ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 171 เจ้าก็รู้จุดจบของคนทำงานไม่ดี
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 171 เจ้าก็รู้จุดจบของคนทำงานไม่ดี
“โม่จู๋ ไปดูที่เตา” อวิ๋นฉี่เยว่สั่งด้วยเสียงต่ำ โม่จู๋เป็นผู้ฝึกยุทธ์ เห็นท่าทางแปลกๆ ของคนกลุ่มนี้ที่เข้ามาในร้าน ย่อมรู้ได้ทันที
“ขอรับ คุณชายใหญ่” โม่จู๋เดินไปเฝ้าที่เตาด้วยท่าทีสงบนิ่ง แล้วเอ่ยว่า “เม่าไช่ที่คุณชายกับคุณหนูของข้าสั่งเอาไว้ พวกเจ้าลวกอย่างระมัดระวังด้วย… เอาเถอะ ข้าดูเองดีกว่า”
ฉี่เสียงและคนอื่นๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง โม่จู๋แสร้งทำเป็นไม่รู้จักพวกเขา บวกกับคำพูดที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวของอีกฝ่าย ทำให้พวกเขาไม่เข้าใจ เมื่อครู่นี้ก็ถามเจียวเอ๋อร์กับฉี่เยว่แล้วไม่ใช่หรือ ทั้งสองคนไม่ได้สั่งอะไร ไฉน…
โม่จู๋ทำสีหน้าไม่พอใจ “ยืนงงทำไม? เนื้อล้วนหนึ่ง ผักล้วนหนึ่ง ระวังหน่อย ทำให้สะอาดด้วย ถ้าคุณชายกับคุณหนูของพวกข้าท้องเสียละก็ ข้าพังร้านพวกเจ้าแน่”
“เอ่อ… ท่านวางใจเถิด พวกข้าจะทำให้สะอาด แม้ท่านไม่สั่ง พวกข้าก็ทำให้สะอาดอยู่แล้ว”
นี่เป็นของที่ต้องทำให้ฉี่เยว่กับเจียวเอ๋อร์กิน จะไม่ทำให้สะอาดได้อย่างไรกัน ฉี่เสียงกับฉี่ซานรีบตอบรับ
โม่จู๋ยังไม่ยอมไปไหน ยืนอยู่ข้างเตา พวกอันธพาลที่เข้ามาทีหลังเห็นดังนั้น ก็มีสีหน้าแปลกๆ หรือว่ามีคนมาแย่งงานพวกเขา? ไม่เห็นเถ้าแก่พูดว่าจ้างคนอื่นมาสักหน่อย
พวกเขามองสบตากันเป็นนัย จากนั้นก็มีอันธพาลสองสามคนลุกขึ้น พวกเขาเดินเข้าไปล้อมเตาไว้จนมิด
เพื่อดึงดูดลูกค้า อวิ๋นเจียวจึงแนะนำให้พวกเขาทำเตาตามแบบร้านขายเม่าไช่ในยุคปัจจุบัน คือตั้งไว้หน้าร้าน ให้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นว่าพ่อครัวกำลังลวกผักในน้ำปรุงรสเดือดๆ มีกลิ่นหอมโชยออกมา
วิธีนี้ดึงดูดลูกค้ามาก คนที่เดินผ่านไปมาได้กลิ่นหอมเป็นต้องกลืนน้ำลาย หลายคนล้วงหยิบถุงเงิน หากมีเงินเหลือพอ ต่างก็เข้ามาลิ้มลอง
เงินไม่พอสั่งแบบเนื้อสัตว์ ก็สามารถสั่งแบบผักล้วนได้ เมื่อมองน้ำปรุงรสในแต่ละชามล้วนมีน้ำมันเยิ้มๆ ทั้งยังใส่เครื่องปรุงรสอย่างพอดี ทำให้รู้สึกว่าผักล้วนก็ไม่ต่างจากเนื้อสัตว์
แต่การตั้งเตาไว้ริมถนนเช่นนี้ กลับกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับอันธพาลพวกนั้น
“เม่าไช่นี่แปลกดี พวกเรามาดูกันหน่อยว่าทำกันยังไง”
คนพวกนี้ล้วนเป็นลูกค้ารายใหญ่ ฉี่เสียงได้ยินดังนั้นก็รีบยิ้มประจบ “เชิญขอรับ เชิญดูได้ตามสบาย”
“เถ้าแก่ นั่นอะไรน่ะ?” อันธพาลคนหนึ่งชี้ไปที่ถังใบใหญ่ที่อยู่ข้างหลังฉี่เสียง ภายในถังบรรจุเลือดหมูและเลือดเป็ดสีแดงสด
ฉี่เสียงหันไปมอง แล้วอธิบายว่า “นั่นคือเลือดหมูกับเลือดเป็ด ต้มออกมาแล้วอร่อยมาก เดี๋ยวท่านลองชิมดูได้ขอรับ”
“แล้วนั่นล่ะ?” อันธพาลอีกคนชี้นิ้วไปข้างหลัง
“แล้วอันนั้นล่ะ?”
ชั่วขณะนั้น มีมือหลายมือชี้ไปมาเหนือหม้อ ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเหล่านั้นมือข้างหนึ่งขยับเล็กน้อย ผงสีขาวบางอย่างก็ร่วงหล่นลงไป แต่ในจังหวะนั้นเอง โม่จู๋ก็ขยับตัว
เขาสะบัดแขนเสื้อ มือสะบัดวูบ ผงสีขาวเหล่านั้นไม่มีแม้แต่ผงเดียวที่ร่วงลงไปในหม้อ ถูกพลังภายในของเขาดูดติดมือมาจนหมดสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น เขากระทำอย่างรวดเร็ว ภายใต้มือของคนเหล่านั้นที่ชี้ไปมา แทบจะเป็นแค่แวบเดียว ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย
การเคลื่อนไหวของกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ที่ทำทีเหมือนปกปิดให้พวกพ้องของตน กลับกลายเป็นการช่วยปกปิดการลงมือของโม่จู๋ไปโดยไม่รู้ตัว คนเหล่านั้นคิดว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว จึงแยกย้ายกันไป
ส่วนโม่จู๋ยังคงยืนอยู่ที่นั่น คอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด แถมยังชอบจับผิด บ้างก็บอกว่าอันนี้ไม่สะอาด ต้องล้างใหม่ บ้างก็บอกว่าอันนั้นไม่สะอาด ต้องเปลี่ยนใหม่
อันธพาลพวกนั้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะ ไอ้โง่เอ๊ย สนใจเรื่องพวกนี้ไปก็เท่านั้น ในหม้อนั้นพวกข้าใส่ยาไปแล้ว
รถม้าคันหนึ่งจอดอยู่หน้าตรอกฝั่งตรงข้ามร้านขายเม่าไช่ ม่านรถม้าเปิดออกเล็กน้อย ชายวัยกลางคนมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในร้าน
ข้างกายชายวัยกลางคนยังมีชายอีกคนหนึ่ง หากอวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นเจียวอยู่ที่นี่ พวกเขาย่อมจำได้ เพราะนั่นเป็นคนรู้จักเก่า เจียงต้าไห่
เมื่อเห็นว่าอันธพาลพวกนั้นกลับไปนั่งที่เดิม ชายวัยกลางคนก็ยิ้มอย่างพอใจ แล้วจึงปล่อยม่านรถม้าลง
เจียงต้าไห่ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “หลงจู๊ผู่เรียบร้อยแล้วหรือ?”
บุรุษผู้นี้คือหลงจู๊ผู่แห่งภัตตาคารฝูอวิ้นในอำเภอ
หลงจู๊ผู่เหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “ครั้งนี้ถือว่าเจ้าหาคนน่าไว้ใจได้ ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว…”
เจียงต้าไห่รีบตบหน้าตัวเองหนึ่งที “เป็นความผิดของข้าเองที่ทำงานไม่เรียบร้อย ข้าก็ไม่คาดคิดว่าบ้านพี่สามจะใจแข็งขนาดนั้น ยอมตัดขาดญาติ แต่ก็ไม่ยอมมอบสูตรให้ โชคดีที่หลงจู๊ผู่เตือนสติข้า เพียงเท่านี้ พวกเขาก็ต้องยอมมอบสูตรแลกกับการไม่ต้องติดคุก”
หลงจู๊ผู่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “สูตรเม่าไช่ ข้าต้องได้มา แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตคนหลายคนก็คุ้มค่า”
ภัตตาคารอิ๋งเซียนที่เมืองหลวงและเมืองจิ่วเจียงต่างก็ขายหม้อไฟกันหมดแล้ว ส่วนผสมที่ใช้ก็คือส่วนผสมของเม่าไช่ เพียงแต่ใส่น้ำมันและเครื่องปรุงรสอย่างอื่นลงไปมากขึ้น รสชาติจึงหอมอร่อยยิ่งขึ้น
ภัตตาคารอิ๋งเซียนนับเป็นคู่แข่งเก่าแก่ของพวกเขา ครั้งนี้พวกเขากลับขายหม้อไฟได้ก่อน แย่งลูกค้าพวกเขาไปไม่น้อย ทำเอาเจ้าของร้านร้อนใจยิ่งนัก
เจียงต้าไห่รีบพยักหน้า “ถูกต้อง ถูกต้อง แต่ว่า ยาที่ใส่ลงไปเป็นเพียงยาถ่าย ไม่ถึงตายหรอกขอรับ แถมข้าก็เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลานั้น พวกเขาจะต้องยอมมอบสูตรออกมาแลกอย่างแน่นอน”
“เรื่องอื่นๆ ข้าไม่สน ข้าต้องการแค่สูตร ครั้งนี้หากทำพลาดอีก… เจ้าหนู เจ้าก็รู้ผลลัพธ์ดี”
เจียงต้าไห่รีบพยักหน้า “ขอรับ หลงจู๊ผู่วางใจเถิด ข้าทราบดี” พูดจบเขาก็เปิดม่านเดินลงจากรถม้า จากนั้นก็ยืนส่งรถม้าอย่างนอบน้อม
แต่ทว่าเมื่อเขาหันกลับมา ก็เห็นพี่น้องอวิ๋นเจียวนั่งอยู่ในร้านขายเม่าไช่ ทันใดนั้นก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุด
โชคดีที่พี่น้องอวิ๋นเจียวเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นเขา เขารีบวิ่งไปหลบที่มุมกำแพงที่มีกองขยะ ก่อนจะชะโงกหน้ามองอย่างระแวง บังเอิญจริงๆ พี่น้องสองคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? พวกเขาสองคน คงไม่ทำให้งานของเขาพังหรอกนะ?
ยิ่งคิดเจียงต้าไห่ก็ยิ่งกังวล ยิ่งกังวลก็ยิ่งไม่ได้กลิ่นเหม็นของกองขยะ แต่เมื่อคิดอีกที เด็กพวกนั้นจะทำให้งานเขาพังได้อย่างไร? ยาพวกนั้นถูกใส่ลงไปแล้ว ไม่นานลูกค้าทั้งร้านก็ต้องปวดท้อง ท้องเสีย
สมน้ำหน้าสองพี่น้องนั่นจริงๆ ดันมาเจอเรื่องแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกเขา พวกเขายิ่งปฏิเสธไม่ได้ ขนาดคนของตัวเองยังโดน แล้วจะพูดอะไรได้อีก?
เมื่อเจียงต้าไห่คลายใจ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากกองขยะก็พุ่งเข้าจมูก เขาสะดุ้งโหยง จนไปชนเข้ากับพ่อค้าที่กำลังจะมาเทขยะเข้าอย่างจัง ทำให้ขยะเหม็นๆ ตกใส่เขาเต็มตัว
“เจ้าเป็นบ้าหรือไร ดูแต่งตัวก็ดี ไม่ใช่ขอทานสักหน่อย แล้วมาหลบอยู่ที่กองขยะทำไม? ตกใจหมดเลย ชดใช้มาซะดีๆ!”
เจียงต้าไห่เบิกตากว้าง คนที่ถูกสาดขยะใส่ทั้งตัวคือเขานะ เขาเองยังไม่ได้โวยวายเลยสักคำ… เอ่อ เขาไม่กล้าโวยวายต่างหาก
“บอกให้ชดใช้ ไม่ชดใช้ก็อย่าหวังว่าจะได้ไป!” เห็นว่าเจียงต้าไห่กำลังจะไป พ่อค้าคนนั้นก็คว้าตัวเขาไว้ แล้วตะโกนเสียงดังขึ้น
ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็หันมามอง แม้แต่ร้านเม่าไช่ที่อยู่ไม่ไกลนักก็มีคนมองมาทางนี้ พอเห็นว่าอวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่เยว่หันมามองทางนี้ เจียงต้าไห่ก็ร้อนใจ จึงไม่สนใจอะไรอีก รีบควักเหรียญอีแปะออกมาสองสามเหรียญใส่มือพ่อค้าคนนั้น
พ่อค้าหัวเราะอย่างเย็นชา “ทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? คิดว่าข้าเป็นขอทานหรือ ไม่ได้! ข้าตกใจแทบแย่ ไม่ให้สิบตำลึง ก็อย่าหวังว่าจะได้ไป!”
เจียงต้าไห่อยากด่าทอ แต่ดูจากร่างกายของเขาแล้ว คงสู้พ่อค้าร่างกำยำตรงหน้าไม่ได้ ที่สำคัญคือ เขาไม่กล้าส่งเสียงดัง เกรงว่าจะไปเรียกความสนใจจากพี่น้องอวิ๋นเจียว
นี่เป็นโอกาสดีที่พวกเขามาที่ร้านเม่าไช่เอง โอกาสแบบนี้ต่อให้โง่แค่ไหน เขาก็ต้องไม่ปล่อยให้หลุดมือ เมื่อคิดถึงเงินที่จะได้มาในไม่ช้า เขาก็ทำได้แต่ตัดใจกัดฟันควักก้อนเงินออกมาหนึ่งก้อน โยนให้พ่อค้าคนนั้น จากนั้นก็รีบวิ่งหนีไปโดยไม่สนใจแม้แต่จะปัดเศษขยะที่ติดอยู่บนตัว