ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 154 ตัดขาดกันเสียที
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 154 ตัดขาดกันเสียที
หลังจากลงนามในหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์แล้ว ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ลืมเรื่องสูตรอาหาร
ใช่น่ะสิ จะลืมได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะสูตรอาหารนี้ เรื่องในบ้านคงไม่วุ่นวายถึงเพียงนี้ ในเมื่อขายขี้หน้าจนหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต้องห่วงหน้าตาอีกแล้ว
อวิ๋นเจียวยิ้มพลางถามผู้เฒ่าอวิ๋น “ท่านปู่ สูตรอาหารอะไรหรือเจ้าคะ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็โกรธจนแทบระเบิด “ก็สูตรเม่าไช่ไงเล่า เจ้าพูดต่อหน้าคนมากมายว่า ขอแค่ตัดขาดความสัมพันธ์ ก็จะมอบสูตรอาหารให้!”
อวิ๋นเจียวเอ่ย “ก่อนหน้านี้ข้าอยากใช้สูตรอาหารมาแลกจริง แต่มิใช่ว่าถามพวกท่านหลายครั้งแล้ว แต่พวกท่านก็ไม่ได้รับปากหรือเจ้าคะ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นกับเจียงต้าไห่ได้ยินดังนั้นก็โกรธจนแทบล้มทั้งยืน อะไรคือพวกเขาไม่รับปาก พวกเขาจะไม่รับปากได้อย่างไร
“เจ้ารอง เจ้าไม่คิดจะสั่งสอนลูกสาวเจ้าหน่อยหรือ? เหตุใดนางถึงเป็นเช่นนี้ พูดแล้วว่าจะให้ ตอนนี้กลับไม่ให้?”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ย “ท่านพ่อ ข้าเพียงได้ยินเจียวเอ๋อร์ถามว่า หากอยากได้สูตรอาหารทำไมไม่ใช้การตัดญาติมาแลก ไม่ได้ยินเจียวเอ๋อร์บอกว่าจะมอบสูตรอาหารให้พวกท่าน”
ฉี่ชิ่ง ฉี่เสียง และคนอื่นๆ ก็พูดขึ้นว่า “ใช่ขอรับ พวกข้าก็ไม่ได้ยินเจียวเอ๋อร์บอกว่าจะมอบสูตรอาหารให้พวกท่าน!”
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็เห็นด้วย “ใช่แล้ว เด็กคนนั้นไม่ได้บอกว่าจะให้สูตรอาหารสักหน่อย!”
“ข้าจำได้แม่นเลย นางไม่ได้พูดจริงๆ!”
“โธ่เอ๊ย นี่มันฟังผิดไปเองนี่นา วุ่นวายอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย”
“นั่นน่ะสิ นี่แหละที่เรียกว่าฟ้ามีตา!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศ ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเวียนหัวจนแทบยืนไม่อยู่ เด็กอวิ๋นเจียวคนนี้ต้องจงใจแกล้งเขาเป็นแน่
หลายครั้งที่นางเสนอว่าหากยอมตัดญาติก็จะมอบสูตรอาหารให้ แต่นางกลับไม่เคยพูดว่าหลังจากตัดญาติแล้วจะมอบสูตรอาหารให้เขา
นางจงใจขุดหลุมพรางให้เขากระโดดลงไป! แต่น่าเจ็บใจที่เขาไม่มีทางจัดการนางได้
เจียงต้าไห่ตกตะลึง ไม่ได้การแล้ว เงินมัดจำที่เขาได้รับมาก็ใช้ไปกว่าครึ่งแล้ว หากไม่มีสูตรอาหาร เขาจะเอาเงินที่ไหนไปคืนเล่า
ยิ่งไปกว่านั้น เงินมัดจำยังน้อย แต่เงินก้อนใหญ่ตั้งหนึ่งพันตำลึงเงินเชียวนะ ใกล้จะได้มาแล้วแท้ๆ คราวนี้… ที่สำคัญ เจ้าของภัตตาคารฝูอวิ้นก็ไม่ใช่คนใจดีอะไร!
เมื่อเรื่องการตัดญาติเสร็จสิ้น ก็ไม่มีใครอยากอยู่ที่บ้านหลังเก่าอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นฟางซื่อหรืออวิ๋นเจียว ต่างก็ไม่คาดคิดว่าจะสามารถตัดขาดจากบ้านหลังนี้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่อีแปะเดียวเช่นนี้
ทั้งบ้านใหญ่ บ้านสาม และครอบครัวอวิ๋นเจียวต่างพากันกลับโดยไม่แม้แต่จะชายตามองผู้เฒ่าอวิ๋นและคนอื่นๆ ที่โกรธจนแทบกระอักเลือด ชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ก็สลายตัวไป
เมื่อกลับมาถึงบ้านอวิ๋นเจียว โม่ซ่านก็รีบไปทำแผลให้อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ ส่วนอวิ๋นโส่วเย่ากับคนอื่นๆ ต่างก็อยู่ในห้องโถงพร้อมหน้าพร้อมตา พวกเขาถามอวิ๋นโส่วเย่าถึงแผนการในอนาคต
อวิ๋นโส่วเย่าเอ่ย “พี่รอง เหลียนเอ๋อร์คงต้องรบกวนพวกท่าน พักอยู่ที่นี่สักสองสามวัน ข้าจะไปที่ศาลาว่าการอำเภอกับหัวหน้าตระกูลและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อดำเนินเรื่องจดทะเบียนรับรองหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ ข้าคิดดีแล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครอบครัวของพวกข้าจะใช้นามสกุลเฉา ใช้นามสกุลเดียวกับภรรยาของข้า!”
อวิ๋นโส่วกวงได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง “อะไรนะ? เจ้าสาม เจ้าจะเปลี่ยนนามสกุลหรือ?”
อวิ๋นโส่วเย่าพยักหน้า “อืม เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น… ในเมื่อตัดขาดกันแล้ว ก็ตัดให้ขาดกันไปเลย เปลี่ยนนามสกุล… อย่างน้อยเหลียนเอ๋อร์คงรู้สึกดีขึ้นบ้าง”
ตอนแรกอวิ๋นโส่วกวงคิดว่าถึงแม้ว่าน้องสามจะตัดขาดจากบ้านหลังเก่าแล้ว แต่พวกเขาก็เป็นพี่น้องกัน จึงคิดจะหว่านล้อม แต่พอได้ยินอวิ๋นโส่วเย่าพูดเช่นนั้น เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
อวิ๋นโส่วจงจึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าว่าการเปลี่ยนนามสกุลก็เป็นเรื่องดี เหลียนเอ๋อร์ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าเจ้ายอมเปลี่ยนนามสกุลของทุกคนในครอบครัวเพื่อนาง นางคงไม่ทำเรื่องโง่ๆ อีก”
อวิ๋นโส่วเย่าพยักหน้า พลางพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ใช่แล้ว ข้ากลัวว่าเหลียนเอ๋อร์จะ… ตราบใดที่นางปลอดภัย พวกข้าสองสามีภรรยาก็ยินดีจะเลี้ยงดูนางไปชั่วชีวิต”
นี่คงเป็นเพราะเสียใจมากจริงๆ มิเช่นนั้นชายชาตรีอย่างเขา คงไม่พูดไปร้องไห้ไปแบบนี้
จากนั้นเขาก็พูดต่อ “ตอนนี้ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูล เพื่อไปที่ตัวอำเภอ พอจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว ข้าจะรีบกลับมาสร้างกระท่อมที่ลานก่อสร้างให้อยู่ไปก่อน บ้านหลังเก่านั่น ครอบครัวของข้าไม่อยากอยู่แล้ว”
อวิ๋นโส่วกวงเอ่ย “ข้าจะไปช่วยเอง พวกข้ากับลูกๆ สองคนจะไปช่วยตัดไม้สร้างกระท่อมให้ก่อน”
อวิ๋นโส่วจงพูดเสริม “ที่ลานก่อสร้างมีคนงานอยู่แล้ว ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ บ่ายๆ ก็น่าจะสร้างกระท่อมเสร็จ ส่วนเหลียนเอ๋อร์เจ้าก็ไม่ต้องห่วง ให้พักที่บ้านข้าก่อน ให้พี่สะใภ้รองของเจ้าทำอาหารบำรุงร่างกายให้นางสักหน่อย”
อวิ๋นโส่วเย่าพยักหน้า และเอ่ยขอบคุณ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป ก่อนจะเรียกเฉาซื่อที่หน้าห้องอวิ๋นเจียว เพื่อพูดคุยกันสองสามคำ
จากนั้นเฉาซื่อก็เดินเข้าไปในห้อง ให้อวิ๋นเจียว อวิ๋นหลานเอ๋อร์ และอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ออกมา อวิ๋นโส่วเย่าพาครอบครัวโค้งคำนับอวิ๋นเจียวด้วยความเคารพ
อวิ๋นเจียวรีบหลบไปด้านข้าง ฟางซื่อเองก็เอ่ยอย่างรวดเร็วว่า “มิกล้ารับ มิกล้ารับ! เจ้าสาม เจ้าทำแบบนี้ไปทำไม?”
อวิ๋นโส่วเย่าเอ่ย “พี่สะใภ้รอง ต้องขอบคุณเจียวเอ๋อร์ มิเช่นนั้นต่อให้… พวกข้าคงไม่มีทางตัดขาดจากบ้านหลังนั้นได้”
หากไม่ใช่อวิ๋นเจียวแกล้งพูดแทรกขึ้นมาสองสามประโยคอย่างไม่ตั้งใจ และใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ผู้เฒ่าอวิ๋นกับเจียงต้าไห่อยากได้สูตรอาหารมากระตุ้นพวกเขา ครอบครัวของเขาคงไม่มีทางตัดขาดจากบ้านหลังนั้นได้โดยไม่สูญเสียอะไรเลย
อวิ๋นเจียวเอ่ย “อาสาม ก่อนหน้านี้ข้าแค่อยากใช้สูตรอาหารมาแลกกับการตัดญาติของพวกท่านจริงๆ แต่ท่านปู่กับคนอื่นๆ ไม่ได้ตอบตกลงนี่เจ้าคะ?”
คำพูดของนางเหมือนกำลังตำหนิผู้เฒ่าอวิ๋นว่าโง่เขลา ยังไม่ตกลงกันให้เรียบร้อยก็ลงนามในหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์แล้ว
ต่อหน้าคนอื่น อวิ๋นเจียวจะไม่ยอมรับความคิดแสบๆ ของตนเองเด็ดขาด เพราะตอนนี้นางอายุเพียงหกขวบ หกขวบเท่านั้น!
น้ำเสียงที่ผ่อนคลายของอวิ๋นเจียว ทำให้ความหดหู่ในใจของทุกคนจางหายไป
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าอวิ๋นหลานเอ๋อร์จะจดจำบุญคุณของน้องเจียวเอ๋อร์ไว้!”
ไม่ว่าจะเป็นการแยกบ้านหรือการตัดญาติ ล้วนเป็นเพราะบุญคุณของบ้านลุงรอง ไม่เพียงแต่อวิ๋นหลานเอ๋อร์เท่านั้นที่จดจำไว้ ครอบครัวอวิ๋นโส่วเย่าทุกคนต่างจดจำไว้ในใจ
อวิ๋นโส่วเย่าเห็นว่าทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน จึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่สะใภ้รอง เหลียนเอ๋อร์ แม่เจ้า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเราจะใช้นามสกุลเฉา ไม่ใช้นามสกุลอวิ๋นอีกต่อไปแล้ว เหลียนเอ๋อร์ พ่อกับแม่ไร้ความสามารถ ปกป้องเจ้าไม่ได้… นับจากนี้ไป พวกเราเริ่มต้นชีวิตใหม่กันเถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ก็ร้องไห้โฮออกมา บิดายอมทำถึงเพียงนี้ หากนางยังคิดอยากจะตายอีก ก็คงอกตัญญูเกินไปแล้ว
เพื่อให้นางตัดขาดจากบ้านหลังนั้น บิดาถึงขั้นยอมเปลี่ยนนามสกุล นางก็ต้องมีชีวิตที่ดีเพื่อพ่อแม่ ต่อให้ต้องเป็นสาวแก่ไปชั่วชีวิต ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปชั่วชีวิตก็ยอม
“ท่านพ่อ…”
“ท่านพี่…”
ทุกคนในครอบครัวต่างกอดกันร้องไห้ มองดูแล้วก็น่าสงสาร อวิ๋นเจียวเองก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอ
อวิ๋นฉี่เยว่จึงนั่งยองๆ ดึงอวิ๋นเจียวเข้าไปกอด ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้
อวิ๋นโส่วจงสั่งให้อากุ้ยเตรียมรถม้า เพื่อไปส่งอวิ๋นโส่วเย่า ส่วนอวิ๋นโส่วกวงก็พาลูกชายทั้งสองคนไปช่วยสร้างกระท่อม ฟางซื่อให้ชุนเหมยไปต้มยาแก้อาการตื่นตกใจ ให้อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ดื่มก่อนนอนพักผ่อน
จากนั้นก็เตรียมของขวัญ ให้อวิ๋นฉี่เยว่นำไปมอบให้กับถังสุ่ยเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยชีวิตอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์
บ้านเก่าตระกูลอวิ๋น บรรยากาศเต็มไปด้วยความหดหู่ ในห้องหลัก อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กำลังดูแลเถาซื่อที่ถูกตบจนหน้าบวมเป่ง และเจียงเทียนเป่าที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเจียงต้าไห่ก็เดินวนไปวนมาด้วยความร้อนใจ
ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่อยู่ในห้อง เขาถูกอวิ๋นเจียหรง หัวหน้าตระกูลเรียกตัวออกไปคุยกันเป็นการส่วนตัว
“เจ้าสาม ปลดเถาซื่อเสียเถิด!” ผู้หญิงที่แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ยังกล้าทำร้าย เก็บนางไว้ทำลายครอบครัวหรือ?
ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ “พี่ใหญ่ โส่วหลี่สอบผ่านถงเซิงแล้ว อีกไม่นานก็จะได้สอบเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ หากปลดเถาซื่อ คงส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาเป็นแน่”