ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 181 : หัวหน้ากิลด์อายฮว่า
ภายในป่าที่เงียบสงบมีเสียงนกร้องดังขึ้นจากไกลๆ
หมอกและควันตรงหน้าทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน
เท่าไหร่นัก จึงทำได้เพียงแค่เดินตามแสงที่ริบหรี่ไปเท่านั้น
โดยบริเวณรอบๆ นอกจากต้นไม้สูงใหญ่ที่สูงเสียดฟ้าแล้ว
อย่าว่าแต่เงาของคนเลย แม้แต่เงาของมอนสเตอร์ก็ยังไม่
สามารถมองเห็นได้
ป่าหมอกเป็นแผนที่แห่งหนึ่งที่ค่อนข้างพิเศษ แม้
แต่ลั่วอิงเองก็ยังไม่สามารถค้นหาข้อมูลจากสถานที่แห่งนี้
ได้ เป็นเพราะได้รับพิกัดจากยาวเนี่ยน เขาจึงเดินทางเข้า
มาได้ หากไม่ใช่เพราะเธอบอกทางให้ เขาคงจะไม่สามารถ
รับรู้ถึงสถานที่ลับแห่งนี้ได้
หลังจากเข้ามาในแผนที่แห่งนี้แล้ว พิกัดที่เคยมีอยู่ใน
ระบบก็หายไปในทันที เขาจึงทำได้เพียงแค่เดินตรงไป
อย่างไร้จุดหมาย
ผ่านไปได้ไม่นานเสียงสัตว์ป่าก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า
เย่ฮวาดึงดาบงูหลามออกมาและกวาดตามองไปรอบๆ
ด้วยความระมัดระวัง ทันใดนั้นหมอกที่อยู่ห่างออกไปก็
ค่อยๆ เผยให้เห็นทางเดินเล็กๆ ซึ่งตรงทางเดินนั้นมีเสือ
ชีต้าร์ตัวหนึ่งกำลังก้าวเท้าเข้ามาและหยุดอยู่ตรงหน้าเย่ฮ
วา
แสงไฟริบหรี่ปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของเสือชีต้าร์ที่
กลายร่างเป็นยาวเนี่ยน
เธอหันมายิ้มให้เย่ฮวาเล็กน้อย “มาแล้วเหรอ…”
เย่ฮวายักไหล่ “ป่าแห่งนี้ไม่ใช่แหล่งแลกเปลี่ยนสินค้า
นะ อีกนิดเดียวพรุ่งนี้เธอคงได้เห็นประกาศหาอีเย่กูโจวใน
เมืองชิงสุ่ยแน่”
ยาวเนี่ยนยิ้ม “นายสนใจเกี่ยวกับเรื่องของพวกเรามาก
ไม่ใช่เหรอ? พี่ฉันบอกว่าให้นายเข้ามาที่นี่ได้ แต่นายต้อง
รับปากก่อนว่านายจะไม่บอกคนอื่นในสิ่งที่นายเห็นที่นี่
และนายเองก็น่าจะรู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง”
เย่ฮวาพยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง “ฉันรู้ ฉันขอใช้ตัว
ฉันเป็นประกันเลย…ฉันจะไม่พูดเด็ดขาด…”
ยาวเนี่ยนปราดตามอง “ฉันไม่รู้ว่านายเป็นคนยังไง แต่
ก็หวังว่ามันจะคุ้มค่าพอที่จะให้ฉันเชื่อนะ…”
“……”
……
เย่ฮวาเดินตามยาวเนี่ยนไปอย่างเงียบๆ ตอนนี้พวก
เขาเข้ามาด้านในป่าหมอกแล้ว และระหว่างทางที่เดินก็
ซับซ้อนเสียจนรู้สึกวิงเวียนไปหมด ทว่ายาวเนี่ยนกลับเดิน
นำเขาอย่างคุ้นเคย เพียงไม่กี่นาทีให้หลังพวกเขาก็
เดินทางมาถึงเนินเขาลูกเล็กแห่งหนึ่ง
เมื่อเดินขึ้นมาด้านบนเขา หมอกที่หนาและทึบ
ตรงหน้าก็มลายหายไป ทว่าภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาแทบ
จะอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
กลุ่มเขารายล้อมอยู่รอบๆ เหมือนกับหยกหินใหญ่ที่
รายล้อมอยู่ภายในก้อนเมฆราวกับแดนสวรรค์ ตรงกลาง
คือเมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่ง กระท่อมถูกวางเรียงรายอย่าง
เป็นระเบียบ สายตาของยาวเนี่ยนเปล่งประกายขึ้น
เล็กน้อย ซึ่งทำให้เย่ฮวารับรู้ได้ในทันทีว่าพวกเขาเดินทาง
มาถึงแล้ว
เมืองหมอกราตรีแตกต่างจากที่เขาคิดไว้มาก บางที
อาจจะเป็นเพราะตอนนี้เป็นช่วงบ่าย หมอกยังไม่ได้หนา
ทึบเท่าไหร่นัก และก็ไม่มีดวงดาวยามค่าคืนเหมือนที่เขา
คิดไว้ด้วย จึงทำให้ความระยิบระยับที่จินตนาการไว้ในหัว
หายไปในทันที ทว่าฉากตรงหน้าก็สามารถเรียกได้ว่ามี
ความสวยงามเป็นอย่างมากแล้ว
ยาวเยี่ยนยกแขนขาวๆ ของเธอขึ้นพลันชี้ไปยัง
ตำแหน่งที่ห่างไกลออกไป “ตรงนั่นคือเมืองหมอกราตรี
ตามฉันมาสิ…”
พูดจบพวกเย่ฮวาก็เดินผ่านหุบเขาตรงหน้าไป ระหว่าง
ทางก็พบกับเหล่าออร์คที่มีเขี้ยวแหลมคมซึ่งเป็นเหล่า
NPC ยาวเนี่ยนหันมาหาเย่ฮวาพลันยิ้มแล้วอธิบายว่า
“เมืองหมอกราตรีแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับเผ่าออร์ค
ภายในทวีปของเรามีเผ่าพันธุ์จำนวนมาก แต่เป็นเพราะ
ดินแดนใหญ่ถูกปกครองโดยเผ่ามนุษย์ จึงทำให้เผ่าพันธุ์
อื่นๆ ถูกบีบให้ออกมายังพื้นที่ใกล้เคียงเหล่านี้แทน ที่นี่
เป็นเมืองขนาดเล็กที่พี่สาวของฉันมาเจอโดยบังเอิญ
ภายในนี้มีทั้งโรงตีเหล็ก ร้านขายยาและยังมีร้านค้าจาก
เผ่าอื่นที่อยู่ภายในที่แห่งนี้ด้วย ถือว่าเป็นเมืองหลักที่ถูก
สร้างขึ้นมาแบบเรียบง่าย แต่ก็มีเหล่า NPC พื้นฐานอยู่ที่นี่
ด้วย พวกเราจึงลงหลักปักฐานที่นี่และออกไปเก็บเลเว
ลจากที่อื่นที่ไม่ใช่สี่เมืองหลัก”
เย่ฮวากวาดตามองไปรอบๆ “ตอนนี้เธอปรากฏตัวให้
ทุกคนได้เห็นแล้ว ทำไมตอนที่แข่งขันเพื่อเข้าสู่รอบ 4 คน
สุดท้ายเธอถึงได้ยอมสละสิทธิ์ล่ะ?”
เธอเม้มปาก “เพราะมีเรื่องด่วนเกิดขึ้นน่ะ ฉันเลยทำ
ได้เพียงแค่ยอมถอนตัวออกจากการแข่งขัน ตอนบ่ายฉัน
จะรีบไปเซี่ยงไฮ้อีกรอบ เพราะรางวัลที่ได้รับถือว่าไม่เลว
เลย”
เย่ฮวายิ้มเจื่อน “เธอมีความสุขก็โอเคแล้วล่ะ ว่าแต่
เธอชวนให้ฉันมาถึงเมืองราตรีหมอกแห่งนี้คงไม่ใช่เพียง
เพราะทำการแลกเปลี่ยนโอสถหน้าฝนอย่างเดียวหรอกใช่
ไหม?”
เธอส่ายหน้า “ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันให้นาย
มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายยาโอสถหน้าฝน แล้วก็…
พี่สาวของพวกฉันก็อยากเจอนายด้วย”
เย่ฮวาชะงัก “พี่สาวของพวกเธอคือผู้เล่นที่เล่นอาชีพ
ลับอัศวินเผ่าอันเดดและใช้อาวุธเป็นหอกนั่นใช่ไหม?”
เธอพยักหน้า “ใช่แล้ว อาชีพและชื่อไอดีของพี่เป็นสิ่ง
ที่พี่ห้ามไม่ให้ฉันบอกใคร รอให้นายเจอกับเธอก่อน
หลังจากนั้นนายค่อยถามเองแล้วกัน ส่วนเธอจะบอกนายรึ
เปล่าฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เย่ฮวาพึมพำ “ได้ยินมาว่าคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสมักจะ
โชคดี”
“แต่รอยยิ้มของนายดูไม่น่าเชื่อถือเลยนะ~”
“……”
……
ภายในเมืองหมอกราตรีเย่ฮวาสามารถมองเห็นเหล่า
ออร์คเดินไปมาทั่วทุกที่ ออร์คเหล่านี้ไม่ใช่ผู้เล่นออร์คใน
เมืองหลักเหล่านั้นแต่พวกมันคือสัตว์ป่าที่มีความสูงราวๆ
2-3 เมตร อีกทั้งยังมีร่างกายหนาและใหญ่โต การย่างเท้า
ของพวกมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น
ยาวเนี่ยนเดินนำเย่ฮวาเข้ามาด้านในกระท่อมแห่งหนึ่ง
ภายในนี้มีโต๊ะที่ถูกสร้างอย่างเรียบง่ายหนึ่งตัว และมีเก้าอี้
ที่ทำจากตอไม้อีก 2-3 ตัว โดยภายในนี้เกิดแสงสว่างจาก
กลุ่มคริสตัลที่ส่องแสงออกมาเพียงริบหรี่ แม้ว่ามันจะไม่ได้
สว่างจ้าแต่ก็ไม่ได้มืดมิดจนมองไม่เห็นอะไร
ตรงหน้าโต๊ะตัวนั้นมีร่างของผู้เล่นที่ถูกปกคลุมไปด้วย
แสงสีดำนั่งอยู่ เธอคือผู้บัญชาการภายในสถานที่แห่งนี้
ส่วนจะเป็นใครนั้นเขาไม่สามารถรู้ได้ สิ่งที่รู้ได้เพียงอย่าง
เดียวคือเธอคงจะต้องเจ๋งมากแน่ๆ
“เสี่ยวเนี่ยน…ตอนนี้ทุกคนออกไปเก็บเลเวลที่ดินแดน
รกร้างแล้ว เธอเองก็ตามพวกเขาไปเถอะ…” เสียงที่แหบ
พร่าของอัศวินอันเดดผู้นั้นพูดขึ้น
ยาวเนี่ยนยิ้มและหมุนตัวเดินออกไป ยังไม่ทันที่เย่ฮวา
จะได้พูดอะไร อัศวินอันเดดคนนั้นก็ชี้ไปที่เก้าอี้ไม้ที่อยู่
ตรงหน้า “นั่งก่อนสิ…ฉันได้ยินเสี่ยวเนี่ยนพูดว่านายให้
ความสนใจกับพวกเราเป็นอย่างมาก วันนี้ได้มาเจอกันแล้ว
นายมีอะไรอยากจะถามก็ถามมาได้เลย”
“ขอบใจนะ~”
เย่ฮวาตอบรับกลับไปแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะหยิบ
ถุงผ้าออกมา ภายในถุงผ้าบรรจุไปด้วยโอสถหน้าฝน 20
ชุด เย่ฮวายื่นมันไปตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วเอ่ย “นี่คือโอสถ
หน้าฝนที่ยาวเนี่ยนอยากได้ ฉันเองก็อยากจะให้เธอด้วย
เหมือนกัน เอาเป็นว่าถือเป็นของเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการ
มาเจอหน้ากันเป็นครั้งแรกแล้วกัน”
อัศวินอันเดดมองไปที่ถุงผ้าตรงหน้าก่อนจะยื่นมือ
ออกมา พลังงานสีดำหมุนวนบนโต๊ะก่อนจะค่อยๆ เคลื่อน
มาตรงหน้าเย่ฮวา
หลังจากนั้นพลังงานก็ค่อยๆ หายไป ก่อนจะกลายเป็น
แหวนสีทองที่ส่องแสงสว่างที่ปรากฏขึ้น เสียงที่แหบพร่า
ของอีกฝ่ายพูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้ราคาตลาดของโอสถหน้า
ฝนอยู่ที่ 1.2 แสนเหรียญทองต่อชุด ถ้าอย่างนั้นโอสถตรง
หน้าที่มีอยู่ 20 ชุดก็เท่ากับราคา 2 ล้านเหรียญทอง แต่ใน
เมืองหมอกราตรีของเราไม่ได้ใช้เงินเหรียญทองมากมาย
ขนาดนั้น ดังนั้นฉันขอมอบแหวนนี้ให้กับนายเพื่อเป็น
ของขวัญสำหรับการเจอหน้ากันเป็นครั้งแรกก็แล้วกัน”
เย่ฮวายื่นมือไปรับแหวนมาก่อนจะเห็นค่าสเตตัสของ
มันที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า——
[แหวนปีศาจทอง] (ไอเท็มระดับทองเข้ม)
ประเภท : เครื่องประดับ
พละกำลัง :+201
พลังทางกายภาพ :+195
ความว่องไว :+192
สติปัญญา :+173
เพิ่มเติม :เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพให้กับผู้ใช้งาน
10.5%
แนะนำ : ปีศาจทองเป็นผู้พิทักษ์ภายในขุมอเวจีชั้นเก้า
มันเคยเอาชนะกองทัพหลายล้านชีวิตของเมืองหลีกวง
ความกตัญญูของเงาแห่งพายุจักรวรรดิอเวจีและกาเซลล์
ทำให้พวกเขาได้รับสิทธิ์สูงสุดภายในนรกอเวจี พวกเขาใช้
เวลาทั้งชีวิตเพื่อดูแลขุมนรกอเวจีชั้นเก้า แหวนปีศาจทอง
คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยอุกกาบาตขนาดใหญ่ภายในก้นบึ้ง
ของขุมนรกอเวจี ตำนานเล่าว่าแหวนวงนี้มีพลังแห่ง
วิญญาณที่ซ่อนอยู่
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :60
……
เย่ฮวาถือแหวนไว้ในมือพร้อมกับความรู้สึกประหลาด
ใจที่ปรากฏขึ้น ‘นี่มันแหวนระดับทองเข้มเลยนะ!’ มอบไอ
เท็มระดับทองเข้มให้กับคนอื่นที่มาเจอกันเป็นครั้งแรกได้
ง่ายดายขนาดนี้ เขาเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่จะรับมันไว้
ราคาของไอเท็มระดับมองเข้มในตอนนี้อยู่ที่ 5 ล้าน
เหรียญทองเป็นอย่างต่า ซึ่งไอเท็มจำพวกเครื่องประดับมี
โอกาสที่จะดรอปลงมาค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับอัตรา
การแลกเปลี่ยนในตอนนี้ราคาของมันพุ่งขึ้นหลายล้าน
หยวนเลย!
ราวกับว่าอีกฝ่ายจะอ่านใจเย่ฮวาได้ “ราคาของแหวน
วงนี้ไม่ได้สำคัญอะไร สิ่งที่สำคัญก็คือการที่นายจะเป็น
เพื่อนกับฉันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นไอเท็ม
แค่ชิ้นเดียวไม่ได้ถือว่ามากมายอะไร”
เย่ฮวาคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พูดแบบนี้ฉันก็มีคำถามอยากจะ
ถามเธอขึ้นมาเลย ไม่รู้ว่าเธอจะสะดวกตอบคำถามของฉัน
รึเปล่า”
เธอพยักหน้าตอบกลับมา เขาจึงถามไปว่า “ฉันได้ยิน
ยาวเนี่ยนกับยาวอี้พูดกับฉันว่า เธอเคยบอกว่าไม่ควรจะ
เป็นศัตรูของฉันและโม่อี้หลงส่าว ถ้าโม่อี้หลงส่าวฉันยังพอ
เข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไม
ฉันถึงได้ถูกรวมอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย?”
เธอเงยหน้าจนทำให้เห็นเปลวเพลิงสีเขียวเข้มสองลูก
ที่ปรากฏขึ้นใต้หมวก หลังจากนั้นเธอก็ส่ายหน้าให้เขา ซึ่ง
นั่นหมายความว่าเธอไม่ยินดีที่จะอธิบายเหตุผลในเรื่องนี้
เย่ฮวายิ้มเจื่อน “ไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร ถ้างั้นเธอ
ช่วยพูดเรื่องเกี่ยวกับพวกเธอให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม? เรา
เป็นเพื่อนกันแล้วแต่ฉันยังไม่รู้จักพวกเธอเลยสักนิด”
“อายฮว่า…”
อัศวินอันเดดตอบกลับมาเพียงสองพยางค์หลังจากนั้น
เธอก็พูดต่อว่า “อายฮว่าของพวกเราถูกรวบรวมขึ้นมาอีก
ครั้งและฉันก็กลายเป็นหัวหน้าคนใหม่”
“แล้วหวู่ซินล่ะ?” เย่ฮวาถาม
“หวู่ซินจากเราไปตลอดกาลแล้ว ภายในกิลด์อายฮว่า
ไม่มีคนที่ชื่อหวู่ซินอีกต่อไป ส่วนฉันจะเป็นใครนายไม่
จำเป็นต้องรู้ เพราะการเข้ามาอยู่ในเกมนี้เป็นเพียงเรื่อง
บังเอิญ ID ก็เป็นเพียงแค่ชื่อแทนตัวตนของฉัน
เพราะฉะนั้นนายรู้จักแค่ฉันก็พอแล้ว”
ภายในใจของเย่ฮวาแอบรู้สึกผิดหวังขึ้นมา คำพูดที่
เธอพูดออกมาเป็นเหมือนกับการตอบแบบลวกๆ ไม่ได้
จริงจังที่จะอธิบายอะไรให้ชัดเจน นอกจากอิทธิพลของ
กิลด์อายฮว่าเขาก็พอจะเดาได้บ้าง นอกนั้นเขาแทบจะไม่รู้
อะไรเกี่ยวกับพวกเธอเลย
ภายใต้แรงกดดันที่อยู่รอบๆ ตัวและการพูดคุยกับ
อัศวินอันเดดคนนี้ เย่ฮวากลับไม่ได้รับข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
จากเธอเลย ทว่าเธอได้สอนให้เขารู้จักวิธีการเดินทางเข้า
มาในเมืองหมอกราตรี โดยเข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนซื้อโอสถ
ของเขาหลังจากนี้
พี่ใหญ่ของกิลด์อายฮว่าคนนี้เย็นชามากจริงๆ หากเธอ
เป็นเหมือนกับยาวเนี่ยนก็คงจะดี และคงจะกดดันน้อยลง
กว่านี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีข้อมูลใหม่เพิ่มเติม ท้ายที่สุดเย่ฮวาก็
กล่าวลาอัศวินอันเดดคนนั้น
หลังจากเดินออกมาด้านนอกกระท่อมก็พบว่าภายใน
เกมกลายเป็นช่วงเวลากลางคืนแล้ว ดวงดาวบนท้องฟ้า
เริ่มปรากฏขึ้นทั่วทุกหนแห่งจนเกิดเป็นแสงสว่าง
ระยิบระยับขึ้น ลมหนาวโชยผ่านมาและปะทะลงบน
ใบหน้าของเย่ฮวา ท่ามกลางท้องฟ้าอันไกลสุดลูกหูลูกตา
เขาก็รับรู้ได้ถึงแสงจันทราและความอบอุ่นที่สาดส่องลง
บนร่างของตน เขาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด บรรยากาศที่
งดงามเช่นนี้ทำให้เขาแอบหวั่นใจว่าอาจจะไม่ได้พบเจอ
บ่อยๆ
ภายในเมืองหมอกราตรียามค่าคืนงดงามเหมือนกับ
ภาพที่จินตนาการไว้จริงๆ แม้ว่าการเจรจาอาจจะไม่ได้
ผ่านไปได้ด้วยดี แต่แหวนปีศาจทองในมือของเขาก็ถือว่า
เป็นกำไรที่ไม่เลวเลย เขารีบสวมใส่มันแทนที่วงเก่า ทันใด
นั้นค่าสเตตัสของเขาก็เพิ่มขึ้นจากเดิมในทันที
หลังจากส่งข้อความหายาวเนี่ยนแล้วเย่ฮวาก็หยิบวาร์
ปกลับเมือง เมื่อกลับมายังป่าแรดยักษ์ ก็พบว่ามู่จื่อหานได้
พาผู้เล่นคนอื่นๆ มาเก็บเวลที่นี่แล้ว เหล่าแรดยักษ์เกราะ
หนักมีเลเวลค่อนข้างสูง จึงทำให้พวกเขาได้รับค่า
ประสบการณ์ไปไม่น้อย อีกทั้งยังได้ไอเท็มชุดแรดยักษ์
ด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ผู้เล่นอัศวินของกิลด์หานเยว่เหมิงที่มีเลเวลมากกว่า
50 ในตอนนี้ทะลุ 40 คนแล้ว ผ่านไปอีกเพียงแค่ 1-2 วัน
กิลด์ของพวกเขาก็จะมีกลุ่มของอัศวินกลุ่มแรกของกิลด์
แล้ว ตอนนี้หัวหน้าของกลุ่มอัศวินได้รับการคัดเลือกแล้ว
ซึ่งนั่นก็คือเถียนคาเฟยเวยเซ่อ(คนที่เย่ฮวาชวนมาตอน
แข่งขัน) โดยเธอมีภาพลักษณ์ที่ดี อีกทั้งยังมีฝีมือเป็นอย่าง
มากจึงทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน และคงไม่มีใคร
เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ได้เท่ากับเธออีกแล้ว
เพียงไม่นานก็ถึงเวลานัด…ได้เวลาออกเดินทางไปยัง
ภัตตาคารกุ่ยเซียงหยวนแล้ว!