ทะลุมิติตะลุยวังหลวง จบแล้ว PDF - ตอนที่ 3
สิบนาทีหลังจากนั้น ตัวร้ายทั้งสองก็นั่งหันหน้าเข้าหากัน คุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
เซี่ยโหวตั้น “สองชั่วโมงก่อน ผมเพิ่งข้ามมิติมาที่นี่ ตอนนั้นกำลังนอนอาบแดดอยู่บนเรือสำราญ กระดกแชมเปญ เล่นมือถือ จู่ๆ ก็มีหน้าต่างแนะนำนิยายบ้าบออะไรก็ไม่รู้เด้งขึ้นมา พอลืมตาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”
อวี๋หว่านอินตื่นเต้น “สองชั่วโมงก่อนงั้นเหรอ อาบแดดด้วย! ตอนนั้นฉันเพิ่งเลิกงาน กำลังกลับบ้าน อ๊ะ เมื่อครู่คุณบอกว่าฟ้ามืดแล้ว หรือว่าคุณอยู่บนเรือที่ล่องในทะเล?”
เซี่ยโหวตั้นพยักหน้า “อืม กำลังพักร้อน”
อวี๋หว่านอินฟังแล้วยิ่งคาดไม่ถึง “คุณคงไม่ใช่ ‘ท่านประธานเอาแต่ใจ’ อย่างที่ใครๆ เขาว่ากันหรอกนะ!”
เซี่ยโหวตั้นตอบ “จะเอาแต่ใจหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ผมเป็นประธานบริษัทจริงๆ ชีวิตก็สบายดีอยู่หรอก” เขาพูดถึงตรงนี้ก็ทุบหน้าขา “ซวยชะมัด! มาอยู่ที่นี่ขนาดจะอาบน้ำก็ยังทำไม่ได้ แล้วยังมีเนื้องอกในสมองรอวันตายเข้าไปอีก!”
ริมฝีปากสีสดบนใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจของเขาขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วจนอวี๋หว่านอินรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน
อวี๋หว่านอินพยายามทำใจยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่
“ใจเย็น ๆ ก่อน ไอ้เรื่องปวดหัวข้างเดียวยังไม่แน่ว่าจะเป็นเนื้องอกซะหน่อย เพราะถ้าเป็นเนื้องอกทับเส้นประสาทในสมอง ก็น่าจะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย”
“จริงเหรอ แน่ใจนะ?”
“ก็ไม่แน่ใจนักหรอก ฉันก็เดาไปเรื่อย อยากจะพูดในทางที่ดีไว้ก่อน ไม่แน่คุณอาจจะถูกคนอื่นวางยาพิษประเภทออกฤทธิ์ช้าก็ได้”
“…” เซี่ยโหวตั้น “คุณอ่านนิยายเรื่องนี้จบหรือยัง ตอนนี้ผมอยู่ในสถานการณ์แบบไหน?”
อวี๋หว่านอินตอบ “อ่านแล้วแต่อ่านแบบคร่าวๆ ไม่ได้ละเอียดอะไร ถ้าจะพูดรวมๆ ก็คือแม่ของคุณน่ะเกลียดคุณ ตวนอ๋องซึ่งเป็น พี่ชายก็เกลียด สนมนางในของคุณก็เกลียด ขุนนางในราชสำนักก็เกลียด ถ้าเป็นไปตามเนื้อเรื่องเดิมที่เขียนไว้… ฉันเองก็เกลียดคุณ!”
“ผมทำเรื่องชั่วไว้มากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
อวี๋หว่านอินถอนใจก่อนตอบว่า “ไทเฮาองค์ปัจจุบันไม่ใช่แม่แท้ๆ ของคุณ ไม่ได้อบรมสั่งสอนคุณสักเท่าไหร่ แล้วตัวคุณเองก็ยังมีโรคปวดหัวข้างเดียว ทำให้ดื้อมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนฉุนเฉียวเจ้าอารมณ์ ชอบฆ่าคนเป็นว่าเล่น พวกขุนนางภักดีในราชสำนักก็ถูกฆ่า บางคนก็ถูกเนรเทศ คุณยังออกนโยบายบ้าบออะไรก็ไม่รู้เยอะแยะจนชาวบ้านไม่พอใจ พากันก่นด่าสาปแช่ง ถ้าว่ากันตามเนื้อเรื่องเดิม ตอนใกล้จบ คุณจะถูกตวนอ๋องฆ่าตายเพื่อรักษาความสุขสงบให้แผ่นดิน”
เซี่ยโหวตั้นถามต่อ “แล้วผมตายยังไง?”
อวี๋หว่านอินพยายามทวนความจำ “ลืมไปแล้ว ตอนนั้นฉันเหนื่อยก็เลยเลื่อนผ่านไปหลายหน้า เหมือนจะถูกคนลอบสังหาร แต่วันไหนเดือนไหนปีอะไร ใครเป็นคนฆ่า ฉันจำไม่ได้หรอก”
อวี๋หว่านอินเริ่มเชื่อแล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็น ‘ท่านประธานบริษัท’ ของจริง เพราะหลังจากที่นิ่งเงียบไปนาน เขาก็ยังใช้น้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นถามต่อไปว่า “แล้วคุณล่ะ คุณสวมบทบาทอะไร แต่… ดูหน้าตาแล้วก็ไม่น่าจะใช่คนดี”
อวี๋หว่านอินยอมรับ “ก็เป็นตัวร้ายนั่นแหละ ว่ากันตามเนื้อเรื่อง นางเอกของนิยายประเภทนี้จะต้องมีครอบครัวเป็นชนชั้นสูง มีเพื่อนสาวที่คอยถือมีดแทงข้างหลังวนเวียนอยู่ข้างตัวเป็นฝูงใหญ่ แต่เพราะฉันเป็นตัวร้ายเลยไม่มีรายละเอียดประเภทนี้สักเท่าไร ดูเหมือนฉันจะถูกคนที่บ้านส่งเข้าวังเพื่อให้เป็นหมากตัวหนึ่ง แต่ดันไปหลงรัก ตวนอ๋อง เลยหาเรื่องแกล้งตัวประกอบหญิงคนหนึ่ง สุดท้ายก็พ่ายแพ้ยับเยิน พอคุณตายฉันก็ถูกฆ่าตายตามไปติดๆ”
เซี่ยโหวตั้นแค่ส่งเสียง “อ้อ”
ทั้งคู่สบตากัน ต่างมีความคิดที่เหมือนกันว่าถ้าคิดจะมีชีวิตอยู่ต่อ คงต้องเป็นสหายร่วมรบ
ตัวร้ายจับมือกันมันถึงจะร้ายได้ถึงพริกถึงขิง!
เซี่ยโหวตั้นเสนอแผนแรก “ถ้าตอนนี้ผมสั่งให้ใครสักคนไป ลอบฆ่าสองคนนั้นเลย จะดีไหม?”
เขาพูดประโยคที่ไม่เข้ากับใบหน้าเลยสักนิด
อวี๋หว่านอินส่ายหน้า “ไม่น่าจะเหมาะ ตอนนี้คุณแทบไม่มีอำนาจในมือ อยากจะฆ่าตวนอ๋องมันไม่ง่ายขนาดนั้น อีกอย่างสองคนนั้นน่ะเป็นตัวเอกในนิยายที่นักเขียนเลือกไว้ เนื้อเรื่องทั้งหมดจะดำเนินไปตามบทของทั้งคู่ ถ้าเราฆ่าพวกเขาตาย ก็เท่ากับทำลายนิยายเรื่องนี้ ถึงตอนนั้นพวกเราจะอยู่ต่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
“แล้วคุณมีแผนยังไง?”
“พยายามควบคุมการเปลี่ยนแปลงทุกขั้นตอนไว้ในมือ ค่อยๆ เปลี่ยนเนื้อหาไปทีละน้อย แล้วคอยสังเกตผลที่ตามมา ถ้ามันดีก็ค่อยวางแผนเดินหน้าต่อไปทีละก้าว…”
เซี่ยโหวตั้นชูมือขึ้นห้าม “เดี๋ยวก่อน ในนิยายต้นฉบับ ตัวละครอย่างพวกเราสองคนคงไม่ได้ข้ามมิติมาใช่ไหม ในเมื่อพวกเราข้ามมิติมา แล้วตัวประกอบหญิงที่คุณว่ายังจะข้ามมิติมาด้วยไหม? ถ้าหาก พวกเราสามคนเป็นคนประเภทเดียวกัน แล้วตวนอ๋องยังจะเป็นตัวละครดั้งเดิมอยู่เหรอ?”
อวี๋หว่านอินตอบ “ฉันมีวิธีทดสอบพวกเขา”
วันรุ่งขึ้น ‘เซี่ยหย่งเอ๋อร์’ ที่เป็นตัวประกอบหญิงกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง
จู่ๆ ก็มีนางกำนัลวิ่งเหยาะๆ เข้ามารายงานด้วยความตื่นเต้น “พระสนม ได้ยินว่าฝ่าบาทจะจัดงานเลี้ยง ทรงเชิญพระสนมทั้งหมดเข้าร่วมงานด้วย พระองค์ต้องแต่งกายให้งดงามนะเพคะ หม่อมฉันเพิ่งเรียนวิธีการเกล้าผมแบบใหม่มาสองแบบ…”
เซี่ยหย่งเอ๋อร์หัวเราะ “เจ้านี่นะ… รู้ความเหลือเกิน” จากนั้นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเกล้ามวยผมอย่างอารมณ์ดี แต่แววตากลับหม่นแสงลงวูบหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าเซี่ยหย่งเอ๋อร์ที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่คนเดิม วิญญาณที่อยู่ในร่างของเซี่ยหย่งเอ๋อร์ยามนี้ก็คือ ‘หม่าชุนชุน’ ที่เพิ่งข้ามมิติ เข้ามาในนิยาย
แน่นอน... หม่าชุนชุนไม่รู้ว่ายังมีนิยายอีกเรื่องที่ชื่อว่า ‘ทะลุมิติมาเป็นพระสนมตัวร้าย’ อีกทั้งยังไม่รู้ว่ามีคนที่อยู่เหนือกว่าตนก้าวหนึ่ง และเคยได้เห็นได้อ่านชะตาชีวิตของตนไปแล้ว
หม่าชุนชุนรับรู้แค่เนื้อหาของนิยายเรื่อง ‘บูรพาผันราตรีให้ คลี่แย้ม’ ที่เป็นนิยายเกี่ยวกับการแก่งแย่งอำนาจในวังหลวง เธออ่านและจำได้ตั้งแต่ต้นจนจบ พอได้ข้ามมิติมาเลยตั้งใจจะกุมชะตากรรมของตัวละครบนหน้ากระดาษทั้งหมดไว้ในมือ
เธอจำได้ว่านางเอกของเรื่องชื่ออวี๋หว่านอิน นางแอบมีใจให้ ตวนอ๋อง เมื่อคืนนางเอกเพิ่งถูกส่งไปถวายตัวรับใช้ฮ่องเต้ทรราช แต่ทำได้ไม่ดีนักเลยถูกขับไล่ไปอยู่ตำหนักเย็น วันนี้ตวนอ๋องที่เดินทางเข้าวังจะบังเอิญพบกับนางเอกตรงหน้าประตูตำหนักเย็นพอดี ทั้งสองจึงสานสัมพันธ์กัน
สิ่งที่เธอต้องทำ คือหาทางขัดขวางตวนอ๋องไม่ให้พบกับ อวี๋หว่านอิน เพื่อแย่งสิ่งที่ต้องเป็นของอวี๋หว่านอินตามเนื้อเรื่องให้ กลายมาเป็นของเธอแทน!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เซี่ยหย่งเอ๋อร์ก็หันไปถามนางกำนัลคล้ายกับไม่ตั้งใจ “เมื่อคืนอวี๋ผินไปปรนนิบัติฝ่าบาท ไม่รู้ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีข่าวคราวของนางบ้างหรือไม่?”
นางกำนัลตอบ “ได้ยินมาว่า เมื่อคืนนี้ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยมาก จึงมีราชโองการแต่งตั้งอวี๋ผินเป็นอวี๋เฟยเพคะ”
มือที่ถือปิ่นปักผมของเซี่ยหย่งเอ๋อร์พลันอ่อนแรงจนเผลอปล่อยปิ่นให้ตกลงบนโต๊ะ
เป็นไปได้อย่างไร! หรือว่าการปรากฏตัวของเธอจะทำให้ เนื้อเรื่องเปลี่ยน?
แต่ไม่เป็นไร เธอจัดการได้ ขอแค่คงพลอตหลักของเรื่องเอาไว้ให้ได้ส่วนที่เหลือก็ต้องดีตาม!