ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 449 : เลื่อมใสด้วยใจจริง
“ฟึบ!”
เตี่ยนชิงยกมือขึ้นคารวะเย่ฮวาด้วยรอยยิ้ม “พวกเราสู้
พอเป็นพิธีก็พอนะ ข้าไม่อยากทำให้ร่างกายที่บอบบาง
ของท่านต้าซือจื่อผู้ยิ่งใหญ่ต้องบาดเจ็บ”
เย่ฮวาเลือกเตี่ยนชิงก็เป็นเพราะเขาดูเป็นทหารผู้กล้า
หาญ อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งที่ไม่เลวเลย คนที่หัวรั้น
เช่นนี้ขอแค่ชนะใจเขาได้ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้ว
เย่ฮวาเก็บดาบกลับเข้าฝัก จากนั้นก็หันไปพูดกับเตี่ย
นชิง “เข้ามาเลย”
“ขออภัยล่วงหน้าด้วย!”
พูดจบเตี่ยนชิงก็กระทืบเท้าลงบนพื้นจนเกิดพลังปะทุ
ขึ้นบริเวณพื้นดิน ในเวลาเดียวกันหมัดของอีกฝ่ายก็จ่อมา
ที่ร่างของเย่ฮวา
หมัดเหล็กล็อคเป้ามาที่กลางอกของเขา เขาจึงสไลด์
เท้าเบี่ยงตัวไปข้างๆ จากนั้นก็เปิดใช้เทเลพอร์ตเพื่อหาย
ตัวไปอยู่ด้านหลังของอีกฝ่าย ปลายนิ้วของเขาจ่อไปที่ต้น
คอ เขาใช้นิ้วมือแทนดาบที่แหลมคม ด้วยเหตุนี้ผลการ
ต่อสู้ครั้งนี้ก็เท่ากับว่าเขาสามารถสังหารอีกฝ่ายได้สำเร็จ
แล้ว
เตี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย หลังจากได้สติเขาก็ระเบิด
เสียงคำรามออกมา เขายกมือขึ้นและฟาดมาทางด้านหลัง
เย่ฮวาถอยหลังออกไปพร้อมกับขมวดคิ้ว ต้องยอมรับ
จริงๆ ว่าการโจมตีของเตี่ยนชิงรวดเร็วมาก เมื่อการโจมตี
แรกล้มเหลว การโจมตีครั้งที่สองก็ตามมาติดๆ ความเร็วนี้
ทำให้เขาไม่สามารถเปิดใช้เทเลพอร์ตเป็นครั้งที่สองได้
เนื่องจากอยู่ในช่วงคูลดาวน์
เมื่อคิดเช่นนี้คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
จากนั้นก็เปิดใช้สกิลเร่งมิติเวลาทันที
เสียงเคลื่อนไหวดังขึ้นข้างหู ภาพตรงหน้าของเขาถูก
เปลี่ยนให้กลายเป็นภาพสโลโมชัน เย่ฮวาเบี่ยงตัวไปข้างๆ
เพื่อหลบการโจมตีของเตี่ยนชิง จึงทำให้การโจมตีสองครั้ง
ของเขาเกิดค่า MISS ขึ้น เหตุนี้เองจึงยิ่งทำให้ระดับความ
โกรธของเตี่ยนชิงเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด
เขาเห็นเย่ฮวาเป็นเพียงแค่คนอ่อนแอระดับปฐพีคน
หนึ่ง ส่วนเขาเป็นถึงเผ่าเทพที่ฝึกตนกว่าหมื่นปีอย่างเขา
กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กกะโหลกกะลาคนหนึ่ง เขาจะ
เอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะ?
หมัดหนักปะทะผ่านลมไปเป็นครั้งที่สาม ระหว่างที่ยัง
อยู่ภายใต้การเปิดใช้สกิลเร่งมิติเวลาเย่ฮวาก็เปิดใช้เสริม
จิตวิญญาณเสริมการป้องกัน จากนั้นเขาก็ปล่อยสกิลชาร์จ
แสงอสนีบาตออกไป แสงสว่างปรากฏขึ้นบนแขนของเขา
วินาทีต่อมาหมัดของเขาและเตี่ยนชิงก็ปะทะใส่กันอย่าง
ดุเดือด
“ปัง!”
เสียงปะทะดังขึ้นจนกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ เย่ฮวา
รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวจนเขา
รู้สึกแทบจะเป็นลม เขาแยกขาออกจากกันเพื่อให้ตัวเอง
ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างมั่นคง
ในทางกลับกันเตี่ยนชิงกลับถอยผงะออกไปหลายก้าว
ก่อนจะก้นจ้าเบ้าลงกับพื้น เขามองมาที่เย่ฮวาราวกับไม่
อยากเชื่อสายตาตัวเอง “เป็นไปได้อย่างไรกัน! ก็เห็นๆ กัน
อยู่ว่าเขายังไม่บรรลุขอบเขตนภาลัย เหตุใดถึงได้…”
จิ้งหย่าเม้มริมฝีปาก “เหตุผลที่ข้าแต่งตั้งให้เขาเป็นต้า
ซือจื่อของเผ่าเทพ สาเหตุก็เป็นเพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่
เข้าสู่ขอบเขตนภาลัย แต่เขากลับสามารถเอาชนะผู้
แข็งแกร่งระดับนภาลัยได้ ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้น
ถึงขั้นนี้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี หากฝึกฝนอีกร้อยปีภายใน
แดนสวรรค์ เขาจะต้องมีพละกำลังมหาศาลอย่างแน่นอน
ตอนนี้ยังมีใครคิดจะต่อต้านอีกหรือไม่?”
ขุนพลเทพทุกคนต่างเก็บสายตาดูหมิ่นของพวกเขา
และแทนที่ด้วยแววตาที่ตกใจและคาดหวัง
เย่ฮวาไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เขาเดินตรงเข้าไป
หาเตี่ยนชิงและยื่นมือออกไปด้านหน้า “หลังจากนี้ฝาก
เนื้อฝากตัวด้วยนะ”
เตี่ยนชิงยื่นมือออกมาจับมือเขา เมื่อใช้พลังภายใน
ร่างกายเขาก็สามารถยกร่างของอีกฝ่ายขึ้นมาได้แล้ว อีก
ฝ่ายถอยหลังออกไปสองก้าว จากนั้นก็ยกมือขึ้นคารวะเย่ฮ
วาพร้อมกับโน้มตัวลง “ข้ายินดีที่จะเชื่อฟังคำสั่งของท่าน
หลังจากนี้ข้าจะไม่ขัดคำสั่งของท่านต้าซือจื่อผู้ยิ่งใหญ่อีก”
เย่ฮวารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก หลังจากนี้คนที่อยู่ภายใน
แดนสวรรค์ก็จะยอมเคารพเขาจากใจจริงเสียที เขาอด
ไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาที่เขาจะสามารถเรียกลมเรียกฝน
ได้ตามใจปรารถนา เพียงไม่นานเขาก็กลับเข้าสู่โลกแห่ง
ความเป็นจริงอีกครั้ง เขายื่นมือทั้งสองข้างออกไปจับบ่า
ของอีกฝ่ายเพื่อดึงให้เขาลุกขึ้นยืน
“ผู้บัญชาการเตี่ยนชิงพูดเกินไปแล้ว ฉันเป็นแค่ผู้มา
ใหม่คนหนึ่งเท่านั้น หลังจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้อง
เรียนรู้จากทุกคน”
เย่ฮวาแสร้งพูดถ่อมตน จิ้งหย่าจึงเข้าเรื่องว่า “พี่ชาย
ผู้บัญชาการเตี่ยนชิงมีพลังแห่งสวรรค์ ท่านสามารถพาเขา
ไปที่แผ่นดินใหญ่หลิงเกิงได้อย่างไร้กังวล”
เตี่ยนชิงก้าวเท้ามาด้านหน้า “ท่านต้าซือจื่อผู้ยิ่งใหญ่
เดินทางกลับไปก่อนนะขอรับ ข้าจะไปเรียกเหล่าทหาร
และตามไปที่นั่นทันทีที่รวบรวมกำลังคนพร้อมแล้ว”
เย่ฮวาพยักหน้าและไม่คิดจะเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อไป เขา
เปิดใช้วาร์ปและเดินทางกลับมาที่เมืองลั่วเซียวทันที ตอน
ที่มาถึงก็พบว่าทุกคนกำลังต้านการโจมตีของนักดาบ
ปีศาจด้วยความอ่อนล้า แม้แต่กระสุนจากปืนใหญ่
วิญญาณเทพก็ไม่ได้ถูกยิงออกมาเหมือนกับทุกๆ ครั้ง
หินเวทย์หนึ่งก้อนสามารถยิงได้ทั้งหมดหนึ่งร้อยนัด ซึ่ง
วันนี้ทั้งวันก็น่าจะใช้หมดไปแล้วหนึ่งก้อน หลังจากนี้ยัง
เหลือกองทัพอันเดดอีกสองระลอกซึ่งคงเป็นกองทัพที่
รับมือได้ยากมากยิ่งขึ้น NPC ก็คงไม่อยากจะเสียหินเวทย์
จนหมดก่อนที่ภารกิจนี้จะสิ้นสุดลง
ทันทีที่เย่ฮวากลับมาถึงแนวป้องกัน กวาจื่อก็รีบเดินมา
หาเขา “เป็นไงบ้าง? มีกำลังเสริมมาช่วยเราที่นี่ไหม?”
เย่ฮวายิ้ม “มีกำลังเสริมมาช่วยเราแล้ว แต่กำลัง
เดินทางมาที่นี่ อีกไม่นานก็น่าจะถึงแล้วล่ะ”
“นายจัดการธุระได้ยอดเยี่ยมมาก” กวาจื่อยกนิ้วโป้ง
ชื่นชมเขา
เย่ฮวากลอกตามองบน “คนขี้ประจบแบบนี้ ฉันขอไม่
สุงสิงด้วยดีกว่า”
พูดจบเขาก็กราชับดาบและเดินไปที่ด้านหน้าแนว
ป้องกันทันที จากนั้นก็เรียกเม่ยเอ๋อร์ออกมาร่วมต่อสู้ด้วย
ผู้เล่นขาจรที่ยืนอยู่บริเวณแนวป้องกันก่อนหน้านี้เริ่ม
ทยอยย้ายไปด้านหลังกันหมดแล้ว อีกทั้งยังทำท่าทางราว
กับว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา
ระบบยังคงส่งนักดาบปีศาจออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่
หลังจากที่แต่ละกิลด์ส่งคนเข้ามาเสริมกำลังเพื่อรับมือกับ
นักดาบปีศาจ แรงกดดันที่อยู่บริเวณแนวหน้าก็เริ่มลด
น้อยลง ช่องโหว่ที่เคยมีก่อนหน้านี้ได้ถูกเติมเต็มกลับคืน
มาอีกครั้ง
ค่าสเตตัสของนักดาบปีศาจแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้
ยังมีสกิลที่มีความสามารถในการสังหารระดับสูง แต่ผู้เล่น
กลับเลือกที่จะสู้และไล่สังหารพวกมันอย่างไม่หวั่นเกรง
สาเหตุก็เป็นเพราะมันคือตัวเก็บค่าประสบการณ์ชั้นเลิศ
แม้แต่เย่ฮวาก็ยังอยากได้ค่าประสบการณ์จากมันเช่นกัน
ประการที่สองก็คือปีศาจชั่วร้ายเป็นมอนสเตอร์
เสริมสร้างความแข็งแกร่งระดับแปด หลังจากถูกสังหาร
มันจะดรอปไอเท็มเกราะเหล็กบางส่วนลงมา ในบรรดาไอ
เท็มเหล่านั้นมีไอเท็มระดับทองเข้มถูกดรอปลงมาด้วย
สำหรับผู้เล่นหลักในเวลานี้ไอเท็มระดับทองเข้มเป็นสินค้า
ที่สามารถนำไปขายทำกำไรได้ อีกอย่างยิ่งถ้าเป็นไอเท็มที่
มีค่าสเตตัสเจ๋งๆ ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นหลักแย่งชิงกัน
สำหรับผู้เล่นกิลด์หานเยว่เหมิง ไอเท็มชุดสามชิ้นไม่ใช่
ของหายากอีกต่อไป เพราะพวกเขาต่างก็เคยได้ครอบของ
ไอเท็มชุดมาแล้ว การสร้างรากฐานที่แข็งแรงนี้ทำให้ความ
แข็งแกร่งของผู้เล่นภายในกิลด์เพิ่มสูงขึ้น ผู้เล่นกิลด์หลัก
ส่วนใหญ่ต่างก็สวมใส่ด้วยไอเท็มระดับสวรรค์ มีแต่กลุ่มผู้
เล่นหน่วยย่อยที่มีบางส่วนยังสวมใส่ด้วยไอเท็มระดับทอง
เข้ม
ผู้เล่นที่ดูแลอยู่บริเวณแนวป้องกันเก็บไอเท็มระดับ
ทองเข้มเข้าโกดังกิลด์ทั้งหมด อย่างน้อยๆ ของเหล่านี้ก็
เก็บไว้ให้ผู้เล่นที่ต้องการใช้งานนำค่าคุณูปการมาแลกได้
แต่ท้ายที่สุดแล้วผู้เล่นที่สวมใส่ด้วยไอเท็มระดับทองเข้มก็
ต้องดูแลตัวเองและพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้มี
ความแข็งแกร่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
การโจมตีของนักดาบปีศาจดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เล่น
ขาจรจำนวนไม่น้อยที่ถอยออกไปอย่างยอมแพ้ ผู้เล่นใน
กิลด์แม้ว่าจะทำงานกันอย่างเป็นระบบ แต่จำนวนคนที่
ร่อยหลอลงก็ทำให้คนภายในกิลด์ใหญ่ที่เหลืออยู่เกิดความ
เสียหายมากขึ้น กลุ่มระดับกลางและระดับเล็กได้รับความ
เสียหายอย่างมากในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้
เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้พวกเขาจึง
ตัดสินใจยอมแพ้และถอยออกไป
แนวป้องกันในเวลานี้จะเรียกว่าถูกล้อมไว้ก็ไม่เชิง
ตอนนี้ดูเหมือนว่ายังไม่ทันที่มอนสเตอร์ระลอกที่เก้าจะ
สิ้นสุดลง อาจจะต้องเรียกกำลังเสริมจากเมืองชิงสุ่ยและ
เมืองเทพพันธะมาเสริมกำลังที่เมืองลั่วเซียวแล้วสิ
“พวกปีศาจจากแดนนรกกล้าดีอย่างไรถึงบุกมายัง
แผ่นดินใหญ่เช่นนี้! วันนี้เตี่ยนชิงผู้นี้จะทำให้พวกเจ้าต้อง
หลั่งน้าตาที่ตัดสินใจเข้ามารุกรานที่นี่!!”
ด้านบนเกิดเสียงทุ้มต่าแต่ทรงพลังดังขึ้น ทุกคนแหงน
หน้าขึ้นมองด้านบนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เย่ฮวา
กระตุกยิ้มและมองไปยังเตี่ยนชิงที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านบน
การเปิดตัวอย่างอลังการของเตี่ยนชิงทำให้เย่ฮวาได้หน้า
ขึ้นมาในทันที
กวาจื่อใช้กริชสังหารนักดาบปีศาจที่อยู่ตรงหน้า เขา
ถอยหลังออกมาสองก้าวและแหงนหน้าขึ้นไปมองด้านบน
ระหว่างที่จ้องมองก็หันมาถามเขาว่า “เย่ฮวา นี่นายไป
เชิญเทพเซียนมาจากที่ไหนเนี่ย โคตรเจ๋งเลยว่ะ!”