ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 540: ความเฉื่อยของความเอ็นดู(2)
ที่ชายแดนของจักรวรรดิออสทีนจะเข้าสู่หน้าร้อนช้ากว่าที่อื่นๆ นิดหน่อย ที่นี่จึงไม่ร้อนอย่างที่อื่น แต่ความต่างของอุณหภูมิก็สูง ใน ตอนกลางคืน ที่แคมป์ของทั้งสี่ เด็กสาวทั้งสองล้อมกองไฟ มองไปที่ วัตถุดิบวันนี้ แล้วมองหน้ากัน
“วันนี้เราจะกินปลากันสินะ”
เด็กหนุ่มผมดําพูดขึ้นทําลายความเงียบขณะมองอาหารบนพื้น เซ ลิน่าส่งเสียงแปลกใจ และเมื่อเธอได้ยินที่เขาพูดเธอก็หรี่ตาลงอย่าง ยินดีแล้วตอบกลับ
“ใช่ มันต่างออกไป ฉันอยากจะเปลี่ยนวัตถุดิบสักหน่อย ลําธาร แถวนี้ก็ใสมากๆ ดังนั้นพวกปลาก็น่าจะดีน่ะ”
เซลิน่าผู้ตื่นเต้นส่ายหางของเธออย่างแรง ดูราวกับแมวตะกละที่ พบสิ่งเร้า แน่นอนว่าถ้าตัดสินจากสายเลือดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในร่างของเซ ลิน่า ปลาย่อมเป็นอาหารโปรดของเธอ แต่สถานการณ์นี้เป็นหายนะ สําหรับอีกสองคนในทีม
“ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าของแบบนี้มันอร่อยตรงไหน มันไม่เห็นมี เลือดสักนิด แล้วรสชาติก็สู้เลือดไม่ได้ เนอะ?”
เด็กสาวผู้มีผมสีดําและตาสีแดงมองอาหารบนพื้นแล้วถอนหายใจ เธอไม่สนใจอาหารที่ไม่มีเลือดแบบนี้หรอก แต่ในขณะเดียวกัน สจ๊วร์ต ผู้ปิดตาด้วยผ้าสีดํานั้นก็กระอักกระอ่วนเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นอย่างอ่อน ใจ
“ผมไม่อะไรกับปลามากหรอกครับ แต่ถ้าปิดตาอยู่แบบนี้ ก้างปลา ก็จะ…”
“หือ? ก็งับเข้าไปตรงๆ เลยไง”
“ไม่ได้ครับ ผมไม่มีสายเลือดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ คนทั่วไปกัดกินปลา ตรงๆ ไม่ได้หรอกนะครับ…”
ในแคมป์ท่ามกลางแสงจันทร์ สามขุนนางแห่งอาณาจักรแห่งภาคี อัศวินเพนเดอร์โต้เถียงกันเพราะมื้อเย็น โรเอลมองไปที่ทั้งสามคนอย่าง ใจเย็น เพราะถึงอย่างไรเด็กหนุ่มผมดําก็ชินกับเรื่องพวกนี้แล้ว
มันผ่านไปแรมเดือนนับแต่ออกจากสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่า และฤดูกาลก็เปลี่ยนจากต้นฤดูร้อนเป็นกลางฤดูร้อน โรเอลและพวก เดินทางจากอาณาจักรแห่งการศึกษาโบรเนลตรงมาที่ชายแดนของ จักรวรรดิออสทีน และเริ่มการสืบเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ
เนื่องจากเป็นทีมสนับสนุน โรเอลและพวกจึงทํางานแยกกับทีม หลักมาแรมเดือนและค้นหาเบาะแสโดยอิสระ การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะ
เกิดขึ้นระหว่างการพบปะรายวันและประสานงานรายสัปดาห์ พอลจะ มาคุยเรื่องความคืบหน้าของแต่ละทีม และทั้งสองกลุ่มจะมาพบกัน เดือนละครั้งในสถานที่ที่เจาะจง
รวมๆ ก็คือ มาตรการความปลอดภัยนั้นถูกดําเนินโดยทุกคนอย่าง เคร่งครัด และการติดต่อระหว่างทีมก็เกิดขึ้นบ่อยมาก ทว่าจากผลการ สืบค้น อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แต่นี่ก็ไม่เกี่ยวกับ การบันทึกของทีมพบว่ามีสถานที่ที่น่าสงสัยเข้ามาเกี่ยวข้อง
หลังจากการหายตัวไปเป็นหมู่คณะที่เมืองเบรย์ นักวิชาการที่มา ตรวจสอบพบว่ามีความผิดปกติของอณูเวทมนตร์ในพื้นที่ใกล้เคียงจุด หนึ่ง และนี่กลายเป็นจุดสําคัญที่ทีมสืบค้นจะต้องมุ่งไป ในตอนนี้พวกโร เอลยังไปไม่ถึงสถานที่นั้น จะไม่มีผลการสืบค้นก็ไม่แปลก
ทว่านอกจากการสืบข้อมูลเหตุการณ์แล้ว โรเอลนั้นก็ได้สิ่งอื่น กลับมาเยอะแยะ นั่นคือมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น
แม้ว่าก่อนหน้าที่เด็กหนุ่มผมดําจะมาเป็นหัวหน้ากลุ่มกุหลาบอรุณ ทุกคนจากอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์ก็ให้ความเคารพในพลัง และความสามารถในการสั่งการของเด็กหนุ่มอยู่แล้วก็ตามที แต่พวก เขาก็ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ตอนนี้ หลังจากใกล้ชิดกันมานานแรมเดือน ความรู้สึกห่างเหินระหว่างโรเอลและพวกเด็กมีปัญหาพวกนี้หายไปโดย ไม่รู้ตัวไปแล้ว และแสดงออกมาชัดเจนที่สุดในช่วงอาหารเย็น
“ถ้านายไม่อยากกิน นี่เป็นวัตถุดิบสดที่หายากเลยนะ ถ้าโรเอลเอา ไปทํากับข้าวปลานี่ต้องอร่อยแน่ๆ “
“หัวหน้าคิดว่าไง? อยากกินอะไรล่ะ? ถ้าเนื้อล่ะก็ฉันน่าจะล่า กลับมาให้ได้ เพราะยังไงเสียฉันเคลื่อนไหวกลางคืนสะดวกกว่าอยู่แล้ว”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ให้ผมใช้ตาหาเหยื่อจะไวกว่านะครับ ผมใช้พลัง ของผมได้ไหมครับ?”
หลังจากความเห็นต่างด้านมื้อเย็นอย่างทุกที เด็กมีปัญหาทั้งสามก็ โยนหน้าที่ตัดสินใจมาให้โรเอลและขัดการระลึกคิดของเขาลง เด็กหนุ่ม ผมดํามองไปที่จูเลียน่าและสจ๊วร์ตซึ่งพร้อมปฏิบัติการแล้ว แล้วก็หันไป มองเซเรน่าที่ทําแก้มป่อง จากนั้นเขาก็ทําได้เพียงถอนใจแล้วสั่งการ
“จะเสียปลาไปเปล่าๆ ไม่ได้ แต่ฉันก็อยากลองเปลี่ยนรสชาติ เดี๋ยว ฉันกับเซลิน่าจะลองดู”
“ส่วนทั้งสองคนประจําที่ สจ๊วร์ตจะหาเป้าหมายก่อน แล้วจูเลียน่า ลงมือ แต่ล้างเลือดออกก่อนนะ ไม่อย่างนั้นจะดึงดูดสัตว์อสูรได้ เวลา หนึ่งชั่วโมงตลอดเที่ยวไปกลับน่าจะพอใช่ไหม? แล้วก็เอาฟืนกลับมา ด้วยนะ”
เด็กหนุ่มผมดําออกคําสั่ง สองคนในทีมกินเนื้อส่งเสียงเชียร์กลับมา และเชฟโรเอลก็เริ่มลงมือทํากับข้าว
อย่างที่เขาว่า หากต้องการมัดใจคนที่ชอบให้อยู่หมัด ต้องเริ่มจาก กระเพาะของเขาก่อน แม้เซลิน่าและคนอื่นจะไม่ใช่เป้าหมายของกล ยุทธ์นี้ของโรเอล แต่โรเอลก็ทําให้เจ้าพวกนี้ชอบได้อย่างเหลือเฟือใน ด้านอาหาร
บรรดาผู้ดีในทวีปเซียนั้นไม่มีความสามารถด้านทําอาหาร โดยเฉพาะบรรดาเด็กมีปัญหาจากอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์ พวกนี้ ในช่วงแรกของการเดินทางทุกคนกินเสบียงเพื่ออยู่รอด แต่เมื่อ โรเอลทนไม่ได้แล้วเริ่มหยิบเนื้อออกมา สถานการณ์ก็กลับตาลปัตร
จากวันนั้นมา เซลิน่าและสจ๊วร์ตก็กลายมาเป็นคนล่าอาหาร คน หนึ่งตรวจหา อีกคนโจมตี และจูเลียน่าก็รับผิดชอบการผลัดเวร กลางคืนกับโรเอลด้วยข้อแม้ว่ามื้อเย็นจะเป็นหน้าที่ของเด็กหนุ่ม ดังนั้น ทุกคนก็จะได้ในสิ่งที่อยาก จากนั้นมาทุกคืนก็จะมีตัวเลขสีเขียวเด้งขึ้น จากคนสามคนรอบๆ กองไฟ ซึ่งเพิ่มแต้มความสนใจจํานวนมากได้ อย่างต่อเนื่อง
ในหนึ่งเดือนที่โรเอลกลายมาเป็นผู้บัญชาการของทีม 4 คนนั้น ทุก คนก็สนิทสนมกันโดยสมบูรณ์
“โรเอล แบ่งปลามาให้ฉันด้วยสิ!”
“เซลิน่า เธอดูจะสนิทสนมเกินไปหรือเปล่า เธอแย่งอะไรไปจาก ชามของหัวหน้าได้ยังไง” “แล้วทําไมล่ะ เธอก็ขอเลือดของโรเอลไม่ใช่เหรอ?” “ก ก็มันช่วยไม่ได้นี่…” เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น การโต้คารมระหว่างจูเลียน่าและเซลิน่าได้ เริ่มขึ้นอีกแล้ว ในขณะที่สจ๊วร์ตมองสงครามระหว่างรอโรเอลมากิน อาหารเย็นด้วยกัน “หัวหน้า ไม่มาทานข้าวเหรอครับ? ปลาจะหมดแล้วนะครับ” “อา ขอโทษที นายกินข้าวก่อนได้เลย ขอฉันดูแผนที่ก่อน” “แผนที่เหรอครับ?” เด็กหนุ่มปิดตาเอียงคอแล้วถามอย่างฉงน แต่เด็กหนุ่มผมดําไม่ได้ ตอบ โรเอลย่อมอยากจะมีมื้ออาหารเย็นหลังจากยุ่งมานาน แต่ ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกบางอย่างทําให้เขากังวล โรเอลขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วจ้องแผนที่ ในเร็วๆ นี้เมื่อทีมเข้าใกล้ เมืองเบรย์มากขึ้นเรื่อยๆ เด็กหนุ่มก็มีความรู้สึกไม่ดีบางอย่างอยู่นานๆ ครั้ง มันเป็นสัญชาตญาณที่ทําให้หัวใจสั่นเหมือนกับปลาที่กําลังจะติด
ร่างแห สําหรับความรู้สึกนี้ เด็กหนุ่มผู้ผ่านความเป็นความตายมาหลาย ครั้งจึงให้ความสําคัญกับมันมาก แต่กลับหาอะไรไม่พบเลย
ในตอนที่เขากําลังจะกินอาหารนั้นเอง โรเอลก็มีความรู้สึกแบบนั้น อีกแล้ว และครั้งนี้รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่หลังจาก ตรวจสอบรอบข้างแล้วก็ไม่พบเบาะแสอะไร พื้นที่นี้สงบมาก ไม่ต่าง อะไรจากป่าเขาทั่วไป ทุกอย่างดูเหมือนโรเอลจะคิดไปเอง
จะบอกว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นเล็กมากเหรอ? ไม่น่า ไม่น่าจะใช่…
นึกถึงเรื่องนี้ โรเอลก็สับสนและทําได้เพียงกลับมาที่กองไฟแล้ว หยิบปลาย่างขึ้นมาอย่างใจลอย ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ลิ้มรสมัน เสียง ที่งุนงงของสจ๊วร์ตก็พลันดังขึ้น
“หือ? นี่มัน…”
“เกิดอะไรขึ้นหรือสจ๊วร์ต? “
โรเอลเลิกคิ้วมองไปที่เด็กหนุ่มผู้ผูกตาด้วยผ้าดําแล้วถามขึ้น แต่สจ๊วร์ตไม่ได้ตอบกลับในทันที เขามองไปในทิศทางหนึ่งเหมือน สัมผัสอะไรได้ จากนั้นสักพักเขาก็วางจานข้าวลงแล้วปลดผ้าปิดตาลงอ ย่างนุ่มนวล ดวงตาที่เปลี่ยนสีอยู่ตลอดเวลาถูกเผยให้เห็นภายใต้ผ้าปิด ตา หลังจากมองไปไกลอยู่ไม่กี่วินาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป แล้วเขา ก็รีบหันมารายงานกับโรเอล
“หัวหน้า ตรงนั้นมีหมอกลงเยอะเลยครับ!