ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 806 ขุดของดีออกมาจากตัวผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณได้ไม่น้อย
บทที่ 806 ขุดของดีออกมาจากตัวผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณได้ไม่น้อย
ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก!”
พูดจบ ชายหนุ่มก็ไปถึงตรงหน้าโซ่ตรวนเหล่านั้นทันที แล้วใช้เคล็ดทลายอักขระ
โซ่ตรวนของอีกฝ่ายถูกทำลายลงทันที เงาสุราถึงกับงุนงง “เพียงแค่นี้ก็ทำลายได้แล้วหรือ?”
“ข้าบอกว่าทำลายได้ก็ทำลายได้ เจ้าคิดว่าข้าล้อเล่นกับเจ้าหรือ?” ลู่เฉินจ้องมองอีกฝ่ายพลางยิ้มพูด
เงาสุรายังคงดื้อดึงและพูดว่า “ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ ถึงเจ้าจะทำลายโซ่ตรวนได้ ทว่าข้าก็จะไม่ทรยศต่อพันธมิตรชิงรากวิญญาณ”
“โอ้? จริงหรือ?” ลู่เฉินใช้คาถาสยบภูตผี พันรัดวิญญาณของเงาสุราไว้ทันที
เมื่อเงาสุราเห็นวิญญาณของตนถูกพันธนาการ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “นี่… เกิดอะไรขึ้น?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” ลู่เฉินยิ้มมองเงาสุรา
เงาสุราโกรธจัด “ข้าจะบอกเจ้าให้รู้เอาไว้ ถึงเจ้าจะพันธนาการข้าไว้ ก็ไม่มีประโยชน์หรอก!”
ลู่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย แล้วปลดปล่อยพลังเพลิงวิญญาณออกมา
เมื่อเงาสุราเห็นประกายสีม่วงเหล่านี้ ก็ถามด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “นี่มันอะไร ผู้ฝึกตนวิถีจิตรกร?”
“สิ่งที่สามารถทำให้เจ้าฝันได้” ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย
เงาสุราพลันมีลางสังหรณ์เลวร้าย จากนั้นมันก็ค่อย ๆ หลับไปทีละน้อย ขณะที่ลู่เฉินยกยิ้มมุมปากขึ้น “ได้เวลาแล้ว”
หลังจากนั้นเขาก็เข้าไปในความฝันของเงาสุรา ภายในความฝันนั้น เงาสุราขยับตัวไม่ได้เลย ทำได้เพียงพูดด้วยความโกรธ “ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้เลย ถึงเจ้าจะฆ่าข้า ทว่าข้าก็จะไม่บอกข่าวสารที่มีประโยชน์ใด ๆ แก่เจ้า!”
“อู่กู่อยู่ที่ไหน” ลู่เฉินจ้องมองเงาสุรา
เงาสุราตั้งใจปฏิเสธที่จะตอบ แต่ไม่ทันรู้ตัวก็พูดออกไปอย่างไม่อาจควบคุมได้ว่า “หัวหน้าอยู่ที่ห้องลับชั้นที่สามใต้ห้องเก็บเหล้านี้ กำลังพักรักษาบาดแผล”
“ดี ดีมาก” ลู่เฉินยิ้มมองเงาสุรา
เงาสุราพลันร้อนรนขึ้นมา “ข้า… ทำไมข้าถึงตอบเจ้า?”
“ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าที่นี่คือความฝัน อีกทั้งยังเป็นความฝันที่ข้าควบคุมได้ด้วย” ลู่เฉินยิ้มมองอีกฝ่าย
เงาสุราโกรธจนแทบระเบิด “ไอ้สารเลว!”
ลู่เฉินยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก แล้วถอยออกจากความฝันของอีกฝ่าย จากนั้นใช้แผ่นหินฉวิญญาณดูดวิญญาณของเขาเข้าไป และเมื่อชายหนุ่มออกจากจิตสำนึกของเขาแล้ว เนื่องจากเขาไม่มีวิญญาณ ดังนั้นทั้งร่างของเขาจึงดูเหมือน ‘หลับใหล’ ไป
“ทั้ง ๆ ที่สามารถมีชีวิตอยู่ดี ๆ ได้ เหตุใดจะต้องไปตายเพื่อคนพวกนั้น” ลู่เฉินหัวเราะอย่างเย็นชา ก่อนจะโยนร่างของเขาลงไปในภูเขาปราบศพ
หลังจากนั้นลู่เฉินก็มาถึงชั้นที่สามของห้องใต้ดิน
ชั้นที่สามนี้มีค่ายกล และค่ายกลนี้ก็ซับซ้อนมาก ทว่าสำหรับลู่เฉินแล้ว มันกลับไม่ใช่อะไรเลย นอกจากนี้เขายังเพิ่มอะไรบางอย่างเข้าไปในค่ายกลด้วย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลู่เฉินจึงเข้าไปในห้องลับภายในค่ายกล
ภายในห้องลับนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า ซึ่งกลิ่นเหล้าเหล่านี้มีสรรพคุณ ในการรักษาบาดแผล
หลังลู่เฉินมาถึงข้างใน ภายในความมืดสลัวมีแสงสีเขียวของไอเหล้าลอยอยู่ และเขาก็ค้นพบร่องรอยของผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณทันที
ส่วนผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณยังคิดว่าเป็นเงาสุรา จึงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้นแล้วกล่าวเบา ๆ ว่า “เงาสุรา มีเรื่องอะไรหรือ?”
“เรื่องน่ะมีแน่นอน” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณตกใจจนลืมตาขึ้น จากนั้นเมื่อเห็นว่าเป็นลู่เฉิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด “เป็น… เป็นเจ้าหรือ?”
“ไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใคร?” ชายหนุ่มจ้องมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ แล้วยิ้มพลางพูด
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณลุกขึ้นยืนและคิดจะหลบหนี แต่ขอบเขตค่ายกลอาคมรอบข้างขวางกั้นไว้ ทำให้เขาหนีไม่ได้ จึงทำได้เพียงโกรธเคืองจนจ้องหน้าลู่เฉิน “เจ้าตามหาที่นี่เจอได้อย่างไร?”
“อวิ๋นเมิ่งหนิง เงาสุรา ล้วนเป็นคนของเจ้าทั้งสิ้นใช่หรือไม่” ลู่เฉินยิ้มมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
สีหน้าของผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณเปลี่ยนเป็นไม่ดี “พวกมันไม่มีทางทรยศต่อพันธมิตรชิงรากวิญญาณ”
“ไม่มีทางหรอก แต่ข้าได้ปลดโซ่ตรวนวิญญาณ ของพวกเขาออกหมดแล้ว” ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปทางลู่เฉิน “เจ้าล้อเล่นใช่หรือไม่?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” ลู่เฉินยิ้มมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณยังคงไม่เชื่อ ส่วนลู่เฉินไผล่มือไว้ด้านหลัง “ตราบใดที่เจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อข้า ข้าก็สามารถช่วยเจ้าปลดมันออกได้เช่นกัน”
“ข้า… ข้าไม่กล้าทรยศพันธมิตรชิงรากวิญญาณหรอก!”
“ถึงข้าจะช่วยเจ้าปลดโซ่ตรวนวิญญาณออก เจ้าก็ไม่ต้องการหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณพูดด้วยความกังวลว่า “แม้โซ่ตรวนวิญญาณจะถูกปลดออก ทว่าพันธมิตรชิงรากวิญญาณก็มีคนเฉพาะทางคอยกำจัดคนทรยศ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาพบว่า โซ่ตรวนวิญญาณของข้าหายไป พวกเขาก็จะส่งคนมาตามหาร่องรอยของข้า แล้วจัดการข้าทันที”
“งั้นก็ดีเลย เจ้าสามารถตามข้าไปได้ และหากมีคนมาตามหาเจ้าจริง ข้าจะช่วยเจ้าจัดการเอง” ลู่เฉินยิ้มมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณจึงถามด้วยท่าทาง แปลกประหลาดทันที “จริงหรือ?”
“เจ้าคิดว่าตอนนี้ตนเองยังมี ทางเลือกอื่นอีกหรือ?” ลู่เฉินยิ้มมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ดังนั้นแววตาของเขาจึงเลื่อนลอยไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหันมามองลู่เฉิน “แล้วเจ้าจะทำอย่างไร?”
ลู่เฉินใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าวิญญาณเข้าไปภายใน จิตสำนึกของอีกฝ่ายในพริบตา และใช้มือเปล่าจัดการโซ่ตรวนวิญญาณออก
ขณะที่เห็นโซ่ตรวนวิญญาณของตนถูกปลด ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณก็ตะลึงงัน เพราะเขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะสามารถทำลายโซ่ตรวนวิญญาณได้ง่ายดายขนาดนี้
“นี่…” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณค่อนข้างเหลือเชื่อ
“ตอนนี้ถึงคราวของข้าแล้ว” พูดจบ เขาก็ตีประทับตราประทับภูตและอักขระยันต์หุ่นเชิด เข้าไปในตัวอีกฝ่าย
สีหน้าของผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณเปลี่ยนไปชั่วขณะ “นี่คือ…”
“เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าทรยศข้า แต่เจ้าวางใจได้ ในเมื่อข้าบอกว่าจะเก็บเจ้าเอาไว้ ย่อมไม่ทำร้ายเจ้า” ลู่เฉินมองเขาพร้อมรอยยิ้ม
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณรู้ว่าตนเองไม่มีทางไปแล้ว จึงทำได้เพียงถอนหายใจและพูดว่า “ก็ได้”
เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าตนเองสามารถจับหัวหน้ากลุ่มสักคนได้แล้ว ก็พูดด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นว่า “พูดมาเถอะ กองบัญชาใหญ่ของพันธมิตรพวกเจ้าอยู่ที่ไหน”
“เรื่องนี้… ข้าไม่รู้” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณตอบ
“เจ้าไม่รู้หรือ?” ลู่เฉินไม่เชื่อ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณรีบอธิบายว่า “ฟังข้าอธิบายก่อน”
“พูดมา”
“พันธมิตรชิงรากวิญญาณมีหัวหน้ากลุ่มมากมาย และข้าเป็นเพียงหนึ่งในนั้น เหนือพวกข้าขึ้นไปยังมีเจ้าเมือง”
“เจ้าเมือง?” ลู่เฉินสงสัย
“ทุกพื้นที่จะมีผู้ดูแลหนึ่งคน เรียกว่าเจ้าเมือง เช่น พระราชวังสินธุเหมันต์ของพื้นที่ที่เจ็ดแห่งนี้ก็มีเจ้าเมืองหนึ่งคน ชื่อว่าชีเสวี่ย”
ลู่เฉินที่ได้ยินถึงตรงนี้ก็ถามว่า “เช่นนั้นคนที่สั่งให้คนมาฆ่าและจัดการข้า ก็เป็นคำสั่งที่เจ้าเมืองคนนั้นสั่งเจ้ามาใช่หรือไม่?”
“ใช่ เจ้าเมืองมอบคำสั่งลงมาให้ข้า จากนั้นข้าก็แจ้งต่อให้สมาชิกในกลุ่มของข้าอีกที” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณอธิบายทีละเรื่อง
ลู่เฉินพยักหน้าแล้วถามว่า “แล้วในพื้นที่ที่เจ็ดแห่งนี้ มีหัวหน้าแบบเจ้ากี่คน?”
“ความจริงแล้วหัวหน้ากลุ่มไม่ได้มีมาก แต่มีไม่น้อยที่รับผิดชอบด้านข่าวกรองและบังคับใช้กฎ คนพวกนี้ค่อนข้างลึกลับ แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ รู้แค่ว่าจะมีคนเฉพาะทาง คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของท่านมาให้ข้า” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณอธิบาย
“โอ้? ข่าวกรอง? บังคับใช้กฎ?”
“ฝ่ายข่าวกรองนั้นรับผิดชอบรวบรวมข้อมูล ส่วนฝ่ายบังคับใช้กฎก็คือลงมือจัดการ กับพวกที่ทรยศต่อพันธมิตรชิงรากวิญญาณ นอกจากสองกลุ่มนี้แล้วยังมีหน่วยปฏิบัติการ อย่างพวกข้าที่ออกไปฆ่าคนข้างนอกและจัดการกับผู้คนนั้น ก็คือหน่วยปฏิบัติการ”
“นอกจากพวกนี้แล้วยังมีอีกหรือไม่?”
“กลุ่มที่พบเห็นบ่อยที่สุดมีแค่สามกลุ่มนี้ ส่วนกลุ่มอื่น ๆ นั้นข้ายิ่งไม่เคยได้สัมผัส จึงไม่รู้เช่นกัน” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณอธิบาย
“แล้วจะหาเจ้าเมืองคนนั้นได้อย่างไร?” ลู่เฉินจ้องมองผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณเผยสีหน้าเคร่งขรึม “ท่าน… คงไม่คิดจะไปหาเจ้าเมืองของพวกข้าหรอกนะ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
“พลังของเจ้าเมืองพวกข้านั้นลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง อีกทั้งสถานที่ที่เจ้าเมืองอยู่ ก็มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ไม่ต้องพูดถึงท่าน แม้แต่ข้าเองตอนที่ไปหาท่านเจ้าเมือง ก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบนานาประการ” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณพูดถึง ‘ความยากลำบาก’ อย่างตรงไปตรงมา เพราะต้องการให้ลู่เฉินล้มเลิกความคิด