ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 824 ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการเกิดใหม่อีกครั้งหรือ?
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 824 ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการเกิดใหม่อีกครั้งหรือ?
บทที่ 824 ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการเกิดใหม่อีกครั้งหรือ?
ผู้ปกครองดินแดนจ้องตาชายหนุ่มและพูดว่า “เจ้าคิดมากเกินไป!”
พูดจบ ผู้ปกครองดินแดนก็แปรกายเป็นแสงสีน้ำเงิน แล้วพุ่งตรงเข้าสู่จิตสำนึกของชายหนุ่มทันที
“เด็กน้อย คราวนี้ข้าอยากดูว่า เจ้าจะหลบหนีได้อย่างไร!” ผู้ปกครองดินแดนคิดว่าเมื่อบุกเข้าสู่ จิตสำนึกของลู่เฉินแล้ว ก็จะสามารถจับวิญญาณ ของชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย แล้วจัดการกับเขาซะ
แต่เมื่อก้าวเข้าสู่จิตสำนึกของลู่เฉินแล้ว ผู้ปกครองดินแดนกลับพบว่า จิตสำนึกของลู่เฉินนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก
“เขาอยู่ขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น แล้วเหตุใดถึงมีจิตสำนึกที่ใหญ่โตขนาดนี้” ผู้ปกครองดินแดนรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติ จึงแปรกายเป็นแสงสีน้ำเงินอีกครั้ง นางต้องการออกไปจากที่นี่ แต่ใครจะรู้ว่ากำแพงวิญญาณหลายชั้น ของลู่เฉินได้เปิดออกแล้ว
แสงสีน้ำเงินนั้นจึงพุ่งชนกำแพงกั้นต่อหน้าต่อตา ดุจชนกำแพงเข้าอย่างแรง จากนั้นแสงสีน้ำเงินนั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นเงาของผู้ปกครองดินแดน
วิญญาณของลู่เฉินปรากฏขึ้น เขายืนยิ้มพลางมองนาง “เป็นอย่างไร หากไม่มีธุระ แล้วเหตุใดถึงบุกเข้ามา ในจิตสำนึกของข้าเล่า?”
“เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมีจิตสำนึกที่เข้มแข็งถึงเพียงนี้” ผู้ปกครองดินแดนรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล จึงเริ่มซักถามลู่เฉิน
ชายหนุ่มยิ้มพลางมองนาง “พันธมิตรชิงรากวิญญาณของพวกเจ้า ไม่ได้อ้างว่าเข้าใจข้าดีอยู่แล้วหรือ?”
“พวกข้ารู้แค่ว่าเจ้าอยู่ขั้นหลอมแก่นแท้ ส่วนเจ้ามาจากไหนนั้น จะรู้ได้อย่างไร?” ผู้ปกครองดินแดนพูดด้วยท่าทีหนักแน่น
“โอ้? ไม่รู้จริง ๆ หรือ?”
“ไร้สาระ ข้อมูลที่ข้ามีในมือระบุว่า เจ้าเป็นเพียงอัจฉริยะขั้นหลอมแก่นแท้ ที่ทำให้พันธมิตรชิงรากวิญญาณของพวกข้า เสียเปรียบเท่านั้น” ผู้ปกครองดินแดนถามด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง
ลู่เฉินได้ยินแล้วแย้มยิ้ม “โอ้? เพียงแค่นั้นเองหรือ?”
“แล้วจะให้เป็นอย่างไรอีก?” ผู้ปกครองดินแดนจ้องมองลู่เฉินแล้วย้อนถาม
“ดูเหมือนว่าพวกเราต้องพูดคุยกันให้ดีสักหน่อย” ลู่เฉินพูดจบ พลังเพลิงวิญญาณก็ถูก ปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง
ผู้ปกครองดินแดนทราบดีว่าพลังเหล่านั้นไม่ธรรมดา จึงใช้พลังความเย็นห่อหุ้ม วิญญาณของตนเองอีกครั้ง แล้วจ้องมองลู่เฉินพลางกล่าวว่า “เด็กน้อย อย่าคิดว่าจะจับข้าได้!”
“ที่นี่ตอนนี้คือจิตสำนึกของข้า เจ้าคิดว่าตัวเองยังมีความสามารถเพียงพอ ที่จะหลบหนีได้อยู่หรือ?” ลู่เฉินพูดพร้อมปลดปล่อย เพลิงทั้งสิบสามก้อนออกมา
เมื่อเห็นเพลิงสิบสามก้อนนั้น
ผู้ปกครองดินแดนรู้สึกกังวลขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังคงให้พลังความเย็น ล้อมรอบตัวเองต่อไป
ไม่เพียงเท่านั้น พลังความเย็นเหล่านั้นยังกลายเป็นเก้าชั้น
เมื่อเห็นพลังความเย็นเก้าชั้น ลู่เฉินก็ยิ้มเบา ๆ “แก่นแท้เทพเก้ารอบนั้นแตกต่างจริง ๆ แม้แต่วิชาคาถาก็ยังปรากฏผลทับซ้อนกันได้”
“ถูกต้อง แก่นแท้เทพเก้ารอบทำให้ข้าสามารถใช้ วิชาคาถาได้เก้าครั้ง และเมื่อผ่านเก้าครั้งแล้ว พลังก็จะทับทวีเป็นเก้าชั้น” ผู้ปกครองดินแดนกล่าวอย่างองอาจ
สำหรับเรื่องนี้ ลู่เฉินทราบดีอยู่แล้ว และยังรู้ด้วยว่าพลังความเย็นเก้าชั้นนั้น มีความแข็งแกร่งในการป้องกัน มากกว่าชั้นเดียวอยู่หลายร้อยเท่า
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้นิ่งเฉย ยังคงให้กองเพลิงทั้งสิบสามก้อน พุ่งเข้าไปละลายต่อไป
เห็นได้ชัดว่าพลังความเย็นทีละชั้น ถูกเผาไหม้จนมอดดับไปทีละน้อย
ทว่าผู้ปกครองดินแดนผู้นี้ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ นางยังเพิ่มพลังเสริมให้ตัวเองอีกเก้าชั้น แล้วพูดด้วยความหยิ่งผยอง “ข้าจะขอดูสิว่า ด้วยกำลังของเจ้าในขั้นหลอมแก่นแท้ จะต้านทานได้นานแค่ไหน”
ลู่เฉินรู้สึกขบขัน จนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ “เจ้าอยากประลองความอดทนกับข้าหรือ?”
“พูดมากเสียเวลา ข้าคือยอดฝีมือแห่งการเปลี่ยนจิตใจ สู่ความสมบูรณ์ และยังเป็นแก่นแท้เทพเก้ารอบด้วย เจ้าคิดว่าพลังจิตวิญญาณของเจ้า จะเต็มเปี่ยมเทียบเท่าข้าได้หรือ?”
“ข้ารู้ว่าไม่เทียบเท่า แต่ข้าเติมเต็มได้ตลอดเวลา” ลู่เฉินพูดพลางใช้ ‘ร่างเนื้อ’ พร้อมกับแสดง ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ และดูดซับพลังจิตวิญญาณจากรอบข้าง ทำให้ตัวเองสามารถรวบรวม เปลวเพลิงทั้งสิบสามดวงได้ตลอดเวลา
ผู้ปกครองดินแดนไม่เชื่อเลยว่าลู่เฉิน จะมีความสามารถเช่นนั้น จึงเยาะเย้ยอยู่ “เจ้าอย่าเสียแรงเปล่าเลย ไม่มีประโยชน์หรอก!”
“เช่นนั้นหรือ?”
“พูดมากเสียเวลา!” ผู้ปกครองดินแดนมั่นใจว่า ตัวเองต้องสามารถบั่นทอน ลู่เฉินจนหมดแรงได้แน่
แต่หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง กำลังของชายหนุ่มกลับยังคง เต็มเปี่ยมเช่นเดิม ในทางกลับกัน ผู้ปกครองดินแดนกลับรู้สึกว่า ตัวเองสิ้นเปลืองพลังเร็วกว่ามาก จึงไม่อาจตามทันก้าวของลู่เฉินได้เลย
ดังนั้นผู้ปกครองดินแดน จึงค่อย ๆ แสดงสีหน้าหม่นหมองขึ้นมา
“เจ้ายังคงยืนกรานในความคิด ของตัวเองอยู่อีกหรือ?” ลู่เฉินยิ้มมองผู้ปกครองดินแดนผู้นั้น
ผู้ปกครองดินแดนยังคงยืนกราน แม้กระทั่งยังพูดอีกว่า “เด็กน้อย ข้าบอกเจ้าได้เลยว่า ข้าไม่ใช่คนอ่อนแอ!”
“ได้เลย งั้นดูสิว่าเจ้าจะต้านทานได้นานแค่ไหน” ลู่เฉินพูดพลางเสริมความแข็งแกร่ง ให้กำแพงวิญญาณยิ่งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนผู้ปกครองดินแดนนั้น ต้องรับมือทั้งเปลวไฟของลู่เฉิน และกำแพงวิญญาณพร้อมกัน ทำให้พลังของนางสิ้นเปลืองมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดผู้ปกครองดินแดน ก็ตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“เจ้าหนู เจ้าไม่ยอมให้ข้าสบาย ข้าก็จะไม่ยอมให้เจ้าสบายเช่นกัน!”
เมื่อกล่าวจบ ลู่เฉินก็มองเห็นว่าวิญญาณของ ผู้ปกครองดินแดนผู้นั้น ปล่อยแสงสีฟ้าอันทรงพลังออกมา
ตูม ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นถึงแปดครั้ง แล้วปรากฏกระแสวนหมุนขึ้นมา พัดพาผู้ปกครองดินแดนนั้นให้หายไปในพริบตา
จิตสำนึกของลู่เฉินสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที และกำแพงวิญญาณก็เริ่มไม่มั่นคง ลู่เฉินรีบดึงสติกลับคืน พร้อมลืมตาขึ้นมองรอบข้าง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
“หญิงผู้นั้นช่างเด็ดเดี่ยวจริง ๆ ถึงกับทำลายพลังของตนเอง” ลู่เฉินทราบดีว่านางเพิ่งเผาผลาญ พลังส่วนใหญ่ของตน แล้วเปิดสร้างอุโมงค์หลบหนี แต่ผลที่ตามมาก็คือ ระดับพลังของนางจะตกลงสู่จุดต่ำสุด แม้แต่แก่นแท้เทพรอบเดียว ก็อาจไม่มีเหลืออยู่
แต่ลู่เฉินหาไม่สงสารนางเลยแม้แต่น้อย กลับนั่งขัดสมาธิลง แล้วเปิวิชาหมื่นวิญญาณ ออกตามหาร่องรอยของหญิงสาว
ในขณะนั้น ผู้ปกครองดินแดนได้หลบหนี มายังห้องลับแห่งหนึ่ง ภายในศาลาน้ำแข็งพันชั้น ผนังห้องลับนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษร และมีขวดโหลวางเรียงรายอยู่โดยรอบ
นางวิ่งเข้าไปหาขวดโหลเหล่านั้น แล้วคว้าพลิกค้นหาอย่างบ้าคลั่ง
แต่ไม่ว่าจะพลิกค้นสักเท่าไร ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จนกระทั่งนางมองเห็นเส้นผม ของตนเองกลายเป็นสีขาว ใบหน้าก็เปลี่ยนไป
“ข้า… ผมของข้า!”
“นั่นคือผลของการที่พลังถดถอยลง” ลู่เฉินปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขายืนอยู่เบื้องหลังนางพลางกล่าว
ผู้ปกครองดินแดนหันกลับมา และเมื่อเห็นว่าลู่เฉินตามมาพบตนได้ นางก็เริ่มตื่นตระหนก
“เจ้าตามหาข้ามาได้อย่างไร?”
“ตราบใดที่เจ้าอยู่ในรัศมีสิบลี้ ข้าก็สามารถตามหาได้อย่างรวดเร็ว” ลู่เฉินยิ้มมองนาง
“เป็นไปไม่ได้ ที่นี่มีเขาวงกตอยู่ทุกแห่ง เจ้าไม่มีทางหาเจอได้หรอก” ผู้ปกครองดินแดนยืนกรานอย่างดื้อรั้น
“เจ้าตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว ยังจะดื้อรั้นต่อไปอีกหรือ?” ลู่เฉินจ้องมองผู้ปกครองดินแดนผู้นี้
แต่สีหน้าของผู้ปกครองดินแดนนั้นดูไม่สู้ดีนัก “เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา”
“นั่นสำคัญด้วยหรือ?”
“ข้าทำลายระดับการฝึกฝน แก่นแท้เทพแปดรอบของตัวเองทิ้ง แต่กลับทำอะไรจิตสำนึก ของเจ้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย” ผู้ปกครองดินแดนยังจดจำเรื่อง ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้อยู่แน่นชัด
ลู่เฉินกลับไม่ใส่ใจ แล้วพูดว่า “นั่นมีปัญหาอะไรหรือ?”
“เจ้าเป็นเพียงผู้อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีจิตสำนึก ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้” ผู้ปกครองดินแดนยังคงติดค้างอยู่กับคำถามนี้ไม่หาย
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ แต่กลับใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณแทน
เนื่องจากผู้ปกครองดินแดนผู้นี้ สูญเสียกล่องเล็กนั้นไป ประกอบกับระดับการฝึกฝนที่ถดถอยลง ทำให้นางไม่อาจต้านทานได้เลย วิญญาณของนางราวกับถูก บางสิ่งบางอย่างมัดรัดไว้ทันที แต่นางยังไม่ยอมแพ้ และยังคงขู่ลู่เฉินว่า “เจ้าหนู หากเจ้ากล้าแตะต้องข้า ข้าจะตายต่อหน้าเจ้าทันที ทำให้เจ้าไม่ได้รู้อะไรสักอย่าง”
“เจ้าอยากตายมากขนาดนั้นเลยหรือ?”
“เจ้าหนู ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าฟัง ผู้ปกครองดินแดนของ พันธมิตรชิงรากวิญญาณเรา แม้จะตายไปแล้ว ทว่าก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมา ในพันธมิตรชิงรากวิญญาณได้ ดังนั้นสำหรับข้าแล้ว การตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการเกิดใหม่อีกครั้งเท่านั้น” ผู้ปกครองดินแดนจ้องมองลู่เฉินอย่างแน่วแน่ แล้วกล่าว