ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 555: ความทรงจําของบรรพบุรุษ (2)
เปลวไฟและลาวาจากพื้นนั้นควบแน่นจนถึงขีดสุดและเปลี่ยนเป็น ลําแสงร้อนจัดหายลับไปในหมู่เมฆ ยกพื้นทั้งบริเวณขึ้นไปสู่ฟ้า เม็ด กรวดทรายและดินต่างก็ถูกหลอมเหลว และร่างกายของเทรนท์ยักษ์ก็ ถูกฉีกกระชากออกจากกันด้วยเสียงอันกึกก้อง ทว่าทุกอย่างก็ยังไม่จบ
“ตู้ม–!”
ในเสียงกัมปนาทจากพื้น อสรพิษแห่งผืนปฐพีที่อาบไปด้วยแม็กม่า ก็โผล่ขึ้นมาจากดินแล้วพุ่งเข้าใกล้เสียงโหยหวนพิลึกของเทรนท์ผู้ร่วง หล่นมานับพันๆ ปีอย่างรวดเร็ว และเผชิญหน้ากับคนบาปผู้ร่วงหล่นมา นับสหัสวรรษแล้ว มารดาแห่งผืนปฐพีก็พลันอ้าปากกว้างแล้วชําระล้าง ชีวิตอันบาปหนาของเขาให้ถึงจุดจบ
ปากกว้างนั้นงับเข้าที่ส่วนเอว แล้วก็ปะทุจนเกิดเป็นไฟที่ลุกโหม แล้วร่างของเทรนท์ที่ร่วงหล่นก็ดิ้นรนอย่างรุนแรง ทว่าต่อหน้าอสรพิษ แห่งผืนปฐพีแล้วมันช่างไร้ความหมาย ร่างของเทรนท์ที่ร่วงหล่นก็มอด ไหม้โดยสมบูรณ์ เสียงกรีดร้องที่ปนไปด้วยเสียงปะทุของต้นไม้ที่ไหม้ เกรียมดังสะท้อนในหูของโรเอล ประสานกันราวกับบทเพลงอําลาแก่ คนบาป
แสงของเพลิงที่ลุกโชติช่วงนั้นทําให้หมอกในละแวกใกล้เคียงสลาย ไป และเสียงของพื้นที่สั่นสะเทือนก็ดังก้องไปทั่วหุบเขา แล้วเทรนท์ที่ ถูกเผาไหม้นั้นก็เหมือนกับคบไฟที่ถูกชูสูง แสดงผลของกรรมชั่วให้คน ชั่วทั่วโลกได้เห็น
“[นักสะสม] นายมองอยู่หรือเปล่า?”
มองไปที่แสงไฟเจิดจ้าบนฟ้า เด็กหนุ่มผมดําก็พูดขึ้นเบาๆ ขณะ สัมผัสถึงสายตาที่จับจ้องมา เสียงของเขาไร้อารมณ์
“แต่แรก ฉันนึกว่านายซึ่งต่อสู้กับตระกูลอาร์เด้อย่างน้อยก็จะมี ภาพลักษณ์เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่ว่านายจะ ตกแต่งมันยังไง ขยะก็ยังคงส่งกลิ่นเหมือนเดิม”
“เป้าหมายของนายตอนนี้คือรุ่นพี่ แต่น่าเสียดายที่แผนของนาย ถูกฉันขัดขวาง แต่ว่าแค่มนุษย์ผักเน่าๆ นี่รองรับความโกรธของฉันได้ไม่ หมดหรอกนะ”
“ครั้งหน้าจะเป็นนาย!”
หลังจากพูดเบาๆ เด็กหนุ่มผมดําก็จมกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง และ หลังจากเสียงของโรเอลส่งออกไป ดวงตาของ [นักสะสม] ก็หายไป อย่างช้าๆ จากมุมมืด
ตั้งแต่ต้นจนจบ โรเอลไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ศัตรูที่อยู่อีกฟากก็ ไม่ได้ตอบอะไร เพราะชายที่อยู่ห่างออกไปทราบดีว่าเด็กหนุ่มผมดํา เป็นเพียงตัวล่อเท่านั้น จากที่เขาจับตาดูพื้นที่รอบข้างไว้ ตราบใดที่เขา บุ่มบ่ามทําอะไรขึ้นมา ราชินีแม่มดคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่
ในขณะเดียวกัน มันก็ชัดเจนว่าการรับมือสมาชิกตระกูลแอสคาร์ ดถึงสองคนอย่างโรเอลและลิเลียนพร้อมๆ กันไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย แต่ หลังจากที่ [นักสะสม] ได้เลือกที่จะถอนตัวและหายไปจากอาณาเขต การรับรู้ของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว ร่างของราชินีแม่มดก็ค่อยๆ ปรากฏ ขึ้นข้างๆ โรเอล
“ไม่หลงกลนะ เป็นผู้ชายที่ฉลาด”
“อืม”
แม่มดผมขาวกล่าวพลางขมวดคิ้ว โรเอลตอบกลับอย่างใจเย็น เพราะตระหนักดีว่าการต่อสู้คงไม่เกิดขึ้นแน่ อสรพิษสีทองบนฟ้าเองก็ ปล่อยกรามของเธอแล้วปล่อยให้เทรนท์ยักษ์ที่กําลังลุกไหม้ตกลงบน พื้นด้วยเสียงอันดัง
หมอกขาวที่พรางสายตาอยู่ได้สลายไปกับสายลมหลังการตายของ เทรนท์ผู้ร่วงหล่น และสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ชายแดนจักรวรรดิออสทีนก็จบลงเสียที
———————————-
ในหมู่บ้านซึ่งกลายเป็นซากปรักหักพัง เด็กหนุ่มผมดํามองเทรนท์ ยักษ์ที่กําลังลุกไหม้ตรงหน้าเขาเงียบๆ ในขณะที่ด้านหลังของเขา ลิ เลียนซึ่งอยู่ท่ามกลางการอารักขาของทหารม้านับพันก็ได้มาถึงอย่าง เงียบๆ
หลังจาก [เนตรแห่งพอร์ทัส] ถูกผนึกโดยสัมผัสแห่งธารน�าแข็งของ โรเอล วิญญาณเพลิงนับไม่ถ้วนนั้นก็หายไป สถานการณ์ในฝั่ งลิเลียน ปลอดโปร่งในทันที และเด็กสาวผู้ที่เป็นห่วงความปลอดภัยของโรเอ ลจึงรวบรวมกองทัพออกมาช่วย แต่เด็กสาวก็ต้องประหลาดใจที่ สถานการณ์การรบของเด็กหนุ่มนั้นดูจะจบไปก่อนแล้ว
ขณะกวาดผ่านสิ่งรอบข้างราวกับแผ่นดินไถล เด็กสาวผมดําก็มา อยู่เบื้องหลังของโรเอลท่ามกลางการอารักขาของกองทหารม้า ทว่าบาง สิ่งที่แปลกไปทําให้เธอมองไปที่เด็กหนุ่มหน้ากองไฟ เขาไม่มีปฏิกิริยา กับการมาของเธอ
ลิเลียนผู้รู้สึกว่าโรเอลมีบางอย่างผิดปกตินั้นใช้ความคิดแล้วเดิน เข้าหาโรเอลอย่างเงียบเชียบ แล้วถามขึ้นขณะพยายามทําให้แน่ใจ เกี่ยวกับสถานะของโรเอล
“โรเอล… เธอโอเคไหม?”
“รุ่นพี่… ขอโทษนะ ผมแค่ใจลอยไปเรื่อย ผมปลอดภัยดี รุ่นพี่ล่ะ?”
“ฉันสบายดี ที่จริงแล้วฉันก็เป็นตัวล่อ แม้ว่าพวกวิญญาณเพลิงจะ แข็งแกร่ง แต่พวกมันร่วมมือกันไม่เป็น มันจึงไม่ได้สร้างปัญหาอะไร แต่ ฉันไม่คิดเลยว่าศึกทางฝั่ งของเธอจะจบไวแบบนี้”
“โชคดีน่ะ พอดีร่างจริงของอดีตสาวกผู้กอบกู้นั่นเสียเปรียบต่อ เทพธิดาแห่งดินฝั่ งเราสุดๆ เลย”
เด็กหนุ่มผมดําชี้ไปทางเปลวเพลิงที่เหมือนกับดอกบัวสีแดง ตรงหน้าแล้วกระซิบ ลิเลียนอดพยักหน้าไม่ได้
“เหมือนกับว่าเทรนท์จะเทียบอะไรกับอานุภาพของเปตราไม่ได้ เลย อีกอย่างนึง หลังจากใช้คาถาเวทแปลกๆ แล้ว หัวใจนั่น…”
“…”
เมื่อนึกถึงท่าทางของโรเอลเมื่อครู่ คิ้วเรียวของลิเลียนก็ต้องขมวด หากัน ความโกรธและโศกเศร้าก็ปรากฏบนใบหน้าที่ต้องแสงไฟของเธอ
ถ้าสันนิษฐานเด็กหนุ่มถูกต้อง นั่นหมายถึงสิ่งที่หลงเหลือของ บรรพบุรุษของทั้งสองที่ถูกพวกสาวกแห่งผู้กอบกู้สังหารไปนั้นถูกใช้ เป็นสื่อเวทมนตร์มานานกว่าสหัสวรรษ
ลบหลู่เหล่าบรรพชน นี่เป็นความแค้นไม่ว่าจะสําหรับตระกูลใด แม้ว่าตระกูลอาร์เด้จะไม่มีอยู่แล้ว และนามสกุลของโรเอลกับลิเลียนก็ ต่างออกไป แต่เรื่องนี้ก็ยังทําให้ทั้งสองรังเกียจอย่างสุดใจ
เมื่อชําเลืองสลับระหว่างซากที่ยังลุกไหม้ของศัตรูกับสีหน้าหนักอึ้ง ของเด็กหนุ่มใกล้ๆ เธอ ลิเลียนจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าเป็นกังวล เด็กสาวยื่นมือไปกุมฝ่ามือของโรเอลไว้ และหลังจากคิดชั่วครู่เธอก็พูด โน้มน้าวเบาๆ
“โรเอล ถึงเรื่องนี้จะไม่น่าสบายใจ แต่เธอก็ถือว่าล้างแค้นให้บรรพ บุรุษแล้ว อย่ามองมันเลยนะ”
เด็กสาวพูดพลางยกมือขึ้นลูบไปบนแก้มของโรเอล ไม่อยากให้เด็ก หนุ่มต้องมาเห็นสิ่งอัปลักษณ์ที่โหดร้ายนี้ แต่โรเอลนั้นส่ายหน้าหลังนิ่ง ไปเล็กน้อย
“ไม่ล่ะ รุ่นพี่ ถึงมันจะเศร้าหน่อยๆ จริงๆ แต่ผมไม่ถึงกับเสียใจ หรอก การต่อสู้กับผู้ร่วงหล่นพวกนี้เป็นความต้องการของบรรพบุรุษที่ ตายไประหว่างการรบ แต่มันน่าเสียดายที่จริงๆ แล้ว ผมกําลังรอให้ร่าง ของมันมอดไหม้แล้วนําหัวใจของบรรพบุรุษท่านนี้ออกมาน่ะ”
“หือ? เอามันออกมา? จากไฟนี้น่ะเหรอ?”
“รุ่นพี่ลืมแล้วเหรอ? คาถาเวทของท่านบรรพบุรุษนี้ไม่มีผลกับเรา ดังนั้นในอีกแง่ก็คือ คาถาเวทที่เราใช้จากสายเลือดของเขาก็จะไม่ กระทบอะไรท่านเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”
“อา อย่างนี้นี่เอง”
เด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงพยักหน้าหลังฟังคําพูดของโรเอล ทั้งคู่ มองซากของเทรนท์ค่อยๆ สลายเป็นเถ้าถ่านในเปลวไฟ หลังจากที่ไฟ อ่อนกําลังลงเล็กน้อย ร่างจําแลงอสรพิษทองคําของเปตราก็เลื้อยเข้า ไปในกองเถ้าอีกครั้ง
การค้นหาได้ผลลัพธ์ในเวลาไม่นาน ภายใต้สายตาเป็นกังวล เล็กน้อยของเด็กสาว อสรพิษทองคําก็นําหัวใจที่ยังแดงสดที่โรเอลเคย เห็นออกมาจากในกองไฟ
หัวใจที่เลอะลาวายังคงเต้นตุบอย่างน่าประหลาดในตอนนี้ หยด ลาวาลงบนพื้นเกิดเสียงฟู่ ทว่าแม้จะอยู่ภายใต้อุณหภูมิสูงขนาดนี้ แต่ อวัยวะที่อยู่มานับสหัสวรรษนี้ก็ยังไร้รอยขีดข่วน
เด็กหนุ่มผู้เปลี่ยนการคาดการณ์เป็นความจริงมองไปที่หัวใจ ตรงหน้าแล้วเงียบไปสักพัก ลิเลียนที่อยู่ข้างๆ เขาไม่รู้จะพูดอะไร หลัง ความเงียบดําเนินไปสักพัก โรเอลก็ยื่นมือของเขาออกไป
การที่ทั้งสองหาหัวใจที่ยังหลงเหลือในเถ้าถ่านนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ เพื่อเอามาดูเฉยๆ ที่จริงแล้วนอกเหนือจากที่ต้องการนํามันกลับไปที่ เขตแดนบรรพชนในเขตการปกครองแอสคาร์ดเพื่อทําพิธีฝังให้ เรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มผมดํายังมีอีกจุดประสงค์นั่นก็คือช่วยคน
แม้ว่าศึกจะจบแล้ว แต่พอลกับคนอื่นๆ ยังคงหายสาบสูญ และมัน มีความเป็นไปได้เดียวนั่นคือคาถาเวทที่ทําให้พวกเขาหายตัวไปยังไม่ได้ คลายลง ในตอนนี้ซึ่งทุกเบาะแสชี้ไปที่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยังเหลืออยู่นี้ โร เอลจึงปฏิบัติกับมันชุ่ยๆ ไม่ได้
เมื่อมองไปที่หัวใจที่ยังคงเต้นอยู่และแผ่ความอุ่นออกมาจางๆ ต่าง หน้า เด็กหนุ่มผมดําก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาไม่ได้ เปลี่ยนไป และเขาก็ยังยืนกรานที่จะแตะต้องมัน ในพริบตาที่มือของโร เอลรับหัวใจดวงนั้นมาถือ เศษเสี้ยวความทรงจํานับไม่ถ้วนของคนอื่นๆ ก็ไหลทะลักเข้ามากลบสติของเด็กหนุ่มราวกับคลื่น
“นี่มัน!”
“โรเอล เธอเป็นอะไรไป?”
ในชั่วขณะสั้นๆ นี้เอง สมองของโรเอลกลายเป็นสีขาวโพลน หลังจากเห็นอะไรต่อมิอะไรมาเยอะ และเขาก็ทําอะไรไม่ได้นอกจากกุม ขมับที่เต้นตุบและร่างกายที่สั่นเทา เห็นเช่นนั้นเด็กสาวผมดําผู้มีตาสี
ม่วงก็ตะลึงไปแล้วรีบเข้าไปประคองดูอาการเขา คาถาเวทป้องกันถูก ร่ายขึ้นทันที
“[ป้อมปราการสิบทิศ]”
ด้วยน�าเสียงร้อนรนและเป็นกังวล ลิเลียนจึงสร้างกําแพงที่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้ารอบๆ ตัวพวกเธอ ในขณะที่เหล่าทหารกล้า และกองอัศวินที่ล้อมทั้งสองอยู่จัดทัพป้องกันขึ้น
แม้ว่าศัตรูจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตา แต่ลิเลียนจะไม่ ล้อเล่นกับความปลอดภัยของโรเอล ดังนั้นในเมืองร้างนี้ เด็กหนุ่มและ เด็กสาวกอดกันอยู่นาน เมื่อม่านหมอกนั้นกําลังจะหายไป เด็กหนุ่มผู้ พึ่งพาลิเลียนอยู่ก็ลืมตาสีทองของเขาขึ้นในที่สุด
“โรเอล เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เมื่อกี้มันอะไรกัน…”
“ผมไม่เป็นอะไร ผมแค่เห็นอะไรเยอะเลย”
เด็กหนุ่มยิ้มแห้งๆ แล้วตอบเด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงไปเช่นนั้น จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วกระซิบบอกทุกสิ่งที่เขาเห็น