ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 462 เครื่องจักรทำงานแล้ว
กองไฟยี่สิบเกือบสามสิบกอง แผดเผาลุกไหม้พร้อมกันอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน
ไม่นับสิบห้าครอบครัวที่อยู่อีกฟากของแม่น้ำ แม้แต่สะใภ้รองของเริ่นกงซิ่นก็มาด้วย
นางก็แค่คิดว่า คืนนี้พ่อสามีคงกลับมาไม่ได้ น่าจะไปตามหาอยู่ เผื่อตามกลับมาได้ นางก็เลยมาร่วมฟังด้วย
ตัวแทนร้อยเจ็ดครอบครัวทั้งหมู่บ้าน รวมกับตัวแทนอีกสิบห้าครอบครัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ต่างมารวมกันอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน
สถานการณ์เป็นแบบไหนน่ะเหรอ
เปลวเพลิงลุกโชน สะท้อนใบหน้าของทุกคนจนแดงก่ำ
บ้านไหนมีไก่ มีเป็ด มีหมู มีเด็กที่ต้องเอาอาหารให้ ต่างก็รีบร้อนไปทำแล้วรีบวิ่งกลับมา เพราะกลัวว่าจะพลาดสาระสำคัญของการประชุมไป ประเดี๋ยวต้องไปเหนื่อยถามอีก
หัวหน้าตระกูลเริ่น ซ่งฝูเซิง ลุงซ่ง รวมถึงตัวแทนที่มีลำดับอาวุโสและบารมีสูงในหมู่บ้าน ต่างก็สวมเสื้อกันหนาวตัวใหญ่มานั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กท่ามกลางกองไฟหลายสิบล้อมรอบ
หัวหน้าตระกูลเริ่น หันไปถามซ่งฝูเซิง “พอประมาณแล้ว เริ่มเลยไหม”
ซ่งฝูเซิงพยักหน้า “เริ่มเลย”
“ข้าขอบอกพวกเจ้า ขอพูดดักไว้ก่อนเลยว่า อย่าคิดว่าใช้แรงงานทดแทนแล้วก็จะเอาคนแก่คนป่วยในบ้านมาอ้าง เอาชื่อพ่อแม่มาแทน
คราวก่อนที่พวกเจ้าร้องไห้คร่ำครวญอ่านประกาศ บนนั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร ต้องการอายุเท่าไรถึงเท่าไร ก็ยึดตามนั้น
รับเข้ามา พอถึงเวลาก็ต้องทำงาน ไม่ใช่ให้พวกเจ้าเอามาเป็นข้ออ้างอยู่บ้านว่างๆ
ครอบครัวของข้า ข้าจะทำเป็นตัวอย่างให้พวกเจ้าก่อน”
หัวหน้าตระกูลเริ่น หันไป “เจ้าสาม เจิ้นจง”
“รับทราบท่านพ่อ”
“รับทราบท่านปู่”
“บ้านเราก็พวกเจ้าสองคน”
“รับทราบ”
ในหมู่บ้านมีคนที่ชอบหัวหมอ พอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าแย่แล้ว ถูกปู่หลี่เจิ้งรู้ทันเสียแล้ว
หัวหน้าตระกูลเริ่น พูดต่อ
“พวกเจ้าต้องรู้จักพอ…
…ครั้งนี้แค่ใช้แรงงานก็ได้แล้ว ไม่ต้องไปจากบ้าน ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องทุกข์ทรมาน จะไปหาเรื่องดีแบบนี้จากไหนได้…
…หากพวกเจ้าไม่เชื่อฟัง จ้องแต่จะเอาเปรียบ ถ้าเช่นนั้นข้าขอพูดเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า อย่าทำ…
…ไม่ตั้งใจทำงาน ถ้าถูกคนที่นายอำเภอส่งมาจับได้ เอาตัวพวกเจ้าไป พอถึงเวลาอย่ามาร้องไห้คร่ำครวญกับข้า…
…คนที่นายอำเภอส่งมาอาจเข้ามาในหมู่บ้านได้ทุกเมื่อ พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร อาจไม่ได้ใส่ชุดของทางการเสียด้วยซ้ำ…
..งเข้ามาก็เดินเตร็ดเตร่ จะเรียกแต่ละบ้านไปถามที่ไหนตอนไหนก็ได้ พอถึงเวลาก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้ากับฝูเซิงจะช่วยพวกเจ้าได้ และก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราทำ พวกเจ้าต้องแยกแยะให้ดี…
…พวกเราสองคนจะทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ยังทำไม่ได้…
…ดังนั้นข้าไม่ได้ขู่พวกเจ้าหรอกนะ…
…คนที่ไม่เชื่ออยากจะลองเป็นอย่างที่นายอำเภอพูดไว้ก็ได้ หากใครกล้าก่อความวุ่นวายในหมู่บ้านเสบียงทหาร เขาจะจับคนพวกนั้น เอาไปประจานตามถนนก่อน ทำให้อับอาย เอาให้รู้กันไปทุกหมู่บ้าน จะได้รู้ว่าคนคนนี้ไม่ตั้งใจทำงานเพื่อทหารแนวหน้า…
…พออับอายเสร็จ พูดในทางเลวร้าย พอเจ้าไปแล้วคนที่อยู่ข้างหลังจะไม่ติดร่างแหไปด้วยรึ…
…หลังจากแห่ประจานเสร็จก็จะส่งพวกเจ้าไปที่อื่น ที่ไหนแย่ก็ส่งไปที่นั่น ลำบากยิ่งกว่าที่ที่พวกเจ้าจะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารตอนนี้เสียอีก…
…ใต้เท้านายอำเภอยังพูดอีกว่า อย่าคิดว่าหมู่บ้านเหรินจยาถูกกำหนดเป็นหมู่บ้านเสบียงทหารแล้วจะดีเด่อะไร หากไม่ตั้งใจทำให้ดี ทำเขาขายหน้า เขาก็จะเปลี่ยนหมู่บ้าน หมู่บ้านอู่ฝูที่อยู่ข้างๆ รออยู่ หมู่บ้านซานหยางที่อยู่ถัดลงไปก็ชะเง้อคอรออยู่…
…ถ้าการคุมพวกเจ้ามันยากนัก ก็ไม่สู้ย้ายพวกฝูเซิงสิบห้าครอบครัวไป พวกฝูเซิงไปไหน คิดดูก็รู้ว่าหมู่บ้านอู่ฝูกับหมู่บ้านซานหยางคงให้การต้อนรับเป็นอย่างดีทุกคน!”
ไม่รอให้ชาวบ้านคนอื่นๆ สาบาน อาสามสกุลเหรินก็ทำสีหน้ารังเกียจพลางพูด
“เลิกพูดเถอะ ฝูเซิงไม่ไปไหนหรอก พวกเราต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน คนในหมู่บ้านอยู่กันพร้อมหน้าพอดี ฟังข้าให้ดีนะ ก็แค่ทำงานไม่ใช่เหรอ ไม่เหนื่อยตายหรอก ใครที่มันกล้าเอาเปรียบหลานชายข้า ถ้าพวกเจ้ากล้าทำครอบครัวข้าเดือดร้อนไปด้วย ข้าจะเอาเรื่องเต็มที่ ไม่ปล่อยไว้แน่”
ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็พากันนั่งไม่ติด ลุกจากเก้าอี้ ยืนด่าทางนั้นที ทางนี้ที
สรุปได้ใจความว่า คนที่ลงชื่อไปต้องเชื่อฟัง ตั้งใจทำงาน ถ้าเด็กบ้านไหนหัวหมอกล้าทำนายอำเภอโกรธขึ้นมาแล้วย้ายพวกฝูเซิงออกไป คนทั้งหมู่บ้านไม่ปล่อยไว้แน่
ไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ได้ไหม เพราะเวลาซวยที มันซวยกันทั้งหมดอย่างไรล่ะ
ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง
ต้องทราบก่อนว่า การทำสงครามไม่ได้ทำเสร็จในวันสองวัน อย่าให้ถึงเวลาเห็นๆ อยู่ว่าไม่ต้องไปแล้ว แต่ปรากฏว่าปีหน้ามาถูกเกณฑ์ไปอีกเพราะทำได้ไม่ดี
พวกสะใภ้เก้าจับมือท่านย่าหม่าด้วยความกังวล “ไปไม่ได้นะ อู่ฝูซานหยางอะไรกัน ฟังดูก็รู้สึกไม่เป็นมงคล ไม่ใช่หมู่บ้านใหญ่อะไร จริงๆ นะ พวกเขายากจน แทบจะใส่กางเกงตัวเดียวออกจากบ้าน หมู่บ้านพวกเรารวย”
“นี่ก็แค่ยกตัวอย่างเองนะ” ท่านย่าหม่าถึงกับจนปัญญา
ท่านยายสวี่ที่แอบเอาไก่แข็งตายไปไว้หน้าบ้านซ่งฝูเซิง ตบต้นขาหนึ่งฉาด “ไอ๊หยา ยกตัวอย่างก็ไม่ได้ ฟังแล้วน่ากลัว”
ไม่รู้ว่าเด็กผู้ชายบ้านไหนถามขึ้น “ท่านปู่หัวหน้าตระกูล เช่นนั้นถ้าคนที่ใต้เท้านายอำเภอแอบส่งมาตรวจจงใจจับผิด หาว่าพวกเราไม่ตั้งใจทำงานล่ะจะทำอย่างไร”
ทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน รู้สึกตกใจมาก นั่นสิ เกิดหมู่บ้านอื่นแอบติดสินบนให้มาจับผิดจะทำอย่างไร
“ดังนั้นแต่ละบ้านถึงต้องเลือกคนที่เอาการเอางานที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในหนึ่งวันต้องทำงานให้ได้พื้นที่ร้อยหมู่ พวกเราก็ทำมันร้อยยี่สิบหมู่ เอาให้จับผิดไม่ได้”
ใช่ๆๆ ถูกต้อง
ผู้สูงวัยของแต่ละบ้านเริ่มวางแผนกันในใจ ตราบใดที่พวกเด็กๆ ได้อยู่บ้านย่อมดีกว่าอะไรทั้งนั้น ครั้งนี้ต้องเลือกคนที่เอาการเอางานที่สุด อีกทั้งถ้าพวกเด็กๆ ทำไม่ไหว อย่างมากพวกเขาก็ไปช่วยด้วย อย่าให้เสียงานของส่วนรวม
ถ้าส่วนรวมเกิดเรื่อง ทุกคนก็จะรับเคราะห์ไปด้วย
ซ่งฝูเซิงได้พูดขึ้นในเวลานี้
“ถ้าตอนกลางวันคนที่ลงชื่อของแต่ละบ้านทำงานเสร็จแล้ว ตอนที่งานสวนของตัวเองยุ่งตอนเย็นก็กลับไปช่วยที่บ้านได้ เรื่องนี้ไม่เป็นไร ขอแค่ร่างกายรับไหว…
…โดยเฉพาะบ้านที่มีคนหนุ่มอยู่น้อย เรื่องนี้อะลุ่มอล่วยได้ พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ไม่ต้องสนว่าเวลาไหน ข้าเองก็อยากคิดไปในทางเดียวกับทุกคน…
…นอกจากนี้ พวกเรามีข้าวให้กินด้วย ไม่ต้องสนว่าจะทดแทนการเกณฑ์ทหารหรือเป็นทหารใช้แรงงานจริงๆ ก็ต้องกินข้าวทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ”
มีข้าวให้กินด้วยเหรอ แม่เจ้า เมื่อก่อนยังไม่กล้าจะคิด
เรื่องนี้ตอนนี้ไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วนที่สุด พอเห็นทุกคนถกเถียงกันอย่างร้อนแรง ซ่งฝูเซิงจึงบอกให้หัวหน้าตระกูลเริ่น พูดต่อ
“เงียบหน่อย ไอรีน ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดก็คือวัวนมที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ อีกประเดี๋ยว เอ้อร์หมาจื่อ พวกเจ้าเป็นงานไม้ ตามพี่ชายคนรองของฝูเซิงไป พวกเจ้าเรียกเขาว่าพี่รอง”
คนหนุ่มเหล่านั้นรีบเรียกซ่งฝูสี่ว่าพี่รอง
หัวหน้าตระกูลเริ่น พูดต่อ “ไปทำป้ายเลขคล้องคอวัว พรุ่งนี้พอวัวนมมาถึงให้แต่ละบ้านช่วยกันมารับเอาไปก่อน ข้าจะบอกพวกเจ้าให้ ถ้าเลี้ยงไม่ดีได้เป็นเรื่องใหญ่ นั่นเป็นวัวนมของหลวง วัวหมายเลขไหนให้นมน้อย วันหน้าก็จะตรงไปหาพวกเจ้าได้ทันที”
ต่อมาก็เริ่มพูดถึงเรื่องบ้านที่ว่างอยู่ หัวหน้าตระกูลเริ่น จัดแจงคนไปช่วยพวกซ่งฝูเซิงรื้อบ้านทำโรงเพาะปลูกพริก
อันที่จริงคืนนี้ก็ไม่มีอะไรให้พูดอีก เพราะซ่งฝูเซิงยังไม่ได้ไปเจอใต้เท้าเหมาเป็นครั้งที่สอง เขาไม่รู้ว่าใต้เท้าเหมาจัดการให้อย่างไร
ถึงขนาดที่ก็ไม่ได้จะต้องรีบรื้อบ้านขนาดนั้น เกิดไม่เอากระดาษไขมาส่งให้ แบบนั้นไม่จบเห่เหรอ
รวมถึงวัวนม ตอนนี้คราวก่อนยังไม่ยืนยันเรื่องอิฐนมก็จะส่งวัวนมมาก่อนแล้ว โชคดีที่ทำเต้าหู้นมต้องพักนมไว้ระยะหนึ่งให้เปรี้ยวก่อน
วันนี้มีถามรายละเอียดกับนายอำเภอ แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่รู้
ในขณะที่ซ่งฝูเซิงรู้สึกว่าเลิกประชุมได้ หัวหน้าตระกูลเริ่น ก็ได้จัดการเรื่องสุดท้าย คืนนี้ให้พวกผู้หญิงในหมู่บ้านเร่งปักป้ายผ้า ‘หมู่บ้านเสบียงทหารเหรินจยา’
เขาต้องการเอาป้ายพวกนี้ผูกติดกับไม้ยาว ปักไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้านให้โบกสะบัดเหมือนธง
นายอำเภอทำป้ายบอกทางใช่ไหม เขาก็เอาด้วย
วันต่อมา ซ่งฝูเซิงเพิ่งตื่นได้ไม่นานเขาก็ได้รับ ‘เซอร์ไพรส์’ จากใต้เท้าเหมา
ยังไม่ยืนยันอะไรสักเรื่อง ใต้เท้าเหมาก็ทำประหนึ่งว่า ไม่ต้องพูดอะไรไร้สาระ ขนของเข้าไปก่อน
ไม่อย่างนั้นจะพูดเหรอว่า ไม่ว่าเรื่องไหนก็ต้องสยบให้เครื่องจักรระดับประเทศ
อำนาจทั้งหมด แค่ตวัดมือสั่ง
รถขนอิฐทยอยเข้ามาในหมู่บ้านทีละคัน
รถขนวัตถุดิบสำหรับทำขนมปังดำเคลื่อนเข้ามาในหมู่บ้านทีละคัน
รถขนกระดาษไขสำหรับทำโรงเพาะปลูกพริกก็เข้ามาในหมู่บ้านแล้ว
เคลื่อนเข้ามาในหมู่บ้านเป็นแถวยาวเหยียดจนมองไม่เห็นหัวแถวท่ามกลางธง ‘หมู่บ้านเสบียงทหารเหรินจยา’ ที่โบกสะบัดอยู่สองข้างทาง
ต่อมาก็เป็นวัวนมตัวใหญ่เดินอุ้ยอ้ายเข้ามาในหมู่บ้าน ฝูงวัวอลังการมาก
พวกผู้หญิงในหมู่บ้านไม่คุยเรื่องไร้สาระอีกต่อไป แต่กำลังถกเถียงกันอย่างร้อนแรงว่าอีกเดี๋ยวจะเอาวัวตัวไหน
“เอ๊ะ เจ้าดูวัวกลุ่มนั้นสิ ทรงดีไหม”