ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 419 รู้สึกไม่เลวทีเดียว
เซียวเยี่ยน “เปิ่นหวางเคยรับปาก แต่การประพฤติตนเป็นคนต่ำช้า ไม่รักษาคำพูด ก็ให้ความรู้สึกไม่เลวเช่นกัน”
“เยี่ยน...” สุ่ยฉ่ายชิงมองบุรุษตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา ในใจเจ็บปวดอย่างที่สุด ราวกับว่านางเห็นเขาหมุนกายเดินจากไปไกลขึ้นเรื่อยๆ และไม่หันกลับมาอีก
“เปิ่นหวางมิใช่เซ่อเจิ้งอ๋องอีกต่อไป เปิ่นหวางเป็นเพียงคนว่างงานคนหนึ่ง” เซียวเยี่ยนพูดแล้วก็หมุนกายเดินออกไปข้างนอก “นับแต่นี้ต่อไป ไม่จำเป็นต้องเห็นคนในใต้หล้ามาก่อน นอกจากนางแล้ว เปิ่นหวางไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดที่เคยให้ไว้ในอดีต ไม่ว่าเรื่องใดไม่อาจฝืนใจได้ สำหรับเจ้านั้น ข้าช่วยเหลือคนผิดมามากพอแล้ว เชื่อว่าผู้อาวุโสที่จากโลกนี้ไปก่อนจะเห็นอกเห็นใจ”
“เยี่ยน ท่านไปไม่ได้นะ…ท่านจะทิ้งข้าไปเช่นนี้ไม่ได้! ท่านกลับมา!”
เสียงของเซียวเยี่ยนไกลออกไปเรื่อยๆ “หลังจากข้าไปจากที่นี่แล้ว สถานที่แห่งนี้ทิ้งไว้ให้เจ้า ต่อไปหากเจ้าพบบุรุษที่ดีสักคนหนึ่ง ข้าจะยินดียิ่ง”
***
ความสนใจของหลีเช่อมิได้อยู่ที่เหตุไฟไหม้ในคฤหาสน์สกุลหลี่ วันทั้งวันเขาครุ่นคิดว่าจะรับมือกับขอทานในเมืองนี้อย่างไร หากคิดจะรับมือกับขอทาน นั่นเท่ากับการรับมือกับคุณหนูใหญ่สกุลไป๋
หลีเช่อถามหลินชิงเวย “เจ้าว่าข้าควรจะไปเกลี้ยกล่อมคุณหนูใหญ่คนนั้นหรือไม่ เกลี้ยกล่อมให้นางเลิกทำทานแล้วได้บาป? ขอเพียงนางไม่ทำทานส่งเดช พวกขอทานก็จะไม่ขอทานไปทั่วเช่นนี้”
เพียงแต่หลังจากวันที่ไป๋หยี่เนี่ยนทะเลาะกับหลีเช่อกลางตลาดก็ไม่ได้ยินว่านางก้าวออกจากเรือนอีกเลย ยิ่งไม่ได้ยินว่านางไปเปิดโรงทานแจกข้าวต้มที่ใดอีก ในเมืองกลับสู่ความสงบสุข กระทั่งขอทานเหล่านั้นถูกหลีเช่อทำให้คับข้องใจก็มีพฤติกรรมสงบเสงี่ยมขึ้น
แต่ชัดเจนยิ่งนักว่ายังไม่ดีขึ้นถึงขั้นที่ใต้เท้านายอำเภอพอใจ
หลินชิงเวยได้ยินเช่นนั้นจึงเหล่ตามองเขา “เกลี้ยกล่อมบอกว่านางทำทานแต่ได้บาป? ไม่สู้เจ้าถลุงมรดกของนางให้หมดเกลี้ยงจะดีกว่า เช่นนี้แล้วนางก็ไม่มีเงินไปทำทานให้กับผู้อื่น”
หลีเช่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ข้าคิดว่าเจ้าพูดจามีเหตุผล นี่เป็นกลยุทธ์ถอนฟืนใต้กระทะ [1] ที่เหี้ยมโหดจริงๆ”
หลินชิงเวย “…ข้าเพียงแต่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น”
เวลานั้นทั้งสามกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะกลมเพื่อรับประทานอาหารเช้า ต่อมาลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารก็เริ่มพูดจาซุบซิบนินทาประจำวัน
อย่ามองว่าเมืองคุนเป็นเมืองเล็กๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเรื่องแล้วเรื่องเล่าล้วนเป็นที่สนุกสนานครึกครื้นทั้งสิ้น
ที่แท้การทะเลาะเบาะแว้งอย่างดุเดือดกลางตลาดที่ถูกโจษจันไปทั่ว ทำให้ท่านผู้เฒ่าไป๋ต้องลงมาจัดการ ราวกับท่านผู้เฒ่าไป๋เกิดโทสะด้วยเรื่องนี้จริงๆ เขากักบริเวณไป๋หยี่เนี่ยนไม่ให้ก้าวออกจากประตูจวน อีกทั้งเลือกวันจัดงานหาคู่ด้วยลูกบอลผ้าแพรให้ไป๋หยี่เนี่ยน เลือกเฟ้นหลานเขยแต่งเข้ามาในจวน เพื่อเป็นการกำราบนิสัยเอาแต่ใจของไป๋หยี่เนี่ยน
วันจัดงานเลือกคู่ก็คือวันนี้ ลูกค้าที่เข้ามากินอาหารเหล่านั้นพูดว่า เวทีจัดงานเลือกคู่นั้นถูกจัดขึ้นในจุดซึ่งเป็นทำเลทองของถนนสายนั้น รอให้ทุกคนกินข้าวอิ่มแล้วเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ทุกคนต่างรีบไปร่วมชมความครื้นเครงก็เป็นเรื่องไม่เลว
แม้ไป๋หยี่เนี่ยนจะมีนิสัยเอาแต่ใจ ทำให้คนสกุลไป๋ในเมืองต่างรู้สึกขุ่นเคืองใจ แต่นางมีรูปโฉมงดงาม ครอบครัวมีฐานะ คนที่คิดจะแต่งเข้าไปเป็นสามีของนาง ยังมีจำนวนมากมาย อย่าได้มองว่าขณะที่ทุกคนกล่าวถึงเรื่องนี้ล้วนมีท่าทางเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่น แต่บนใบหน้าของพวกเขาปรากฏให้เห็นความรู้สึกอยากทดลองดูสักครั้งอย่างชัดเจน
ผู้ใดบ้างไม่อยากเป็นหนูตกถังข้าวสาร แต่นี้ไปกลายเป็นนายท่านผู้มีฐานะไม่ต้องทำงาน
เมื่อหลีเช่อได้ยินข่าวนี้เขามีความสุขจนตบโต๊ะ ซินหรูรีบช่วยชีวิตเสี่ยวหลงเปาลูกหนึ่งที่เกือบจะกระเด็นตกลงไปจากโต๊ะเอาไว้แล้วยัดใส่ปากของตน
หลินชิงเวยมุมปากกระตุก “น่าขันถึงเพียงนั้น?”
หลีเช่อพูดทั้งหายใจหายคอไม่ทัน “เจ้าคิดดูสิ หากแม่นางป่าเถื่อนนางนั้นแต่งออกไปได้จริงๆ ท่านปู่ของนางยังต้องทำลูกบอลผ้าแพรให้นางหาคู่หรือ? ต้องเป็นเพราะนางแต่งไม่ออกเป็นแน่ เจ้าลองคิดดู หากคนทั้งเมืองต่างรู้เรื่องนี้ พวกขอทานมิใช่ชมชอบนางที่สุดหรือ คนที่ไปรับลูกบอลผ้าแพรกว่าครึ่งต้องเป็นขอทานในเมือง เหตุการณ์เช่นนั้น…” หลีเช่อหัวเราะขึ้นมาอีก เขาตบโต๊ะ “เพียงแค่คิดข้าก็รู้สึกว่าน่าขันเหลือเกิน พวกเจ้าไม่คิดว่าน่าขันหรือ?”
หลินชิงเวย “น่าขันที่ไหนกัน?”
หลีเช่อ “อย่างไรก็คือน่าขัน!”
หลินชิงเวยชำเลืองมองเขาแล้วริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย “ในเมื่อเจ้าคิดว่าน่าขันเช่นนี้ ไม่สู้หลังจากกินอิ่มแล้วพวกเราไปชมความสนุกสนานด้วย จะได้ดูด้วยว่าคุณหนูไป๋แต่งให้ใครกันแน่”
“ดีสิ ดีสิ” หลีเช่อตอบรับอย่างไม่ต้องคิด “ข้าอยากไปดูเช่นกัน ไม่รู้ว่านางจะรู้หรือไม่ว่าเมื่อบุปผาร่วงหล่นลงบ้านเรือนผู้ใด คนผู้นั้นต้องร้องไห้จนตาบอด”
ซินหรูที่เป็นสาวน้อยมักจะลูบท้องน้อยกลมดิกของตนอยู่เสมอ นางทอดถอนใจ “เป็นคนต้องเหลือหนทางไว้บ้าง เพื่อวาสนาในวันหน้า ข้าคิดว่าเจ้าอย่าได้มีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นจะดีกว่า”
ดังนั้นทั้งสามจึงกินอาหารเช้าอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งออกไปทันที
แทบจะไม่ต้องถามว่าเวทีจัดหาคู่ตั้งอยู่ที่ใด เพียงแต่เดินตามคนหมู่มากไป ย่อมหาสถานที่แห่งนั้นพบ
เรื่องนี้สำหรับคนทั้งหมดในเมืองแล้วควรจะเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งทีเดียว ฝูงชนมุ่งหน้าไปยังเวทีจัดงานเลือกคู่ ทำให้สถานที่แห่งอื่นตกอยู่ในความเงียบสงบ
ยามนี้ดวงอาทิตย์กำลังลอยตัวสูงขึ้น คนทั้งสามมุ่งหน้าตรงไปได้ยินเสียงร่ำบทกวีดังลอยมา กำลังเข้าสู่ช่วงครึกครื้นอย่างที่สุด
หลินชิงเวยชะงักย่างก้าว มองไปยังประตูใหญ่ที่ถูกคนเบียดเสียดแออัด เห็นร่างสูงเพรียวในอาภรณ์สีเขียวร่างหนึ่ง เดินไปมาเบื้องหน้าเบาะรองนั่ง ภายในเรือนยังมีเด็กรับใช้วัยเยาว์สิบกว่าคนนั่งอยู่ที่นั่น พวกเขากำลังประสานเสียงอ่านตำรา
หลีเช่อกวาดตามองไปปราดหนึ่ง “ยามนี้อากาศดี แสงแดดก็ดี เหมาะสมแก่การออกไปอ่านตำราข้างนอก”
เห็นเพียงบุรุษในชุดเขียวที่นั่งอยู่บนเบาะหันหลังมาให้พวกเขา มองหน้าตาเขาไม่ชัดเจน ทว่ากลับให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ไม่แย่งชิงกับผู้ใดในโลก
หลินชิงเวยจำได้ว่านางเคยได้ยินคนพูดว่าคุณหนูใหญ่สกุลไป๋มักจะเปิดโรงทานแจกข้าวต้มหน้าสำนักศึกษาแห่งนี้ พื้นที่ว่างด้านหน้าประตูกลับกว้างขวางยิ่งนัก เช่นนี้แล้วต่อให้ข้างนอกเปิดโรงทานแจกข้าวต้มเสียงดังก็ไม่ต้องเกรงว่าจะเป็นการรบกวนการอ่านออกเสียงท่องตำรา
หลินชิงเวยหยุดอยู่ที่ประตูบานนั้นชั่วอึดใจหนึ่ง รอเมื่อนางหันกลับมาก็เห็นซินหรูคอยืดคอยาวเข้าไปดูข้างใน
ซินหรูรู้หนังสือ เมื่อก่อนนางอยู่ในตำหนักเย็นได้ร่ำเรียนกับมารดา ต่อมาได้อ่านหนังสือเล็กน้อยและล้วนเป็นหลินชิงเวยที่สอนนาง แต่นางกลับไม่มีโอกาสได้เข้าไปนั่งเรียนในห้องเรียนอย่างละเอียดถี่ถ้วนมาก่อน ยิ่งไม่มีโอกาสได้ร่วมประสานเสียงอ่านตำรากับเด็กน้อยเช่นนี้
หลินชิงเวยเห็นความคาดหวังในดวงตาที่เปล่งประกายราวกับแสงเงินแสงทอง อายุขนาดนาง หากจะเข้าไปร่ำเรียนในสำนักศึกษาก็ไม่นับว่าสาย
ซินหรูมีความคิดละเอียดอ่อน นางไม่ปรารถนาให้หลินชิงเวยพบเห็นอันใดจึงรีบหดคอ หดศีรษะของตนกลับมา ไปโต้คารมกับหลีเช่อต่อพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังเวทีจัดหาคู่
ไปถึงที่นั่นจึงพบว่าที่นั่นครึกครื้นจริงๆ สถานที่จัดงานหาคู่เต็มไปด้วยผู้คน หลินชิงเวยและพวกแทบจะเบียดเข้าไปไม่ได้ พวกเขาเริ่มจะสงสัยว่าบรรดาบุรุษที่ยังไม่แต่งงานทั้งหมดของเมืองนี้ล้วนมาร่วมงานที่นี่ แน่นอนว่าในนั้นยังมีคนมากมายที่มาร่วมชมความสนุก
สำหรับหลีเช่อที่ปรารถนาจะเห็นขอทานกลุ่มใหญ่ กลับมองไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของพวกเขา คิดดูแล้วนายท่านผู้เฒ่าไป๋ผู้นั้นไม่มีทางยกหลานสาวสุดที่รักของตนให้กับขอทานที่วันๆ คิดที่จะได้รับโดยไม่ลงทุนลงแรงทำงานอันใด
—————–
[1] กลยุทธ์ถอนฟืนใต้กระทะ หมายถึง ใช้ความอ่อนโยนชนะความแข็งแกร่ง