ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 393 พวกเขาต่างกำลังวางเดิมพัน
ขณะที่เซียวอี้เข้ามายืนเบื้องหน้า ยื่นมือออกมาหมายจะกุมข้อมือของหลินชิงเวยเอาไว้ หลินชิงเวยกะพริบตาถี่ ยังคงยืนอยู่ที่นั่นโดยไม่ขยับ
และในขณะที่มือของเซียวอี้ยังไม่สัมผัสถูกข้อมือของหลินชิงเวย พลันมีคมกระบี่เล่มหนึ่งตวัดผ่านหน้าลงมา เซียวอี้ไม่อาจไม่หดมือกลับมา หากเขาช้าเพียงนิดเดียวมือข้างนั้นของเข ขาต้องถูกเซียวเยี่ยนตัดขาดแน่นอน
หลินชิงเวยรู้สึกได้ถึงความรู้สึกหวานล้ำและสับสนอันเย็นเยียบที่ถาโถมเข้ามา ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า บนใบหน้าคมสันของเขามีคราบเลือดเป็นหยดๆ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
เซียวเยี่ยนและเซียวอี้เริ่มประมือกันต่อหน้าหลินชิงเวย คนทั้งสองลงมืออย่างรวดเร็วแต่ละกระบวนท่าล้วนเด็ดขาดไร้ปรานี การประมือครั้งนี้มิใช่เจ้าตายก็เป็นข้าที่ม้วย
หลินชิงเวยพลันระลึกถึงเหตุการณ์เช่นนี้ เปรียบเทียบกับคืนนั้นแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ตอนนั้นเซียวเยี่ยนคิดจะจับกุมนาง ทว่ากลับถูกเซียวอี้ใช้พัดเล่มหนึ่งขวางเขาไว้ คนทั้งสองต่อสู้กันในตรอก ทว่าไม่ถึงขั้นเอาชีวิตกันเช่นตอนนี้
ขณะที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด หลินชิงเวยพลันรับรู้ได้ว่าพื้นใต้ฝ่าเท้าของตนสั่นสะเทือนขึ้นสองครั้ง นางจึงค่อยๆ หันกลับไปมอง เห็นเปลวไฟลุกท่วมฟ้าในป่าตามมาด้วยเสียงระเ เบิดที่ดังกึกก้องในโสตประสาท
เหตุระเบิดอย่างรุนแรงทำให้ผู้คนที่ล้อมอยู่ด้านนอกพากันกรูเข้ามา เหล่าทหารรักษาพระองค์ที่วิ่งผ่านป่าแนวนั้นเข้ามาถูกระเบิดจนกระเด็น แขนขาขาดตกลงบนพื้น
ภายในอุทยานหลวงสั่นสะเทือนหลายครั้งในชั่วขณะ
หลินชิงเวยรู้ดีว่าเป็นฝีมือของหลีเช่อ
แต่ที่นางไม่รู้ก็คือหลีเช่อวางระเบิดในอุทยานหลวงตั้งแต่เมื่อใด น่าจะเป็นช่วงที่เขาอาศัยอยู่ในวังหลวงแล้วคอยตามตื๊อให้นางพาเขาเดินไปทั่ว เขาจึงเริ่มวางแผนลงมือกระมัง
ทหารรักษาพระองค์ในอุทยานหลวงพลอยสั่นสะเทือนไปด้วย องครักษ์ลับยอดฝีมือล้อมเซียวจิ่นเอาไว้อย่างแน่นหนา ด้วยยังไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นกันแน่
เห็นเพียงสถานที่เกิดเหตุระเบิด มีเปลวไฟลุกขึ้นมา
แต่เซียวเยี่ยนและเซียวอี้ที่อยู่ด้านนี้กลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย พวกเขายังคงประมือกันอย่างดุเดือด ยามนี้ข้างกายเซียวอี้เหลือเพียงทหารบาดเจ็บจำนวนหนึ่งที่ยังคงต้านก กำลังอีกฝ่ายอยู่
ต่อมาอีกด้านหนึ่งของอุทยานหลวงมีการเคลื่อนไหว ทหารรักษาพระองค์จึงระแวดระวังขึ้นมา
กลับเห็นเพียงทหารกบฏหน่วยหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยความยากลำบาก กำลังอันเข้มแข็งของพวกเขาอ่อนแรงลงแล้ว ขอเพียงทหารรักษาพระองค์ทั้งหมดล้อมพวกเขาเอาไว้พวกเขามีเพียงตาย สถานเดียว
ทว่าทหารรักษาพระองค์ไม่กล้ากระทำการวู่วาม
ผู้นำคนนั้นคือแม่ทัพซุนที่ร่วมมือกับเซียวอี้ ร่างของแม่ทัพซุนในเวลานี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด เขาเดินอยู่ข้างหน้าสุด แต่มือที่กุมกระบี่ของเขามีคนอีกคนหนึ่ง
สุ่ยฉ่ายชิงในอาภรณ์สีขาวราวกับหิมะที่คลี่ออกประดุจดอกไห่ถังสีแดง นางเดินล้มลุกคลุกคลาน ใบหน้าเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด เมื่อนางเห็นเซียวเยี่ยนที่กำลังประมือ อกับเซียวอี้ ส่งผลให้นางราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายในชีวิตเอาไว้ได้ นางร่ำไห้สะอึกสะอื้นตะโกนเรียกเขาอย่างไม่สนใจสิ่งใด “เยี่ยน–” นางตะโกนเรียกด้วยความหวาดกลัว “เยี่ยน ช่วยข้า า–”
ในความรู้สึกของเซียวจิ่น กองทหารรักษาพระองค์ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหว ดวงตาอันอบอุ่น ทว่านิ่งลึกของเซียวจิ่นมองเงาร่างของคนทั้งคู่ที่กำลังประมือกันอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ งใดอยู่
หากคนทั้งสองสามารถต่อสู้กันจนได้ผลสรุปออกมา คาดว่าเซียวจิ่นย่อมมองด้วยความรู้สึกยินดี เขามองหลินชิงเวยด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง เหตุใดนางจึงยืนอยู่ที่นั่นไม่ยอมจากไป? หรือ อนางต้องการให้เซียวเยี่ยนไปคุ้มครองนาง นางจึงจะยอมกลับมาใช่หรือไม่?
ทว่าสุ่ยฉ่ายชิงมาแล้ว เซียวเยี่ยนควรจะตัดสินใจเลือกอย่างไรเล่า?
เซียวจิ่นข่มกลั้นความวู่วามในจิตใจที่จะสั่งให้คนไปคุ้มครองหลินชิงเวย ราวกับต้องการให้นางได้สติอย่างแท้จริงในค่ำคืนนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใดกระมัง เขาไม่ปรารถนาให้ นางต้องได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ก็ไม่ปรารถนาให้หัวใจของนางมีเพียงคนนั้นเพียงคนเดียวตลอดไป
จะให้เขายินยอมได้อย่างไร
เขาไม่ยินยอมตั้งแต่แรก ในเมื่อพวกเขาได้เดินมาถึงขั้นนี้แล้วก็ให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน อย่างไรคืนนี้เซียวอี้ก็หนีไปไหนไม่ได้
เวลานั้นเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของสุ่ยฉ่ายชิงดังขึ้น นาทีก่อนหน้านี้ร่างของเซียวเยี่ยนยังเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหารหยุดชะงัก ส่งผลให้กระบวนท่าของเขาช้าลง ทว่ากลับทำให้เซียว วอี้ได้โอกาสตวัดกระบี่ในมือลงบนร่างของเขา
เซียวเยี่ยนยืนนิ่งประดุจขุนเขา ยืนทื่ออยู่ระหว่างเซียวอี้และหลินชิงเวย เสื้อของเขาถูกย้อมด้วยโลหิตในพริบตา โลหิตสดๆ ไหลมาตามแขนของเขาลงมาบนหลังมือ กระบวนท่าของเขาเช ชื่องช้าลง เซียวอี้หมายจะแทงเข้ามาอีกกระบี่หนึ่งเพื่อปลิดชีพ เซียวเยี่ยนไม่อาจไม่ก้าวถอยหลังสองก้าว เซียวอี้โจมตีเข้ามารวบร่างของหลินชิงเวยเอาไว้พร้อมกับพาดคมกระบี่ลงเบ บื้องหน้าลำคอของนาง
มองออกว่าเซียวอี้คลุ้มคลั่งอย่างยิ่ง คมกระบี่ของเขาเอียงเพียงเล็กน้อยก็บาดผิวของหลินชิงเวยจนเปิดออก โลหิตสดๆ ไหลออกจากบาดแผล ทิ่มแทงดวงตาทั้งคู่ของเซียวเยี่ยน และทำให้ส สีหน้าของเซียวจิ่นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก
เซียวจิ่น “วันนี้หากเจ้ากล้าแตะต้องนาง เจิ้นจะให้เจ้าตายอย่างไร้ที่ฝัง!” เขาน่าจะคาดเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลลัพธ์ต้องออกมาเป็นเช่นนี้ แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวของตน เขายังคงปล่อ อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจนได้
แต่หลินชิงเวยเล่า หลินชิงเวยมิใช่สตรีที่ไร้เรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะฆ่าไก่ นางใช้เข็มเงินได้อย่างยอดเยี่ยม รู้วิชาแพทย์และการใช้พิษ นางเฉลียวฉลาดและเก่งกาจกว่าสตรีทุกคน ยามนี้ ต่อให้เซียวอี้คลุ้มคลั่งยิ่งกว่านี้ ขอเพียงมีช่องโหว่ให้หลินชิงเวยได้โอกาส นางย่อมดูแลตัวเองได้
เพียงแต่ระหว่างที่เซียวจิ่นรอคอย หลินชิงเวยกลับมิได้ลงมืออันใด
ชิงหลันของนางมิได้ออกมา นางมิได้ใช้เข็มเงินแทงลงบนร่างของเซียวอี้
โลหิตสดๆ ที่ไหลออกมาจากลำคอของหลินชิงเวย ยิ่งทำให้เซียวอี้กระตือรือร้น เขาพูดเสียงเย็น “เวยเวย ข้าดีต่อเจ้าถึงเพียงนั้น หรือไม่มีค่าพอให้เจ้ามายืนข้างเดียวกับข้าเลยหรือ? ? เจ้าดูพวกเขา พวกเขาแต่ละคนปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไร? เจ้าทุ่มเทกายใจเสียสละเพื่อพวกเขา ทว่าถึงที่สุดแล้วพวกเขาไม่อาจควบคุมความเป็นความตายของเจ้า!”
มือที่ถือกระบี่ของเซียวเยี่ยนกระชับแน่นขึ้น โลหิตสดๆ ที่ไหลลงบนหลังมือ ทำให้เส้นเลือดสีเขียวปูดโปนขึ้นมา เขาแทบจะควบคุมตนเองไม่ได้แล้วโจมตีเซียวอี้อีกครั้ง
เซียวอี้ตวัดกระบี่ท้าทายเซียวเยี่ยน “มาสิ! พวกเจ้าเข้ามาให้หมด! วันนี้ต่อให้เปิ่นหวางต้องตายก็ต้องลากนางลงหลุมไปด้วย!” เขาหันไปหัวเราะกับเซียวเยี่ยน “เซ่อเจิ้งอ๋อง เปิ่น หวางอยากรู้มาโดยตลอด เชื่อว่าเวยเวยก็อยากรู้เช่นกัน ในใจของเจ้า เวยเวยสำคัญหรือสุ่ยฉ่ายชิงผู้นั้นสำคัญกันแน่? ไม่สู้วันนี้พวกเราลองมาเดิมพันสักตั้ง”
“เยี่ยน...” สุ่ยฉ่ายชิงเดินเข้ามาภายใต้การควบคุมของแม่ทัพซุน นางมีสภาพอเนจอนาถ ร่ำไห้เสียจนไม่เหลือความงดงาม
เซียวเยี่ยนหันกลับไปมองสุ่ยฉ่ายชิงปราดหนึ่ง ท่าทางของเขาแข็งค้างด้วยความรู้สึกว้าวุ่นใจนับหมื่น
เวลานี้เสียงระเบิดดังขึ้นในป่าเป็นครั้งที่สองและสาม เสียงดังกึกก้องนั้นราวกับเสียงฟ้าผ่าก็ไม่ปาน พลังการทำลายล้างและรัศมีของระเบิดรุนแรงกว่าดินปืนในสมัยนี้ไม่รู้กี่เท่า ท ทหารรักษาพระองค์ที่ล้อมอยู่ด้านนอกถูกระเบิดจนกระเด็นออกมาด้วยป้องกันไม่ทัน
เซียวอี้หัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งอีกครั้ง “ในเมื่อคืนนี้ล้มเหลว พวกเราทุกคนก็ต้องพังพินาศไปด้วยกัน!” เขาแนบกายเข้ามาพูดริมหูหลินชิงเวย “เจ้าควรจะรู้ว่าหลีเช่อร้ายกาจเพียงใด เข ขาได้ฝังระเบิดไว้ทั่วทั้งอุทยานหลวง หากจะตายก็ตายด้วยกันทั้งหมด”
ทันทีที่สิ้นเสียง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นในป่าห่างจากบริเวณที่เซียวจิ่นยืนอยู่ไม่ไกลนัก เคราะห์ดีที่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดตาไวมือไว ลากตัวเซียวจิ่นเหินกายหนีออกไปได้ทันเวลา กระทั่งองครักษ์ลับยอดฝีมือก็ถูกสะเก็ดระเบิดจนแขนขาขาด