ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 420 เจ้าคิดจะทำอย่างไร?
หลินชิงเวยหรี่ตาฝ่าแสงแดดมองไปยังหอสูง ไป๋หยี่เนี่ยนที่ไม่ได้พบหน้าค่าตามาเป็นเวลาหลายวันกำลังยืนอยู่บนชั้นสามของหอหลังนั้น นางสวมกระโปรงสีแดงเข้มตัวหนึ่ง รูปร่างสะโอดสะอง มองไปไกลๆ คล้ายดอกฝูหรงที่กำลังจะเบ่งบานดอกหนึ่ง หน้าตางดงามอ่อนเยาว์ของนางยิ่งขับให้ผิวพรรณของนางขาวผ่องประหนึ่งเนื้อหยก บนปลายนิ้วเรียวยาวขาวเนียนสะอาดนั้นกำลังถือลูกบอลผ้าแพรมงคลที่มีผ้าแดงผูกอยู่ เพียงแต่บนใบหน้าของนางปราศจากความยินดี ชัดเจนเหลือเกินว่านางไม่ยินดีที่จะทำเรื่องเช่นนี้
ทว่าข้างกายนางมีผู้อาวุโสหนวดเคราขาวโพลนยืนอยู่ด้วย ตรองดูแล้วน่าจะเป็นท่านผู้เฒ่าไป๋ ท่านปู่ของไป๋หยี่เนี่ยน การจัดงานใหญ่ครั้งนี้มีท่านปู่ของนางเป็นคนลงมาจัดการดูแลเองนางจึงไม่อาจปฏิเสธได้ ดูท่าแล้วชายชราตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะให้นางแต่งออกไปให้ได้
หลินชิงเวยมองหลีเช่อที่อยู่ข้างกายแล้วพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “อาภรณ์ที่คุณหนูไป๋สวมในวันนี้ กลับเหมาะสมกับเจ้า”
ซินหรูที่อยู่ด้านข้างรีบกล่าวเสริม “ดูคล้ายชุดแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น หากเลือกเจ้าก็แทบจะไม่ต้องผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เลย ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินแล้วร่วมหอได้ทันที”
หลีเช่อ “เจ้าอย่าได้พูดจาส่งเดช นางน่ะไม่คู่ควรกับข้าหรอก”
ซินหรูถาม “นางหน้าตางดงาม ครอบครัวฐานะร่ำรวย แต่เจ้านอกจากหน้าตาดีแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลย เหตุใดเจ้าจึงคิดว่านางไม่คู่ควรกับเจ้า?”
หลีเช่อ “เหตุใดภายในระยะเวลาอันสั้น ปากของเจ้าจึงได้เปลี่ยนเป็นร้ายกาจเช่นนี้…”
หลินชิงเวยมองประเมินหลีเช่อแล้วพูดกลั้วหัวเราะ “ช่วยไม่ได้ เจ้าไม่ดูเสียบ้างว่านางติดตามผู้ใด ใกล้หมึกเปรอะดำมิใช่หรือ”
หลีเช่อพูดน้ำเสียงจริงจัง “หากเจ้ายังทำอย่างนี้ต่อไปจะเป็นการสอนให้นางเสียเด็ก”
หลินชิงเวย “เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ที่ข้าพูดคือเจ้า เจ้ายังไม่รู้สึก”
ซินหรูหัวเราะฮิๆ “ท่านพี่หลี ท่านยังมิได้ตอบคำถามของข้าเลยนะ”
หลีเช่อพูดอย่างมิสบอารมณ์ว่า “นางมีเงินแล้วอย่างไร มีเงินแล้วจะควบคุมนางที่เป็นคนล้างผลาญเช่นนี้หรือไม่? รอให้ข้าแต่งนาง ทรัพย์สินของครอบครัวล้วนถูกนางผลาญไปจนหมดสิ้นแล้ว ข้ายังมิต้องทำงานหาเงินอย่างยากลำบากมาเลี้ยงดูนางหรือ เงินที่ข้าหามาได้นั้นเอามาเลี้ยงนางที่กินจุนั้นไม่กระไร แต่หากนางออกไปช่วยเหลือผู้อื่นทุกสามวันห้าวันแล้วละก็ ชีวิตอย่างนั้นก็คงอยู่ร่วมกันได้ยาก ข้ายังไม่คิด…”
ยังไม่ทันพูดจบประโยคพลันมีฝูงชนโห่ร้องกันเสียงดังเซ็งแซ่ เสียงเหล่านั้นกลบเสียงของหลีเช่อจนหมดสิ้น หลินชิงเวยและซินหรูไม่ได้ยินว่าหลีเช่อพูดอะไร กลุ่มคนมากมายราวกับเต็มไปด้วยพละกำลัง หลินชิงเวยกลัวว่าจะถูกฝูงชนเบียดเสียดจนพลัดหลงกับซินหรู จึงจับมือซินหรูแน่น
สาเหตุนั้นง่ายดายยิ่ง ไป๋หยี่เนี่ยนโยนลูกบอลผ้าแพรลงมาลูกหนึ่ง ไป๋หยี่เนี่ยนและท่านผู้เฒ่าดูเหมือนกำลังถกเถียงสิ่งใดกันอยู่บนชั้นสาม ทว่าชัดเจนเหลือเกินว่าไม่ได้ข้อสรุป นางจึงโยนลูกบอลผ้าแพรลงมาใส่ฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง
ไม่ว่าเป็นผู้ใด หากถูกลูกบอลผ้าแพรตกใส่หัวจนหมดสติ เช่นนั้นก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่สุดในใต้หล้าแล้ว
แต่เมื่อมีคนกำลังแย่งชิงลูกบอลผ้าแพร คนอื่นๆ ที่แย่งไม่ได้จะยินยอมได้อย่างไร อย่างไรก็ต้องคิดหาวิธีบีบให้ผู้ได้ลูกบอลผ้าแพรโยนลูกบอลออกมาแล้วแย่งกับผู้อื่นอีก
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเห็นลูกบอลผ้าแพรลูกนั้นราวกับจะตกลงไปในคลื่นน้ำ ท่ามกลางกระแสน้ำที่พัดพาจึงไม่มีใครสามารถแย่งชิงลูกบอลผ้าแพรนั้นมาเป็นของตนได้ในที่สุด
เริ่มแรกไป๋หยี่เนี่ยนดูไม่ใคร่ใส่ใจนัก แต่เมื่อเห็นว่านานเช่นนี้แล้วยังไม่มีคนแย่งชิงลูกบอลได้ นางจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย มือทั้งสองกุมราวระเบียงแน่น ดวงตาจับจ้องสถานการณ์ด้านล่างโดยไม่กะพริบตา เคียดแค้นเหลือที่มิอาจให้คนด้านล่างแย่งลูกบอลผ้าแพรกันจนพลั้งมือทำลายมันลงไป เช่นนี้แล้วนางก็ไม่ต้องเลือกสามีแล้ว
พวกหลินชิงเวยนั้นมาที่นี่เพื่อชมความสนุกสนานครื้นเครง คนทั้งสามยืนอยู่ด้านขอบของฝูงชนไม่มีความกระตือรือร้นที่จะไปใส่ใจว่าบุปผาจะร่วงหล่นบนเรือนผู้ใด แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลิขิตสวรรค์หรืออย่างไร แย่งชิงกันอยู่เนิ่นนานไม่ว่าผู้ใดก็แย่งชิงลูกบอลผ้าแพรนั้นมาไม่ได้ ลูกบอลผ้าแพรนั้นค่อยๆ เข้ามาใกล้พวกหลินชิงเวยอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ขณะเดียวกันคนกลุ่มนั้นต่างโถมกายเข้าไปยื้อแย่ง หนึ่งในนั้นคว้าเอาไว้พอดี เพียงแต่เขายังไม่ทันได้รู้สึกยินดี ลูกบอลผ้าแพรนั้นก็เด้งไปมาในมือของเขาด้วยถูกผู้อื่นกดดัน ลูกบอลนั้นจึงลอยหวือออกไปจากมือของเขาและลอยเข้ามาใส่หลีเช่อ
เดิมทีหลีเช่อคิดจะหลบหลีก สมองของเขาไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจนต้องไปรับลูกบอลนั้นให้ได้นี่นา เพียงแค่นึกถึงไป๋หยี่เนี่ยน เขาก็รู้สึกตึงหนังศีรษะและไม่สบายเนื้อสบายตัว
ไป๋หยี่เนี่ยนที่อยู่บนหอเห็นเช่นเดียวกันว่าลูกบอลผ้าแพรของตนราวกับมีตาทิพย์พุ่งเข้าหาบุรุษในชุดสีแดงที่อยู่ด้านล่าง ไป๋หยี่เนี่ยนจับจ้องสายตามองไป ดียิ่งนัก คนเลวนั่นมิใช่คนที่ทะเลาะกับตนกลางตลาดในวันนั้นหรือ!
หากลูกบอลผ้าแพรนั้นถูกเขาแย่งไปละก็ ไป๋หยี่เนี่ยนแทบจะไม่กล้าคิด นางอยากจะอาเจียนเหลือเกิน ดังนั้นไป๋หยี่เนี่ยนจึงร้อนใจยิ่งยวด มือทั้งคู่นั้นกุมอยู่บนราวระเบียงพร้อมกับกรีดเสียงแหลมตะโกนใส่หลีเช่อฝ่าเสียงของฝูงชนออกไปว่า “คนเลว ถ้าเจ้ากล้าแย่ง เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้คนไปสั่งสอนเจ้าทั้งครอบครัว!”
หลีเช่อได้ยินประโยคนี้เข้าพอดี ไม่เพียงแต่หลีเช่อที่ได้ยิน หลินชิงเวยที่อยู่ด้านข้างก็ได้ยินเช่นกัน เวลานั้นหางตาของนางกระตุกขึ้นครั้งหนึ่ง
คำพูดข่มขู่นั้นกล่าวออกมาแล้ว เช่นนั้นหากว่ากันด้วยนิสัยของหลีเช่อ ต่อไป…หลินชิงเวยแทบจะไม่ต้องออกแรงผลักเขาลงไปในหลุม ตัวเขาเองต้องกระโดดลงไปในหลุมด้วยตนเองแน่
ปรากฏว่าเวลานั้นที่จริงหลีเช่อกำลังจะเบี่ยงเอวหลบหลีก คำพูดประโยคนั้นเข้ามาในโสตประสาทของเขา ยามนี้ลูกบอลผ้าแพรลอยผ่านหน้าของเขา เขากลับเบี่ยงเอวกลับมายื่นมือทั้งคู่ออกไปรับลูกบอลผ้าแพรนั้นไว้อย่างแน่นหนา ยังไม่รอให้คนรอบข้างเข้ามายื้อแย่ง หลีเช่อก็ตวาดออกมาว่า “ใครกล้าแย่ง ข้าจะไม่เกรงใจ!”
ดังนั้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันเงียบงัน
ไป๋หยี่เนี่ยนเองตกตะลึงพรึงเพริดเช่นกัน ด้วยนางมองเห็นอย่างชัดเจนว่าหลีเช่อรับลูกบอลผ้าแพรของนางเอาไว้ด้วยท่วงท่าสง่างาม นางสั่นเทิ้มไปทั้งตัว มิใช่ด้วยความตื่นเต้นแต่เป็นเพราะมีโทสะ
หลินชิงเวยและซินหรูประคองหน้าผากพร้อมเพรียงกัน ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจกันแน่ ครานี้ดียิ่งนัก หลีเช่อหาสะใภ้เสียแล้ว
ไป๋หยี่เนี่ยนมีโทสะจนเลอะเลือน นางไม่มีความรู้สึกดีต่อหลีเช่อแม้แต่น้อย นางมีเพียงความรู้สึกเคียดแค้นเกลียดชัง นางร้องเสียงดังสองครั้งแล้วรีบหาคนลงไปสั่งสอนเขาเดี๋ยวนี้
ทว่าท่านผู้เฒ่าไป๋ที่อยู่ด้านข้างดวงตากลับเปล่งประกายวาบ เขาเห็นหลีเช่อหน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงใหญ่ แม้จะงดงามเกินไปอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็หน้าตาดีกว่าคนทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง ดังนั้นเขาจึงหยุดยั้งการกระทำของไป๋หยี่เนี่ยนแล้วให้คนไปเชิญหลีเช่อขึ้นมาปรึกษารายละเอียดเรื่องที่จะแต่งเข้ามาในสกุลไป๋
ดังนั้นการจัดงานหาคู่ในครั้งนี้ เริ่มต้นอย่างครึกครื้นและจบลงอย่างรวดเร็ว
หลีเช่อมองลูกบอลผ้าแพรในมือแล้วถามหลินชิงเวยและซินหรูด้วยสีหน้างงงวย “ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย?”
หลินชิงเวยพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ยินดีกับเจ้าด้วย”
ซินหรู “ท่านจะกลายเป็นเขยขวัญของสกุลไป๋อย่างรวดเร็ว”
หลีเช่อ “…”
ต่อมาหลีเช่อจึงกระจ่างแจ้งในเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าเรื่องใดล้วนต้องอดทนอดกลั้น หากอดทนไม่ได้ก็จำต้องยิ่งอดทน อย่าได้วู่วามด้วยความคิดเพียงชั่วแล่น หาไม่แล้ว…จะมีจุดจบเช่นเขาในตอนนี้