ทะลุมิติตะลุยวังหลวง จบแล้ว PDF - ตอนที่ 2
อันดับแรกเธอต้องช่วยฮ่องเต้กำจัดตวนอ๋อง จากนั้นค่อย เล่นงานฮ่องเต้แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้หญิง
ขณะที่อวี๋หว่านอินกำลังคิดหาวิธีที่เหมาะสม นางกำนัลหน้าตาสะอาดหมดจดคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามา พูดกับเธอด้วยบทสนทนาที่เป็นมาตรฐานของนิยายทั้งที่ใบหน้าซีดขาวว่า “พระสนม หม่อมฉันจะช่วยแต่งหน้าให้ คืนนี้พระสนมต้องเข้าเฝ้า ถวายการปรนนิบัติฝ่าบาท พระสนมต้องระวังตัวให้ดี…”
“คืนนี้?” หวังชุ่ยฮวาตะลึง ก่อนจะนึกได้ว่าคืนที่เธอข้ามมิติมาที่นี่เป็นคืนเดียวกับที่ตัวละครอวี๋หว่านอินคนนี้ต้องขึ้นเตียงกับฮ่องเต้พอดี
จากนี้ไปเธอต้องเริ่มสวมบทบาทของอวี๋หว่านอินแล้วสินะ!
นางกำนัลเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้า
ปฏิกิริยาที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้เธอรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าของร่างเดิมไม่เต็มใจมากเพียงใด หากว่ากันตามนิยายต้นฉบับ อวี๋หว่านอินมีใจให้ตวนอ๋องจึงปฏิเสธฮ่องเต้ สุดท้ายเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ยังร้องห่มร้องไห้ทิ้งน้ำตาไว้บนแท่นบรรทม ฮ่องเต้เห็นแล้วก็โกรธกริ้ว ให้คนจับตัวนางส่งเข้าตำหนักเย็นทันที!
หลังจากตวนอ๋องเข้าวัง ตามเนื้อเรื่องเขาจะได้พบกับ อวี๋หว่านอินที่ตำหนักเย็นด้วยความบังเอิญ แต่กลับถูกตัวประกอบหญิงที่หม่าชุนชุนสวมร่างดักรออยู่หน้าประตู เลยทำให้อวี๋หว่านอินหมดโอกาสได้พบกับพระเอกตัวจริง จากนั้นนางก็ทำสงครามแย่งชิง ตวนอ๋องกับตัวประกอบหญิง กลายเป็นตัวตลกที่พยายามหาทางเล่นงานอีกฝ่าย จนสุดท้ายก็พบกับจุดจบที่ไม่คาดคิด
ถ้าอวี๋หว่านอินคนใหม่อยากพลิกชะตาของตัวเอง คืนนี้นับเป็นโอกาสอันดี
เธอจะต้องหาทางทำให้ฮ่องเต้สนใจในตัวเธอ คลั่งไคล้จนให้ความร่วมมือกำจัดตวนอ๋องและตัวประกอบหญิงจนตายไปทั้งคู่ ส่วนเรื่องที่เหลือค่อยว่ากัน!
อวี๋หว่านอินจำเป็นต้องคว้าโอกาสนี้ และทำมันให้สำเร็จ!
ตัวประกอบหญิงใช้การแต่งหน้าทำให้ตัวเองดูสวยขึ้น ในฐานะนางเอกของเรื่อง อวี๋หว่านอินจะปล่อยหน้าสดไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ได้อย่างไร มีใครไม่รู้วิธีเอาใจลูกค้ากันบ้าง?
อวี๋หว่านอินมองออกตั้งแต่แรกว่าฮ่องเต้ที่อยู่ในนิยายประเภทนี้ก็เหมือนลูกค้าในชีวิตจริง ต้องการให้ทำตัวเปิดเผยเป็นกันเอง แต่อีกนัยก็ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว เธอทำงานมาสองปีมีประสบการณ์พบเจอลูกค้ามามาก ไม่เชื่อหรอกว่าจะหว่านล้อมฮ่องเต้ทรราชในนิยายไม่ได้!
อวี๋หว่านอินยิ้มตอบ “เสี่ยวเหมย เจ้าช่วยเกล้าผมก็พอ ที่เหลือข้าจัดการเอง”
เธอศึกษาเครื่องสำอางสมัยโบราณที่อยู่ตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบที่วาดคิ้วขึ้นมาวาด แต้มชาดบนริมฝีปาก ติดเครื่องประดับ หน้าผาก แต่งหน้าที่งดงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วให้เจิดจ้าบาดตาคล้าย นางจิ้งจอกจำแลง แล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ภายใต้สายตาตกตะลึงของเสี่ยวเหมย
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
เสี่ยวเหมยตอบกลับอย่างไม่แน่ใจ “พระสนม แต่งหน้าแบบนี้ไม่สะดุดตาเกินไปหรือเพคะ?”
“ไม่ใช่ปัญหา” อวี๋หว่านอินมั่นใจ นิยายที่อ่านมาฮ่องเต้มักชอบแบบนี้ ตอนที่ตัวประกอบหญิงแต่งหน้าจัดเข้าเฝ้าก็ยังได้รับความสนใจไม่น้อย ตัวนางเอกที่หน้าตาสะสวยเป็นทุนเดิมก็ควรเปลี่ยนสถานะเป็นฝ่ายรุก เพื่อให้ตัวเองได้รับชัยชนะบ้างสิ
อวี๋หว่านอินถูกส่งตัวไปยังตำหนักบรรทมของฮ่องเต้
ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้สายตาของเหล่านางกำนัลและขันทีที่กำลังทำความเคารพ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เธอรู้สึกเหมือนอากาศเย็นลงกว่าเดิมอีกสององศา ภายในห้องเงียบสนิทเหมือนไม่มีใครอยู่ ฮ่องเต้ป่วยเป็นโรคปวดศีรษะข้างเดียวมานานหลายปี เขากำลังนอนให้คนนวดขมับ ร่างกายส่วนล่างถูกผ้าม่านหน้าเตียงบังเอาไว้ จากมุมที่ อวี๋หว่านอินยืนอยู่ เธอมองเห็นแค่มือซีดขาวที่ทิ้งตัวลงข้างเตียงเท่านั้น
หมอหลวงหญิงที่รับหน้าที่นวดศีรษะให้ฮ่องเต้มีแต่ความ หวั่นวิตก กลัวว่าถ้านวดไม่ดีอย่างที่พระองค์ต้องการ จะถูกลากตัว ออกไปฝังทั้งเป็น
ขันทีที่นำทางมาเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท อวี๋ผินมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อวี๋หว่านอินคุกเข่าลงหน้าแท่นบรรทมอย่างอ่อนช้อย รับรู้ถึงสายตาที่ตกอยู่เหนือศีรษะตน เธอรออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะได้ยินเสียงดังจากหลังม่าน
“ไสหัวไป” น้ำเสียงมีความเหนื่อยล้าแฝงอยู่
อวี๋หว่านอินเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ นิยายที่เธออ่านมาไม่มีเหตุการณ์นี้!
พอองครักษ์ได้ยินก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที แม้ไม่รู้ว่า อวี๋หว่านอินทำอะไรให้ฮ่องเต้ไม่พอใจ แต่พวกเขาก็ยังเข้ามาลากแขนเธอคนละข้าง พาออกไปข้างนอก
“…” อวี๋หว่านอิน
เธอยังไม่ทันได้คิดว่าจะต่อสู้กับโชคชะตาอย่างไร องครักษ์ก็หยุดชะงัก
เสียงหลังผ้าม่านเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจ “ไม่ได้ขึ้นเตียงจะตายหรือไร?”
“…” องครักษ์
องครักษ์ไม่เข้าใจความหมาย แต่การคุกเข่าขอรับโทษไว้ก่อนย่อมไม่ผิด “ขอฝ่าบาททรงไว้ชีวิตด้วย”
ดูเหมือนฮ่องเต้ทรราชจะรำคาญมาก อวี๋หว่านอินได้แต่มองมือซีดขาวที่โบกไปมา นางกำนัลและขันทีทั้งหลายถอยออกไป
ห้องบรรทมที่กว้างใหญ่เหลือเพียงแค่เธอ!
อวี๋หว่านอินคุกเข่าอยู่นาน เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายเอ่ยปาก จึงทำ ใจกล้ายกมือปัดผ้าม่านหน้าเตียงขึ้น
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีนามว่า ‘เซี่ยโหวตั้น’ นับว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างยิ่ง ตอนที่อวี๋หว่านอินอ่านนิยายก็ยังแอบหมั่นไส้นักเขียนอยู่บ้าง เธอคิดว่านักเขียนคงต้องชอบคนหน้าตาดี ไม่เพียงแต่บรรยายให้พระเอกอย่างตวนอ๋องหล่อเหลาไร้ที่ติ แม้แต่ฮ่องเต้ทรราชก็ยังหน้าตาดีอย่างไม่จำเป็น!
เมื่อเห็นหน้ากันในระยะใกล้แค่เอื้อม อวี๋หว่านอินก็ยอมรับว่าใจของตนถูกกระแทกอย่างจัง คิ้วเขาเข้มเหมือนน้ำหมึก ริมฝีปากแดงดุจชาด ดวงตาดูร้ายกาจ มองแล้วไม่เหมือนคนดีสักเท่าไร แต่ให้ ความรู้สึกคล้ายปีศาจร้ายที่นักพรตผู้มีอาคมแก่กล้ายังไม่อาจส่งไปเกิดใหม่ได้
อวี๋หว่านอินแต่งหน้าฉูดฉาดก็จริง แต่พอเจอหน้าฮ่องเต้เธอก็เข้าใจคำว่า ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า!’
เซี่ยโหวตั้นคงคาดไม่ถึงว่าอวี๋หว่านอินจะเข้ามาใกล้ จึงนิ่วหน้าจ้องเธอนิ่งๆ ส่วนอวี๋หว่านอินก็ถูกบุคลิกของเขาสะกดจนลืมคำพูดที่เตรียมมาหมด ทั้งสองได้แต่จ้องตากันอย่างเงียบๆ จากนั้นอีกครู่ใหญ่ๆ ริมฝีปากบางของเซี่ยโหวตั้นก็ขยับ เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าน่ะ…”
“…” อวี๋หว่านอิน
เธอเอ่ยเพื่อเตือนความจำของเขา “หม่อมฉันอวี๋ผินเพคะ”
อีกฝ่ายจึงค่อยเอ่ยต่ออย่างไม่ติดขัด “อวี๋ผิน เจ้าหาฟูกมา ปูนอนบนพื้นสักคืนก็แล้วกัน” พูดแล้วก็พลิกตัวหันไปอีกทาง เหมือนจะนอนหลับ
อวี๋หว่านอินสับสนไปหมด ได้แต่ทำตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม เธอคิดถึงท่าทางของฮ่องเต้ตั้งแต่พบหน้ากัน แล้วก็วิเคราะห์ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตนคุ้นเคย อดที่จะลองหยั่งเชิงไม่ได้ว่า “เอ่อ… ฝ่าบาท”
ฮ่องเต้หันหน้ากลับมาอย่างรำคาญ “มีอะไรอีก!”
อวี๋หว่านอินถามคล้ายคนละเมอ “How are you?”
เซี่ยโหวตั้นเงียบไปนาน ขอบตาเริ่มเป็นสีแดงระเรื่อ
“I’m fine, and you?”