ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 180 : ถ้าเธอไม่จุ๊บนายเดี๋ยวฉันจัดให้เอง!
“19238”
การโจมตีจิตวิญญาณสร้างค่าดาเมจได้สูงมากจริงๆ
ทำให้เลือดของโม่อี้หลงส่าวลดลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว
แถมยังโชคดีที่สกิลเทพยากรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอัตราเพียงแค่
0.1% ถูกปล่อยออกมาอีก สกิลนี้เขาไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง
แต่คำอธิบายได้บอกไว้หมดแล้วว่ามันเป็นการโจมตีที่มา
จากพลังของเทพเจ้าโบราณที่รุนแรงเป็นอย่างมาก
นี่มันรุนแรงมากเลยนะ!
เลือดของโม่อี้หลงส่าวลดลงภายในพริบตา ซึ่งเลือด
ของเขาได้หายไปถึง 4 ใน 5 ถ้าให้พูดตามตรงแม้แต่ตัวเย่ฮ
วาเองก็ยังไม่เคยโจมตีผู้เล่นระดับสูงคนไหนได้รุนแรง
เท่านี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโม่อี้หลงส่าวที่อยู่ในค่า
สถานะมนุษย์มังกรตรงหน้า!
โม่อี้หลงส่าวก็อึ้งกับค่าดาเมจที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน
เขารีบกลืนโอสถหน้าฝนและพุ่งตัวมาหาเย่ฮวาทันที ใน
เวลาเดียวกันเสียงคำรามก็แผดดังขึ้นขณะที่บนกรงเล็บ
ของเขาเกิดเป็นแสงเลือนรางขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะ
เปลี่ยนเป็นพายุที่หมุนรอบแขนอย่างฉับพลัน
ตอนนี้ไม่มีไพ่เด็ดอะไรหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว ทั้งพลัง
ชีวิตของเม่ยเอ๋อร์ โอสถหน้าฝนและเลือดที่เย่ฮวามี
รวมกันอยู่ที่ราวๆ 1 หมื่นพอยท์ หากยังไม่สามารถ
เอาชนะเขาได้ก็คงจะไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ
ยังไม่ทันที่ดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถีจะถูกโจมตีออกไป เย่ฮ
วาก็นึกขึ้นมาได้ว่าโม่อี้หลงส่าวเกือบจะถูกเขาสังหารจน
ตายด้วยสกิลนี้จากสนามต่อสู้ครั้งก่อน นั่นทำให้สนาม
ต่อสู้ในครั้งนี้โม่อี้หลงส่าวน่าจะสามารถพลิกแพลง
สถานการณ์ได้ และโม่อี้หลงส่าวเองก็คงจะหาวิธีการที่จะ
ทำให้ตัวเองไม่ถูกโจมตีด้วยสกิลดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถีซ้า
รอยเดิมอีกเป็นแน่ แม้ว่าเขาจะมีโอกาสหลบการโจมตี
ค่อนข้างน้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี ฝานหัวลั่วมู่เองก็ใช้วาร์ป
เพื่อหลบการโจมตีของเย่ฮวาไปได้ แม้ว่าจะสูญเสียสัตว์
เลี้ยงไป แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดความเสียหายมากที่สุดก็คือ
การที่ตัวเย่ฮวาถูกสังหารจนตาย
การเก็บสกิลดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถีไว้จะทำให้โม่อี้หลง
ส่าวไม่กล้าเข้าใกล้ เขาจะใช้โอกาสนี้พุ่งตัวไปด้านหน้า
และใช้สกิลสะบั้นสิบอักขระแทน!
ดาบปะทะเข้าที่ร่างของโม่อี้หลงส่าวจนเกิดเป็น
ประกายไฟขึ้น กรงเล็บในมือของโม่อี้หลงส่าวตะปบเข้าที่
กลางอกของเย่ฮวาจนเกิดเป็นแผลลึกขึ้นสองเส้น และดู
เหมือนว่ามันจะเห็นเนื้อที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังด้วย เลือดไหล
ซิบลงมาอย่างไม่หยุดก่อนจะหยดแหมะลงสู่พื้นดิน
เย่ฮวากัดฟันเพื่อทนรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นก็เรียกใช้สกิลสะบั้นทลายวิญญาณไปที่อีก
ฝ่าย เลือดของโม่อี้หลงส่าวลดลงอีกครั้งแล้ว หากเป็นก่อน
หน้านี้เลือดแค่นี้คงไม่เป็นอะไรมาก แต่ในตอนนี้เลือดของ
โม่อี้หลงส่าวมีอยู่อย่างจำกัด และค่าดาเมจในแต่ละครั้ง
สามารถกัดเซาะพลังงานชีวิตของเขาได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้เลือดของเย่ฮวาลดลงไปถึงครึ่งแล้ว เขาจึงรีบ
กินโอสถหน้าฝนเพื่อเพิ่มเลือดให้ตัวเองทันที แม้ว่าจะรู้สึก
ได้ว่าตัวเองมีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ แต่การเผชิญหน้า
กับโม่อี้หลงส่าวคนนี้ เขาจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด
ความชะล่าใจทำให้เกิดความพ่ายแพ้ เหมือนกับพวกตัว
ละครในหนังละครที่ชะล่าใจจนทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่
คาดคิดขึ้น
เย่ฮวายกดาบในมือและงอเข่าลงเล็กน้อย สายตาที่
เต็มไปด้วยความนิ่งสงบและเยือกเย็นจ้องมองไปที่อีกฝ่าย
พร้อมกับพุ่งตัวออกไปด้วยสกิลชาร์จ ตอนที่ดาบกำลังพุ่ง
เข้าใส่ร่างของโม่อี้หลงส่าว มุมปากของโม่อี้หลงส่าวก็
กระตุกขึ้น นี่อีกฝ่ายคงกำลังคิดกลอุบายอะไรบางอย่างขึ้น
แล้วสินะ?
“สวบ!”
ปลายดาบที่แหลมคมแทงเข้ากลางอกของอีกฝ่าย
ขณะที่เลือดของเย่ฮวาลดลงไปถึง 1000 พอยท์ภายในชั่ว
พริบตาเดียว ทั้งๆ ที่ค่าดาเมจนี้ควรจะเป็นของอีกฝ่าย
แท้ๆ
โม่อี้หลงส่าวใช้วิธีการสะท้อนการโจมตีกับเย่ฮวา ผู้
เล่นระดับสูงมีฝีมืออย่างที่คิดไว้จริงๆ แม้แต่ผู้เล่น
กระจอกๆ อย่างเขายังมีสกิลลับที่แอบซ่อนเอาไว้ในตัว
ของเม่ยเอ๋อร์ คนอย่างโม่อี้หลงส่าวเองก็คงจะไม่เปิดไพ่
ของตัวเองจนหมดแน่ แต่น่าเสียดายที่ค่าดาเมจกลับ
ปรากฎขึ้นเพียงน้อยนิดเท่านั้น จึงทำให้ใบหน้าของโม่อี้
หลงส่าวเริ่มไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก
อันที่จริงเมื่อครู่แค่เป็นการลองเชิงเท่านั้น เย่ฮวาก็แค่
ย่อตัวและทำท่าราวกับกำลังจะส่งการโจมตีดาบยวี่เจี้ยน
เจ็ดวิถีออกไป แต่เขาก็ไม่ได้ใช้งานมันจริงๆ และเลือกที่จะ
ใช้สกิลชาร์จเท่านั้น แผนการหลอกล่อคู่ต่อสู้เป็นสิ่งที่โม่อี้
หลงส่าวเคยใช้มาก่อน หากเมื่อครู่เขาใช้สกิลดาบยวี่เจี้ยน
เจ็ดวิถีจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าใครจะพ่ายแพ้ในสนามนี้
โม่อี้หลงส่าวถอยหลังออกไปหลายก้าวก่อนจะใช้สกิ
ลพลังแห่งเผ่ามังกรจนทำให้เขากลายเป็นชายผู้แข็งแกร่ง
ซึ่งอยู่ในชุดเกราะ เต็มตัว ดาบในมือถูกกราชับแน่น
ขณะที่เขากระตุกยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ฉันแพ้แล้ว แต่ถึงฉัน
จะแพ้ฉันก็ไม่ยอมจำนนให้หรอกนะ”
เย่ฮวายิ้ม “นายน่ะเหรอแพ้? ฉันไม่กล้าเชื่อคำพูดของ
นายหรอก เมื่อกี้ฉันเองก็เกือบจะถูกฆ่าตายแล้วเหมือนกัน
…”
โม่อี้หลงส่าวเผยรอยยิ้มออกมา “ที่จริงฉันไม่มีสกิล
อะไรที่นายไม่รู้อีกแล้วล่ะ”
“เหอะๆ ถ้าให้ฉันเชื่อนาย ฉันคงได้จบเห่แน่~”
“นายนี่พิถีพิถันและระมัดระวังตัวเองดีอย่างที่คิดไว้
จริงๆ เลยนะ”
“ฉันไม่กล้าใช้ว่าพิถีพิถันหรอกนะ เรียกว่ารักตัวกลัว
ตายน่าจะดีกว่า”
“……”
……
“เคล้ง!”
โม่อี้หลงส่าวใช้ดาบแทงเข้าใส่เย่ฮวาด้วยสกิลฟาดฟัน
ต่อเนื่อง สกิลโจมตีดาบวิญญาณ สกิลกระแทก สกิลสะบั้น
สิบวิถีอย่างไม่รีรอ เมื่อเห็นเช่นนั้นเย่ฮวาก็ไม่เกรงใจอีก
ฝ่ายเช่นกัน แม้ว่าดาเมจของเขาที่ถูกส่งออกไปอาจจะสูง
ไม่เท่ากับโม่อี้หลงส่าว แต่ด้วยเลือดที่มีอยู่เยอะกว่าจึงทำ
ให้เขาอดรู้สึกดีใจขึ้นมาไม่ได้
เมื่อเห็นว่าเลือดของโม่อี้หลงส่าวลดลงเหลือเพียงแค่
1000 พอยท์ ตอนแรกเย่ฮวาก็อยากจะสร้างความ
อลังการณ์ในการโจมตีด้วยสกิลดาบยวี่เจี้ยนเจ็ดวิถีเพื่อ
ความปังให้กับตัวเองสักหน่อย แต่พอคิดไปคิดมาเขาก็
ล้มเลิกความคิดนั้นไป เพราะถ้าทำเท่มากไปจะโดนหาว่าขี้
อวด แต่ถ้าเกิดการโจมตีล้มเหลวขึ้นมาคงจะโดนคนอื่น
นินทาว่าเป็นไอ้โง่แน่
“เมี๊ยววว~~”
เจ้าเม่ยเอ๋อร์ถูกโม่อี้หลงส่าวโจมตีเข้าใส่เพราะถูก
เรียกใช้สกิลจิตวิญญาณคุ้มกันผู้ควบคุม เย่ฮวากราชับ
ดาบในมือแล้วฟาดเข้าใส่อีกฝ่ายอีกครั้ง โม่อี้หลงส่าวถอย
ออกไปครึ่งก้าวแล้ววาดดาบออกมาเป็นแนวขวาง เย่ฮวา
ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ปากบอกว่ายอมแพ้แล้วแต่โม่อี้
หลงส่าวก็ยังคิดอยากจะฆ่าเขาให้ตายอยู่ดี
เย่ฮวายื่นมือซ้ายออกไปด้านหน้าและจับดาบของอีก
ฝ่ายไว้จนทำให้เลือดลดลงอย่างรวดเร็ว เขาจะไม่ปล่อยให้
อีกฝ่ายได้รับโอกาสอีก จึงรีบใช้ดาบแทง “พรวด” เข้า
กลางทองของโม่อี้หลงส่าวจนเกิดเป็นรูกว้างขึ้น
เลือดของโม่อี้หลงส่าวหมดหลอดภายในชั่วพริบตา มุม
ปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย ฉับพลันแสงก็ได้ปรากฎ
ขึ้นที่ร่างของเขาก่อนจะหายออกจากสนามแข่งขันไป เย่ฮ
วาเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะครู่
ต่อมาแสงดังกล่าวได้กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ส่งร่างของ
เขาออกจากการแข่งขันเช่นกัน ครู่ต่อมาภาพตรงหน้าของ
เขาก็เป็นภาพของหยินเมิ่งที่ยืนอยู่บนเวที
หยินเมิ่งยิ้มพลันเอ่ยขึ้นว่า “การแข่งขันรอบชิงแชมป์
ศึกตัดสินใต้หล้าในครั้งนี้ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจมากจริงๆ
โม่อี้หลงส่าวและอีเย่กูโจวถูกสังหารในเวลาที่ไล่เรี่ยกัน แต่
เป็นเพราะโม่อี้หลงส่าวใช้สกิลระเบิดตัวเองจนทำให้เลือด
ของเขาลดลงจนเหลือศูนย์ ดังนั้นการแข่งขันในครั้งนี้ถือ
เป็นอันสิ้นสุดลงและชัยชนะตกเป็นของผู้เล่นอีเย่กูโจวผู้
เล่นจากเมืองชิงสุ่ยค่ะ!!!”
ด้านล่างเวทีเกิดเสียงปรบมือดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เย่ฮ
วาถอดหมวกออกและโค้งตัวให้กับทุกคนที่อยู่ด้านล่าง
ก่อนจะหันไปยิ้มให้โม่อี้หลงส่าวพร้อมกับเอ่ยถามว่า “นาย
ก็ถูกฆ่าตายแล้ว ทำไมต้องฆ่าฉันให้ตายตามไปด้วยเนี่ย?”
โม่อี้หลงส่าวยิ้มออกมาเล็กน้อย “ถ้าจะต้องตายก็ต้อง
ทำให้มันเท่าเทียมกันหน่อยสิ การต่อสู้ในครั้งนี้นายตาย
สองครั้ง ส่วนฉันเองก็ตายสองครั้งเหมือนกัน แบบนี้จะได้
ตัดปัญหาไม่ต้องมีใครเอาไปพูดว่าระหว่างฉันกับนายใคร
ตายมากกว่ากัน”
เย่ฮวายิ้มร่าแล้วพูดต่อไปว่า “นายนี่มันเทพจริงๆ เลย
นะ คงไม่มีใครคิดตรรกะแบบนี้เหมือนกับนายแล้วล่ะ”
โม่อี้หลงส่าวยกมือขึ้นคารวะเย่ฮวา “ดีใจด้วยนะอีเย่
กูโจว แม้ว่าฉันจะพ่ายแพ้ในครั้งนี้ แต่ฉันก็รู้สึกดีใจกับนาย
ฉันนับถือในความสามารถของนายและยอมรับชัยชนะ
ของนายในครั้งนี้”
“ขอบใจนะ~”
โม่อี้หลงส่าวเดินลงเวทีไปแล้ว ส่วนเย่ฮวาก็เดินตามลง
ไปเช่นกัน หยินเมิ่งกวาดตามองทุกคนแล้วพูดขึ้นต่อว่า
“การแข่งขันในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วนะคะ บ่ายสองของ
วันนี้ทางเราจะมีพิธีมอบรางวัลให้กับผู้เล่น ขอให้ผู้เล่น 32
คนสุดท้ายมารวมตัวกันตามเวลานัดด้วยนะคะ แล้วเจอ
กันช่วงบ่ายค่ะ”
หลังจากเดินกลับมาที่นั่งของตัวเอง พี่หน่ายก็เข้ามา
กอดเย่ฮวา “เย่เย่น้อยจ๋า~ ในที่สุดนายก็ทำได้จริงๆ! ใน
ที่สุดนายก็ทำได้!!!”
เย่ฮวายืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิมในทันที ‘อย่าออกตัวแรง
ขนาดนี้ได้ไหมเนี่ย! คนเยอะแยะขนาดนี้! ยังจะมากอดฉัน
อีก!’
“พี่หน่าย…ปล่อย…คนเยอะแยะขนาดนี้…ให้ฉันนั่งลง
ก่อนเถอะ…เฮ้ย…ทำอะไรของเธอเนี่ย! อย่าเอาขามารัด
เอวฉันนะ!!!”
เย่ฮวารีบใช้พละกำลังที่ตัวเองมีแกะพี่หน่ายออกจาก
ตัวแล้วรีบนั่งลงพร้อมกับถอนหายใจออกมา เมื่อหันไป
มองมู่จื่อหานที่อยู่ข้างๆ เย่ฮวาก็ชะงักไปในทันที “เสี่ยว
หานเป็นอะไร? ทำไมหน้าแดงขนาดนี้ล่ะเนี่ย?”
พี่หน่ายจับมือเย่ฮวา “เมื่อกี้หัวหน้าเพิ่งจะพนันกับฉัน
ว่าถ้านายชนะ หัวหน้าจะจุ๊บนายหนึ่งครั้ง…”
เย่ฮวาส่ายหน้า “จะเป็นไปได้ยังไง เสี่ยวหานเนี่ยนะจะ
มาพนันเรื่องไร้สาระแบบนี้กับเธอ…”
พี่หน่ายเม้มปาก พร้อมกับหรี่ตาลงจนกลายเป็นรูป
สระอิ “ฉันบอกว่า ‘พวกเรามาพนันกันเถอะ ถ้าใครแพ้คน
นั้นต้องจุ๊บเย่เย่น้อยนะ ฉันพนันได้เลยว่าเย่เย่น้อยต้อง
ชนะแน่’ หลังจากนั้นหัวหน้าก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งฉันก็ถือว่า
เราตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
มุมปากเย่ฮวากระตุกขึ้น “ที่เขาไม่พูดเพราะเขาไม่
อยากจะสนใจเธอต่างหากล่ะ ดูท่าทางโอ้อวดของเธอเข้า
สิ…”
“แต่หัวหน้าจะจุ๊บจุ๊บนายตั้งครั้งหนึ่งเลยนะ นายคิด
เวลา สถานที่และฉากวิวทิวทัศน์เพื่อที่จะจุ๊บเธอได้เลย ไม่
ต้องกลัวนะ ฉันเป็นพยานให้แล้ว ถ้าหัวหน้าไม่ให้นายจุ๊บ
ล่ะก็… ”
พี่หน่ายถลกแขนเสื้อขึ้น “ถ้าไม่จุ๊บเดี๋ยวฉันจัดการให้
เอง!!!”
“จัดการกับเตี่ยเธอสิ!”
เย่ฮวาโบกมือ “ช่างเถอะ พวกเรากลับกันดีกว่า น่า
เสียดายนะที่ไม่ได้โอบโม่อี้หลงหลินไปนั่งรวมตัวกินข้าว
กับพวกเราด้วย…”
“แหม…เย่เย่น้อยก็คิดอยากจะสอยโม่อี้หลงหลินจริงๆ
สินะ!”
“……”
……
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงมื้อเที่ยง ซึ่งนี่เพิ่ง
จะเป็นเวลาเก้าโมงเช้า พี่หน่ายและลั่วอิงรวมถึงชางห่าย
เกอและคนอื่นๆ นัดกันว่าจะออกไปฉลองด้วยกัน หลังจาก
นั้นเย่ฮวาจึงกัดฟันจองห้องวีไอพีของภัตตาคารกุ้ยเซียง
หยวนเพื่อเป็นเจ้าภาพให้กับพวกเขา!
ตอนที่กลับมาถึงห้องเย่ฮวาก็เข้าสู่ระบบทันที เมื่อร่าง
ของเขาเข้ามาอยู่ในเกม เหล่าเพื่อนฝูงภายในกิลด์ก็ต่างส่ง
ข้อความมาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ส่วนเย่ฮวา
ก็ทยอยตอบขอบคุณพวกเขาด้วยความซึ้งใจ เพียงไม่นาน
เขาก็ติดต่อฝานหัวเม่ยซิงเพื่อขายโอสถหน้าฝนให้กับเขา
ตามที่สัญญาไว้ โดยลดราคาให้อีกฝ่าย 20% จากราคา
ปกติ รวมทั้งหมดสี่หมื่นชุด คิดเป็นเงินกว่า 4 แสนเหรียญ
ทองที่เข้ามาอยู่ในกระเป๋าของเขาเพียงชั่วพริบตาเดียว ใน
ที่สุดเขาก็มีเงินจ่ายอาหารมื้อเที่ยงของวันนี้แล้ว
อัตราการแลกเปลี่ยนนับวันก็เริ่มน้อยลงทุกที ตอนนี้เร
ทแลกเงินอยู่ที่ 1 : 1.05 เพื่อให้ง่ายต่อการแลก เขาจึงคิด
เป็น 1 : 1 แทน หลังจากวางเงินเข้าไปในระบบแล้ว เพียง
ไม่กี่นาทีก็มีผู้เล่นจำนวนมากก็เข้ามาแย่งกันซื้อเหรียญ
ทองจากเย่ฮวา เหรียญทองถูกแบบนี้ใครไม่เอาก็บ้าแล้ว
ราคาของเหรียญทองต่าลงเรื่อยๆ แต่ด้วยความขยัน
ของเย่ฮวา ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีหลังจากนี้เขาก็สามารถ
มีเงินใช้สอยได้อย่างเพียงพอแล้ว หลังจากจบการแข่งขัน
ศึกตัดสินใต้หล้า เขาเองก็คงต้องกลับไปหาพ่อแม่เสีย
หน่อย เป็นเวลานานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้กลับไปเจอพวก
เขาเลย ตอนนี้เขาได้ออกมาจากความโศกเศร้าที่เกิดขึ้น
จากเรื่องของเสี่ยวหยู่อย่างช้าๆ แล้ว และมันถึงเวลาที่จะ
กลับไปหาพวกเขา เพื่อให้พวกเขาสบายใจและไม่ต้อง
คอยเป็นกังวลเรื่องของตนอีก
ตอนที่เย่ฮวากำลังจะออกไปรวมตัวกับผู้เล่นคนอื่นๆ
เพื่อไปเก็บเวล ข้อความหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามา ซึ่งเป็น
ข้อความจากยาวเนี่ยนผู้เล่นที่ถอนตัวออกจากสนามแข่ง
ขันรอบ 4 คนสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดายคนนั้น
“อีเย่กูโจวอยู่ไหม?”
เย่ฮวาเห็นข้อความของเธอ ภายในใจก็แอบรู้สึก
ตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เธอจะต้องมีเรื่องอะไรที่จะคุยกับเขา
แน่ๆ ไม่เช่นนั้นผู้เล่นระดับสูงแบบเธอคงไม่สละเวลาทัก
มาหา
เย่ฮวารีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “อยู่สิ มีอะไรเหรอ
ยาวเนี่ยนคนสวย?”
ยาวเนี่ยน “ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะมาแสดงความ
ยินดีที่นายได้รับแชมป์ของศึกตัดสินใต้หล้าในครั้งนี้ แล้วก็
…ฉันอยากจะขอซื้อโอสถหน้าฝนกับนายหน่อยน่ะ นาย
พอมีรึเปล่า?”
เย่ฮวาพึมพำ “ดูเหมือนว่าประเด็นหลังคงจะสำคัญ
กว่านะ โอสถหน้าฝนที่เธออยากได้ฉันยังพอมีอยู่ เธออยู่
ไหนล่ะ? เดี๋ยวฉันเอาไปให้เธอเอง…”
หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่วินาทีเธอก็ตอบกลับมาว่า
“เมืองหมอกราตรี!”