ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 539: ความเฉื่อยของความเอ็นดู
ในคฤหาสน์สีกรมท่าในยามค�าคืน เด็กหนุ่มผมดํามองเด็กสาวผมสี เงินที่กําหมัดอย่างตื่นเต้นตรงหน้าเขาแล้วอดคิดถึงท่าทางของอลิเซีย เมื่อไม่กี่นาทีก่อนขึ้นมาไม่ได้
เมื่อโรเอลบอกเด็กสาวว่าเขาจะไปทําภารกิจกับลิเลียน อลิเซียผู้ เต็มไปด้วยน�าตาก็คัดค้านอย่างหนักแน่น แต่ในไม่กี่นาทีต่อมา เด็กสาว ผมสีเงินที่สมความปรารถนากลับยิ้มทั้งน�าตา
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่ากฎการแลกเปลี่ยนนั้นมีอยู่ในทุกโลก และอลิเซียก็เจนจัดในศิลปะการแลกเปลี่ยน
บางทีอาจจะเป็นเพราะในสมัยเด็กเธอเห็นโรเอลดีดลูกคิดในการ ซื้อขายกับตระกูลโซโรฟยาบ่อยเกินไป อลิเซียจึงสืบทอดนิสัยการ เจรจามาจากโรเอล แต่แม้จะรู้ก็ตามว่าน�าตาของอลิเซียเป็นของปลอม แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี
เด็กสาวผู้เป็นที่รักเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีแดงของเธอเต็มไปด้วย หยาดน�า สภาพที่น�าตาจะไหลออกมาอยู่รอมร่อนั่นเป็นการโจมตีโรเอล ได้ที่ได้ผลชะงัด เธอดึงชายเสื้อของเด็กหนุ่ม สะอื้นอยู่สองสามครั้งแล้ว ตะโกนใส่เขาว่า ‘อย่าไป’ ซึ่งนั่น…มันก็ได้ทําลายการป้องกันของเขาจน ยับเยินคาที่
หลังจากการสรุปประสบการณ์หลายปีของเขา โรเอลก็สรุปได้ว่า ความเอ็นดูนั้นมีความเฉื่อยอยู่ และยิ่งเวลาผ่านไป รถเคลื่อนไหวด้วย ความเร็วที่เพิ่มขึ้น แต่ความเฉื่อยก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
พูดโดยรวมก็คือ เด็กๆ จะอยากทําอะไรด้วยตนเองเมื่อพวกเขาโต ขึ้น ดังนั้นพวกเขาจะไม่สนใจการเอาอกเอาใจแล้ว แต่จนแล้วจนรอดอ ลิเซียก็ยังไม่มีความคิดแบบนั้น พูดให้ถูกก็คือรถที่ชื่อว่าโรเอลนั้นถูก เหยียบความเร่งจนมิด ทําให้ความเฉื่อยเพิ่มขึ้นเหมือนกัน
เด็กหนุ่มผมดําโอดครวญในความเป็นเด็กหายากนี้ของอลิเซีย แต่ เขาก็ไม่รับรู้ถึงความคิดจริงๆ ของเด็กสาว ในฐานะน้องสาวที่เป้าหมาย สูงสุดคือทําให้ความรักของทั้งสองผลิบานนั้น ความรักของอลิเซียต่อโร เอลนั้นปนเปมานานแล้ว และเมื่อการทะนุถนอมของพี่ชายปนเปไปกับ การดูแลแบบคนรักถูกส่งมา แน่นอนว่าเธอย่อมไม่มีความไม่สบายใจ ใดๆ
อันที่จริง มันไม่จําเป็นเลยที่โรเอลจะต้องฟังความเห็นของอลิเซีย เรื่องการไปสืบเรื่องการหายตัวหมู่ครั้งใหม่ ในฐานะนักเรียนของ สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าและพยานปากหลักของเหตุการณ์เดิม ภารกิจนี้แทบจะเป็นหน้าที่ของเด็กหนุ่มด้วยซ�า ไม่แปลกเลยที่เขาจะไป แต่มันก็จริงที่เด็กสาวจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพราะเช่นนี้ และการที่ เขาให้คําสัญญากับเธอไปนั้นก็ทําให้เด็กสาวลิงโลดขึ้นมาได้หน่อย
“ท่านพี่โรเอล ผู้หญิงคนนั้นต้องคิดอะไรไม่ดีอยู่แน่ๆ พี่ต้องระวังตัว นะคะ!”
“หือ? ไม่นะ รุ่นพี่ลิเลียนไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด…”
“ไม่ใช่ยังไงคะ? เธอเป็นโจรลักพาตัว แล้วไหนจะมีความสามารถ นั้นอีกที่จะให้ใช้ไม่ได้แล้ว ยัยแก่นั่นเป็นโรคจิตที่มีอารมณ์กับเด็ก ท่าน พี่โรเอลสัญญากับหนูนะคะว่าจะไม่สนใจเธอ!”
“ไม่ใช่นะ รุ่นพี่ นั่นมัน… อ่า ช่างมันเถอะ”
มองเด็กสาวผมสีเงินที่มีใบหน้าจริงจังแล้ว โรเอลก็พูดไม่ ปะติดปะต่อก่อนจะยกเลิกคําพูดของเขาไป เรื่องที่ลิเลียนจะต้องไปที่ กองรบแนวหน้านั้นยังไม่ถูกประกาศ ดังนั้นสิ่งที่โรเอลทําได้ก็คือเลื่อน การกระจายข่าวออกไป และสําหรับอลิเซีย ขนาดเรื่องที่ลิเลียนพาโร เอลไปทําภารกิจยังถูกมองว่าเพราะมีเจตนาแฝงเลย
เมื่อนึกถึงเด็กสาวแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วเปลี่ยนประเด็น ไป และเมื่อโรเอลเปลี่ยนเรื่องคุย อลิเซียก็ไม่ได้ดึงบทสนทนากลับไปหา เรื่องเดิม หลังจากทั้งคู่คุยกันยาวๆ เด็กสาวก็เงียบไปสักพักแล้วดึง ประเด็นกลับมาที่โรเอล
“ท่านพี่โรเอล ยังจําพูดของผู้เฒ่าจากตระกูลไซส์ได้ไหมคะ?”
“เลย์ตันเหรอ? แน่นอนว่าจําได้สิ นั่นเป็นเหตุการณ์สําคัญที่ เกี่ยวข้องกับตระกูลแอสคาร์ดอยู่แล้วนี่”
“ถ้าอย่างนั้น ทําไมท่านพี่โรเอลถึงไม่อยู่ที่สถาบันเหรอคะ? ถึงจะ เป็นป้อมปราการทาร์กก็เถอะ แต่ที่นั่นเทียบกับความปลอดภัยของตัวพี่ เองได้ด้วยเหรอคะ?”
“…”
ฟังคําถามของอลิเซียแล้วโรเอลก็เงียบไป ในฐานะศูนย์กลางแห่ง อาณาจักรแห่งนักปราชญ์ สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าควรจะเป็น หนึ่งในไม่กี่ที่ที่โรเอลสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบได้ โรเอลก็เคยวางแผน จะอยู่ที่นี่สักพักเพื่อสั่งสมพลังก่อนจะวางแผนต่อไปด้วย
แต่แผนที่ว่านั้นไม่รองรับกับความเปลี่ยนแปลง ความแปรผันของ สิ่งแวดล้อมรอบข้างทําให้โรเอลดําเนินตามความคิดเดิมไม่ได้แล้ว และ ความสวัสดิภาพของลิเลียนก็ทําให้เขาไม่สบายใจ
หลังจากคิดอยู่นาน เด็กหนุ่มผมดําก็ยื่นมือไปลูบผมของเด็กสาว คิดสักเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น
“อลิเซีย ในตอนนี้ที่เราคุยกันอยู่ ทหารที่อยู่ในแนวหน้าอาจจะต้อง สู้กับพวกกลายพันธุ์ การประชุมสหประชาชาติกําลังจัดขึ้น และท่าน
พ่อของเราก็จะต้องไปเสริมทัพหน้าในเร็วๆ นี้ ในสถานการณ์แบบนี้พี่ จึงอยู่เฉยๆ ไม่ได้จริงๆ”
“ถึงแม้ว่าทุกอย่างที่ฉันทําจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ฉันก็ต้อง ลงมือทําบางอย่าง ฉันอาจจะต้องรับมือกับความเสี่ยงในเวลาอันใกล้ และฉันก็อาจจะทําให้เธอเป็นห่วงในฐานะสมาชิกครอบครัว ฉันทําได้ แค่ขอโทษเธอล่วงหน้า ขอโทษนะ”
“ไม่หรอกค่ะ ท่านพี่โรเอล หนูไม่ได้หมายความแบบนั้น…”
เด็กสาวผมสีเงินที่ได้ยินคําพูดของโรเอลก็รีบโบกมือพัลวัน แสดงออกว่าเธอไม่ได้จะว่าเขา และต่อหน้าคําตอบที่จริงจังของโรเอล สีหน้าของอลิเซียก็หนักอึ้งเล็กน้อย เด็กสาวรู้ดีว่าเธอพูดไปก็เท่านั้น เธอ จึงทําได้เพียงเอ่ยคําขอของเธอพลางกําหมัดแน่น
“หนูจะพยายามให้มาก ในอนาคตหนูจะได้ช่วยท่านพ่อกับท่านพี่ โรเอลได้ไวๆ”
“…ไม่หรอก เธอพยายามได้ดีมากแล้ว แต่ฉันหวังว่าเธอจะสามารถ ต่อสู้ได้อย่างแน่วแน่นะ”
“ถ้างั้นหนูจะเก่งขึ้นให้ไวและแน่วแน่ค่ะ”
“เธออยากได้ทั้งคู่เลยเหรอ? โลภจริงๆ นะเราเนี่ย”
เด็กหนุ่มผมดําพูดด้วยรอยยิ้มขณะมองไปที่เด็กสาวที่มองตอบ กลับมาอย่างอ่อนหวาน สองร่างเอนพิงกันแล้วใช้เวลาร่วมกันทั้งคืน ก่อนการอําลาอย่างทะนุถนอมและไร้คําพูด
——————————
วันรุ่งขึ้นนั้นค่อนข้างยุ่งสําหรับโรเอล หลังจากภารกิจถูกปล่อย ออกมา เหล่านักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการต่างก็ออกมา เคลื่อนไหว ชายแดนของจักรวรรดิออสทีนใกล้ๆ เมืองเบรย์เริ่ม กลายเป็นเหมือนกับจุดชุมนุมของอาณาจักรโบรเนลขนาดย่อม และ แน่นอนว่ารวมถึงทีมของลิเลียนด้วย
ด้วยความที่ข้อกําหนดของภารกิจที่ออกโดยสถาบันการศึกษา เซนต์เฟรย่าได้รับการแก้ไขโดยโรเอล นักเรียนที่อยู่ในทีมจึงมีไม่มากนัก และไม่มีคนนอกสถาบันเลย แต่มีอาจารย์จํานวนมากที่สมัครเข้ามาใน ทีม และบุคลากรส่วนใหญ่ที่อยู่กับลิเลียนนั้นก็ล้วนแต่โด่งดัง ความ แข็งแกร่งโดยเฉลี่ยของสมาชิกทีมอยู่ที่ระดับแก่นแท้ 3 ซึ่งพูดได้เลยว่า แข็งแกร่ง
ครั้งนี้ เพราะว่าลิเลียนคัดค้านการเข้าร่วมทีมสืบค้นของโรเอล เด็ก หนุ่มผมดําจึงไม่ได้ลงชื่อเข้าร่วมภารกิจตรงๆ แต่เพิ่งจะมาลงชื่อ หลังจากตั้งทีมเสร็จแล้ว ในส่วนของการดําเนินงานการกระทําแบบนี้จึง สมควรกว่า เพราะบุคลากรในทีม เป็นนักเรียน เซลิน่าและคนอื่นๆ ที่ยัง
ไม่อยู่ในระดับแก่นแท้ 3 จึงถูกส่งไปที่ทีมที่ 2 และกําหนดการออก เดินทางก็ล่าช้ากว่าทีมของลิเลียนไปหนึ่งวัน
ทีมที่ 2 นี้ พูดตรงๆ ก็คือทีมที่รับผิดชอบในการตอบสนองและ สนับสนุนในกรณีฉุกเฉิน แน่นอนว่ามันก็ยังต้องช่วยด้านการลําเลียง อุปกรณ์ช่วยเหลือสําหรับทีมแรกด้วย การจัดทีมช่วยเหลือติดตาม เหมือนกับกองทัพนั้นไม่ได้แปลกใหม่เลยสําหรับภารกิจนี้ และโรเอลก็ เห็นด้วยกับมาตรฐานของสถาบันการศึกษาเฟรย่าที่กระทําต่องานนอก สถานที่เช่นกัน
ทุกคนทราบดีว่ายังไม่มีอะไรที่ทราบแน่ชัด และน้อยคนที่จะถือ เรื่องนี้เป็นจริงเป็นจัง ทว่าที่สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่า เนื่องจาก ความอันตรายที่ไม่แน่ชัดของภารกิจนี้ นักเรียนทั้งหลายจึงปฏิบัติตาม กฎเกณฑ์ของสถาบันอย่างเคร่งครัด และเพราะเช่นนั้น อัตราการตาย จากภารกิจที่ไม่คาดคิดจึงน้อยมากในแต่ละปี
นักเรียนคนเดียวที่ไม่ได้มีระดับแก่นแท้ 3 แต่ยังอยู่ในทีมแรกได้คือ พอล แอคเคอร์มันน์ ซึ่งไม่ใช่ว่าเด็กหนุ่มมีอะไรพิเศษ แต่ตามระบบของ สถาบันแล้ว จําเป็นต้องมีบุคคลที่ทําหน้าที่เป็นตัวกลางติดต่อระหว่าง สองทีม ในฐานะของนักเรียนคนเดียวที่รู้จักสมาชิกทั้งสองทีมแล้ว พอล จึงถูกรวบตัวมา
โรเอลก็ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไรเหมือนกัน อันที่จริงพอลนั้นควรจะ ทําภารกิจอื่น แต่หลังจากฟังแผนของโรเอลแล้ว เขาก็ตัดสินใจมาช่วย ด้วย อีกอย่างหนึ่ง เขายังคอยส่งข่าวส่วนตัวให้กับโรเอลและลิเลียนด้วย เลยเลือกที่จะทําตัวเป็นคนกลางให้โดยสมัครใจ
ทว่าต้องพูดว่าด้วยความพยายามในช่วงนี้ ระดับแก่นแท้ของพอล ได้เลื่อนขึ้นมาถึงระดับแก่นแท้ 4 แม้ว่าจะไม่ได้แข็งแกร่งในทีม แต่เขาก็ ไม่ใช่ตัวถ่วงเหมือนกัน
หลังจากเตรียมการมาหนึ่งวัน ทีมของลิเลียนก็ออกจากสถาบันไป ตามปกติ เพราะพอลอยู่ในกลุ่มด้วย โรเอลจึงสามารถส่งทีมนี้ออกไปได้ ในที่สาธารณะแล้วเด็กหนุ่มเด็กสาวไม่ควรติดต่อกันบ่อยๆ พวกเขาจึง ทําได้เพียงพูดคุยกับคนอื่นๆ แล้วบอกลากันด้วยสายตาเมื่อไม่มีใคร สนใจ
พอลรู้เรื่องนี้ดี เขาจึงเล่นละครเพื่อปกปิดทั้งสองคนอยู่ตลอด แต่ ในเวลาสั้นๆ นี้ย่อมต้องผ่านไป หลังจากที่บุคลากรของทีมมากันครบ แล้วทีมออกเดินทาง โรเอลก็เงียบมองร่างที่ค่อยๆ ลับไปของลิเลียนอยู่ นานก่อนจะหันกลับไปเริ่มการเตรียมตัวของตัวเองบ้าง
สมาชิกของทีมที่ 2 นั้นประกอบไปด้วยเซลิน่า จูเลียน่าและสจ๊วร์ต เพราะพวกเขาเป็นเพียงทีมช่วยเหลือที่ตั้งขึ้นเฉพาะกิจ จํานวนคนจึงไม่ มากนัก แต่อุปกรณ์นั้นค่อนข้างดีทีเดียว ในหมู่พวกมันสิ่งที่ล�าค่าที่สุด
คือม้วนคาถาติดต่อทางไกลที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ มันดูเหมือนกล่อง วิทยุในอดีตชาติของโรเอลเลย
แน่นอนว่านอกจากยาแก้คําสาปสําหรับสถานะผิดปกติที่ หลากหลายแล้ว คาถาเวทรักษาและยาที่เกี่ยวกับพลังเวทก็ขาดเสีย ไม่ได้ การเตรียมอาหาร น�า และสิ่งจําเป็นต่างๆ ก็ครบครัน อันที่จริง แค่ มุมมองของอุปกรณ์อย่างเดียว สําหรับโรเอล ทีมของเขาดูครบมือยิ่ง กว่าทีมแรกเสียอีก
เพราะว่าการจัดเตรียมอุปกรณ์นั้นยุ่งยากเกินไปและเซลิน่าไม่มี ความอดทน งานทั้งหมดจึงล่วงไปจนกลางดึกกว่าจะแล้วเสร็จ โรเอลก็ เข้าไปช่วยในช่วงดึกและไม่ได้ส่งต่องานยุ่งยากทั้งหมดให้กับพวกที่มา จากอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์แต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไร นี่ก็ เป็นครั้งแรกที่โรเอลไปทําภารกิจข้างนอกสถาบันเหมือนกัน
เช้าตรู่รุ่งขึ้น ทีมสืบค้นที่สองก็เริ่มออกเดินทาง เด็กหนุ่มผมดํา ไม่ได้ออกจากสถาบันต่อหน้าผู้คน แต่ตามไปหลังจากเซลิน่าและพวก ล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งชั่วโมง
หลังจากเข้าสู่ปฏิบัติการภาคสนามของปีที่ 2 จะไม่มีวิชาเรียน การ ออกเดินทางของโรเอลจะไม่ถูกเจอในเวลาสั้นๆ ซึ่งการแอบทําอะไร ลับๆ นั้นก็คือแผนของเด็กหนุ่ม ถ้าพวกผู้ร่วงหล่นงี่เง่าพวกนั้นคิดจะทํา
อะไรลิเลียน ถ้าอย่างนั้นโรเอลจะออกไปจัดการกับศัตรูให้เรียบ แต่ถ้า ไม่มีเรื่องอะไร โรเอลก็จะไม่แสดงตัว
หลังจากภารกิจนี้ ลิเลียนจะต้องไปที่กองรบแนวหน้า ซึ่งเธอจะถือ ได้ว่าปลอดภัย และนั่นจะทําให้โรเอลไม่ห่วงเธอนักแล้วก็สามารถต่อสู้ กับพวกผู้ร่วงหล่นได้อย่างสบายใจ
เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้นแล้วมีสีหน้าเคร่งเครียด มองถนนที่ทอดยาว แล้วเร่งฝีเท้าตามคนทั้งสามที่รออยู่ให้ทัน แล้วเริ่มทําภารกิจนอก สถานที่ครั้งแรกของเขาอย่างเป็นทางการ