ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 153 เจ้าไม่ต้องการพ่อแล้วหรือ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 153 เจ้าไม่ต้องการพ่อแล้วหรือ
ผู้ใหญ่บ้านก็เกลี้ยกล่อมว่า “ใช่แล้ว สายเลือดนั้นจะตัดขาดกันง่ายๆ ได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ยิ่งไปกว่านั้น หากตัดแขนตัดขาแล้ว ต่อไปครอบครัวเจ้าจะหาเลี้ยงชีพกันอย่างไร?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นจ้องมองอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ด้วยความโกรธ “เหลียนเอ๋อร์ เจ้านี่มันไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรบ้างเลยหรือไง ยังไม่รีบห้ามปรามพ่อเจ้าอีก เจ้าอยากเห็นพ่อเจ้าต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเพื่อเจ้า? ยอมพิการเพื่อเจ้าแบบนั้นหรือ?”
แน่นอนว่านางทำใจไม่ได้! ตอนที่อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ตัดสินใจกระโดดลงไปในแม่น้ำ นางก็เตรียมใจตายแล้ว แม้จะถูกช่วยขึ้นมา แต่ตอนนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของลุงรอง นางก็ไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่ต่อ จนกระทั่งฟางซื่อมาบอกนางว่า บิดาของนางจะไปตัดญาติกับคนบ้านเก่าเพื่อช่วยนาง
การตัดญาตินั้นร้ายแรงเพียงใด ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รู้ดี นางทนเห็นบิดากลายเป็นคนพิการไม่ได้ ดังนั้นนางจึงรวบรวมกำลังทั้งหมด ลุกขึ้นมาขอร้องให้ฟางซื่อพานางมาที่บ้านหลังเก่า ต่อให้ต้องตาย นางก็จะไม่ยอมให้พ่อแม่ของนางต้องเดือดร้อน
“ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านปู่ใหญ่ ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย ท่านลุงป้าน้าอา เช้าตรู่วันนี้ ขณะที่ข้ากำลังทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ที่บ้านของลุงรอง เจียงหลิ่วจือก็มาหาข้า บอกว่าเถาซื่อมีธุระจะคุยกับข้า”
“เวลานั้น ในไร่นาก็มีคนทำงานอยู่ไม่น้อย เชื่อว่าคงมีหลายคนที่เห็นเจียงหลิ่วจือไปที่บ้านของลุงรอง ข้าตามหลิ่วจือกลับมาที่บ้านเก่า ที่ห้องโถง ท่านย่าให้ข้าช่วยร้อยด้ายเข็ม จากนั้นก็ให้ข้าช่วยพับชายเสื้อให้”
“ต่อมาตอนที่ข้าช่วยนางทำงาน นางก็ให้เจียงหลิ่วจือยกน้ำหวานมาให้ข้าหนึ่งชาม ข้าไม่ยอมดื่มก็คะยั้นคะยอให้ข้าดื่ม พอข้าดื่มหมดแล้ว นางก็อ้างว่าจะออกไปเข้าห้องน้ำแล้วออกไป ไม่นานนัก ข้าก็รู้สึกหมดแรง… จากนั้นเจียงเทียนเป่าก็โผล่ออกมาจากหลังเสื่อที่มุมห้อง…”
“ข้าเลยวิ่งหนี… แต่กลับพบว่าเถาซื่อลงกลอนประตูเอาไว้แล้ว ข้าร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครตอบรับ ข้าไม่มีทางเลือก จึงคว้ากรรไกรจากตะกร้าเย็บผ้ามาด้วยความตื่นตระหนก…”
“ทุกคนคงเห็นแล้วใช่หรือไม่ ใบหน้าของข้าถูกเจียงเทียนเป่าทำร้าย ข้ารู้ดีว่าชื่อเสียงของข้า คงไม่เหลือแล้ว ข้าก็ไม่มีหน้าจะอยู่ต่อไปแล้ว… หากท่านพ่อท่านแม่ต้องการตัดญาติก็ตัดไปเถิด อย่างมากข้าก็แค่ตายแทนท่านพ่อ!”
กล่าวจบ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ก็หยิบกรรไกรออกมาจากแขนเสื้อ จ่อไปที่หน้าอกของตนเองอย่างไม่ลังเล กรรไกรเล่มนี้ นางแอบหยิบมาตอนที่ฟางซื่อและคนอื่นๆ ไม่ทันระวังและซ่อนไว้
“เหลียนเอ๋อร์!” เฉาซื่อกับอวิ๋นโส่วเย่าตกใจจนแทบสิ้นสติ ไม่มีใครคาดคิดว่าอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์จะทำเช่นนี้
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ โม่ซ่านได้รับคำสั่งจากอวิ๋นเจียวให้นางคอยจับตาดูสถานการณ์ของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กับเฉาซื่อ ทันทีที่อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์จ้วงกรรไกรลงไป นางก็พุ่งเข้าไปจับข้อมือนางไว้แน่น ก่อนจะแย่งกรรไกรมาได้
ทว่ากรรไกรก็แทงเข้าไปเล็กน้อย หน้าอกของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์พลันเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด
คำพูดและการกระทำของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ ทำให้ผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูลไม่รู้จะพูดอะไรต่อ นี่หรือคือย่าแท้ๆ? ใช้วิธีสกปรกเช่นนี้มาใส่ร้ายหลานสาวตัวเอง!
อวิ๋นโส่วเย่ากับเฉาซื่อเองก็ไม่รู้ว่าเถาซื่อลงกลอนประตูห้องโถง นี่มันจงใจทำลายความบริสุทธิ์ของเหลียนเอ๋อร์ชัดๆ!
ใบหน้าของผู้เฒ่าอวิ๋นในตอนนี้ แดงก่ำด้วยความอับอายขายหน้า เขาตบหน้าเถาซื่ออย่างแรง ตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้ามันยายแก่สารเลว เจ้าทำเรื่องชั่วช้าอะไรลงไป!”
เถาซื่อถูกตบจนเซ เกือบจะล้มลงกับพื้น โชคดีที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เข้ามาช่วยพยุงไว้ได้ทัน “เจ้านี่นะตาแก่ไม่ตาย กล้าตบข้าหรือ ข้าทำไปทั้งหมดนี้เพื่ออะไรเล่า? ฟ้าดินเป็นพยาน ข้าแค่ไปเข้าห้องน้ำ ไม่ได้ลงกลอนประตู นางเด็กคนนั้นมันพูดโกหก! มันล่อลวงเทียนเป่าไม่สำเร็จ ถึงได้ทำร้ายเทียนเป่า ตอนนี้ยังมาทำลายชื่อเสียงของข้าผู้เป็นย่าแท้ๆ อีก! เจ้าเด็กสารเลวนี่! ขอให้เจ้าไม่ตายดี…”
“พูดเหลวไหลไปเถิด ต่อให้โง่แค่ไหนก็ไม่มีใครไปล่อลวงผู้ชายในห้องโถงหรอก!”
“นั่นสิ รู้ทั้งรู้ว่ายายเฒ่าแค่ไปเข้าห้องน้ำ ยังกล้าล่อลวงผู้ชาย ต้องโง่แค่ไหนถึงได้ทำเรื่องเช่นนี้?”
“พวกเจ้าไม่รู้อะไร ก่อนหน้านี้พวกข้าเห็นกับตา ประตูบ้านตระกูลอวิ๋นปิดสนิททั้งๆ ที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ พี่สามอวิ๋นยืนเรียกอยู่หน้าประตูตั้งนาน ก็ไม่มีใครเปิดประตู สุดท้ายต้องปีนกำแพงเข้าไปเปิดประตูเอง”
“นี่มันชัดเจนแล้วมิใช่หรือ ดูท่าว่าตอนนั้นคงลงกลอนประตูไว้ พอได้ยินเสียงคนเรียกหน้าประตู ถึงได้รีบไปเปิดประตูให้”
“ทั้งวันเอาแต่พูดว่าลูกหลานใจทราม ข้าว่ายายเฒ่าคนนี้ต่างหากที่ใจคอโหดเหี้ยม ไม่เคยเห็นย่าที่ไหนทำร้ายหลานสาวตัวเองแบบนี้มาก่อน”
“แบบนี้ก็ไม่แน่ บางทีพวกเขาอาจจะร่วมมือกันก็ได้ หากไม่มีผู้เฒ่าอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย นางจะกล้าทำแบบนี้หรือ? ทั้งวางยา ทั้งทำลายความบริสุทธิ์ของหลานสาวตัวเอง… บ้านแบบนี้ยังมีหน้ามาส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสืออีกหรือ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ทั้งอับอายและโกรธแค้น เขาพุ่งเข้าไปตบหน้าเถาซื่ออีกหลายฉาด ตบจนมุมปากของเถาซื่อมีเลือดไหล ฟันหักไปสองซี่
ในสถานการณ์เช่นนี้ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่กล้าเข้าไปห้ามปรามผู้เฒ่าอวิ๋น หลังจากตีจนพอใจแล้ว ผู้เฒ่าอวิ๋นก็หมดแรงทรุดลงกับพื้น เรื่องราวบานปลายถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีทางย้อนกลับไปได้อีก
ยายแก่คนนี้นี่ ไม่ได้บอกว่าแค่จะให้พวกเขาอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องหรือ… ไม่เห็นบอกเลยว่าจะวางยา จะลงกลอนประตู จะให้พวกเขาชิงสุกก่อนห่าม
ผู้เฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วเย่าด้วยสายตาเว้าวอน “เจ้าสาม เจ้าจะทิ้งพ่อแม่เพื่อเด็กผู้หญิงคนเดียวจริงๆ หรือ?”
อวิ๋นโส่วเย่ามองอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ที่ยืนกรานไม่ยอมจากไป เฉาซื่อใช้ผ้าเช็ดหน้ากดแผลที่หน้าอกให้นาง ส่วนอวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็จ้องมองด้วยแววตาเคียดแค้น ราวกับลูกเสือตัวน้อยๆ
เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “ท่านพ่อ เหลียนเอ๋อร์กับหลานเอ๋อร์มีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า พวกนางเป็นลูกของข้า หากมีใครทำกับเหมยเอ๋อร์ กับโส่วหลี่เช่นนี้ ท่านพ่อจะยอมหรือไม่? พวกท่านทำแบบนี้ลงไป ไม่เคยคิดเลยหรือว่าเท่ากับกำลังฆ่าลูกชายตัวเอง? แม้แต่เสือยังไม่กินลูกตัวเองเลยท่านพ่อ!”
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่อวิ๋นโส่วเย่าเรียกผู้เฒ่าอวิ๋นว่า ‘ท่านพ่อ’ หัวใจของเขาก็กำลังหลั่งเลือดเช่นกัน
คำพูดของเขาทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดไม่ออก แววตาเว้าวอนในดวงตาค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความสิ้นหวัง
ช่างเถิด จะตัดขาดก็ตัดขาด เรื่องราวบานปลายถึงขั้นนี้แล้ว บ้านสาม… ลูกชายคนนี้ คงถูกผลักออกไปไกลแล้วจริงๆ “ช่างเถิด ช่างมัน ตัดขาดก็ตัดขาด ข้าไม่ต้องการแขนขาของใครทั้งนั้น ก็ทำตามที่อวิ๋นเจียวพูด เอาสูตรมาแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน”
ตัดขาดความสัมพันธ์แล้ว ได้สูตรแลกเปลี่ยน อย่างน้อยๆ ก็ขายได้หนึ่งร้อยตำลึงเงิน ต่อให้ไม่ขายก็ยังถือเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการเรียนของเจ้าห้าสูงมาก ตอนนี้เขารู้สึกหนักใจเต็มทีในการส่งเสียค่าเล่าเรียน
อวิ๋นฉี่เยว่เอ่ยขึ้น “เช่นนั้นข้าจะเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ให้เดี๋ยวนี้ขอรับ”
เนื่องจากรู้ดีว่าอวิ๋นโส่วเย่าต้องการตัดขาดความสัมพันธ์ ดังนั้นตอนที่อวิ๋นฉี่เยว่มาที่นี่ เขาจึงนำพู่กัน หมึก และกระดาษมาด้วย
ไม่นานนัก ก็มีคนยกโต๊ะออกมาให้ อวิ๋นฉี่เยว่เขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ต่อหน้าทุกคน จากนั้นจึงมอบให้หัวหน้าตระกูลอวิ๋น “…บัดนี้บุญวาสนาสิ้นสุดแล้ว จึงขอยุติความสัมพันธ์ทางสายเลือด นับแต่วันนี้เป็นต้นไป แยกจากกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดอีกต่อไป…”
หัวหน้าตระกูลอ่านหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์จบ ผู้เฒ่าอวิ๋นและอวิ๋นโส่วเย่าต่างก็ไม่มีข้อโต้แย้ง ทั้งสองฝ่ายลงนามประทับตรา ตลอดกระบวนการ ผู้เฒ่าอวิ๋นอยู่ในอาการเหม่อลอย ส่วนจางต้าไห่ก็รู้สึกโล่งใจ ในที่สุดก็ได้สูตรมาแล้ว
หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์มีทั้งหมดสามฉบับ ผู้เฒ่าอวิ๋นหนึ่งฉบับ อวิ๋นโส่วเย่าหนึ่งฉบับ และอีกหนึ่งฉบับต้องนำไปมอบเป็นหลักฐานที่ศาลาว่าการอำเภอ
หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งสามฉบับอยู่ในความดูแลของหัวหน้าตระกูลก่อน จากนั้นจะนำไปให้ศาลาว่าการเพื่อรับรอง
“หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ลงนามเรียบร้อยแล้ว อวิ๋นเจียว เจ้าเอาสูตรเม่าไช่ออกมาเถิด”