ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 805 รหัสลับเงาสุรา
บทที่ 805 รหัสลับเงาสุรา
หลังจากลู่เฉินพูดจบ พลักระบี่ก็ถูกบีบอัดเหลือเพียงห้าสาย
เมื่อชายตาบอดเห็นเช่นนั้นจึงเตือนว่า “ไอ้หนู ข้าสามารถหลบการโจมตีของเจ้าได้อย่างง่ายดาย!”
“เป็นเช่นนั้น แต่พลังกระบี่ของข้า จะติดตามคนไปด้วย” ลู่เฉินมองชายตาบอดพลางยิ้ม
ชายตาบอดไม่เชื่อและพูดว่า “เจ้าอย่าคุยโว”
พูดจบ พลังกระบี่ของลู่เฉินก็พุ่งออกไป
ชายตาบอดหลบอีกครั้ง พร้อมคิดว่าจะหลบได้อย่างง่ายดาย แต่พลังกระบี่เหล่านี้กลับพุ่งไปในทิศทางหนึ่งทันที
ฟิ้ว
โครม!
ขณะที่พลังกระบี่ฟาดฟันเข้ามาโจม เงาร่างหนึ่งถูกโจมตี
คนผู้นั้นก็คือชายตาบอดนั่นเอง
เห็นเพียงรอยเลือดปรากฏบนร่างของชายตาบอด และเมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น ต่างก็ตกตะลึง
บางคนยังไม่อยากเชื่อถึงกับขยี้ตา “โดนจริงเหรอ?”
ชายตาบอดยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมพูดเสียงเย็นชา “ในเมื่อเจ้าต้องการก่อเรื่องในโรงเหล้าฟ้าเหมันต์ของพวกข้า เช่นนั้น ก็อย่าโทษว่าพวกข้าไม่สุภาพ!”
พูดจบ ข้างกายชายตาบอดก็มีคนสวมหน้ากาก ในชุดคลุมสีขาวปรากฏขึ้นมากมาย และเมื่อคนเหล่านี้ปรากฏตัว ก็หยิบกระจกทองแดงต่าง ๆ ออกมา
แสงที่แผ่ออกมาจากกระจกทองแดงเหล่านี้ รวมตัวกันเป็นวังวน และ ‘ดูด’ ลู่เฉินเข้าไปโดยตรง
จากนั้นชายตาบอดก็สั่งคนเหล่านั้นว่า “พาไปที่ห้องลับแล้วรอข้า”
คนเหล่านั้นรีบจากไปทันที
ชายตาบอดหันไปมองผู้คนในโรงเตี๊ยม แล้วพูดว่า “ข้ามีธุระต้องไปทำ ขอเชิญพวกท่านสนุกกันต่อเถิด”
หลังจากนั้นชายตาบอดก็จากไป
ส่วนลู่เฉินถูกขังอยู่ในเงากระดูกค่อม แต่ความจริงแล้วชายหนุ่มไม่ได้ถูกขังจริง ๆ ทว่าตั้งใจที่จะไม่ออกมา จนกระทั่งคนเหล่านั้นพาเขาไปยังห้องลับใต้ดินที่ลานหลัง
ภายในห้องลับนี้ ลู่เฉินถูกโยนเข้าไปในค่ายกล แล้วคนสวมหน้ากากในชุดคลุมขาวเหล่านั้นก็ยืนเรียงแถวกัน ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง
ลู่เฉินไพล่มือไว้ด้านหลัง พลางมองพวกเขาพร้อมรอยยิ้ม “ชายตาบอดคนนั้นจะมาเมื่อไหร่”
ทุกคนไม่พูดอะไร ส่วนชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ “ได้ ไม่พูดก็ไม่พูด!”
ไม่นาน ชายตาบอดคนนั้นก็ปรากฏตัว แต่เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน ดวงตาของเขากลับคืนสภาพเดิม ราวกับไม่เคยตาบอดมาก่อน
“ไอ้หนู เป็นอย่างไร ที่นี่รู้สึกดีใช่หรือไม่” ชายตาบอดมองลู่เฉินพร้อมรอยยิ้ม
ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายยิ้ม ๆ “เจ้าตั้งใจจะขังข้าไว้ที่นี่หรือ”
“เจ้าบอกข้าสิ ไม่มีธุระอะไรแล้วมาที่โรงเหล้า ฟ้าเหมันต์ของพวกข้าทำไม” ชายตาบอดแค่นยิ้มเย็นชา
เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มปริศนา “ข้าไม่สนใจเรื่องของโรงเหล้าฟ้าเหมันต์ ขอพูดถึงตัวตนที่แท้จริงของเจ้าดีกว่า”
ชายตาบอดดูกังวล ราวกับกลัวว่าความลับของตนจะถูกเปิดเผย จึงตะโกนสั่งคนสวมหน้ากากาที่อยู่รอบข้าง “พวกเจ้าถอยไปก่อน”
“ขอรับ” ทุกคนรีบถอยไปทันที
ชายตาบอดกวาดตามองรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงหันไปยิ้มมองลู่เฉิน “เจ้าหนู เจ้าอยากพูดอะไรกัน?”
ลู่เฉินมองชายตาบอดพลางยิ้ม “เจ้าเป็นคนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ”
“แล้วเป็นไร?” ชายตาบอดยอมรับอย่างไม่เกรงกลัว
“งั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามาที่นี่ทำไม?” ชายหนุ่มจ้องมองชายตาบอดพลางถาม
มุมปากชายตาบอดยกขึ้น “คงไม่พ้นเรื่องของหัวหน้าพวกเรา ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณสินะ”
“เจ้าเดาได้แม้แต่เรื่องนี้?”
ชายตาบอดเริ่มวิเคราะห์ “คนที่รู้ว่าหัวหน้าซ่อนตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมนี้มีไม่มาก และสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวังทะเลภูเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น การที่เจ้าออกมาจากวังทะเลภูเขาได้ แสดงว่ามีความเป็นไปได้สองอย่าง”
“อ้อ? ลองว่ามาให้ฟังสิ”
ชายตาบอดอธิบายทีละข้อ “หนึ่ง คือนางปล่อยเจ้าไว้ แต่เมื่อข้าติดต่อไปสอบถาม นางกลับไม่ตอบข้า ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้อย่างเดียว นั่นก็คือเจ้าจับตัวนางได้ นางเปิดเผยร่องรอยของพวกเรา และเพราะทรยศต่อพันธมิตรชิงรากวิญญาณ วิญญาณของนางจึงย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองจนตาย”
ลู่เฉินหัวเราะ และยิ่งหัวเราะยิ่งดูสนุกสนาน
“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นกับเจ้าหรือ?” ชายตาบอดรู้สึกไม่พอใจ
“บอกมาสิ เจ้าชื่ออะไร” ลู่เฉินกลั้นหัวเราะพลางถาม
“พันธมิตรชิงรากวิญญาณ เงาสุรา” ชายตาบอดแนะนำตัว ท่าทางมั่นใจราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือ
ลู่เฉินกล่าวว่า “อ้อ”
“ถูกต้อง ข้าเป็นผู้ดูแลที่แอบแฝงตัวอยู่ในโรงเหล้าฟ้าเหมันต์ และข้าก็ฉลาดมากด้วย” เงาสุรากล่าวอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินส่ายหน้าอย่างจนใจ “แม้แต่หัวหน้าของพวกเจ้า ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะกักขังข้าได้หรือ?”
เงาสุราหัวเราะเยาะ “นั่นเป็นเพราะเจ้าใช้กลอุบายกับหัวหน้าของพวกเรา แต่คราวนี้ข้าได้ยืมพลังของโรงเหล้าฟ้าเหมันต์ มาใช้กลอุบายกับเจ้าแล้ว”
ลู่เฉินส่งเสียงอืมแล้วหัวเราะ “แค่นี้เอง?”
“ค่ายกลนี้เพียงพอจะกักขังเจ้าได้ แต่อย่าคิดว่าแค่นี้จะจบเรื่อง”
“อ้อ? ยังมีไม้ตายอะไรอีกหรือ?”
“รอให้หัวหน้าของพวกเราฟื้นฟูจนใกล้เคียงเดิม เขาจะหาทางจัดการกับเจ้าเอง” เงาสุรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“พูดแบบนี้หมายความว่าหัวหน้าของพวกเจ้า อยู่ที่นี่จริง ๆ สินะ?”
“แน่นอนว่าเขาอยู่ที่นี่ แต่ข้าจะไม่บอกเจ้าหรอกว่าเขาอยู่ที่ไหน อีกอย่างเจ้าก็ไม่มีทางหนีออกไปได้” เงาสุราพูดอย่างเย่อหยิ่ง
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงยิ้มเท่านั้น
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังมีอารมณ์ยิ้มได้ เงาสุราจึงพูดกับเขาว่า “อีกไม่นาน เจ้าก็จะรู้จักจุดจบของตัวเอง”
ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มพลันหายตัวไปอย่างกะทันหัน
เงาสุรารู้สึกไม่ดีขึ้นมา จึงหมุนตัวจะออกจากที่นี่ แต่เงาสายฟ้ารออยู่ก่อนแล้ว พร้อมปล่อยสายฟ้าฟาดใส่ทันที
แต่เงาสุราแข็งแกร่งมาก จึงยังคงสามารถรับมือได้
ทว่าลู่เฉินก็ปล่อยกุ่ยเจี๋ยออกมาอีก
เงาสุรารีบรวบรวมพลังสร้างม่านพลังสีดำขึ้นมาทันที เพื่อป้องกันกุ่ยเจี๋ยไว้ด้านนอก แล้วเตรียมจะพุ่งออกไป แต่ลู่เฉินยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องลับแล้ว พร้อมปล่อยเงามารที่สะสมพลังไว้ในมือออกมา
ลูกธนูเงามารพุ่งออกไปทันที
ฟิ้ว
ลูกธนูพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของเงาสุรา และครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม ทำให้เกิดรูเลือดขึ้นบนแผ่นหลังของเงาสุราทันที
เงาสุราตกใจจนกลายเป็นเงาจาง ๆ และพยายามจะกลบหนีออกไป แต่ลู่เฉินฉวยโอกาสใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าวิญญาณ พุ่งเข้าไปในร่างของเงาสุราอย่างรวดเร็ว
เมื่อเงาสุราเห็นลู่เฉินวิ่งพรวดเข้ามา ทั้งร่างก็หยุดชะงักอยู่กับที่ ภายในจิตสำนึก เงาสุรายืนอยู่ตรงนั้น พร้อมมองมาทางลู่เฉินอย่างประหลาด “เจ้า… เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
“เข้ามาอย่างเปิดเผยอย่างเล่า”
“เป็นไปไม่ได้ ข้ามีสิ่งประดิษฐ์วิเศษป้องกัน การบุกรุกของดวงวิญญาณอยู่นะ” เงาสุราเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ
ลู่เฉินยิ้มเจ้าเล่ห์ “อ้อ? จริงหรือ?”
“เจ้าทำอะไรกันแน่?”
“เจ้าบาดเจ็บ การควบคุมสิ่งประดิษฐ์วิเศษจึงอ่อนแอลง ส่วนข้า ควบคุมสิ่งประดิษฐ์วิเศษของเจ้าได้ จากนั้นก็สามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดาย” ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมมองดวงวิญญาณของอีกฝ่ายพลางยิ้ม
เงาสุราเอ่ยอย่างตื่นตระหนก “นี่มันจิตสำนึกของข้านะ เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือไง!?”
ลู่เฉินมองโซ่พันธนาการดวงวิญญาณ ที่รายล้อมเงาสุราพลางกล่าว “หากเจ้าอยากฆ่าข้า ก็คิดดูก่อนว่าจะทำอย่างไร ให้หลุดพ้นจากโซ่พันธนาการนี้ แล้วเป็นอิสระดีกว่า”
“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า!” เงาสุราโวยวายด้วยความโมโห
ชายหนุ่มพลันยิ้มจนตาหยี “อ้อ? จริงหรือ?”
เงาสุราพยายามจะหลบซ่อนทันที แต่ลู่เฉินกล่าวพลางยิ้ม “โซ่พันธนาการอยู่บนดวงวิญญาณเจ้า เจ้าคิดว่าจะซ่อนได้หรือ?”
เงาสุราเห็นโซ่พันธนาการติดตามตนตลอดเวลา ทำให้ตนเองถูกเปิดเผย จึงสบถ “บัดซบ!”
ลู่เฉินเห็นอีกฝ่ายหยุดและไม่หนีอีก จึงถามพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้พอจะคุยกันดี ๆ ได้หรือยัง?”
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าจะไม่ยอม ประนีประนอมกับเจ้าเด็ดขาด!” เงาสุราพูดด้วยความโกรธ
“แม้แต่อิสรภาพก็ไม่ต้องการหรือ?”
“ผู้ที่ทรยศต่อพันธมิตรชิงรากวิญญาณ จะไม่มีวันจบลงอย่างดีแน่นอน” เงาสุราพูดด้วยความดื้อรั้น