากเกินไป” ลู่เฉินพูดพลางเดินไป
“อะไรนะ? ทะเลผี!?” ถังอิงตกตะลึง
ลู่เฉินเห็นท่าทางตกใจของนาง จึงยิ้มถาม “เป็นอย่างไร? เจ้ารู้จักที่นั่นหรือ?”
“ตามตำนานเล่าว่าในวังทะเลภูเขา มีสถานที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือทะเลผีนี่แหละ เพราะไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงเรียกที่นั่นว่าเขตหวงห้าม”
ลู่เฉินได้ยินแล้วหัวเราะ “ไม่ว่าจะเป็นเขตหวงห้ามหรือไม่ หากพวกเขากล้าส่งคนที่มอบภารกิจไปที่นั่น ข้าก็จะไปตามหา”
“ถ้าพวกเขาโกหกล่ะ?” ถังอิงรู้สึกว่าต้องเป็นคนของวังทะเลภูเขาที่หลอกลวงลู่เฉินแน่นอน
แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงยิ้มและเอ่ย “ถึงอย่างนั้นข้าก็จะไปดูให้รู้”
“ทำไมกัน? เจ้าไม่กลัวพวกเขาหลอกหรือ?”
“ที่นั่นดูเหมือนจะสนุกดีนะ” ลู่เฉินอธิบาย
“สนุก? เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?” ถังอิงตกใจกับคำพูดของลู่เฉิน
“ได้ยินมาว่าที่นั่นมีวิญญาณประหลาดมากมาย บางทีอาจช่วยข้าฝึกวิชาได้” คำอธิบายนี้ของลู่เฉินทำให้ถังอิงงุนงง
แม้แต่เป็ดมารที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังสับสน
“ถ้าไม่กล้าไปก็อย่าตามมา” ลู่เฉินกล่าวแล้วเดินต่อไปตามเส้นทางที่เขาอินซานให้มา
ถังอิงรีบร้อนพูดว่า “ข้ามีรากวิญญาณมารศักดิ์สิทธิ์อมตะ เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ?”
ชายหนุ่มยิ้มโดยไม่พูดอะไร แล้วเดินต่อไป
ถังอิงจึงทำได้เพียงจำใจเดินตามไป
ภายในห้องประชุมระดับสูงของวังทะเลภูเขาขณะนี้ ทุกคนจ้องมองกำแพงด้านหนึ่ง บนกำแพงปรากฏภาพลู่เฉินที่กำลังเดินต่อไป
และเมื่อเห็นลู่เฉินเดินมุ่งหน้าไปทางทะเลผี ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
“เขาหยิ่งผยองเกินไปแล้ว”
“ใช่แล้ว รู้ทั้งรู้ว่าเป็นทะเลผี เป็นสถานที่อันตราย แต่ก็ยังจะบุกเข้าไปงั้นหรือ?”
“คนคนนี้บ้าไปแล้วจริง ๆ!”
อวิ๋นเมิ่งหนิงที่อยู่ตรงนั้นยิ่งงุนงง “เขาหลงกลจริง ๆ หรือ?”
“ไม่ใช่หลงกล แต่เขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป ถึงขั้นคิดว่าวังทะเลภูเขาของเราไม่มีสถานที่ไหนที่จะหยุดเขาได้” เจ้าสำนักปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พลางหัวเราะเยาะในใจ