ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 155 ปลดหรือไม่ปลดเถาซื่อ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 155 ปลดหรือไม่ปลดเถาซื่อ
หน้าที่การงานอันใดกัน! ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ! สอบเป็นบัณฑิตซิ่วไฉยังไม่ผ่าน กล้าพูดถึงเรื่องหน้าที่การงานอันใดกัน?
“เอาที่เจ้าสบายใจเถิด… เพียงแต่ชื่อของเถาซื่อต้องถูกตัดออกจากบันทึกผังตระกูล” อวิ๋นเจียหรงอยากจะตบหน้าผู้เฒ่าอวิ๋นสักฉาด เขารู้สึกผิดหวังในตัวน้องชายคนนี้อย่างที่สุด
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ซีดเผือดลงราวกับฟ้าถล่มทลาย เขารีบอ้อนวอน “ไม่ได้ๆ ไม่ได้นะขอรับพี่ใหญ่!”
อวิ๋นเจียหรงหัวเราะอย่างเย็นชา “ให้เจ้าปลดเถาซื่อ เจ้าไม่ยอมก็เรื่องของเจ้า ข้าบังคับไม่ได้ก็ไม่สนใจแล้ว แต่ว่าบุตรสาวในตระกูลอวิ๋นที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่อาจถูกเถาซื่อทำให้อับอายขายขี้หน้าไปด้วย ต้องใจร้ายขนาดไหน ถึงทำกับหลานสาวตัวเองได้ลงคอ ทั้งวางยาและขังไว้ในห้อง!”
ตระกูลอวิ๋นมีสตรีใจโหดเหี้ยมเช่นนี้อยู่ จะทำให้บุตรสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานในตระกูลหาสามีได้ยาก
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยแย้ง “นั่นมันเป็นคำพูดของเหลียนเอ๋อร์ ใครเห็นกับตาบ้าง? พี่ใหญ่ ท่านอย่าเชื่อคำพูดเพียงข้างเดียวสิ…”
อวิ๋นเจียหรงทำท่าทางสิ้นหวัง เขาจ้องมองผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าสาม เจ้าพูดแบบนี้ตัวเจ้าเองเชื่อหรือ? เหลียนเอ๋อร์เด็กคนนั้นมีนิสัยเช่นไร เจ้าจะไม่รู้เลยหรือ? เด็กคนนั้นเวลาเจอผู้ชายก็จะหลบหน้า ไม่เคยหาเรื่องใคร เป็นคนอ่อนโยน ขยันขันแข็ง ทุ่มเททำงานอย่างเงียบๆ มาตลอด”
“เถาซื่อกลับใส่ร้ายป้ายสีนางว่ายั่วยวนเจียงเทียนเป่า ชาวบ้านต่างก็รู้ดี ใครจะไปเชื่อ? ใครๆ ก็ไม่ใช่คนโง่ ยิ่งไปกว่านั้นเจียงเทียนเป่าเป็นคนเช่นไร ใครบ้างไม่รู้? ตำบลไป๋อวิ๋นก็ไม่ได้ใหญ่โต มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ลมพัดครั้งเดียวชาวบ้านก็รู้กันหมดแล้ว!”
กล่าวจบอวิ๋นเจียหรงก็มองผู้เฒ่าอวิ๋นที่ดูราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แล้วเอ่ยแทงใจดำอีกว่า “เจ้าสาม เจ้าอายุหกสิบแล้วนะ ดินจะฝังถึงคออยู่รอมร่อ ทำความดีสะสมบุญกุศลบ้างเถิด มิเช่นนั้นตายไปแล้วจะเอาหน้าไปพบกับบรรพบุรุษได้อย่างไร!”
ในตระกูลอวิ๋น แม้จะเคยมีคนที่ยากจนถึงขั้นต้องขายลูกหลานเพื่อประทังชีวิต แต่ก็ไม่มีใครใช้วิธีต่ำช้าเช่นเถาซื่อ ที่ทำลายชื่อเสียงของหลานสาวตัวเองเช่นนี้ ที่สำคัญคือ บ้านของอวิ๋นเจียชางก็มั่งคั่ง มีบ้าน มีที่นา มีเงินทอง… ไม่คิดจะใช้ชีวิตดีๆ กลับทำเรื่องเลวร้ายไม่เลิกรา
อวิ๋นเจียหรงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเหมือนร่างกายถูกสูบพลังงานจนหมดสิ้น ทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงก่อนจะไถลลงไปกองกับพื้น เขาทำผิดหรือ? เขาก็ทำเพื่อครอบครัวมิใช่หรือ? ทำไม… ทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจเขาบ้าง?
ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงบ้านได้อย่างไร แต่ด้วยการดูแลเอาใจใส่จากเจียงต้าไห่และภรรยา ในใจเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง ช่างเถิด อย่างน้อยเขาก็ยังมีเจ้าห้า โชคดีที่บุตรสาวและลูกเขยยังคงกตัญญู
เจียงหลิ่วจือกลับมาแล้ว ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์พลันปะทุออกมา “นางเด็กบ้านี่ ให้เจ้าไปซื้อยา ทำไมเจ้าถึงเพิ่งกลับ ไปเที่ยวเล่นที่ไหนมา” พูดไป มือของนางก็ไม่อยู่นิ่ง ยื่นมือไปบิดหูเจียงหลิ่วจือ
เจียงหลิ่วจือพลันร้องไห้ทันที “ข้าไม่ได้แอบอู้เสียหน่อย ข้าไปที่ร้านขายยาในตำบลเพื่อซื้อยา เงินที่ท่านให้มาไม่พอ ข้ากลัวว่าจะถูกหลอก จึงเอาเทียบยาไปถามร้านอื่นๆ ปรากฏว่าทุกร้านต่างก็บอกว่ายาในเทียบยานี้ ต้องใช้เงินถึงยี่สิบตำลึงเงินถึงจะซื้อได้เจ้าค่ะ”
ยี่สิบตำลึงเงิน? ยาอะไรแพงขนาดนั้น? เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์หรือเจียงต้าไห่ต่างก็ตกตะลึง
ผู้เฒ่าอวิ๋นเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยกับเจียงต้าไห่ว่า “พาเทียนเป่าไปหาหมอที่ในตำบลเถิด”
“ขอรับ ข้าจะพาเทียนเป่าไปหาหมอที่ในตำบล เจวียนเอ๋อร์กับหลิ่วจืออยู่ดูแลพ่อกับแม่ที่นี่เถอะ รอข้าพาเทียนเป่าไปหาหมอเสร็จแล้ว ข้าจะรีบกลับมา”
ถึงแม้ในใจผู้เฒ่าอวิ๋นจะยังคงตำหนิเจียงต้าไห่และภรรยา ที่ออกความคิดเห็นแย่ๆ เรื่องอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ แต่เขาก็พอใจกับท่าทีของทั้งสองคน
โชคดีที่บุตรสาวและลูกเขยยังคงเป็นห่วงเขา ส่วนลูกชายของเขากลับอยากจะหนีเขาไปให้พ้นๆ พอคิดเช่นนี้ ความไม่พอใจที่มีต่อเจียงต้าไห่และภรรยาก็พลันมลายหายไป
เจียงต้าไห่พาเจียงเทียนเป่าไปหาหมอที่โรงหมอในตำบล ซื้อยามาเพียงไม่กี่อีแปะ เขาก็รู้ทันทีว่าตนเองถูกหมอในหมู่บ้านหลอกแล้ว อาการบาดเจ็บของเจียงเทียนเป่าไม่ร้ายแรง เจียงต้าไห่จึงฝากเจียงเทียนเป่าไว้ที่บ้าน กำชับเจียงเถาจือให้ดูแลเขาให้ดี ส่วนตนเองก็รีบกลับไปที่หมู่บ้านไหวซู่ทันที
ตกเย็น อวิ๋นเจียวปรึกษากับอวิ๋นโส่วจงว่าจะสร้างโรงผลิตเครื่องประทินผิวที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างก่อน เพราะอย่างไรเสีย ตำแหน่งที่ตั้งของโรงผลิตเครื่องประทินผิวก็ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ตอนนี้แค่เริ่มลงมือสร้างก่อนก็เท่านั้น
แน่นอนว่าอวิ๋นโส่วจงไม่มีข้อโต้แย้งใด จากนั้นอวิ๋นเจียวก็ปรึกษากับฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงว่าอยากจะซื้อร้านค้าสักร้านในอำเภอ อวิ๋นเจียวเอ่ยขึ้น “ข้าอยากจะเปิดร้านขายชุดสำเร็จรูปเจ้าค่ะ ให้พี่เหลียนเอ๋อร์ไปดูแลร้านที่อำเภอ ท่านแม่เคยรับปากข้าแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ ว่าจะซื้อช่างปักผ้ามาสักสองสามคน ถึงเวลานั้นก็ให้พวกนางไปอยู่ที่อำเภอพร้อมกันเลย”
ฟางซื่อยิ้มๆ “เป็นความคิดที่ดี ตกลงตามนี้ เรื่องร้านค้ากับการซื้อคนก็ให้ท่านพ่อของเจ้าเป็นคนจัดการ”
หลังจากตกลงกันได้ไม่กี่วัน อวิ๋นโส่วจงก็หาซื้อร้านค้าที่เหมาะสมได้แล้ว เรื่องคนก็สืบหาได้แล้ว ทุกคนในครอบครัวจึงเตรียมตัวไปที่อำเภอ หนึ่งคือไปดูร้านค้า สองคือไปเลือกคน
เนื่องจากเป็นร้านขายชุดสำเร็จรูป ร้านค้าที่อวิ๋นโส่วจงเลือกจึงตั้งอยู่บนถนนสายหลัก ไม่ได้อยู่ห่างไกล
หลังจากเดินดูอยู่พักหนึ่ง อวิ๋นเจียวกับฟางซื่อก็เลือกร้านที่กว้างขวางโอ่อ่า มีสองคูหา และมีสองชั้น พร้อมกับลานเล็กๆ อยู่ด้านหลัง ยิ่งไปกว่านั้น ด้านซ้ายและขวาของร้านก็เป็นร้านขายเครื่องประทินผิวกับร้านขายผ้า หากพวกเขาเปิดร้านขายชุดสำเร็จรูป ทำเลเช่นนี้เหมาะสมที่สุด
หลังจากได้ร้านค้าแล้ว ต่อไปก็ต้องเลือกช่างปักผ้า เรื่องนี้ง่ายมาก เพียงแค่หาร้านน้ำชาสักร้าน จองห้องส่วนตัว จากนั้นอวิ๋นโส่วจงก็ไปตามแม่ค้าคนกลางที่ติดต่อไว้
แม่ค้าคนกลางพาช่างปักผ้ามาสิบคน เพื่อให้อวิ๋นเจียวและฟางซื่อเลือก เนื่องจากอวิ๋นโส่วจงได้บอกไว้ล่วงหน้า ช่างปักผ้าทั้งสิบคนจึงนำห่วงปักผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ติดตัวมาด้วย เป็นการแสดงฝีมือการปักผ้าให้เห็นกันต่อหน้าชัดๆ
หลังจากคัดเลือกอย่างถี่ถ้วนแล้ว อวิ๋นเจียวและฟางซื่อก็เลือกช่างปักผ้าไว้สี่คน อายุราวๆ สามสิบปี ในแคว้นต้าเยี่ยถือว่าอายุมากแล้ว แต่อวิ๋นเจียวและฟางซื่อเห็นว่าพวกนางอายุมาก กิริยามารยาทจึงดูสุขุม ช่างปักผ้า ขอแค่ทำงานได้และทำออกมาได้ดีก็พอแล้ว
หลังจากจัดการเรื่องร้านและช่างปักผ้าเรียบร้อยแล้ว ฟางซื่อก็ให้ช่างปักผ้าทั้งสี่คนอยู่ทำความสะอาด และจัดร้านให้เรียบร้อย จากนั้นก็ดูว่ายังขาดเหลืออะไร จะได้หาซื้อให้ครบ
หลังจากจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จแล้ว ทั้งสามคนไม่ได้ทานอาหารเย็นที่อำเภอแต่กลับบ้านทันที
วันรุ่งขึ้น อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ หรือตอนนี้คือเฉาเหลียนเอ๋อร์ ก็เดินทางไปที่ร้านในอำเภอพร้อมกับเฉาซื่อ
อวิ๋นเจียวมอบหมายร้านขายชุดสำเร็จรูปในเมืองให้เฉาเหลียนเอ๋อร์ดูแล เมื่อมีงานให้ทำ นางก็ไม่มีเวลาฟุ้งซ่าน ด้วยเหตุนี้ อวิ๋นโส่วเย่าหรือก็คือเฉาโส่วเย่ากับภรรยาจึงยิ่งรู้สึกขอบคุณอวิ๋นเจียวมากยิ่งขึ้น
หลังจากจัดการเรื่องของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เรียบร้อยแล้ว ด้านฉี่เสียงกับฉี่ชิ่งก็มีข่าวดีเช่นกัน พวกเขาหาร้านในตำบลได้แล้ว อยู่ตรงทางเข้าตลาดผัก ร้านไม่ใหญ่นัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการเปิดร้านเม่าไช่
อวิ๋นเจียวไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางเพียงรับผิดชอบเรื่องเครื่องปรุงเม่าไช่เท่านั้น ส่วนเรื่องการบริหารจัดการต่างๆ นางไม่ยุ่งเกี่ยว นางยังวางแผนว่า หลังจากที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว จะมอบสูตรเม่าไช่ให้ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียง ให้พวกเขาฝึกฝนปรุงเอง
อาการบาดเจ็บของอวิ๋นฉี่ซานดีขึ้นมาก ช่วงนี้เขานั่งรถเข็นออกมาสูดอากาศข้างนอกได้แล้ว เขาเป็นคนที่อยู่เฉยไม่ได้ พอนั่งรถเข็นได้ ก็ไปที่พื้นที่ก่อสร้างทุกวัน
วันนี้เย็นอวิ๋นฉี่ซานกลับมาพร้อมกับข่าวดี ข่าวดีนี้ทำให้อวิ๋นเจียวดีใจจนกินข้าวเย็นได้มากขึ้นหนึ่งชาม
วันรุ่งขึ้น ฉู่อี้ที่หายหน้าหายตาไปหลังจากกลับมาจากจิ่วเจียงก็มาเยี่ยมที่บ้าน