ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 562: ที่รักจ๋า (1)
ในยามค�าคืน โรเอลมองไปยังเด็กสาวที่หลับปุ๋ยอยู่บนพื้น แล้วทาบ มือบนอกของเขาจนอดที่จะผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้
เมื่อเขาได้ยินว่ามีคนในทีมของลิเลียนจมสู่ความบ้าคลั่ง โรเอ ลนั้นกระวนกระวายมาก เพราะว่าในศึกก่อนหน้านี้ทั้งจูเลียน่าและเซลิ น่าต่างพุ่งเข้าใส่ศัตรู เป็นไปได้อย่างแน่นอนว่าพวกเธอจะถูก [เนตร แห่งพอร์ทัส] สาดแสงใส่ และที่สําคัญที่สุด คือพวกเธอทําเช่นนั้นส่วน หนึ่งก็เพื่อปกป้องโรเอล
แม้ว่าโรเอลจะแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา แต่เขาก็ยังยึดหลักของ จอมเวทพื้นฐานในด้านการต่อสู้ นอกจากความสามารถของกรันด้า เป ตราและอาร์เทเชียจะเป็นการโจมตีระยะไกล อีกทั้งพวกเขายังใช้คาถา เวทแล้ว ตัดสินจากคุณสมบัติของผู้ร่ายคาถาเวทเอง โรเอลนั้นก็ไม่ เหมาะกับการต่อสู้ระยะใกล้จริงๆ
จากการจัดทีมแล้ว ทีมของโรเอลใช้สายเลือดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเซ ลิน่าในการบุกตะลุย จูเลียน่าผู้ทําได้ทั้งป้องกันและโจมตีรับหน้าที่ ป้องกันตรงกลาง โรเอลรับผิดชอบด้านอํานาจคาถาเวท ในขณะ ที่สจ๊วร์ตคอยช่วยเหลือทีมให้คงอยู่ในรูปแบบนี้
เพราะเหตุนี้จึงทําให้เซลิน่าและจูเลียน่าพยายามถ่วงศัตรูและซื้อ เวลาให้โรเอลเช่นนั้นหลังจากพบศัตรู แต่สุดท้ายแล้วผลก็คือคําสาป ของศัตรูทํางานก่อน เหตุนี้คือสิ่งที่โรเอลเองก็ไม่ได้คาดไว้และทําให้ทั้ง สามตกอยู่ในอันตราย
ถ้าพวกเขาตกสู่ความต�าทรามและบ้าคลั่งเพราะเหตุการณ์นี้ล่ะก็ โรเอลจะพบว่ามันยอมรับได้ยากอย่างแน่นอน แต่โชคดีที่เรื่องไม่ได้ ดําเนินไปอย่างแย่ที่สุด แม้เซลิน่าและจูเลียน่าจะหลับไป แต่สีหน้าของ พวกเธอนั้นสงบเงียบ เป็นการนอนหลับโดยไร้การป้องกันใดๆ
ถ้าหากว่าใครถูกพลังของผู้กอบกู้เข้า จะไม่มีทางแสดงสีหน้าแบบ นี้ได้แน่ พูดให้ถูกก็คือพวกเขาจะไม่มีทางหลับลงได้ แต่จะโวยวายอย่าง บ้าคลั่งหรือไปแอบในหลืบแล้วทําตัวลีบๆ ด้วยสีหน้าหวาดกลัวและ พูดจาไม่รู้เรื่องแทน
นี่ไม่ใช่บรรทัดฐานผู้ร่วงหล่นของโรเอลหรอก แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ใน [ป้อมปราการสิบทิศ] ในตอนนี้ เสียงโวยวายดังก้องออกมากระทบหู ของเขา และในค�าคืนนี้ป้อมปราการของลิเลียนก็สะท้อนไปด้วยเสียง เหมือนกับถ�าวิเศษ ทว่าเด็กสาวผู้มีผมสีดําและตาสีม่วงซึ่งเป็นเจ้าของ ปราการนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย
การกลับไปโดยไม่มีสตินั้นแน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการ มันเป็นอิทธิพลจากพลังของผู้กอบกู้ ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกว่าลัทธิล้าง
สมองไม่ได้ อย่างมากเขาก็คือบุคคลโชคร้ายที่โดนลูกหลง แต่ด้วยความ แข็งแกร่งของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับสูงแล้ว เจ้าพวกนี้อาจจะก่อ ความเสียหายร้ายแรงหลังจากบ้าคลั่งไป และไม่สามารถจัดการได้ใน ทํานองเดียวกับเหยื่อทั่วไป
ด้วยไร้หนทาง ลิเลียนจึงทําได้เพียงอัญเชิญนักเวทมาใช้คาถาเวท สะกดจิตแล้วส่งทหารกองใหญ่ไปจัดการกับคนเหล่านี้ ทว่าแม้จะถูก สะกดจิต พวกนักวิชาการกลุ่มนั้นหลังสลบไปก็ยังฝันร้ายกันอยู่ดี
“หัวหน้า เซลิน่ากับคนอื่นๆ ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับพลังเวท พวกเขา น่าจะแค่หลับไปจริงๆ ครับ”
“งั้นเหรอ ดีแล้วล่ะ”
ด้วยความไม่สบายใจ โรเอลจึงจงใจให้ ‘แพทย์จีนแผนโบราณ’ สจ๊วร์ตผู้เพิ่งจะถูกช่วยมาเพื่อจับชีพจรทั้งสองคน เด็กหนุ่มผู้มีเนตรมน ตราตรวจสอบคนทั้งสองอีกครั้งและไม่ได้พบอะไรผิดปกติในการ ไหลเวียนพลังเวท ทั้งสองรายงานโรเอลตามสถานการณ์ และโรเอลที่ ฟังอยู่ก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด
บางทีมันอาจเป็นเพราะผู้ถูกปลุกพลังสายเลือดจะมีความ ต้านทานพลังของผู้กอบกู้อยู่บ้าง หรือบางทีมนตร์ของเวโรนิก้าส่งผล ก่อนพวกเขาจะทันได้รับผลกระทบ หรือถ้าเทียบกับนักวิชาการที่วันๆ
อยู่แต่ในเรือนกระจกแล้ว สองคนที่มาจากอาณาจักรแห่งภาคีอัศวิน เพนเดอร์นั้นแข็งแกร่งกว่า ไม่ว่าจะเพราะอะไร หลังจากยืนยันแล้วว่า เซลิน่าและจูเลียน่าปลอดภัย สมาชิกทั้งหมดของทีมที่สองก็สามารถพูด ได้ว่าไร้รอยขีดข่วน
ในค�าคืนแห่งข่าวร้ายนี้ นี่เป็นสิ่งเดียวที่ปลอบใจโรเอลได้ หลังจาก ยกพวกเธอด้วยมือเดียวแล้ว โรเอลก็พาพวกเธอตรงไปหาลิเลียน
แม้ว่าโรเอลและพวกจะดูแลเด็กสาวที่กําลังหลับทั้งสองได้ในฐานะ เพื่อนร่วมทีม แต่คํานึงถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิงแล้ว โรเอลก็ พาทั้งสองไปหาลิเลียนซึ่งเป็นผู้หญิงเช่นกันเพื่อรายงานสถานการณ์ และหลังจากได้รับอนุญาต พวกเธอก็ถูกพาไปนอนบนเตียงนุ่มๆ
ในขณะเดียวกัน พอลไปพบลิเลียนเพื่อรายงานตัวว่าเขาปลอดภัย หลังจากที่เขาฟื้ นตัวแล้ว เพราะถึงอย่างไรพอลก็เป็นสมาชิกตระกูล แอคเคอร์มันน์และลิเลียนไม่สามารถพบหน้าเขาโดยไม่พูดจา เขาเป็น ช่องทางติดต่อเดียวที่เชื่อมระหว่างลิเลียนและโรเอล ยิ่งในตอนนี้ที่ทั้ง สองไม่สามารถพบกันได้ง่ายๆ บทบาทของพอลก็ยิ่งเด่นชัด และเขาก็ ต้องวิ่งไปมาระหว่างสองฝ่ายมากขึ้น
แน่นอนว่าลิเลียนก็ไม่ได้จะใช้พอลเป็นเครื่องมือมนุษย์เพียงอย่าง เดียว ต่อให้เธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับโรเอล ในฐานะคนปกติคน เดียวจากตระกูลแอคเคอร์มันน์ ลิเลียนก็ยังคงรู้สึกยินดีกับการมีอยู่ของ
พอลและจะดูแลเขาจะอย่างดี อย่างน้อยก็เมื่อทั้งสองพัฒนา ความสัมพันธ์ พวกขุนนางที่อยากจะกดความดีความชอบของพอลที่อยู่ ข้างเจ้าชายทั้งสองก็เหิมเกริมขึ้นอีก
พอล สมาชิกเดิมของทีมแรกไปรายงานตัว ส่วนโรเอลและสจ๊วร์ต สองสมาชิกของทีมที่สองก็ใช้จังหวะนั้นเริ่มงานของพวกตน ในฐานะ ทีมสนับสนุน โรเอลและคนอื่นๆ มียาและอุปกรณ์แก้คําสาปติดตัว จํานวนมาก ต่อหน้าเพื่อนพ้องที่บ้าคลั่ง โรเอลและคนอื่นๆ จะอยู่เฉย ไม่ได้
ไม่ว่าจะพูดอะไร พวกเขาต้องได้รับการช่วยเหลือ ถ้าพวกเขาช่วย ได้ขึ้นมาล่ะ?
แนวคิดแบบนี้ผุดขึ้นมาลอยๆ แต่ข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่ามันสูญ เปล่า
“อย่า อย่าเข้ามานะ!” “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!” “เฮ้ อย่าขยับนะ! นี่เพื่อการรักษา…”
หลังจากมะรุมมะตุ้มกันยกใหญ่ โรเอลและสจ๊วร์ตผู้ถูกปั่ นหัวโดย คนที่บ้าคลั่งทุกรูปแบบเดินออกมาจากห้องแล้วถอนหายใจใส่กําแพง ด้วยกัน
“ไม่นะ ของที่เราเอามาใช้ไม่ได้เลย ยานอนหลับยังพอใช้ได้ แต่ พวกผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติระดับสูงนั้นดื้อยากันมาก ผลของมันคงอยู่ ได้ไม่นาน”
“ผมเพิ่งใช้ตาของผมดูมา การไหลเวียนพลังเวทในตัวของคนที่บ้า คลั่งยุ่งเหยิงมากครับ ผมเกรงว่าการแทรกแซงจากภายนอกช่วยอะไร ไม่ได้เลย ทํายังไงดีครับหัวหน้า?”
“…”
ต่อคําถามของสจ๊วร์ต โรเอลก็นึกอยู่นานแล้วส่ายหน้า ประกาศถึง ปฏิบัติการช่วยเหลือที่ล้มเหลว
ขอโทษที ช่วยไม่ได้ ลาก่อน
เด็กหนุ่มผู้น่าสงสารให้ได้เพียงคําตอบนี้ และในขณะเดียวกันเขาก็ อ่อนใจกับสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดถึง
แต่แรกแล้ว กลุ่มของเขานับว่าเป็นกลุ่มที่รวมตัวได้อลังการที่สุด ของการทําภารกิจนอกสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าในรอบหลายปี ทั้ง
ระดับเฉลี่ยและจํานวนของแผนกที่เข้าร่วมเกินกว่าเหตุการณ์ปกติไป มาก ปกติแล้วมันน่าจะเกินพอสําหรับภารกิจใดๆ แต่ในความเป็นจริง แล้ว…
เหล่านักเรียนพยายามฝืนทนอย่างกล้าหาญ แต่อาจารย์นั้นตื่น กลัว สุดท้ายแล้วนักเรียนกลับปลอดภัยและอาจารย์เป็นบ้าไป
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
เด็กหนุ่มผมดําขมวดคิ้วให้กับสถานการณ์กระอักกระอ่วนของทีม สืบสวน ไม่ว่าอย่างไรภารกิจนี้จะต้องถูกยกเลิกเมื่อนักวิชาการเป็นบ้า กันไปหมดแล้ว และหลังจากเทรนท์ผู้ร่วงหล่นปรากฏตัว การสืบค้นนี้ก็ นับได้ว่าเป็นการหลอกลวงอยู่แล้ว ส่วนแผนในอนาคตนั้น…