ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น - เล่มที่ 4 บทที่ 115 ไปตลาดนัด
“ต้าเฉียง จะไปตลาดนัดรึ?”
“ท่านลุงต้าเฉียง พวกท่านจะไปหมู่บ้านลิ่วไผกันหรือ”
“ผู้อาวุโส เกวียนยังมีที่ให้คนนั่งอีกหรือไม่”
กระบือตัวใหญ่ลากเกวียนโคลงเคลงไปตามถนนลูกรังออกนอกหมู่บ้าน
ซีต้าเฉียงสะบัดแส้ ตะโกนไล่กระบือไปข้างหน้า ชาวบ้านตามท้องถนนต่างพากันทักทายเขา สายตาของคนเหล่านั้นอดไม่ได้ที่จะมองไปยังสตรีเสื้อสีแดงกระโปรงสีเหลืองซึ่งนั่งอยู่บนหลังเกวียน
ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เคยพบเซวียเสี่ยวหรั่นมาก่อน พอเห็นซีต้าเฉียงพานางกับซีมู่เซียงขึ้นเกวียนมาด้วย ก็เริ่มหันหน้ากระซิบกระซาบคุยกัน
“นี่คือต้าเหนียงจื่อที่มาขออาศัยในหมู่บ้านของเรารึเปล่า”
“น่าจะใช่ มู่เซียงอยู่เป็นเพื่อนนางมิใช่หรือ”
ได้ยินว่าสองสามีภรรยาคู่นี้เป็นคนมั่งมี ดูแตกต่างจากคนในหมู่บ้านเราเลย”
“จริงด้วย หน้าตาหมดจดงดงาม อาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นของใหม่ทั้งนั้น”
ซีต้าเฉียงทักทายตอบกับพวกชาวบ้าน เกวียนยังคงเคลื่อนไปไม่หยุด
เพราะต้าเหนียงจื่อสกุลเหลียนนั่งมาด้วย ซีต้าเฉียงจึงไม่คิดจะรับชาวบ้านที่ขอโดยสารไปด้วย
“พวกพี่ชายของเจ้าไม่ไปตลาดนัดด้วยกันหรือ” เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นคนในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อย แบกกระบุงขึ้นหลังเดินออกนอกหมู่บ้าน
“อ้อ พวกเขาไม่ไปหรอก ในบ้านยังมีงานที่ต้องจัดการน่ะ” ซีมู่เซียงกระซิบบอก
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกผิดอยู่บ้าง เมื่อวานสองพ่อลูกซีต้าเฉียงต้องวิ่งเข้าเมืองทั้งวัน คงทำให้ผู้อื่นเสียเวลาไม่น้อย
“ของเหล่านี้นำไปขายทั้งหมดเลยหรือ” บนหลังเกวียนมีตะกร้าหลายใบ ในนั้นมีไข่ไก่ เห็ด ผักสดที่เพิ่งเด็ดมาใหม่ และยังมีผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีดำอีกม้วนหนึ่ง
กระบุงสะพายหลังว่างเปล่าของเซวียเสี่ยวหรั่นวางไว้อีกด้าน
“อื้อ ทุกครั้งที่มีตลาดนัด ทุกคนต่างเอาสิ่งของที่สะสมในบ้านออกมาขาย แลกเป็นเกลือกับน้ำมันกลับบ้าน” ซีมู่เซียงพยักหน้า
“ผ้าผืนนี้ท่านย่าของเจ้าเป็นคนทอเองหรือ” เซวียเสี่ยวหรั่นยื่นมือออกไปลูบคลำ เนื้อผ้าแน่นหนาดี”
“ใช่แล้ว ท่านย่ามีเวลาว่างก็จะทอผ้า ทอได้ม้วนหนึ่งก็นำออกมาขาย”
ผ้าฝ้ายแบบนี้แตกต่างจากผ้าที่ขายทั่วไปด้านนอก ปรกติจะมีชาวบ้านแถวนี้มาซื้อไปตัดเสื้อผ้า เพราะผ้าของตระกูลนางมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซีมู่เซียงอธิบายให้ฟัง
“ผ้าม้วนหนึ่งใช้เวลาทอนานแค่ไหน ขายได้เงินเท่าไร” เซวียเสี่ยวหรั่นนึกอยากรู้อยากเห็น
“ท่านย่าของข้าทอผ้ายามว่าง ใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน ผ้าม้วนหนึ่งขายได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยห้าสิบถึงสองร้อยอีแปะ” ซีมู่เซียงตอบ
“ราคาถูกเพียงนี้เชียว?” ทอตั้งครึ่งเดือนถึงจะเสร็จ ได้เงินน้อยแค่นี้ ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
“แทบทุกครัวเรือนของที่นี่ล้วนแต่ทอผ้า ผ้าฝ้ายจึงขายยาก” ดังนั้นคนทอจึงมีไม่มาก ราคาขายก็ไม่สูง
เซวียเสี่ยวหรั่นผงกศีรษะ ตลาดอยู่ในวงแคบ ราคาย่อมไม่สูง
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เกวียนก็ออกจากจากปากทางหมู่บ้าน
รอบด้านยังคงเป็นทิวเขาใกล้ไกล ทุ่งนาและบ้านของชาวนากระจัดกระจายอยู่ในแนวเชิงเขา
ถนนลูกรังค่อนข้างขรุขระ คนบนหลังเกวียนนั่งโงนเงนไปมาจนเวียนหัว
เซวียเสี่ยวหรั่นชักหมดสนุกกับการชมทิวทัศน์ริมทาง ไม่ช้า สีหน้าก็เริ่มซีดเซียวทีละน้อย
มารดามันเถอะ โยกจนเธอแทบจะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว
ซีมู่เซียงมองเธอด้วยความเป็นห่วง
เคราะห์ดี หลังพ้นทางลาดชันสายหนึ่งมาแล้ว ในที่สุดหนทางก็เริ่มราบเรียบ ผู้คนสัญจรริมทางเริ่มหนาตา ทุกคนล้วนสะพายกระบุงเดินไปทางตลาดนัด
พอมาถึงหมู่บ้านลิ่วไผ เซวียเสี่ยวหรั่นถึงกับตกตะลึงกับฝูงชนที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ
“ต้าเหนียงจื่อ ตลาดคนแน่น พวกเราต้องระวังตัวหน่อย อย่าให้พลัดหลงกันเล่า” ซีมู่เซียงกระโดดลงจากหลังเกวียน ก่อนหันมาประคองเซวียเสี่ยวหรั่นซึ่งสีหน้าขาวซีดตามลงมา
“มู่เซียง เจ้าจูงต้าเหนียงจื่อไว้ วันนี้เป็นตลาดนัดใหญ่ คนจากหมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงล้วนมากันหมด” ซีมู่เฉียงจูงกระบือเทียมเกวียนเดินช้าๆ ไปตามฝูงชน
ซีมู่เซียงรีบรับปาก แล้วกุมมือเซวียเสี่ยวหรั่นไว้
ยิ่งเดินเข้าไปเท่าไร คนก็ยิ่งคึกคักจอแจ
เซวียเสี่ยวหรั่นอดใจถามไม่ได้ว่าพื้นที่ใกล้ๆ นี้มีทั้งหมดกี่ชนเผ่า เหตุใดการแต่งกายจึงไม่เหมือนกัน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ซีมู่เซียงตอบมาว่า แถวหมู่บ้านลิ่วไผมีสามชนเผ่า เมื่อเปรียบเทียบกับอนารยชนป่าเถื่อนด้านนอกเหล่านั้น สามชนเผ่าของที่นี่นับว่าอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เรื่องกระทบกระทั่งเล็กน้อยพอมีบ้าง แต่ไม่เคยขัดแย้งใหญ่ๆ
ดังนั้นจึงมีประชากรมากกว่าเมืองอื่น
อยู่ร่วมกันอย่างสันติก็ดี เซวียเสี่ยวหรั่นฟังคนข้างๆ พูดโฉงเฉงเป็นภาษาท้องถิ่น ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ
เธอฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ภาษาของแต่ละชนเผ่าแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ซีต้าเฉียงนำเกวียนไปผูกไว้ที่บ้านของคนคุ้นเคยกัน หลังจากนั้นก็ขนย้ายสิ่งของลงมา หาที่วางตรงทางเข้าของตลาด
“มู่เซียง เจ้าพาต้าเหนียงจื่อไปเดินชมตลาด พ่อจะเอาของไปขายก่อนค่อยมาหาพวกเจ้า” ซีต้าเฉียงเห็นดวงหน้างามประณีตขาวผุดผ่องของเซวียเสี่ยวหรั่นก็รู้สึกลังเล “อย่าไปไกลนักเล่า เดินแค่แถวนี้รอบเดียวพอ”
ต้าเหนียงจื่อสกุลเหลียนรูปโฉมสะดุดตา ต้องระวังตัว ปากเกิดอะไรขึ้น พวกเขาคงรับโทสะของหลางจวินสกุลเหลียนผู้นั้นไม่ไหว
ซีมู่เซียงรีบพยักหน้า เดิมทีนางเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวซ้ำยังใจเสาะ ปรกติออกจากบ้านก็ต้องตามบิดากับพี่ชายตลอด “ต้าเหนียงจื่ออยากไปเดินเที่ยวที่ไหน”
เซวียเสี่ยวหรั่นมองผู้คนพลุกพล่าน “ที่นี่มีร้านขายยาหรือไม่”
ซื้อสมุนไพรที่เหลียนเซวียนมอบหมายมาก่อนดีกว่า
“มู่เซียง พาต้าเหนียงไปหาท่านลุงเผย” ซีต้าเฉียงได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวประโยคหนึ่ง
“เจ้าค่ะ” ซีมู่เซียงจูงเซวียเสี่ยวหรั่นเดินไปด้านข้าง
ร้านค้าสองข้างทางค่อนข้างเก่าแก่ สิ่งของมากมายวางกองอยู่หน้าประตู เซวียเสี่ยวหรั่นมองดูสิ่งของ ดวงตาเป็นประกาย พบว่ามีของหลายอย่างที่เธอไม่เคยรู้จัก
แต่ผู้คนมากมาย เธอจึงไม่แสดงความอยากรู้อยากเห็นจนเกินไป
“ท่านลุงเผย” ซีมู่เซียงจูงเซวียเสี่ยวหรั่นเข้ามาในโรงหมอซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพร
ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าสวมชุดผ้าฝ้ายสีดำทั้งตัว กำลังง่วนอยู่กับรักษาชายหนุ่มเท้าแพลงผู้หนึ่งอยู่
“มู่เซียง มาได้อย่างไร บิดาเจ้าเล่า” สำเนียงของบุรุษเป็นสำเนียงท้องถิ่น
“บิดาข้ากำลังซื้อของ พวกเรามาซื้อยาเจ้าค่ะ” ซีมู่เซียงตอบกลับ
“รอเดี๋ยวนะ” ลุงเผยมองพวกนางปราดหนึ่ง ก่อนหันไปทำงานต่อ
“เจ้าค่ะ” ซีมู่เซียงจูงเซวียเสี่ยวหรั่นมานั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ด้านข้าง
“โอ๊ย… เจ็บๆๆ” ชายหนุ่มผู้นั้นร้องลั่น
“เจ็บถึงจะดี อดทนไว้ ” ลุงเผยออกแรงบีบมากขึ้น
ชายหนุ่มร้องราวกับหมูถูกเชือด
เซวียเสี่ยวหรั่นกับซีมู่เซียงเห็นแล้วก็อดขันไม่ได้
ผ่านไปครู่ใหญ่ ลุงเผยก็ลุกขึ้น “เอาล่ะ ภายในห้าวันอย่าฝืนใช้กำลังขามากนัก ใช้ยาดองสุรานี้ทาทุกเช้าและเย็น”
ชายหนุ่มขยับข้อเท้า ความเจ็บปวดลดลงมาก ความยินดีฉายผ่านแววตาอย่างอดไม่ได้ เขาเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยสองคนที่นั่งอยู่ในร้าน นึกถึงว่าเมื่อครู่ตนเองร้องเสียงดังราวกับหมูถูกเชือด ดวงหน้าคร้ามเข้มพลันแดงระเรื่อ
หลังจ่ายเงินแล้ว ถึงเดินออกไปอย่างเก้อเขิน เดินสองสามก้าวก็เอี้ยวศีรษะมามองเป็นระยะ
“รีบไป รีบไป ขาแพลงแล้ว ตายังไม่สำรวมอีกรึ” ลุงเผยไล่คนราวกับไล่แมลงวัน
ชายหนุ่มหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม ในที่สุดก็เดินคอตกจากไป
“มู่เซียง ตลาดบุรุษพลุกพล่าน สตรีสองคนอย่างพวกเจ้าก็อย่าเดินไปไหนไกลนัก” ลุงเผยล้างมือให้สะอาดก่อนเดินเข้ามา “จะซื้อยาอะไรล่ะ”
เซวียเสี่ยวหรั่นรีบหยิบเทียบยาออกมาจากแขนเสื้อ
“อักษรงดงาม” ลุงเผยเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะชมเชย
เซวียเสี่ยวหรั่นอมยิ้ม อักษรก็งามจริง
ลุงเผยอ่านเทียบยาอย่างละเอียด “นี่เป็นเทียบยาบำรุงเลือด สมุนไพรมีครบ รอสักครู่”
ยาบำรุงเลือด? เซวียเสี่ยวหรั่นตะลึงงัน นี่เป็นยาของเธอหรือ?
จริงด้วยสิ ระดูของเธอใกล้จะมาแล้ว
ชายชาตรีเช่นเขายังอุตส่าห์จดจำเรื่องแบบนี้ ความซาบซึ้งค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ