ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 568: ข้อแม้ชดเชยของอลิเซีย (2)
ในอดีต ไม่ว่าจะนอนด้วยกันหรือการจูบนั้นเป็นเรื่องปกติสําหรับอ ลิเซีย โดยเฉพาะเมื่อเธอกําลังเมา แม้แต่โรเอลยังคิดว่าอลิเซียใจกล้ายิ่ง กว่าเขา แต่ดูจะไม่ใช่สําหรับตอนนี้
มันคงดีกว่านี้ถ้าเธอให้โรเอลดื่มมันเอง แต่โรเอลเป็นผู้เริ่มกระทํา และละอายแก่การกระทํานี้ สถานการณ์กลายเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ ออกสําหรับเด็กหนุ่ม แต่เมื่อคิดอีกที มันเคยมีครั้งที่เด็กสาวมีเศษ อาหารติดอยู่บนปากของเธอขณะทานอาหารแล้วโรเอลหยิบมันออกไป กิน ซึ่งปฏิกิริยาของเธอก็ค่อนข้างรุนแรง
“ขอโทษนะอลิเซีย ฉันไม่รู้ว่าเธอเคร่งเรื่องนี้มาก”
“…”
หลังจากเงียบไปนาน เด็กหนุ่มผมดําก็ชิงขอโทษก่อน ในขณะที่ เด็กสาวผมสีเงินฟื้ นตัวจากความเขินอายในทีแรก เธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ด้านข้างด้วยใบหน้าที่ยังขึ้นสี เม้มปากของเธอเหมือนไม่รู้จะพูดอะไร
หลังจากเหตุการณ์นั้น ทั้งสองก็เหมือนถูกรบกวนจังหวะงอนง้อ ความโกรธของอลิเซียก็หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และโรเอลฉวยโอกาส นี้พูดในสิ่งที่เขาอยากพูด
“อลิเซีย จริงของเธอนั่นแหละ ที่ฉันทําลงไปมันผิดจริงๆ แล้วก็ทํา ให้เธอเป็นห่วง ไม่สิ ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ฉันทําให้เธอเป็นห่วงมาตลอด”
นึกไปถึงร่างโดดเดี่ยวของเด็กสาวในคฤหาสน์แอสคาร์ดทั้งวันทั้ง คืนแล้ว โรเอลรู้สึกผิดเต็มประตู ในฐานะสมาชิกของครอบครัวแอส คาร์ด อลิเซียรู้ดีถึงที่อยู่ของเขาที่สุดในหมู่ผู้หญิงรอบตัวเขา และ เพราะฉะนั้นเธอจึงรู้สึกกดดันที่สุดด้วย
ความกระอักกระอ่วนของเด็กสาวที่หาได้ยากนั้นเรียกได้ว่าเป็นผล ของความไม่พอใจที่สะสมเป็นเวลานาน และสิ่งที่โรเอลต้องทําคือ ยอมรับความผิดตรงๆ แล้วแก้ปัญหาที่ต้นสาย
“แม้ว่าจะเพราะสาเหตุบางอย่าง ฉันรับปากไม่ได้ว่าฉันจะไม่รับ ความเสี่ยงในอนาคต แต่อลิเซีย เหมือนที่ฉันเคยพูด ฉันจะพยายาม กลับมาอย่างปลอดภัยนะ จากผลลัพธ์ตลอดมานี่ ฉันเชื่อว่าสักวันชีวิต ของเราจะกลับมาสงบสุขเหมือนตอนที่พวกเรายังเด็กอีกครั้งนึง”
“ตอนเราเด็กๆ เหรอคะ?”
“ใช่ ตอนที่เราอยู่ด้วยกันในบ้านแอสคาร์ด ก่อนที่ฉันจะปลุกพลัง สายเลือดไงล่ะ”
“!”
ม่านตาของอลิเซียหดตัวลงเล็กน้อยเมื่อเธอได้ยินคําพูดของโรเอล ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเวลาที่ทั้งสองใช้ร่วมกันในคฤหาสน์แอสคาร์ดก่อนที่ สายเลือดของโรเอลจะตื่นขึ้นนั้นเป็นความทรงจําอันแสนหวานที่สุด สําหรับเด็กสาว เมื่อระลึกถึงมันแล้ว ไม่มีทางที่เด็กสาวจะไม่หวั่นไหว เมื่อโรเอลพูดถึงมัน
“ท่านพี่โรเอล… จริงเหรอคะ?”
“แน่นอนสิ เพราะอย่างนั้น เธอช่วยรับคําขอโทษของฉันได้ไหม?”
เด็กหนุ่มผมดําเผชิญหน้ากับคําถามอย่างระวังของอลิเซียแล้ว พยักหน้าหนักแน่นขณะถามคําถามย้อนกลับไป เด็กสาวผมเงินเงียบไป สักพักแล้วจึงถอนหายใจเหมือนยอมแพ้
“ก็ได้ค่ะ ท่านพี่โรเอล หนูรับคําขอโทษพี่ก็ได้ แต่หนูอยากได้ บางอย่างตอบแทนค่ะ…”
“หือ? อะไรตอบแทนเหรอ?”
“ค่ะ ส่วนที่ว่าคืออะไร ท่านพี่โรเอลจะรู้เองค�านี้ค่ะ งั้นเท่านี้ก่อน นะคะ”
“เดี๋ยวสิ? อลิเซีย?”
อลิเซียบอกความต้องการของเธอกับโรเอลที่กําลังมึนงงแล้วก็เดิน ออกไปก่อนที่โรเอลจะทันได้ถามอะไรเธอ เพิกเฉยต่อคําถามที่เขาส่งไล่ หลังมา
ก็ดีแล้วที่ให้อภัยกัน แต่ตอนกลางคืน…
โรเอลขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงเวลาที่เจาะจงแล้วทําได้เพียงถอนใจ ภาวนาว่าเด็กสาวจะไม่ทําอะไรแผลงๆ
—————————–
ในคฤหาสน์สีกรมท่าในยามค�าคืน โรเอลเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วมอง เหม่อไปนอกหน้าต่าง
หน้าร้อนคือยามที่ป่าเขาลําเนาไพรที่คฤหาสน์สีกรมท่าตั้งอยู่นั้น เขียวชอุ่มที่สุด ในตอนกลางวันที่นี่จะเต็มไปด้วยเสียงนกร้องและกลิ่น ดอกไม้ แต่ในกลางคืนนั้น เสียงจักจั่นก็มาแทนที
สายลมยามค�าคืนของฤดูร้อนนั้นเย็นสบาย และเสียงเพลงจักจั่น ในความเงียบนั้นให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนถูกขับกล่อม ในห้องที่ คุ้นเคยนี้ โรเอลผู้เร่งรีบมาหลายเดือนรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้กลับบ้าน
แม้ว่าในยามที่เขาอยู่ข้างนอกเด็กหนุ่มจะดูเยือกเย็น แต่ความจริง แล้วโรเอลห่างไกลจากคําว่าผ่อนคลายมาก ไม่ว่าจะระหว่างเดินทาง หรือนอนหลับ เด็กหนุ่มยังคงความระแวดระวังเอาไว้
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจเซลิน่าและคนอื่นๆ แต่ศัตรูนั้นแข็งแกร่งเกินไป แม้ว่าสมาชิกทีมในยุคทองนี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังอ่อนประสบการณ์เมื่อ เทียบกับผู้ร่วงหล่นที่อยู่มาเป็นสหัสวรรษในช่วงสองยุค จึงพูดได้ว่าโร เอลในฐานะของหัวหน้ากุหลาบอรุณจะต้องปกป้องความปลอดภัยให้ พวกเขาแทน
ด้วยแรงกดดันหนักหน่วงและศัตรูที่เหมือนภูตพราย คงจะเป็น เรื่องโกหกถ้าโรเอลจะบอกว่าเขาไม่เหนื่อย แต่โชคดีที่ทุกอย่างจบแล้ว โรเอลและพวกชนะแล้วในครั้งนี้
เด็กหนุ่มรู้สึกโหวงเหวงในใจเล็กน้อยเมื่อคิดถึงมัน ก่อนจะเริ่ม กลายเป็นความง่วง ทว่าเมื่อเปลือกตาของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงเคาะ ประตูก็พลันดังขึ้นในห้องที่เงียบสงัด
“เข้ามาสิ”
โรเอลซึ่งได้ยินเสียงรวบรวมสติของเขา มองไปที่นาฬิกาแขวนผนัง แล้วเอ่ยเชิญ ขณะเดียวกันในใจก็แอบรู้สึกแปลกๆ ในใจ
ไม่ใช่ว่าเธอจะใช้ความสามารถของเธอแอบเข้ามาตรงๆ เลยเหรอ ทําไมรอบนี้เคาะประตูกันนะ?
โรเอลคิดอย่างแปลกใจกับการปรากฏตัวที่ต่างออกไปของเด็กสาว แต่ก่อนที่เขาจะทันถาม เขาก็นิ่งไปแล้วมองไปทางประตู
ใต้แสงเทียนและแสงจันทร์ เงาร่างที่งดงามเดินเข้ามาทางประตู เป็นเด็กสาวที่งามดั่งแฟรี่ผู้มีผมสีเงินและตาสีแดง ความงามหยดย้อย นั้นยังคงเหมือนเดิม แต่ความต่างในคืนนี้คือการแต่งกายของอลิเซีย เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
กระโปรงที่เคยยาวถึงเข่านั้นถูกเปลี่ยนเป็นกระโปรงสั้นและถุง น่องสีดํา ร่างกายท่อนบนพันผ้าจนเหมือนชุดเดรสตัวน้อยที่เน้นความ นูนของหน้าอกซึ่งทําให้ทรวดทรงของเธอชัดเจนขึ้น และนั่นยิ่งทําให้โร เอลตะลึงเข้าไปใหญ่
“…”
อลิเซีย เธอโตขึ้นแล้วจริงๆ
นึกถึงรูปร่างที่แบนราบของอลิเซียในสมัยก่อน เด็กหนุ่มผมดําก็อด ทอดถอนใจไม่ได้ แล้วเสตาหลบ รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้น
ต้องพูดว่าคนจะดูดี แต่งตัวยังไงก็ดูดีได้ไหมนะ? แม้ว่าสไตล์การ แต่งตัวจะเปลี่ยนไปจากปกติแต่เสน่ห์ของอลิเซียก็รังแต่จะเพิ่ม โดยเฉพาะเรียวขาที่โผล่พ้นกระโปรงของเธอที่ทําให้โรเอลไม่กล้ามอง ตรงๆ
“สายัณห์สวัสดิ์ค่ะท่านพี่โรเอล”
“อืม สายัณห์สวัสดิ์อลิเซีย”
โรเอลเหยียดตัวตรงแล้วตอบเด็กสาวกลับไปอย่างคลุมเครือ เขา มองการแต่งกายของเด็กสาวผมสีเงินแล้วอดถามไม่ได้
“วันนี้นึกยังไงถึงเปลี่ยนมาแต่งตัวแบบนี้ล่ะ?”
“เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ หนูเลยอยากเปลี่ยนชุด ท่านพี่โรเอลจะ ได้จําได้แม่นๆ ไงคะ ทําไมเหรอคะ? หนูไม่เหมาะกับมันเหรอ?”
“ก็เหมาะอยู่ แต่… อย่าเอาไปใส่พร�าเพรื่อล่ะ”
เด็กหนุ่มพูดแล้วมองอลิเซียอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าจะเอาตาไปมองที่ ไหนดี แต่เมื่อเห็นกิริยาของโรเอลแล้ว เด็กสาวก็หรี่ตาสีแดงสดของเธอ แล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ฮะๆ ท่านพี่โรเอลอยากให้หนูแต่งตัวแบบนี้ให้พี่ดูคนเดียวเหรอ คะ? เป็นความต้องการที่โลภจังเลย”
“อ่ะ ไม่ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันหมายถึง…”
“ช่างมันเถอะค่ะ ไม่ต้องอธิบายหรอก หนูแต่งตัวแบบนี้แค่ต่อหน้า ท่านพี่โรเอลเท่านั้นแหละ”
“…”
ก่อนที่โรเอลจะทันได้อธิบายชัดๆ เด็กสาวผมสีเงินก็มาปรากฏตัว ตรงหน้าโรเอลในพริบตา เธอใช้นิ้วของเธอทาบที่ริมฝีปากของโรเอล รอยยิ้มบนหน้าเธอปะปนไปด้วยความอิ่มเอมและความต้องการ เล็กน้อย
เห็นอลิเซียที่ทําตัวตื่นเต้นแล้ว โรเอลก็ไม่ได้ขัดอะไรเธอ แม้เขาจะ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นเด็กสาวในสภาพนี้เพราะเกรงว่าชื่อเสียงของเธอ จะมัวหมอง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ถ้าจะบอกว่าไม่มีเหตุผลอื่น เพราะถึง อย่างไรสันดานของมนุษย์ก็ย่อมต้องการครอบครองสิ่งสวยงามไว้เพียง คนเดียว โรเอลก็เป็นเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน
แต่ทว่าโรเอลก็ไม่ได้ลืมวัตถุประสงค์การมาของเด็กสาวในครั้งนี้ เขาจึงไม่คิดมากและพร้อมจะบุกน�าลุยไฟเพื่ออลิเซีย
ก่อนหน้านี้ โรเอลขอโทษเด็กสาวเพราะเขาทําให้เธอกลัว แม้ว่าอ ลิเซียจะยอมรับคําขอโทษ แต่เธอก็ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน โรเอล ตะหงิดใจว่าข้อแลกเปลี่ยนนั้นต้องมีปัญหาแน่เพราะเธอไม่ได้พูดให้
ชัดเจน ยิ่งเห็นเด็กสาวตรงหน้า ความตะหงิดใจยิ่งรุนแรง โรเอลจึง อยากให้มันผ่านไปโดยไว
“อลิเซีย เธอไม่ค่อยได้นอนไม่ใช่เหรอช่วงนี้ มันก็ดึกแล้วนะ บอก มาสิว่าเธอต้องการการชดเชยยังไง?”
มองไปที่เด็กสาวที่เข้ามาใกล้ โรเอลกระแอมให้คอโล่งแล้วพูดเร่ง เธอ ทว่าเด็กหนุ่มก็ไม่คาดฝันว่าอลิเซียจะแสดงสีหน้าเขินอายออกมา เล็กน้อยเมื่อเธอได้ยิน ดวงตาสีแดงของเธอมองตรงที่โรเอลแล้วกระซิบ แผ่วเบา
“หนูไม่คิดว่าท่านพี่โรเอลจะกระวนกระวายขนาดนี้ ก็จริงนะคะ คนทั่วไปน่าจะอยากจะสร้างบรรยากาศดีๆ แล้วเตรียมการมาก่อน”
“บรรยากาศ? เตรียมการ? เธอคิดจะทําอะไรกันแน่?”
ได้ยินคําพูดชวนเข้าใจผิดจากอลิเซีย ดวงตาของโรเอลก็เบิกกว้าง ไปชั่วขณะ ทว่าเด็กสาวกลับคลี่ยิ้ม
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านพี่โรเอล อย่ากังวลไป สิ่งตอบแทนที่หนู อยากได้มันเรียบง่ายมาก มันเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ท่านพี่โรเอลแกล้งหนู นั่นแหละ”
“อย่างเดียวกัน?”
“ค่ะ” เด็กสาวผมสีเงินรวมผมของเธอแล้วเลียริมฝีปากเมื่อได้ยินคําถาม ของโรเอล ปรือตาสีแดงของเธอลงแล้วพูดอย่างออกอารมณ์ “หนูอยากชิมของเหลวจากตัวท่านพี่โรเอลค่ะ”